[นิยายแปล] คราวนี้แหละผมจะบอกว่าชอบเธอ! ตอนที่ 14 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] คราวนี้แหละผมจะบอกว่าชอบเธอ!

Ch.14 - ในที่สุดก็มาถึง! Event ของพระเอกมาแล้ว!!


 

พวกผมนั่งล้อมโต๊ะอาหารกันอย่างสนิทสนม

 

ที่นี่คือห้องพักชั้นหนึ่งของโรงแรมหรูหราที่พ่อแม่ของเดปป้าดูแลอยู่ [รุ่งอรุณสีน้ำตาล]

 

อันที่จริงก็สามารถนำอาหารเข้ามาทานในห้องส่วนตัวได้ ที่ชั้นแรกนั้นนอกจากจะใช้พักแรมได้แล้วก็ยังนำมาใช้งานเป็นโรงอาหารด้วย นอกจากพวกเราแล้วก็ยังมีลูกค้าคนอื่นๆมากมายที่กำลังทานอาหารเย็นอยู่ แต่เมื่อพวกเขาได้เห็นสัญลักษณ์สีม่วงที่ปักอยู่บนชุดนักศึกษาของสถาบันเวทมนตร์ที่เป็นหลักฐานยืนยันการเป็นขุนนาง ดวงตาของพวกเขาก็เต็มไปด้วยความหวาดกลัว

 

ในโต๊ะอาหารที่มีเดปป้าและคนอื่นๆล้อมรอบอยู่ มีเมดมากมายที่แนะนำตัวเองกับวิชชั่น ดูเหมือนว่าพวกเธอจะชอบวิชชั่นมากจริงๆ

 

พอดูอยู่แบบนั้น หลายๆคนก็ต่างแสยะยิ้มมองมายังวิชชั่น โธ่เอ่ย ทำไมแกป๊อปจังหะ เป็นแค่เพียงไอ้คนยาจกแท้ๆ ผมไม่ได้อิจฉาอะไรเลยสักนิด!!

 

「 ท่านสโลว ต้องการดูดาบที่ผมได้รับมาจากอาจารย์โรโกะโมโกะไหมครับ? ผมจะได้ไปหยิบมาให้? 」

 

วิชชั่นนั้นดีใจอย่างมากที่อาจารย์โรโกะโมโกะซื้อดาบให้

 

ตั้งแต่เมื่อกี้แล้วที่เอาแต่เล่าเรื่องความยอดเยี่ยมของดาบ ผมไม่สนหรอก วิชชั่นที่กำลังโบกไม้โบกมือในตอนที่กำลังอธิบายนั้นราวกับนักเต้นประหลาดๆคนหนึ่งเท่านั้น เพราะงั้น ช่วยบอกทีเถอะว่าที่แกป็อปเนี่ยเป็นเรื่องโกหก

 

「แต่ว่านายน่ะ ใช้ดาบเป็นด้วยหรอ? ผลการเรียนของศิลปะดาบขุนนางส่วนมากจะได้น้อยกันนิ? 」

 

ศิลปะดาบกับศิลปะการต่อสู้มือเปล่านับได้ว่าเป็นอาวุธของสามัญชน แต่ในทางกลับกัน  เวทมนตร์กับการเรียนภาคบรรยายในประวัติศาสตร์ของขุนนางพวกเขาต่างชำนาญในด้านนั้น

 

เพราะฉะนั้น ค่อนข้างหาได้ยากที่จะมีสามัญชนที่เก่งทั้งดาบและเวทมนตร์ พวกเขาเหล่านั้นถือว่าเป็นสมบัติที่สำคัญอย่างมาก

 

เพื่อการนั้นการที่จะสามารถตามหาเหล่าบุคลากรแบบนั้นได้ ทางโรงเรียนเวทมนตร์จึงยอมรับให้มีสามัญชนเข้ามาเรียนด้วย

 

「 ก็เป็นแบบนั้นแหล่ะครับ แม้ว่าตอนนี้ผมอาจจะสามารถใช้เวทมนตร์ได้เพียงอย่างเดียว แต่ต่อจากนี้ไปผมจะต้องชำนาญในศิลปะดาบและผสมผสานเข้ากับเวทมนตร์ให้ได้ อ่ะ ท่านสโลว เนื้อชิ้นนั้นมันของผมครับ ท่านยังไดเอ็ตอยู่นะครับ เพื่อที่จะให้ท่านจบการศึกษาด้วยร่างกายที่ผอม ในฐานะเพื่อนผมทำเป็นไม่เห็นไม่ได้ที่จะให้คุณกินเนื้อแบบนั้นครับ 」

 

แก….

 

ผมจ้องไปยังวิชชั่น ทั้งๆที่ไม่ให้ความร่วมมือในการวิ่งกับผม ยังคิดจะมาพรากเนื้อไปจากผมอีกงั้นหรอ! ดูเดปป้าเป็นตัวอย่างไป! เขาตื่นเช้าแล้วไปวิ่งด้วยกันกับผมด้วยเนี่ย! แล้วยังนวดให้ผมด้วย เป็นความรู้สึกที่ดี๊ดีเลยแหละ พอนึกถึงมันก็อยากนอนขึ้นมาเลยแหะ บู้ฮี่----

 

「ท่านสโลว อันนี้คือสาหร่ายทะเลที่ขึ้นชื่อในการช่วยไดเอ็ตครับ 」

 

เดปป้า…แกก็เอาอีกคน เอาเนื้อมาให้ผมสิ เนื้ออ่ะเนื้อ

 

「 แต่ไม่เคยคิดเลยว่านายจะมาจากครอบครัวที่ยอดเยี่ยมแบบนี้ เดปป้า  」

 

[รุ่งอรุณสีน้ำตาล] ในเมืองโยเล็มนับได้ว่าเป็นโรงแรมที่มีชื่อเสียงพอสมควร ลูกค้าส่วนมากนั้นก็เป็นสามัญชนที่มีเงินพอสมควร บางครั้งบางคราวก็มีขุนนางมาแวะเวียนเหมือนกัน

 

ทางเข้านั้นมีประตูบานเล็กอยู่บานหนึ่ง ณ จุดนั้นมีทหารยามที่ห้อยดาบไว้ที่เอวอยู่สองคน และผู้คนที่มาใช้บริการที่นี่ก็เป็นคนที่น่าทึ่งมาก แต่ชั้นบนสุดนั้นมีเพียงแค่พวกผมกับกลุ่มของอาจารย์โรโกะโมโกะ ขอโทษทียกโทษให้ผมด้วยเถอะ

 

แต่พ่อแม่ของเดปป้าก็บอกว่าไม่ต้องไปสนใจและยังคงต้อนรับพวกผมอย่างเต็มใจ พวกเขาไม่เคยคิดเลยว่าลูกชายคนเดียวของพวกเขาจะสามารถหาเพื่อนเป็นขุนนางที่สถาบันเวทมนตร์คุรูซชูได้ และเมื่อพวกเขารู้ชื่อของผม ตัวของพวกเขาก็สั่นทันที แต่ต่อจากนั้นไม่นานพวกเขาก็ขอร้องให้ผมช่วยเซ็นชื่อให้หน่อย ดูเหมือนว่าพวกเขาต้องการใช้ชื่อของผมให้โรงแรมดังขึ้นเมื่อผมมีชื่อเสียงสักวันหนึ่ง ผมบอกกับพวกเขาว่ามันก็โอเคนะ ถ้าจะใช้มันตอนนี้ แต่พวกเขาปฏิเสธ พวกเขาพูดว่า ถ้าพวกเขาใช้มันตอนนี้จะทำให้ธุรกิจของพวกเขาแตกกระเจิง มันจะทำให้พวกเขาล้มละลาย โหดร้ายยย...บู้

 

「 จะว่าไปอาจารย์โรโกะโมโกะอยู่ที่ไหนหรอ? 」

 

「 ไปพบหน้ากับคนรู้จักและต่อจากนั้นจะไปดื่มกันต่อ คิดว่าคงจะกลับมาในตอนเย็นและครับ 」

 

หวังว่าตอนเจอกันจะยังมีสติอยู่นะ เอาเถอะ ช่วยไม่ได้นี่นะ

 

นอกจากนี้ เพื่อให้มั่นใจว่าเมืองนี้จะปลอดภัย ก็ได้บอกกับภูติแมว ให้ไปอยู่ด้วยกันกับชาล็อตที่ขณะนี้เธอได้ไปช่วยงานอยู่ในห้องครัว ชาล็อตนั้นชอบทำอาหารเป็นงานอดิเรก เลยบอกว่าจะขอไปช่วยด้วย หัวหน้าเชฟที่ได้เห็นความกระตือรือร้นแบบนั้นก็ใจอ่อนและให้ชาล็อตไปช่วยด้วย ยอมรับเลยว่าผมหลงใหลที่เห็นชาล็อตกระตือรือร้นแบบนั้น

 

เอาเถอะ แต่ภูติแมวก็ติดตามไปด้วยแล้วไม่มีอะไรปลอดภัยไปกว่านี้แล้วล่ะ

 

ผมค่อยๆเอื้อมมือไปหยิบเนื้อที่เล็งเอาไว้ แต่วิชชั้นก็หยิบเนื้ออันนั้นไป บู่วว—

 

「 อ่ะจะว่าไป ได้พบกับเจ้าหญิงของซาคิสต้าที่เมืองด้วย เธอเป็นนักผจญภัยที่มีชื่อเสียงมาก ถ้าจำไม่ผิดเป็นอดีตคู่หมั้นของท่านสโลวสินะครับ 」

 

「 เอ๋------หมั้นกับเจ้าหญิง!? เป็นเรื่องจริงหรอครับ!? 」

 

ผู้หญิงคนเดียวที่อาศัยอยู่ในหอพักชั้น 5 ของโรงเรียนเวทมนตร์คุรุซชู  เจ้าหญิงแห่งอาณาจักรซาคิสต้า

 

ในอดีต ดูเหมือนว่าเธอจะยินดีที่จะเป็นคู่หมั้นของผมที่เป็นอัจฉริยะแห่งสายลม แต่เมื่อผมเริ่มที่จะกลายเป็นหมู เธอก็ไม่ต้องการที่จะแต่งงานกับผมอีกต่อไป ดังนั้นการหมั้นของเราเลยถูกยกเลิก

 

[….ผู้ค้นหาความงดงาม]

 

เหตุผลที่เธอโดนเรียกแบบนั้น คุณเธอที่ดูเหมือนว่าจะแสวงหาในความงามบางทีสาเหตุคงเป็นเพราะผม

 

ในอดีตที่พวกเราได้มาสนิทกัน ดูเหมือนว่าผมที่โดนล้อปมด้อยเป็นเรื่องปกติ เธอจึงบอกกับผมว่า เธอจะเป็นผู้หญิงที่งดงามที่สุดในโลกเพื่อให้เป็นภรรยาที่ผมจะสามารถภาคภูมิใจพูดให้ใครต่อใครฟังได้

 

แต่ขุนนางอู๊ดๆกลับทำตัวไม่แยแสไม่สนใจ ทุกๆครั้งที่ผมหวีผมให้เธออยู่หลังเธออาบน้ำเสร็จ มันช่างมีแต่เรื่องน่าเศร้าทุกครั้งไป

 

มันเหมือนกับว่าการหมั้นของเราจะมีแต่ความทรงจำแย่ๆให้เธอเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

 

「 ถ้าท่านสโลวเลิกเป็นหมูแล้ว จะหมั้นกับเธออีกครั้งไหมครับ? 」

 

「 ทำไม่ได้อยุ่แล้วไม่ใช่หรอ โอ่ยย วิชชั่น นายนี่กินไม่หยุดเลยนะ แล้วยังปากเสียแบบนั้นได้อีก เอาละ ผมตัดสินใจแล้วตั้งแต่นี้ไปนายจะเป็นขุนนางอู๊ดๆรุ่นที่สอง 」

 

ผมเอื้อมมือจะไปหยิบเนื้ออีกครั้ง อะ โดนแย่งไปอีกแล้ว บู่วววว

 

「 สำหรับท่านสโลว ต้องสาหร่ายทะเลครับ 」

 

「 โอ่ย ตั้งแต่นายกลายเป็นยาจกไปนี้พูดเก่งขึ้นจังนะ 」

 

ตัวตนของนายที่เคยบอกว่าหลงใหลในตัวผมตอนนี้มันหายหัวไปไหนแล้วเนี่ย

 

「 โปรดคิดถึงความรู้สึกของผมที่ต้องแบกสัมภาระของท่านขณะที่ท่านพักผ่อนด้วยครับ และท่านยังต้องสะสมพลังของท่านด้วย ดังนั้นแล้วท่านสามารถชนะการแข่งขันกินจุได้แน่นอน 」

 

ตั้งแต่เมื่อกี้แล้วที่อาหารกองเป็นภูเขาค่อยๆลดลงไปเรื่อยๆ

 

ในระหว่างที่น้ำตาผมกำลังไหลออกมา ผมเองก็สะสมพลังเพื่อที่จะมุ่งหน้าสู่การแข่งขันกินจุ

 

…..ไม่น๊า อยากกินอ่ะ ข้างหน้าของผมมีแต่คนกินงุบงับงุบงับอยู่เต็มไปหมด

 

นอกจากนั้นของทั้งหมดผมซื้อมาด้วยอัญมณีที่ผมมีไม่ใช่หรอ? ไม่ต้องมาพูดเหมือนกับว่าเป็นเงินของตัวเองเลยนะ  ออร่าระยิบระยับสีดำที่เกาะติดตามร่างกายกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อะ แย่ล่ะ ขุนนางอู๊ดๆสีดำจะกลับมาอีกครั้งงั้นหรอ?

 

「 ….อ่ะ โทษที ผมจะกลับห้องก่อนนะ มีบางสิ่งบางอย่างต้องทำ 」

 

ภูติบางตนบอกกับผมว่ามีข้อความจากภูติแมวว่า อาจารย์โรโกะโมโกะกำลังจะกลับมาแล้ว

 

ผมจะพูดคุยกับคุณภูติแมวเกี่ยวกับการสนับสนุนต่อจากนี้

 

คำขอของคุณภูติแมวนั้นง่ายมาก

 

ผมสามารถแสดงตัวหน้าเวทีได้ แต่ภูติแมว อัลโต้ จะอยู่ข้างๆผม และยังสั่งให้ผมเก็บความลับของชาล็อตอย่างเคร่งครัดเหมือนที่ทำมาตลอดด้วย

 

ข้อเรียกร้องส่วนมากก็เป็นไปตามที่ผมคาดไว้

 

หลังจากที่คุยกันเสร็จแล้ว ภูติแมวอ้วนก็ค่อยๆกลิ้งไปยังห้องของชาล็อตขณะที่พูดว่า ขี้เกียจไปหมดเลย เมี๊ยวว ง่วงนอนจัง เมี๊ยวว~

 

เฮ้อให้ตายเถอะ ขี้เกียจตัวเป็นขนเลยนะภูติแมวเนี่ย

 

ความน่านับถือในสมัยก่อนมันหายไปหมดแล้วเนี่ย

 

ทุกคนต่างหลับสนิทกันหมด ในช่วงกลางคืนผมก็ได้ออกมาจากห้อง

 

ตอนนี้ อาจารย์โรโกะโมโกะคงอยู่ในห้อง ดื่มเหล้าเมาแอ๋กลับมา บางทีตอนนี้อาจจะกำลังนอนอยู่

 

ชั้นบนสุดของ [รุ่งอรุณสีน้ำตาล] มีทั้งหมด 5 ห้อง และทั้งหมดเป็นของพวกผมหมดแล้ว

 

เมื่อเตรียมใจไว้แล้ว ผมก็เคาะประตูห้องของอาจารย์โรโกะโมโกะ

 

「 ครับบ ใครหรอ คนกำลังเมายู่ววว เวียนหัวตาลายไปหมดแว้วว 」

 

เขาได้ยินเสียงผม ดูเหมือนว่าจะอารมณ์ดีอยู่ แต่ที่แน่ๆเขาเมาแน่นอนตอนนี้

 

「 ผมเองครับ เด็นนิ่งเอง 」

 

「 เด็นนิ่งงงง? เด็นนิ่งคนหน๊ายยอ่ะ? 」

 

「 หมูเองครับ 」

 

「 อ่า งั้นนนรอออแปบน๊ะ 」

 

เมื่อรอสักพัก เสียงแก๊กของประตูที่กำลังเปิดก็ดังขึ้น

 

ใบหน้าแดงๆที่กำลังเมาแอ๋ของอาจารย์ก็ได้ปรากฏออกมา อึ้ก เหม็นเหล้าอ่ะ ท่าเดินก็ดูโครงเครง สมแล้วที่ไปกินเหล้ามา จะว่าไปทำไมถึงบอกว่าหมูแล้วเข้าใจอ่ะ ก็จริงว่าบอกแบบนี้มันจะไวกว่า  การไดเอ็ตก็ผ่านมาแล้ว 3 สัปดาห์ เครื่องแบบก็ถูกทำให้ไซส์เล็กลง  อีกไม่นานก็จะสามารถใส่เครื่องแบบไซส์มาตรฐานได้แล้ว ใกล้จะจบการศึกษาของการเป็นหมูแล้วนะ!!

 

「 มีอาไรรร เด็นนิ่งงง อาจารย์ตอนนี้กำลังม้าวว มาพรุ่งนี้เหอออ 」

 

「 อาจารย์โรโกะโมโกะ ก่อนหน้านี้ในชั่วโมงเรียนได้พูดไว้สินะครับ? 」

 

「 อ่อออ ทำไมหรอออ? 」

 

อาจารย์ที่กำลังโยกไปโยกมามองมายังผม

 

「 จดจำเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด 30 ครั้ง ดูเหมือนว่าผมจะรู้สึกถึงคำตอบนั้นแล้วครับ 」

 

เอาล่ะ มาคุยกันเถอะ

 

แน่นอนว่า มันเป็นเรื่องที่ผมเล็งไว้ตั้งแต่แรกแล้ว

 

「 เหหหห๋  คำพูดของปู่ถูกต้องงั้นหรอเนี่ย 」

 

อาจารย์โรโกะโมโกะหัวเราะออกมา  บรรยากาศรอบๆก็ได้เปลี่ยนไป ดวงตาทั้งสองได้ดูจริงจังขึ้นมัน ทันใดนั้นไม้เท้าที่กระเป๋าเสื้อโค้ดก็ได้ถูกหยิบออกมา อาจารย์ได้เริ่มท่องคาถาชี้ไม้เท้ามายังผม? อะ..อะไร ตั้งใจจะใช้เวทมนตร์ในสถานที่แบบนี้หรอ เพื่อตอบโต้อาจารย์ผมก็ได้หยิบไม้เท้าออกมา ไม่ไหว ไม่ทันการแล้ว ชิ ในสถานการณ์แบบนี้ใช้พลังของ อัลโต้ อันจู ไม่ได้

 

「 ดินเอ่ย น้ำเอ่ย จงกลายเป็นโคลนอันศักดิ์สิทธิ์! จงผูกมัดเด็กเวรแสนจองหอง! Mix Blind! 」

 

「 ---อึก 」

 

การรวมตัวกันของดินและน้ำ เชือกแห่งโคลนได้ผนึกการเคลื่อนที่ผมไว้

 

ตั้งแต่ที่ผมถูกมัดด้วยเวทมนตร์แบบนี้ ผมจะไม่สามารถทำอะไรได้เลยถ้าผมไม่มีไม้ท้า

 

ผมจ้องไปยังอาจารย์โรโกะโมโกะ  อาจารย์เริ่มเกาหัวแกร่กๆ ขณะที่ถอนหายใจออกมา  นั่นมันความรู้สึกของทางนี้ต่างหาก ผมมาอย่างสันตินะ เห้ยอาจารย์

 

「 เฮ้อ อยู่ดีๆก็สร่างเมาเลย  แม้จะเป็นนักเรียนแต่ถ้านายกลายเป็นศัตรูละก็อาจารย์คงลำบากมากเลย  นี้คือการตักเตือน สโลว เด็นนิ่ง ในตอนนี้ไม่ต้องมาแก้เวทมนตร์นั้นเลย แกน่ะในชั่วโมงเรียน ช่วยเหลือนักเรียนที่ชอบทำตามใจตัวเองอยู่หลายๆครั้ง อาจารย์น่ะเป็นหนี้บุญคุณแกอยู่หลายอย่าง แต่ว่าเรื่องนั้นกับเรื่องนี้มันคนละเรื่องกัน ตอบคำถามของอาจารย์มาอย่างตรงๆซะ 」

 

「 …จะเอาสินะครับอาจารย์  ไม่สิ นี่มันไม่ใช่แค่เพียงพลังของอาจารย์คนเดียวสิน่ะ 」

 

แย่ละ นี่มันอันตราย

 

เผลอดูถูกพลังของอัศวินองรักษ์ไป

 

นี่มันไม่ใช่แค่เพียงการผูกมัดของ Mix Blind ธรรมดา เขาอาจจะใช้เวลาหลายชั่วโมงเพื่อเสริมเวทมนตร์นี้โดยการผสมผสานระหว่างน้ำและดิน ดังนั้นมันเป็นเวทมนตร์ที่ใช้จับตัวผู้ใช้เวทมนตร์สายลมแบบผมโดยเฉพาะเลย แต่นี่ไม่ใช่พลังของอาจารย์คนเดียว ภูติแห่งน้ำที่มีพลังมากให้อาจารย์ยืมพลัง เป็นเวลานานมากแล้วที่ไม่มีใครที่สามารถใช้ภูติแห่งน้ำที่แข็งแกร่งในสถาบันเวทมนตร์คุรูซชูเลย

 

…ไม่สิ มีอยู่คนหนึ่ง ผมค่อยๆนึกออกมา

 

จะว่าไปอัศวินองรักษ์ที่ทำงานร่วมกับอาจารย์โรโกะโมโกะที่ได้ถูกดึงตัวมาโดยผู้อำนวยการ

 

「 งั้นก็เริ่มจากข้อความที่ฝากมาจากผู้อำนวยการ อาจารย์น่ะได้รับฝากคำพูดของปู่มาอยู่หนึ่งอย่าง 」

 

โธ่เว้ย เอาไม่ออก อาจารย์โรโกะโมโกะ  ที่ทำมาเป็นเมาเพราะดื่มเหล้าเนี่ยทั้งหมดนั้นเป็นการแสดงงั้นหรอ? ดูเหมือนว่าจะเตรียมแผนรอผมเอาไว้แล้วสินะ เฮ้อ สมแล้ว ผมไม่รู้สึกตัวเลยสักนิด

 

อาจารย์ ลักษณะการพูดยังดูปกติอยู่ แหวะ เหม็นเหล้า ที่บอกว่าเมาเนี่ยตอแหลทั้งเพเลยสินะ

 

แล้วคำพูดที่ผู้อำนวยการฝากมาให้ผม มันคืออะไรอ่ะ

 

「 ตัวสร้างปัญหาอันดับหนึ่งในประวัติศาสตร์ของสถาบันเวทมนตร์ที่รู้จักกันในชื่อ ขุนนางอู๊ดๆ ไม่สิ อัจฉริยะแห่งสายลมผู้ล่วงหล่น สโลว เด็นนิ่ง 」

 

เออ.. ไม่ได้คล้ายเสียงของผู้อำนวยการเลยนะอาจารย์ เสียงของเขามันต้องสูงกว่านี้อีกนิดนึง ยิ่งกว่านั้นผมเนี่ยนะเป็นตัวสร้างปัญหาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโรงเรียนเวทมนตร์คุรูซชูที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานนี้ เอาจริงดิ นี่มันแย่สุดๆเลยไม่ใช่หรอ ดูเหมือนว่าตัวตนของผมเนี่ยมันจะเป็นตัวปัญหาเอามากๆเลย พนันได้เลยว่ามันมากกว่าที่ผมลำบากในการเปลี่ยนแปลงตัวเองอีก

 

「 จงกลายเป็นดาบแห่งความเที่ยงตรง ทิ้งหน้ากากแห่งความเท็จนั้นทิ้งไป ให้ฉันได้เห็นเด็กอัจฉริยะที่เกิดใหม่-- 」

 

...ผู้อำนวยการ

 

ผมถูกเติบเต็มด้วยความรู้สึกที่อยากกลับไปเป็นตัวของผมอีกครั้งหนึ่ง!

 

ผมคิดว่า ผู้อำนวยการนั้นอยากจะเห็นผมที่เป็นปัญหาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโรงเรียนเติบโตออกสู่โลกภายนอกด้วยที่นั่งชั้นพิเศษ

 

ทำไมผมถึงคิดแบบนั้น? มันก็เพราะว่า มีคนมากมายที่ต่อต้านการเข้าศึกษาในสถาบันเวทมนตร์เพราะชื่อเสียงที่แย่สุดโต่งของผม แต่ว่ามีเพียงผู้อำนวยการคนเดียวที่ยอมรับผมเข้าศึกษา

 

「 …ในฐานะผู้อำนวยการ ฉันต้องการยื่นข้อเสนอให้เธอ ให้ฉันทำให้เธอกลายเป็นอาวุธที่แข็งแกร่งที่สุด」

 

…หือ?

 

นี่มัน….!?

 

Event ของพระเอกไม่ใช่หรอ…..!?

 

มาแล้วเว้ยยยย!!!!!!!!!!!!

 

Translator by アリス ・ ピンク    < Alicez . Pink >




NEKOPOST.NET