[นิยายแปล] คราวนี้แหละผมจะบอกว่าชอบเธอ! ตอนที่ 4 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] คราวนี้แหละผมจะบอกว่าชอบเธอ!

Ch.4 - การพิจารณาตัวเองด้วยเสียงเล็กๆ


ภูติแห่งไฟชอบความเลือดร้อน ภูติแห่งน้ำชอบความใจดี ภูติแห่งดินชอบความตรงไปตรงมา ภูติแห่งลมชอบความรอบรู้ พลังเวทมนตร์นั้นจะเพิ่มขึ้นตามความรักที่ได้รับจากเหล่าภูติ โดนพื้นฐานแล้วเหล่าภูติจะยอมรับในสายเลือดของบรรพบุรุษที่เก่าแก่ยิ่งเป็นสายเลือดที่แข็งแกร่งก็ยิ่งชอบ แต่ก็มีบางกรณีที่สามัญชนทั่วไปจะได้รับความรักจากเหล่าภูติ

 

สถาบันเวทมนต์ในแต่ละปีจะมีการทดสอบหนึ่งครั้ง แบ่งเป็น 4 การทดสอบคือ การสอบข้อเขียน  การสอบศิลปะการป้องกันตัว  การสอบศิลปะแห่งดาบ  และการสอบเวทมนตร์และถ้าไม่ได้คะแนน 80% จากคะแนนเฉลี่ยของนักเรียนทั้งระดับชั้นจะไม่สามารถเลื่อนชั้นเรียนได้ ขุนนางอู๊ดๆนั้นได้คะแนนสูงสุดในการสอบข้อเขียนและเวทมนต์  ก็เพื่อที่จะปกปิดคะแนนอันต่ำต้อยในการสอบศิลปะป้องกันตัวและศิลปะแห่งดาบ ดังนั้นในทุกๆปีเขาจึงรอดพ้นจากหายนะนี้ได้แบบไม่มีปัญหา

 

แต่ทว่าในทุกๆปี จะมีนักเรียนบางคนที่ไม่สามาถเลื่อนชั้นได้ และตามกฎของสถาบัน ถ้าหากใครไม่จบการศึกษาภายใน 5 ปีจะถูกมองว่าเป็นพวกไร้ค่า

 

「 เพื่อที่จะทำให้พลังเวทมนต์สูงขึ้น หนทางที่ง่ายที่สุดคือการนำสิ่งที่ภูติชอบใส่ลงในคทา ยกตัวอย่างเช่น ผู้ใช้เวทมนต์แห่งสายลมของตระกูลเด็นนิ่ง จะนำผลยาโดกิริซึ่งเป็นผลที่ภูติชอบมาบดและใส่ลงในคทาของพวกเขา 」

 

อาจารย์ได้อธิบายออกมาด้วยความตั้งใจและตัวผมนั้นที่ได้ครอบครองที่นั่งชั้นบนสุดในห้องเรียนนั้น ไม่ใช่เพราะว่าทุกๆคนรังเกลียดที่จะนั่งด้วย แต่เพราะว่าไม่มีใครกล้าพอที่จะนั่งในแถวเดียวกับผมต่างหาก ถึงแม้ว่าผมจะคิดว่าพวกเขาเกรงใจก็ตาม

 

แต่ว่า ถ้าดูจากมุมมองของอาจารย์แล้วล่ะก็ ผมดูเหมือนบอสหมูเลยแหละ และผมก็มั่นใจเลยว่าเธอจ้องมองมาที่ผมขณะที่เธอเริ่มต้นพูด

 

「 จากประวัติศาสตร์ของสถาบันเวทมนต์คุรูซชู มีศิษย์เก่ามากมายที่ถือครองพลังเวทมนต์อันยิ่งใหญ่ แต่ทุกๆคนไม่ต้องอิจฉาไปหรอก เราสามารถเรียนจากผู้อาวุโสได้ เวทมนตร์ทั้งหมดอยู่ในบทเรียนในห้องเรียนแล้ว 」

 

หลังจากที่พยักหน้าเข้าใจคำพูดของอาจารย์แล้ว เหล่านักเรียนก็ลุกออกจากห้อง ผมได้จ้องมองไปที่เหล่านักเรียนกลุ่มนั้น ก็รู้ตัวอยู่แล้วว่าผมนั้นไม่มีเพื่อน ไม่สิ ถึงจะรู้ตัวว่าทุกคนต่างก็หลีกเลี่ยงผม ก็เข้าใจอยู่หรอกความรู้ที่ไม่อยากสนิทสนมกับเจ้าขุนนางอู๊ดๆนี่ ถึงช่วงหลังมานี้จะไม่ค่อยถูกแกล้งก็เถอะ แต่รูปร่างของผมจนถึงตอนนี้มันดูแย่เกินไป

 

เมื่อทุกๆคนออกจากห้องเรียนไปหมดแล้ว ผมก็ได้ลุกขึ้นจากที่นั่ง

 

「 คุณเด็นนิ่ง ครูได้ยินมาว่าช่วงนี้กำลังตั้งใจออกกำลังกายอยู่สินะคะ 」

 

อาจารย์อารูรุพูดกับผมขณะที่ผมกำลังเตรียมตัวไปเรียนคาบต่อไป

 

อาจารย์ผู้หญิงสวมแว่นตา ผมสีน้ำตาลยาวเรียบไปจนถึงเอวและสวมใส่ผ้าคลุมสีดำ

 

เธอกลายมาเป็นอาจารย์สอนทฤษฎีเวทมนต์หลังจากที่จบจากสถาบันเวทมนต์ คาบเรียนของเธอขึ้นชื่อเรื่องความน่าเบื่อ แต่ผมไม่คิดว่ามันน่าเบื่อเลยแม้แต่น้อย เธอเป็นอาจารย์ที่ยึดพื้นฐานเป็นสิ่งสำคัญ

 

「 สมกับที่เป็นอาจารย์อารูรุ ผมรู้สึกตัวว่าตัวผมนั้นอ้วนเกินไป เลยคิดว่าจะไดเอ็ตน่ะครับ 」

 

ขณะที่ผมพูดผมก็ตบพุงของผมไปด้วย

 

ใช่แล้ว ผมนั้นคือขุนนางอู๊ดๆ ผลจากการไดเอ็ตนั้นถึงยังไม่แสดงออกมาให้เห็น แต่ผมรู้สึกว่าความสำเร็จของผมนั้นเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

 

「 เป็นความคิดที่ยอดเยี่ยมมากค่ะ เหมือนว่าแววตาของเธอจะดูเปลี่ยนไปด้วยนะคะ คุณเด็นนิ่ง 」

 

「แววตางั้นหรอครับ ก็จริงนะครับ บางทีอาจจะเปลี่ยนไป อ๊า อาจารย์ครับ กรุณาอย่าขยับสักครู่นะครับ」

 

ผมเดินตรงไปตรงหน้าอาจารย์ด้วยสายตาที่จริงจัง ขณะที่ผมยืนประชิดตัวกับอาจารย์ ทำให้อาจารย์ดูตัวเล็กลงไปเลย ยกโทษให้ผมด้วยครับอาจารย์ ผมรู้ว่าการที่มายืนแบบนี้ทำให้อาจารย์กลัว แต่ตอนนี้อภัยให้ผมด้วยนะครับ

 

「ทำให้อาจารย์เดือดร้อนไม่ได้นะ」

 

หลังจากได้ยินแบบนั้น ภูติแห่งสายลมก็ลอยจากร่างกายของอาจารย์ตรงไปยังหน้าต่างและออกไปด้านนอก ไม่ต้องสงสัยเลย มันเป็นแค่การเล่นซนของภูติเท่านั้น

 

「อะ เอ่ออ?」

 

หลังจากกล่าวอำลากับอาจารย์ที่ไม่เข้าใจในการกระทำของผม ผมก็ออกจากห้องมา จากนั้นก็รับรู้ว่าตัวตนของภูติอยู่แถวนี้ก็เลยพูดไปว่า อย่าทำให้มันกลายเป็นเรื่องใหญ่สิ ขณะที่กำลังเดินอยู่บนทางเดิน ผมก็คิดเกี่ยวกับคาบเรียนต่อไป นั่นก็คือคาบศิลปะการป้องการตัว แต่ผมคิดว่าจะขออนุญาตวิ่งรอบสนามกีฬาแทน ตอนนี้อาจารย์อารูรุรู้แล้วว่าผมกำลังไดเอ็ต ดังนั้น ผมเชื่อว่ามันคงไม่ยากที่เธอจะอนุญาต

 

ผมต้องการที่จะเป็นผู้ชายที่สมบูรณ์แบบให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

 

「ฟู่~」

 

เสียงออดดังขึ้นขณะที่ผมกำลังเดินไปตามทางเดิน ในเวลาเดียวกัน ผมก็ได้พบกับใครบางคน ใบหน้านั้นเป็นใบหน้าผมรู้จักดีเลยในชาติที่แล้วของผม

 

ทั้งสองคนที่อยู่ในชั้นปีเดียวกับผม

 

ผู้ชายคนหนึ่งไว้ผมสีเปลวเพลิงและอีกคนหนึ่งเป็นผู้หญิงตัวเล็ก(น่ารัก) ที่มีความมุ่งมั่นอันแรงกล้าและออร่าความแข็งแกร่งที่ออกมาจากร่างกายเล็กๆนั้น

( ピンク : นางเอกปรากฏตัวแล้ว อ๊ายยยยยยยย!! )

ตัวเอกหลัก ชูยะ และอดีตคู่หมั้นของผม อลิเซีย

 

「อ่าา ไง ขุนนางอู๊ดๆ」

 

「เจ้าหมูสโลว…..」

 

สำหรับชูยะแล้วผมเหมือนศัตรูตัวฉกาจของเขา

 

เมื่อตอนที่พวกเราอยู่ปี 1 มันเป็นความผิดของผมเองที่ไปทำความรู้จักกับเขา

 

จากตอนนั้น ในตอนที่ผมเจอพวกเขา ผมจะพูดด้วยความไม่พอใจว่า 「ชูยะ นี่แกเล่นกับผู้หญิงอีกแล้วหรอ? จะไม่ดีกว่าหรอ ถ้าคนๆนั้นมาจากตระกูลที่ดีน่ะ」 ,「อลิเซียน่ะ เวทมนต์แย่มากเลยไม่ใช่หรือไง?」

 

แต่ตอนนี้ผมตั้งใจที่จะเปลี่ยนตัวเองใหม่แล้ว

 

「…….ผมขอโทษนะสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมา」

 

เสียงที่ผมพูดออกไป ไม่รู้เลยว่ามันออกมาจากที่ไหน พวกเขาจะได้ยินหรือเปล่า? หลังจากนั้นผมได้พาร่างอ้วนๆของผมเองเดินผ่านพวกเขาไปอย่างเร่งรีบ

 

โถ่เว้ย!!

 

ผมคิดว่าผมเปลี่ยนใจของผมเรียบร้อยแล้วนะ แต่ทำไมการขอโทษคนอื่นมันยากแบบนี้นะ?!

 

「บูฮี่ บูฮี่」

 

ในตอนกลางคืนผมแอบออกมาจากหอพักคนเดียวและเริ่มออกวิ่ง

 

แม้เป็นเวลาเพียงไม่กี่วันที่ผมเริ่มที่จะวิ่งแบบนี้ แต่ผมรู้สึกได้ว่าร่างกายของผมนั้นดีขึ้น! แต่ก็ยังคงมีเสียงพูดขณะที่ผมวิ่งอยู่ว่า เร็วเข้า !! ผมต้องกลายเป็นผู้ชายที่สมบูรณ์แบบให้ได้!

 

「บูฮี่ บูฮี่....」

 

ผมวิ่งไปรอบๆสนาม ที่ขอบของสถาบันมีอาคารวิจัยเก่าๆตั้งอยู่ มันเป็นอาคารเก่าที่ไม่มีคนใช้แล้ว ด้านบนอาคารตอนกลางคืนปกตินั้นไม่มีทางที่จะมีคนมาใช้ในเวลาแบบนี้

 

「บูฮี่ บูฮี่…...」

 

ผมคิดว่าถึงเวลาที่ควรกลับแล้ว

 

ขณะที่ผมเดินกลับไปยังหอพัก ผมก็ได้ยินเสียงที่ดังมาจากหลังอาคารวิจัยเก่า

 

「 Wind!  Wind!  โธ่เอ้ย!  Wind!」

 

Translator by アリス ・ ピンク    < Alicez . Pink >




NEKOPOST.NET