[นิยายแปล] การสร้างเมืองของท่านจอมมาร ตอนที่ 9 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] การสร้างเมืองของท่านจอมมาร

Ch.9 - ตอนที่8 ปืนลูกซอง


สิ่งที่ผมสร้างให้จิ้งจอกสวรรค์คือ...

เรมิงตัน M870P
ความยาว1060mm น้ำหนัก3.6kg ลำกล้องขนาด12เกจ(18.1mm) บรรจุกระสุนได้หกนัด

ปืนแบบโยนลำชิ้นเอก
เรมิงตัน M870 ปืนลูกซองแบบดั้งเดิมที่มีประสิทธิภาพและความทนทานสูงที่หลายๆประเทศในโลกหลงรัก โดยชิ้นนี้เป็นโมเดลแบบที่เพิ่มจำนวนกระสุนเข้าไป
จิ้งจอกสวรรค์เอานิ้วเข้าในในโกร่งไกแล้วควงปืนไปมา

"แท่งเหล็กนั่นอะไรน่ะ? เท่าที่มองก็ไม่เห็นมีพลังเวทอะไร แต่คงไม่ใช่แท่งเหล็กเฉยๆสินะ"
"ลองดูต่อไปสิ"

ตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว จิ้งจอกสวรรค์ก็ทำท่าสนใจที่จะได้ลองยิงเรมิงตัน M870P
สำหรับเธอแล้วปืนอันร้ายกาจนี้ก็แค่ของเล่นน่าสนุกชิ้นหนึ่ง

พวกเราทั้งสี่คนเดินทางไปวังวนแห่งความวุ่นวาย
มีอสูรเกิดขึ้นมาแล้ว แล้วก็กำลังหลับอยู่ใกล้ๆวังวน
ระยะห่างประมาณ50เมตร
อสูรสุนัขที่มีแผงคอสีแดง  โอลโทรอสระดับC

"โอลโทรอสระดับCที่เกิดมาแบบจำกัดเลเวลเกิดมาจะมีเลเวลอยู่ที่ประมาณ40-50 ถ้าคิดถึงความต่างของระดับ และความต่างของสเตตัสหนูจิ้งจอกสวรรค์ก็คงจะเสียเปรียบ แต่ด้วยพลังพิเศษที่ทรงพลังแล้วความเสียเปรียบนั้นคงจะเหลือนิดเดียวละนะ"

ให้พูดในทางกลับกัน ทั้งที่เลเวล1แท้ๆแต่จิ้งจอกกลับมีพลังต่อสู้ขนาดนั้นเป็นเรื่องที่ผิดปกติ
นี่เหรอคือสิ่งที่เรียกว่าระดับS
ถ้าเกิดมาแบบจำกัดเลเวลจะออกมาขนาดไหนกันนะ?

"เอาล่ะ ถ้าจัดการโอลโทรอสได้แบบไม่ใช้เวทมนตร์ล่ะก็ จะอนุญาตให้ไปล่าที่[ถ้ำบัวแดง]ได้"

พอได้ยินแบบนั้นแล้ว จิ้งจอกสวรรค์ก็ทำตาเปล่งประกายแล้วกำมือ

"ย้า~♪ หนูจะเก็บเลเวลให้สูงๆเร็วๆ จะได้ช่วยคุณพ่อได้ค่ะ"

เธอพูดด้วยความดีใจ
จิ้งจอกสวรรค์สูดหายใจเข้าลึกๆ
แล้วก็ใส่กระสุนสำหรับปืนแบบโยนลำ แล้วก็มีเสียงกิ๊กดังออกมา
แล้วก็พุ่งไปยังศัตรูที่จ้องไว้

โอลโทรอสที่มีแผงคอสีแดงก็รับรู้ถึงจิ้งจอกสวรรค์ได้ด้วยพลังการสัมผัสอันตราย
ตามจริงแล้วจิ้งจอกสวรรค์ถนัดการใช้เวทไฟ สามารถโจมตีได้ตั้งแต่ระยะไกลๆ แต่ว่าตอนนี้จะต้องสู้โดยคิดว่าศัตรูมีความต้านทานไฟสูง
จึงไม่สามารถที่จะใช้ไฟได้

ฝ่ายที่โจมตีก่อนก็คือ โอลโทรอส
มันเปิดปากออกกว้าง จิ้งจอกสวรรค์เลี้ยงตัวหลบไปข้างๆทันที หินที่อยู่ข้างหลังเธอระเบิดแตกละเอียด
เวทโจมตีของโอลโทรอส [กึกก้องกัมปนาท] 
ตามชื่อของมัน เป็นการคำรามมวลเสียงที่มีความถี่สูง เนื่องด้วยเป็นการโจมตีด้วยเสียงที่มองไม่เห็นทำให้ยากที่จะหลบ
แต่ว่าจิ้งจอกสวรรค์น่ะ

"ทำอะไรจิ้งจอกสวรรค์ไม่ได้หรอก อีกห้าก้าวเท่านั้น"

[กึกก้องกัมปนาท]ที่ถูกปล่อยออกไปเรื่อยๆ ค่อยๆเบาลงเรื่อยๆ
โอลโทรอสปิดปากลง ใช้เวทจบแล้วเหรอ? พอคิดแบบนั้นจิ้งจอกสวรรค์ก็เดินต่อไป ตรงตำแหน่งที่เธอเคยอยู่ก็มี[กึกก้องกัมปนาท]พุ่งผ่านไป  

บางทีการที่โอลโทรอสเปิดปากจะเป็นการหลอก
การเปิดปาก เป็นกับดักอันร้ายกาจเพื่อที่จะจัดการเหยื่อที่คิดว่าจะโดนเป่าไปทางนั้นแน่ๆ
แต่ว่าจิ้งจอกสวรรค์ก็มองออกตั้งแต่แรกเห็น 

ความลับก็คือสกิลของจิ้งจอกสวรรค์ [มองอนาคต] จิ้งจอกสวรรค์สามารถรู้สึกถึงโลกในอีกหลังหนึ่งวินาทีได้ แล้วก็อีกหนึ่งสกิล ด้วย[การตอบสนองขั้นสุดยอด] ทำให้เธอสามารถตอบสนองกับภัยในอีกหนึ่งวินาทีได้ 

การทำอันตรายให้แก่จิ้งจอกสวรรค์ที่มีสกิลทั้งสองนี้ได้นั้นเป็นที่เรื่องยาก การที่จะโจมตีเธอนั้นมีแต่ต้องโจมตีแบบที่ถึงจะมองเห็นก็ไม่อาจจะโต้กลับได้เท่านั้น
ดังนั้น ถึงจะแค่หนึ่งวินาที ถ้ามีความเร็วสุดยอดของจิ้งจอกสวรรค์กับ[การตอบสนองขั้นสุดยอด]อยู่ล่ะก็จะล่าได้อย่างง่ายดาย

"อีกก้าวเดียว!"

เหลือระยะห่างกับโอลโทรอสอีกเพียง10เมตร จิ้งจอกสวรรค์หยุดเท้าลง แล้วก็จับไปที่ปืนลูกซอง... เรมิงตันM870P
จิ้งจอกสวรรค์ตัวเล็กดูไม่เหมาะกับตัวปืนที่ยาว 

"จะใช้อาวุธของคุณพ่อแล้วนะคะ"

จิ้งจอกสวรรค์เหนี่ยวไกปืน
ระยะแค่สิบเมตรนั้นอยู่ในระยะยิงที่ดี ถึงลูกซองจะมีความแม่นยำที่ต่ำก็เถอะ แต่ในระยะห้าสิบเมตรก็มีอำนาจการฆ่าเพียงพอที่จะส่งกระสุนไปถึง

ให้พูดจริงๆแล้ว ถึงจิ้งจอกสวรรค์จะไม่เข้าไปใกล้ก็สามารถโจมตีตั้งแต่แรกได้เลย แต่ว่าการเข้าไปใกล้ก็เพื่อที่จะฆ่าได้อย่างแน่นอน 

กระสุนระเบิดออก ห่าสะเก็ดกระเด็นไปโดนโอลโทรอส
โอลโทรอสหลบไปข้างๆด้วยสัญชาตญาณ แต่ว่าการจะหลบนั้นเป็นไปไม่ได้จึงโดนเข้าไปหลายนัด แล้วก็กลิ้งไปด้วยเลือดที่ท่วมตัว 

"นั่นมันอะไรน่ะ"

มัลโก้ที่ทำหน้าตกใจก็มองไปที่ลูกซองของจิ้งจอกสวรรค์ 

"อาวุธที่ใช้สกิลพิเศษของผมสร้างขึ้นมาน่ะ"
"ทั้งที่ไม่รู้สึกถึงพลังเวทสักนิด แต่พลังทำลายนั่น น่าตกใจเลยล่ะ"
"ไม่ใช่พลังเวทแต่เป็นพลังวิทยาศาสตร์น่ะนะ"

จิ้งจอกสวรรค์ขยับเข้าไปใกล้โอลโทรอสที่ปลิวออกไป
แล้วก็ คันชักส่วนล่างของปืนก็ขยับดังกึ๊ก เป็นการโหลดกระสุนนัดถัดไป
เข้าไปที่ระยะศูนย์

แล้วก็ยิงซ้ำเข้าไป
รอบนี้กระสุนไม่ได้แตกออก กระสุนบินพุ่งตรงเข้าไปยังหัวของโอลโทรอส แล้วหัวของมันก็ปลิวขึ้นไปข้างบน 
โอลโทรอสก็หายไปเป็นประกายสีฟ้า

ที่ใช้ตอนนี้คือ กระสุนโดด
ถ้าให้พูดในคำเดียว กระสุนที่มีขนาดใหญ่ ก็จะมีพลังทำลายที่เหนือคำบรรยาย
รถหุ้มเกราะเอง ก็ถูกทำลายแหลกได้โดยแอนตี้แมททีเรียล ไรเฟิลนัดเดียว
ลูกซองที่จิ้งจอกสวรรค์ถืออยู่เอง ก็เป็นแบบโหลดกระสุนโดดกับกระสุนปรายสลับกัน

เป็นกลยุทธ์ที่จะใช้กระสุนลูกปรายในการหยุด แล้วก็ใช้กระสุนลูกโดดยิงทะลวงเข้าไป

"คุณพ่อ จัดการได้แล้วค่ะ!"

จิ้งจอกสวรรค์โบกมือมาด้วยท่าทางภาคภูมิ
พอดูสเตตัสของเธอ เลเวลก็ขึ้นมาสามเลเวล
เพราะว่าจัดการโอลโทรอสเลเวล50ได้ ก็เลยพัฒนาอย่างพุ่งพรวด

"ทำได้ดีมาก จิ้งจอกสวรรค์ มาให้ชมใกล้ๆสิ"
"ย้า~♪"

จิ้งจอกสวรรค์เอาสายรัดลูกซองพาดบ่าเสร็จแล้ว ก็เข้ามากอดผมแล้วสะบัดหางไปมา
พอผมลูบหัวเธอ หางก็ขยับเร็วขึ้น
มัลโก้ก็พูดออกมาด้วยสีหน้าแปลกๆ

"อย่างนี้นี่เอง ถ้าเป็นอย่างนี้ถึงจะไม่ใช้ไฟก็คงจัดการได้แน่ๆ มีพลังโจมตีที่น่าทึ่งดีนะ อาวุธนั่นน่ะ"

โลกนี้ก็มีวิธีการคิดพลังโจมตีอยู่ สเตตัสของเจ้าตัว+พลังของอาวุธ
พูดก็คือ แม้จะเป็นปืนแต่ก็ไม่ใช่ว่าจะมีพลังทำลายเท่ากันทุกคน

แต่ว่า พลังโจมตีของปืนน่ะสูงเกินไประดับที่ถึงจะไม่ใช่มอนสเตอร์ที่มีสเตตัสสูงก็สามารถแทนที่สเตตัสของผู้ถือได้เลย
เพราะฉะนั้นกองทัพสเกลตัน ถ้าใช้ปืนล่ะก็ระดับCหรือระดับGก็ไม่ต่างกัน

"ไม่ใช่แค่เหรียญแต่สกิลพิเศษก็ดีไม่แพ้กันเหรอเนี่ย"

เธอพูดออกมาด้วยใจจริง
แต่พลังนี้ก็ขึ้นอยู่กับการประยุกต์ใช้ 

"ถ้าเป็นแบบนี้ล่ะก็พรุ่งนี้ก็น่าจะไปที่[ถ้ำบัวแดง]ได้แล้วล่ะ แต่ว่าเพื่อให้วางใจได้ เธอกับจิ้งจอกสวรรค์ไปเก็บเลเวลให้ถึงสิบซะ ถึงตอนนี้จะชนะได้ก็เถอะ แต่ถ้าสู้กับอสูรระดับCขึ้นไป ถ้าโดนจัดการครั้งเดียวก็คงจบเห่ โดยเฉพาะพวกนายตอนนี้ที่มีแค่สองคนก็ควรจะมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนไว้"

อย่างที่เธอพูด ถ้าโดนโจมตีใส่ละก็คงดูไม่ได้แน่。
ถึงจะชนะได้ แต่ถ้าโดนตีทีเดียวก็จบ การล่าแบบนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับการฆ่าตัวตาย

"ก็คงต้องทำตามนั้นล่ะนะ จิ้งจอกสวรรค์ จนกว่าจะถึงเลเวลสิบจงมาสู้กับอสูรที่ออกมาจากวังวนแห่งความวุ่นวายทุกวันซะ"
"บู๊~ จิ้งจอกสวรรค์อยากจะแข็งแกร่งไวๆแท้ๆอะ"

จิ้งจอกสวรรค์พองแก้มออกมาด้วยความไม่พอใจ
ผมยิ้มเจื่อน แล้วก็ใช้[สร้าง]สร้างคาราเมลออกมา แล้วป้อนไปที่ปากเธอ
ตอนแรกจิ้งจอกสวรรค์ก็ทำท่าตกใจ แล้วก็เปลี่ยนเป็นหน้าพอใจ แล้วก็เอาจับแก้มเคี้ยวคาราเมลไปมา
ดูเหมือนว่าจะลืมความไม่พอใจเมื่อกี้ไปแล้ว ตกอยู่ในภวังค์คาราเมลโดยสมบูรณ์

"เหรียญแห่ง[การสร้าง]เองก็น่าตกใจพอแล้วแท้ๆ ยังสร้างอาวุธแบบนี้ออกมาอีก ไม่ใช่แค่พลังของเจ้าตัว ยังมีพลังที่จะเสริมความแข็งแกร่งให้เหล่าอสูร เธอนี่จะต้องเป็นจอมมารที่สุดยอดแน่นอน"
"ผมเองก็คิดแบบนั้น แล้วพลังของมัลโก้คืออะไรเหรอ? ผมเองก็บอกพลังตัวเองแล้ว ช่วยบอกมาบ้างได้ไหม?"

มัลโก้ทื่ได้ยินคำถามของผมก็ทำท่าคิดนิดหน่อย
แล้วก็ในที่สุดก็พูดออกมา

"พลังของฉันคือการแปลงเป็นหมาป่าสีขาวล่ะ เป็นพลังง่ายๆ ที่ช่วยเพิ่มพลังร่างกายกับพลังฟื้นฟูแค่นั้นเอง"
"เพราะว่าง่ายๆก็เลยเป็นพลังที่ดีจังเลยนะ"
"ก็นะ เพราะพลังนี้ล่ะ ก็เลยไม่เคยแพ้ใครเลย ไม่ว่ามนุษย์หรือจอมมารเอง"

กับจอมมารเอง พอได้ยินคำนั้นผมก็รู้สึกตัวนิดหน่อย
เป็นไปตามที่คาด จอมมารเองก็มีการสู้กันเองเหมือนกัน

"ที่[ถ้ำบัวแดง]เอง ถ้าเพิ่มจำนวนอสูร แล้วก็มีกำลังรบพร้อมแล้ว จะบุกเข้าไปทำลายคริสตัลเลยก็ได้นะ"
"ทำไมถึงจะต้องทำลายที่ล่าที่ค่อนข้างสะดวกด้วยล่ะ"

ทำไมกัน ทั้งใช้เพิ่มเลเวลโดยการจัดการอสูรได้ แถมเป็นการเก็บDPอ้อมๆได้อีก 
มีดันเจี้ยนที่ใช้ได้ตามใจก็น่าจะดีกว่าแท้ๆ 

"การทำลายคริสตัลน่ะนะ จะทำให้สามารถสร้างเหรียญของจอมมารเจ้าของคริสตัลได้ ก็เลยมีจอมมารที่ทำลายคริสตัลของจอมมารที่ยังมีชีวิตอยู่เพื่อการนั้นเองก็มีเหมือนกัน"
"...ถ้าคำพูดนั่นจริงล่ะก็ ผมเองก็คงแย่จริงจังแล้วละนะ รู้สึกจะเป็นเป้าหมายได้ตลอดเลย"
"เพราะฉะนั้น [การสร้าง]ของนายน่ะก็เก็บเป็นความลับให้ดีๆล่ะ"

ผมพยักหน้า
ถ้าคริสตัลถูกทำลายถึงจะยังมีชีวิตอยู่ แต่พลังของจอมมารก็จะหายไป
แล้วก็...

"คุณพ่อ เจ้านี่หวานอร่อยจัง ขออีกชิ้นได้ไหมคะ!"
"อืม ได้สิ เอ้า"
"ขอบคุณค่ะ! ชอบคุณพ่อที่สุดเลย!"

ไม่อยากเสียเด็กคนนี้ไป
ถ้าคริสตัลถูกทำลาย อสูรที่ให้กำเนิดทั้งหมดก็จะหายไป

"เข้าใจแล้ว จะลองคิดที่จะบุก[ถ้ำบัวแดง]อย่างจริงจังดูสักครั้ง แต่ว่าน่าแปลกนะทำไม[ถ้ำบัวแดง]ยังปลอดภัยดีถึงตอนนี้ล่ะ? การที่มันไม่ถูกทำลายโดยมนุษย์หรือจอมมารอื่นนี่มันน่าแปลกแท้ๆ"

มัลโก้ยิ้มออกมา
แล้วมองบนฟ้าราวกับว่ากำลังนึกถึงอะไรบางอย่าง 

"ถึงตอนนี้ [ถ้ำบัวแดง]น่ะ เหล่าสมุนของจอมมารจะทิ้ง ถูกฆ่า หรือหมดอายุไขไปแล้วก็เถอะ  เมื่อก่อนเองก็มีเหล่าอสูรที่คอยปกป้อง[ถ้ำบัวแดง]อย่างสุดตัวอยู่ พอพวกเขาไม่อยู่แล้ว ฉันก็ปกป้องต่อเอง เพื่อปกป้องคริสตัลแล้วฉันเองก็ให้อสูรระดับAหลายตนคอยเฝ้าอยู่ ที่นั่นเป็นที่ๆฉันไว้ฟาร์มเก็บเลเวลน่ะ ถ้ามายุ่งล่ะก็สงครามเกิดแน่"
"เพราะว่าแหล่งที่ล่าได้ตลอดนี่ก็สำคัญสินะ"

การจัดการอสูรของตัวเองนี่คงจะทำให้รู้สึกแย่มากๆ

"นั่นก็แค่ส่วนแรก จริงๆแล้ว ถึงฉันจะใช้เป็นที่เพิ่มเลเวลของอสูรน่ารักๆของฉันก็เถอะ แต่อีกครึ่งหนึ่งแล้วมันเจ็บปวดน่ะ จอมมารของที่นั่นเป็นเพื่อนที่ดีของฉัน หลักฐานถึงการมีชีวิตอยู่ของเพื่อนคนสำคัญ ถ้ามันต้องหายไปฉันทนไม่ได้หรอก... ถึงอย่างนั้น ฉันก็รู้สึกแปลกๆว่าถ้าเป็นนายล่ะก็ถึงจะทำลายไปก็ไม่เป็นไรหรอก"
"มัลโก้เป็นคนดีจริงๆเลยนะ"
"เอาล่ะ แล้วจะทำยังไงล่ะ เอาเถอะ ไม่ว่าจะทำอะไรวันนี้ก็นอนก่อนเถอะ ถึงจะแปลกแต่อสูรกับจอมมารก็ต้องนอน จิ้งจอกสวรรค์เอง ถ้าเลเวลถึงสิบแล้วก็บอกมาผ่านซัคคิวบัสได้เลย ถึงตอนนั้นแล้วจะพาไป[ถ้ำบัวแดง]ให้"

จบคำพูดนั้นแล้วมัลโก้ก็หายไป
เหมือนจะวาร์ปกลับไปที่ห้องของตัวเอง
พลังที่แท้จริงของปืนลูกซอง เรื่องราวของจอมมาร ได้รู้อะไรเยอะแยะเลย


(ผู้แปล)ขอขอบคุณกระทู้นี้มา ณ ที่นี้
http://topicstock.pantip.com/chalermthai/topicstock/2007/03/A5189326/A5189326.html

 




NEKOPOST.NET