[นิยายแปล] ย้อนเวลามาเป็นเจ้าพ่อHollywood ตอนที่ 10 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] ย้อนเวลามาเป็นเจ้าพ่อHollywood

Ch.10 - CH 10 – STARTING POINT


CH 10 – STARTING POINT

 

เจนนิเฟอร์ อนิสตันกำลังยืนรอรถเมล์อยู่ เธอนั้นไม่ได้ผิดหวังจริงๆตัวเธอเพิ่งจบมาจาก

โรงเรียนการแสดงเมื่อปรที่แล้วได้เล่นละครมาสองสามเรื่อง เมื่อได้ยืนเกี่ยวกับการออดิชั่นนี้

โดยบังเอิญเธอได้ส่งใบสมัครไปโดยไม่ได้คาดหวังว่าจะได้บทเลย


 

เมื่อเธอกำลังจะโบกมือเรียกรถก็ได้ยินเสียงเรียกจากทางด้านหลัง เธอหันกลับไปและเห็น

ชายหนุ่มที่มองเธออย่างแปลกประหลาดในระหว่างการออดิชั่น


 

"สวัสดี คุณเป็นใคร ?" เจนนิเฟอร์เพิ่งนึกออกว่ายังไม่รู้ชื่อของเลย


 

เอริกยื่นมืออกมาแล้วกล่าวว่า"สวัสดีคุณอนิสตัน ผมเอริก เอริก วิลเลี่ยม"


 

เจนนิเฟอร์ อนิสตันจับมืออย่างสุภาพแล้วยิ้ม "สวัสดีค่ะ คุณวิลเลี่ยม"


 

เอริกจ้องมองรอยยิ้มของเธออย่างเหม่อลอยและลืมที่จะปล่อยมือของเธอ


 

"คุณวิลเลี่ยม เอ่อ...คุณ" อนิสตันรู้สึกถึงความอบอุ่นที่กำลังห่อมือของเธออยู่

เธอตำหนิเขาด้วยสายตา


 

"อ๊ะ ขอโทษที โปรดเรียกผมว่าเอริกเถอะ คุณคิดยังไงบ้างถ้าผมจะเรียกคุณว่าแอนนี่?"

เอริกเอามือเกาหลังหัวแล้วตำหนิตัวเองในใจ ในชีวิตที่แล้วของเขานั้นไม่ได้เป็นเพลย์บอย

แต่ก็ไม่ใช่ไก่อ่อน ที่แสดงอาการเมื่อครู่ออกมาต้องเป็นเพราะฮอร์โมนหนุ่มของร่างใหม่แน่ๆ!


 

อนิสตันมองเขาด้วยความสงสัย "เอริกดูเหมือนพวกเราจะไม่รู้จักกันมาก่อนนะ ?"


 

เอริกจัดท่าทางตัวเองเขาพูดด้วยรอยยิ้มว่า "ตอนนี้พวกเรายังไม่รู้จักกันก็จริง แต่เพื่อนๆทุกคน

ก็เริ่มจากการเป็นคนแปลกหน้ากันมาก่อนไม่ใช่หรอ ? นี่ก็ใกล้เที่ยงแล้วแอนนี้เราไปทานมื้อเที่ยงกันไหม ?"


 

"มันกระทันหันเกินไปเอริก เราแทบจะไม่เคยคุยกันมาก่อนเลยนะ" อนิสตันตอบปฎิเสธ


 

"งั้นโปรดให้ผมไปส่งคุณกลับบ้านนะ" เอริกพูดต่ออย่างราบรื่น


 

"เอ่ออ....เอาแบบนั้นก็ได้" เธอมักปฎิเสธผู้คนเก่ง แต่เธอก็ยังตอบตกลงคำขอของเขาโดยไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม

จริงๆแล้วทำหมดเป็นแผนของเอริก เขาจะถามในสิ่งที่เธอน่าจะตอบปฎิเสธไปก่อน จากนั้นก็ชวนเธอกลับบ้าน


 

(TL:เหมือนจะเป็นหลักจิตวิทยานะ แบบว่าไงล่ะ ถามในสิ่งที่อีกฝ่ายน่าจะตอบปฎิเสธ เมื่อตอบปฎิเสธไปแล้วอีกฝ่ายก็

จะเกิดความรู้สึกเกรงใจเราโดยไม่รู้ จากนั้นขอให้สิ่งที่อีกฝ่ายทำได้ อีกฝ่ายก็จะเกิดความรู้สึกประมาณว่าแค่นี้คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง)


 

หลังจากขึ้นไปบนรถเอริกก็ถามที่อยู่เธอแล้วขับรถมุ่งหน้าไป


 

แอนนิสตันไม่สามารถระงับความอยากรู้อยากเห็นได้เลยถามขึ้นว่า

"เอริก คุณเป็นสตาฟของ 17 Again งั้นหรอ ?"


 

"ใช่ผมเป็นนักเขียนบท แล้วตอนนี้ผมก็เป็นนักแสดงด้วย" เอริกพูดขณะหหมุนพวงมาลัย


 

"โอ้ว มันน่าอัศจรรย์มาก คุณคงจะแก่กว่าฉัน ตอนนี้ ฉันมีเพียงบทบาทเล็กๆในละครเวทีเท่านั้น"

 

เอริกยิ้ม"ผมก็แค่โชคดีมาก เออใช่คุณเล่าให้ผมเกี่ยวกับละครเวทีที่คุณแสดงได้ไหม ?"


 

"ได้แน่นอน" อนิสตันเริ่มพูดอย่างไม่มีที่สิ้นสุดในขณะพวกเขาคุยกันเกี่ยวกับสิ่งที่เธอชอบ

เธอมักจะหัวเราะคิกคักเมื่อเขาแสดงความคิดเห็นออกมา


 

เด็กผู้หญิงวัย 19 ปีเจอกับฝ่ายตรงข้ามที่เป็นเอริกผู้มีวิญญาณเป็นชายวัยกลางตน อนิสตัน

ค่อยๆเปิดใจของเธอมากขึ้นแล้วเริ่มเล่าเกี่ยวกับชีวิตของเธอในลอสแองเจลิส


 

"ฉันต้องเหนื่อยจากการทำงานร้านสะดวกซื้อกว่า 8 ชั่วโมงทุกวัน นอกจากแสดงละครเวที

ก็มีแค้ไปออดิชั่นเป็นครั้งคราว ฉันเชื่อว่าไม่จำต้องพึงพ่อที่ขาดความรับผิดชอบเพื่อประสบความสำเร็จได้"


 

เอริก รู้ว่าในชีวิตที่แล้วของเขา พ่อของอนิสตันได้เริ่มแนะนำเธอเข้าสู่วงการภาพยนต์ในปี 1990 ได้อย่างแม่นยำ

ซึ่งควรจะเป็นในอีก2ปีถัดไปจากตอนนี้ถ้าประวัติศาสตร์ไม่ได้เปลี่ยนแแปลง


 

ในขณะเดียวกันเขาก็จำได้ว่าเจนนิเฟอร์ อนิสตันนั้นไม่พอใจที่พ่อทิ้งเธอกับแม่ไป แต่ในท้ายที่สุด

จอร์น อนิสตันก็เป็นคนที่ทำลายกำแพงระหว่างพวกเขาได้ เขาพยายามทำทุกอย่างเพื่อแก้ไขความสัมพันธ์

ระหว่างตัวเขากับลูกสาว เขายืนกรานว่าจะช่วยเด็กผู้หญิงหัวแข็งคนนี้อย่างถึงที่สุดจนเธอได้รับบทบาท

ในซีรี่ย์เรื่อง Friends ตอนนั้นอนิสตันอายุใกล้จะ25ปีแล้ว ในฮอลลีวู้ดเป็นที่รู้กันดีว่าหากอายุ30แล้วยัง

ไม่ประสบความสำเร็จคุณก็หมดหวังได้แล้ว อนิสตันนั้นโชคดีมาก


 

เอริกพยายามทำตัวให้ดูดีแล้วพูดว่า "การออดิชั่นของคุณทำได้ดีแล้ว แค่เพียงผู้หญิงที่ออดิชั่นก่อนหน้าคุณ

เธอทำได้ดีมากจริงๆเท่านั้น"


 

เมื่อพูดถึงเรื่องการออดิชั่น อนิสตันก็เงียบไปหลังจากนั้นไม่นานเธอก็ถามอย่างนุ่มนวลว่า

"เอริกบทของแม็กกี้มันได้ถูกตัดสินก่อนที่จะถึงตาฉันเข้าออดิชั่นแล้วใช่ไหม ?"


 

"ผมต้องเลยนะว่าแอนนี่คุณเดาเก่งๆจริง"


 

"มันก็แค่ทุกคนดูฟุ้งซ่านคุณก็ด้วยทั้งหมดดูเหมือนจะทำให้มันจบๆไป"


 

เอริกพูดขึ้นว่า "ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ดรูว์ แบร์รีมอร์ น่าจะได้รับบทแม็กกี้"


 

"ดรูว์ แบร์รีมอร์ สาวน้อยน่ารักจากเรื่อง E.T ? เธอน่าจะอายุแค่ 13ปีนี่ แม็กกี้เป็นนักเรียนมัธยมปลาย

ที่กำลังจะเรียนจบไม่ใช่หรอ ?"


 

เอริกถามด้วยความแปลกใจ "แอนนี่คุณไม่ได้เห็นดรูว์ในห้องพักห่รอ?ถึงจะอายุแค่13ปี แต่เธอก็ดูโตมากเลย"


 

อนิสตันยิ้มอย่างขมขื่น"เอ่อ เพื่อให้มาได้ในวันนี้ฉันเลยเปลี่ยนกะกับเพื่อนร่วมงานคนหนึ่ง ฉันทำงาน

จนถึงช่วงสายวันนี้เลยหละดังนั้นก็เลยมาสาย"


 

"ผมเข้าใจล่ะ ผมมีอะไรจะบอกคุณ แต่ผมไม่ทราบว่าจะเริ่มพูดยังไงดี...."


 

อนิสตันมองเขาอย่างแปลกใจ "มันคืออะไรหรอ?"


 

"หลังจากที่คุณออกไป...คนอื่นๆเขาสังเกตเห็นว่า ผมชอบคุณมาก"


 

ริมฝีปากอนิสตันโค้งเป็นรอยยิ้มเธอพูดว่า" แล้ว....ไงต่อหละ?"


 

"เจมที่เป็นโปรดิวเซอร์หนังเรื่องนี้เขาบอกว่า โลกนี้มันกว้างใหญ่และถ้าคุณพลาดโอกาสจากผู้หญิง

คนหนึ่งบางทีคุณอาจจะไม่ได้รับโอกาสนั้นอีกครั้งดังนั้น เขาก็เลยสนับสนุนให้ผมไล่ตามคุณไป

เขายังบอกอีกว่าเขาจะให้บทเล็กๆน้อยๆกับคุณ เพื่อให้สามารถติดต่อกันได้อีก"


 

เอริดคิดอย่างเงียบๆในใจว่า ขอโทษที่ขายคุณนะพี่ชายเจม เพื่อคว้าหัวใจหญิงสาวให้ได้มันไม่ใช่ง่าย


 

"อ้ะ.นั่นมันก็....ฉะ..ฉัน-" อนิสตันได้รับคำสารภาพอย่างกะทันหันจากเอริกเธอรู้สึกหวานเล็กน้อยในใจ


 

(TL:ไหนพี่แกบอกชาติก่อนไม่ใช่เพลบอย แต่เท่าที่เห็นอย่างเชี่ยวเลยนะ)


 

เมื่อเห็นความตื่นตะหนกของเธอเอริกรีบพูดเพิ่มว่า "นี่คุณไม่ต้องรู้สึกลำบากใจแอนนี่ เราเป็นเพื่อนกัน

เพื่อนต้องช่วยเพื่อนมันเป็นเรื่องปกติ บทเล็กๆที่ผมพูดถึงคือบทหนึ่งในเพื่อนสนิทของแม็กกี้ที่มีฉากออก

เพียงไม่กี่ฉากเท่านั้น ถ้าคุณยอมรับมันจะช่วยเพิ่มโอกาสให้เมื่อคุณไปออดิชั่นที่อื่น เพราะผมเชื่อมั่นว่า

ผลงานของผมจะทำได่ดีในบ็อกซ์ออฟฟิศ"


 

"ขอบคุณจริงๆเอริก ฉันไม่รู้จะพูดยังไงดี"


 

พวกเขาขับรถต่อไปอีกประมาณสิบนาที  อนิสตันชี้ไปที่สี่แยกแล้วพูดว่า "เอริกจอดรถตรงนั้น"


 

รถหยุดลงตรงซอยแคบๆทั้งสองตกอยู่ในความเงียบ ที่จริงอนิสตันยังไม่อยากออกไปตอนนี้

และเอริกก็ไม่โง่พอที่จะปล่อยเธอหลุดมือไป พวกเขานั่งเงียบๆบรรยากาศนั้นดูครุมเครือ


 

ในที่สุดหลังจากรวบรวมความกล้าอนิสตันก็พูดว่า "เอริกไปทานมื้อเที่ยงกัน ฉันจะขอเลี้ยงอาหารคุณนะ

มีร้านอาหารเล็กๆใกล้ๆนี้ฉันมักจะไปกินที่นั้นบ่อยๆ"


 

เอริกถอนหายใจด้วยความโล่งอกและตอบว่า"ผมจะทำแบบนั้นได้ยังไง ผมจะจ่ายเงินเองไปกันเถอะ"


 

.......


 

ในท้ายที่สุดอนิสตันยอมรับบทบาทนี้และในระหว่างการเตรียมตัวาหรับการถ่ายทำ

ทั้งสองคนได้คุยโทรศัพท์กันทุกวัน เธอบอกเขาเกี่ยวกับคนที่ถูกจับได้ว่าขโมยของ

ในร้านสะดวกซื้อที่เธอทำงานอยู่และบอกเขาว่าวันนั้นเธอจามทั้งวันเลย


 

เอริกไม่ได้พูดถึงปัญหาชีวิตของตัวเองและพูดปลอบโยนเธอ เด็กสาวนั้นออกจากบ้าน

มาอยู่ตัวคนเดียวแม้จติดต่อกับคนมากมายแต่เธอก็ไม่มีใครไว้วางใจได้อย่างเอริก

เขากลายเป็นที่พึ่งทางใจให้เธอ เอริกรู้ว่าถ้าเขาชวนเธอมาอยู่ด้วยเธอจะมาอย่างแน่นอน

 

แต่เขาไม่ต้องการเร่งความสัมพันธ์ระหว่างเขากับอนิสตัน มันอาจสร้างความอึดอัดได้


 

ในช่วงเวลานี้อีกโครงการหนึ่งก็ได้เสร็จสิ้น: นวนิยายจูราสสิก พาร์ค ครึ่งเดือนให้หลังจาก


 

ที่เขากับไมเคิลเซ็นสัญญากัน ในที่สุดพวกเขาก็ได้พิมพ์หน้าปก เป็นรูปทีเร็กขนาดใหญ่

เหวี่ยงรถออกจากถนน เขาได้ความนี้จากฉบับภาพยนต์และไมเคิล ไครชเองก็ชอบ

ในเป็นภาพนั้นดูเหมือนเป็นการปะทะกันของยุคดึกดำบรรพ์และยุคสมัยใหม่


 

เอริกขอสำเนาเล่มหนึ่งและได้มอบให้กับอนิสตัน การกระทำที่สุภาพและดูเอาใจใส่ของเขา

ทำให้หญิงสาวที่ขาดพ่อตอนเด็กนั้นรู้สึกเติมเต็ม


 

หลังจากได้รับหนังสือเรื่องจูราสสิก พาร์ค อนิสตันรู้สึกตกตะลึงกีบพรสวรรค์ของเอริก

เขาทั้งสามารถเขียนและแสดงได้ ในหัวใจของเธอเอริกถูกติดป้ายว่าเป็นอัจฉริยะ เมื่อ

เธอมองมาที่เขามันดูมีความเคารพบูชาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

 

.........


 

ขณะที่ 17 Again กำลังเตรียมการถ่ายทำ เอริกได้ช่วยคัดเลือกนักแสดง

บทบาทลูกชายของไมค์นั้นตกไปอยู้ที่ แบรด พิตต์ ในที่สุดพวกเขาไม่ได้เลือก เบรค ควินน์


 

ตั้งแต่ที่เขาได้พบกันอนิสตันเอริกไม่เคยคิดจะปล่อยให้เบรด พิตต์ได่แต่งงานกับเธอ

เช่นเดียวกับในชีวิตที่แล้วของเขา


 

เอริกคิดว่าถ้าได้เป็นผู้กำกับเขาก็จะไม่ให้เขาได้แสดงร่วมกับแองเจลิน่า โจลี่ด้วย


 

(TL: เผื่อใครไม่รู้นะครับ แบรด พิตต์นั้นเคยได้แต่งงานกับอนิสตัน แบรตได้ร่วมแสดงเรื่อง

MR&Ms Smit คู่กับโจลี่ ทั้งคู่ปิ้งกัน แบรดนอกใจทั้งที่ในตอนนั้นกำลังแต่งงานอนิสตันอยู่)


 

16 สิงหาคม 1988 หลังการเกิดใหม่ของเอริก การถ่ายทำภาพยนต์เรื่องแรกในชีวิตของเรา

ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว

 



NEKOPOST.NET