NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] การสร้างเมืองของท่านจอมมาร

Ch.61 - ตอนที่7 จอมมารแห่ง[ความชั่วร้าย]โมลาคุส


ในห้องคริสตัลชั้นลึกสุดของดันเจี้ยนรูปหอคอย จอมมารแห่ง[ความชั่วร้าย]โมลาคุสปีศาจที่มีรูปร่างมนุษย์กำลังเพลิดเพลินกับไวน์ในแก้ว
สิ่งที่กำลังชมอยู่คือภาพที่ภายอยู่ที่คริสตัล
ที่เขาเห็นก็คือห้องแรกในชั้นที่หนึ่งของตัวเองที่กำลังเป็นทะเลเพลิง

"หืม โดนขนาดนี้เลยเหรอ"

ก็คิดไว้อยู่แล้วว่าจอมมารแห่ง[การสร้าง]โพลเคลนั้นแข็งแกร่ง
เพื่อป้องกันการนั้นก็เลยทำการรวมสามคนมาท้าสู้อย่างนี้ แต่ว่าแข็งแกร่งนี้กับไกลจากที่คาดไว้เสียอีก

ในตอนนี้ดัันเจี้ยนของจอมมารแห่ง[ความหนืด]โรโนเวเองก็โดนโจมตีอยู่ อสูรกำลังหลักในห้องแรกก็ถูกขยี้หมดแล้ว ต้องยอมรับเลยว่าโดนบุกเข้ามาได้ง่ายเลยทีเดียว
ไม่น่าเชื่อว่าจะบุกสองดันเจี้ยนพร้อมกัน
แถมยังทำลายล้างกำลังหลักในพริบตา แบบนี้ แผนการสมบูรณ์แบบของ[เหล็ก]...แผนที่ว่าถ้าดันเจี้ยนสักแห่งถูกบุกก็ให้ดันเจี้ยนที่เหลืออีกสองปล่อยกำลังรบจำนวนมหาศาลไปขยี้ก็ต้องเป็นหมันไป

"แบบนี้ใครจะไปคาดการณ์ไว้ได้กันนะ หึ จอมมารแห่ง[กาลเวลา]ในอดีตก็คงจะเห็นเป็นประมาณนี้ล่ะมั้งนะ"

จอมมารแห่ง[ความชั่วร้าย]นั้น มองภาพที่ฉายจากคริสตัลของจอมมารแห่ง[ความหนืด]โรโนเวโดยปีศาจแฝดสี่ แล้วก็พึมพำออกมา
ปีศาจแฝดสี่ที่ให้จอมมารแต่ละคนยืมใช้
พวกจอมมารแห่ง[ความหนืด]กับ[เหล็ก]อาจจะคิดว่าเป็นเครื่องสื่อสารที่สะดวกแต่ความจริงแล้วไม่ใช่
ปีศาจแฝดสีนั้นจะแบ่งปันจิตสำนึกกันตลอด

หมายความก็คือทั้งหมดทุกสิ่งอย่างจะถูกถ่ายทอดมายังตัวเองที่เป็นจอมมารแห่ง[ความชั่วร้าย]
แล้วก็ปีศาจตัวนั้นเป็นแฝดสี่จึงมีอยู่สี่ตน
ตนสุดท้ายนั้นให้ไว้กับพันธมิตรที่แท้จริงไว้
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตน ก็สามารถที่จะส่งข้อมูลของการต่อสู้ครั้งนี้ได้

"พลังของ[การสร้าง]น่าสนใจจริงๆเลยนะ"

ที่ดันเจี้ยนของ[ความหนืด]อสูรจิ้งจอกของโพลเคลได้จัดการกองทัพหลักทั้งหมดด้วยเวทใหญ่เพียงนัดเดียว และยังมีอสูรระดับเดียวกันอีกตนอยู่ในดันเจี้ยนของ[ความหนืด]ด้วย
บางทีอสูรที่ยิมมาจากจอมมารที่มากประสบการณ์มาก็ไม่สามารถหยุดอสูรที่อยู่ในดันเจี้ยนของจอมมารแห่ง[ความหนืด]ได้

เรื่องนั้นก็ไม่ได้จะตำหนิว่าจอมมารแห่ง[ความหนืด]ไร้ความสามารถอะไรหรอกนะ
ง่ายๆคือฝ่ายนั้นแข็งแกร่งเกินไป
ต้องได้ความสามารถแบบไหนกันถึงสร้างอสูรที่ระดับนั้นได้ในเวลาสั้นๆแบบนี้นะ

แล้วก็ที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นคืออาวุธแปลกๆที่ปล่อยจากกริฟฟอนลงในดันเจี้ยนของตน
การให้กำเนิดอสูรที่มีความแข็งแกร่งและระดับที่สูง เรื่องนั้นก็ดี ถึงจะใช้ขู่ได้แต่ยังไงก็ยังมีขีดจำกัดเรื่องจำนวนอยู่ จริงๆแล้ว อสูรที่แข็งแกร่งที่โพลเคลมีก็มีแค่แค่สามตนเท่านั้น
แต่การกระทำของโพลเคลอันเรียบง่ายที่ให้อสูรระดับต่ำถือพลังโจมตีอันโหดร้ายไว้นั้นมันผิดกัน

หลังจากนี้ถ้าโพลเคลมีDPมากยิ่งขึ้น ก็คงจะเตรียมกองทัพกริฟฟอนนั่นได้หลายพันหลายหมื่นแน่ โกเลมที่ขยี้อสูรของจอมมารแห่ง[สายลม]ก็เช่นกัน ในมือหมอนั่นบางทีอาจจะมีการ์ดที่แข็งแกร่งนอกจากนั้นหมอบอยู่อีกด้วย

ถ้าปล่อยโพลเคลไว้จะต้องได้กลายเป็นจอมมารที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ไม่ผิดแน่นอน
มันจะกลายเป็นอุปสรรคต่อความทะเยอทะยานของตัวเองในอนาคตอันไกล

"อยากจะขยี้ทิ้งซะตรงนี้เลยนะครับ"

เพื่อการนั้น จอมมารแห่ง[เหล็ก]ซากัน...ไอ้โง่ที่คิดว่าตัวเองสุดยอดนักหนา ทำการเป่าหูมันเพื่อให้เริ่มสงครามสามรุมหนึ่ง แอบๆบอกให้ใช้วิธีการแหกกฎ แล้วรับหน้าที่เป็นหัวหอกไป

ทำถึงขนาดนี้ ถ้า[สงคราม]จบลงจะได้รับการลงโทษอะไรก็ไม่รู้ แต่[เหล็ก]ที่เป็นต้นตอจะได้รับบทลงโทษที่หนักสุดแน่ ตัวเองก็คงจะจบที่โทษเบาๆ

คิดว้่าไปได้สวยแท้ๆ แต่กลับไม่ได้คิดเลยว่าโพลเคลจะโกงถึงขนาดนี้
ตัวเองก็ยังอ่อนหัดอยู่ ถือเป็นการเรียนรู้ที่ดี

ถ้าเป็นแบบนี้การที่คริสตัลจะถูกทำลายก็ขึ้นอยู่กับเวลา
ความเป็นจริงนั้นไม่เปลี่ยนแปลง ไม่สามารถคิดได้เลยว่าจะแพ้โดยเสียหายเพียงเล็กน้อย
ขณะที่คิดเรื่องนั้นอยู่ ปีศาจแฝดสี่ก็เปิดปากขึ้นมา
ดูเหมือนจอมมารแห่ง[เหล็ก]ซากันจะติดต่อมา

"โมลาคุส มัวทำอะไรอยู่ ได้ยินว่าโรโนเวกำลังถูกโพลเคลบุกอยู่ ทางผมได้สั่งให้พวกอสูรเดินทัพแล้ว นายเองก็รีบให้พวกอสูรโจมตีได้แล้ว"

จอมมารแห่ง[เหล็ก]ทำหน้างี่เง่า แล้วออกคำสั่ง
เป็นคนที่ไม่มีอะไรในสมองจริงๆ
เอาเถอะ ก็ไอ้โง่นี่นะ ก็เลยหลอกได้ง่ายๆ ถ้ามัวแต่ไปบ่นเรื่องนั้นก็คงไม่ได้อะไรขึ้นมา
แล้วก็ เรื่องที่ตัวเองที่คิดเรื่องแบบนั้นเองก็เป็นไอ้โง่ที่อ่านกำลังรบของฝ่ายนั้นผิดก็ไม่เปลี่ยนไปเช่นกัน

"ถึงอยากจะทำมากแค่ไหนก็เถอะแต่ว่ากำลังหลักที่รวมไว้ที่ชั้นแรกถูกทำลายหมดแล้วน่ะนะ โดนบุกเข้ามาพร้อมกับของ[ความหนืด] ท่าทางจะมีกำลังรบเหลือเฟือเลย จอมมารแห่ง[การสร้าง]นี่ค่อนข้างจะตัดสินด้วยตาเปล่าไม่ได้เลยนะครับเนี่ย"

จอมมารแห่ง[เหล็ก]ซากันก็หน้าถอดสีทันที
ดูเหมือนคนขี้ขลาดอย่างเขาจะช็อกอย่างมาก
ดวงตากลอกไปมา เหงื่อก็ไหลออกมา
แต่ว่าก็ไม่มีเวลามารอเขาหายช็อกหรอกนะ

"แบบนี้มันเกินคาดเลยนะครับ จอมมารแห่ง[เหล็ก]ซากัน แผนการณ์ต่อไปล่ะ? [เหล็ก]คนเดียวจะโจมตีได้ไหมนะครับ?"

ไม่มีคำตอบกลับมา
ปากของเบาสั่นไปมา ส่งเสียงพึมพำ พอรับความจริงได้แล้วก็เริ่มพูดอีกครั้ง

"กะ โกหกน่า เจ้าโพลเคลมันไม่น่ามีทางเหลือกำลังรบมาป้องกันแท้ๆ แต่กลับโจมตีสองจุดพร้อมกัน!? แถม[ความหนืด]ยังบอกว่ากำลังหลักทั้งหมดถูกฆ่าไปแล้วด้วย จะบอกว่ามีกำลังรบที่สามารถทำลายล้างกำลังหลักสองจุดได้ต่อหน้าเลยเหรอ!?"
"ก็น่าเสียดายแต่เหมือนจะเป็นเช่นนั้นนะ บางทีแผนการณ์ของทางนี้คงถูกอ่านได้หมดแล้วบางทีเพื่อการป้องกันก็เลยโจมตีเข้ามาแทนก็ได้นะ ถ้าทำลายกำลังรบที่เรารวมไว้ชั้นแรกๆของทางนี้การบุกของเราก็จะเบาบางลง ท่านโพลเคลนี่ช่วงเจ้าอุบายซะจริงนะ แล้วแผนต่อไปล่ะ?"
"น่ะ นั่นมัน เจ้า เจ้าโพลเคลนั่น มะ มันดันมีกำลังรบยิ่งกว่าที่คาดไว้ จะให้ทำแบบตอนแรก ไม่ไหวล่ะนะ ไม่ไหว ไม่ว่ายังไง อืม ตอนนี้คงต้องเสริมการป้องกันอีกสักครั้ง แล้วหยุดแผนการณ์ล่ะนะ"

เสริมการป้องกัน? หยุดแผนการณ์? พูดอะไรออกมากันเจ้าหมอนี่
จอมมารแห่ง[ความชั่วร้าย] พยายามห้ามตัวเองที่คิดจะปล่อยคำพูดต่ำช้าออกไปสุดชีวิต
โง่เง่า ถึงจะคิดว่าโง่เง่าอยู่แล้วก็ไม่คิดว่าขนาดนี้

ป้องกัน ถ้าปล่อยเวลาต่อไปอีกไม่นานกำลังรบที่โพลเคลปล่อนออกไปโจมตีทั้งสองจุดจะต้องกลับไปรวมที่เดิมแน่ เรื่องแค่นี้ลิงมันยังรู้เลย หมอนี่มันโง่กว่าลิงอีกเหรอไง?

"อืม ผมจะถ่วงเวลาเท่าที่จะทำได้ให้ก็รีบบุกเข้าไปเลยนะ [ความหนืด]ก็คงจะทนได้ไม่นานนัก ถ้าพวกผมทั้งสองถูกจัดการ ยังจะมั่นใจว่าจะชนะ[การสร้าง]ที่สามารถใช้กำลังรบทั้งหมดได้อย่างอิสระคนเดียวได้น่ะเหรอ?"

การต่อสู้นี้ไม่ว่ายังไงก็แพ้
เรื่องนั้นไม่มีทางเปลี่ยน แต่ว่าจะให้จบน่าเบื่อแบบไม่ทำอะไรเลยไม่ได้

ผู้สร้างนั้นขี้เบื่อ ถ้าเกิดทำ[สงคราม]ชั้นต่ำให้เห็นล่ะก็บทลงโทษที่เขาจะพิจารณาก็คงจะหนักหนาขึ้นอย่างแน่นอน

จากที่ได้ยินมาจากผู้ปกครอง วงจรความคิดของผู้สร้างนั้นชัดเจนนิดเดียว ขอแค่สนุกจะอะไรก็ช่าง
แค่สักนิด ยังไงก็ต้องทำให้จอมมารแห่ง[การสร้าง]โพลเคลต่อสู้อย่างยากลำบาก
ถ้าไม่พัฒนา[สงคราม]นี้ขึ้นล่ะก็ถึงจะไม่ใช่ตัวการหลักก็ตามแต่สิ่งที่จะรอตัวเองอยู่ก็คงจะเป็นการล่มสลายเป็นแน่แท้

"ให้ผมบุกคนเดียวงั้นเหรอ? น่ะ นั่นมัน ลำบากนิดหน่อย"
"โห ลำบากนิดหน่อย ชนะได้สินะ สมกับเป็นจอมมารแห่ง[เหล็ก]ซากันเลยนะครับ"
"ก็ ก็นะ [เหล็ก]ของผมมีเพื่อการต่อสู้ สกิลพิเศษของผมก็แข็งแกร่งด้วย"

แก้วของ[ความชั่วร้าย]ร้าวออกมา ความอดทนใกล้จะถึงขีดสุดแล้ว สกิลพิเศษของ[เหล็ก]ก็คือสร้างโลหะกับควบคุมโลหะ
สามารถสร้างโลหะได้ตามพลังเวทที่เสียไป ถ้าเขาใช้พลังเวททั้งหมดล่ะก็สามารถสร้างได้แม้แต่ก้อนโอริฮารูกอนขนาดใหญ่ซึ่งเขาภูมิใจกับมันมาก แล้วก็ดูเหมือนจะเอาโอริฮารูกอนทำเป็นอาวุธให้อสูรได้สวมใส่
นั่นมันอะไรกันวะ

ถ้าอยากได้โอริฮารูกอนก็ใช้DPซื้อ[เหมือง]ก็พอแล้ว
อสูรของโพลเคลก็มีอาวุธที่โหดยิ่งกว่าเตรียมอยู่อีกตั้ง"นับไม่ถ้วน"

"จากความคิดเห็นของผมนะครับ ถ้าจะบุกก็มีแค่ตอนนี้เท่านั้น ถึงจะแค่คนเดียวก็ควรจะบุกไปยังดันเจี้ยนของโพลเคลที่กำลังรบเบาบางอยู่นะครับ"

ไม่มีทางอื่นอีกแล้ว ต่อให้รออีกแค่ไหนก็ไม่มีโอกาสที่จะบุกได้อย่างสะดวกสบายหรอก
สักนิดก็ยังดี ต้องเป็นตอนที่อสูรแห่งคำมั่นสัญญาทั้งสามตนของโพลเคลไม่อยู่นี่ล่ะ

"ตะ แต่ว่า หมอนั่นต้องมีอะไรซ่อนอยู่แน่ ต้องค้นหา วิเคารห์ แล้วก็วางแผนให้ได้"

[เหล็ก]มันต้องการจะเสียเวลาอีกเท่าไหร่กัน?
อยากจะถามออกไปแบบนั้น แต่[ความชั่วร้าย]ก็คิดว่าต้องพูดต่อด้วยทางอื่น

"ถึงอย่างนั้นนะครับ ถ้าเกิดแค่[เหล็ก]แล้วไม่มั่นใจล่ะก็ ควรจะใช้อสูรระดับAที่ให้ยืมมาบุกไปเลยนะครับ"
"เรื่องแบบนั้นมัน ถ้าเกิด โดนบุกขึ้นมาล่ะ"
"ถ้าถึงจุดที่โพลเคลทำการบุกดันเจี้ยนแห่ง[เหล็ก]แล้วตอนนั้นก็ได้แต่แพ้ล่ะนะครับ [การสร้าง]น่ะ พอจัดการดันเจี้ยนของผมกับ[ความหนืด]ได้ก็คงจะเสริมการป้องกันทันที ถ้ากำลังรบยังไม่สมบูรณ์ก็คงไม่มาบุกไม่ใช่เหรอ"

เจ้านี้เรื่องแบบนี้ยังไม่เข้าใจอีกงั้นเหรอ!?
แต่ไม่ว่าอยากจะพูดแค่ไหนก็ตามก็ต้องอดทนไว้
อดทน ต้อง อดทนอีก

"ขะ เข้าใจแล้ว แต่ว่า มีเงื่อนไขอสูรทั้งหมดที่นายยืมไปส่งมาให้ผมซะ ! ต่อให้เป็นหมอนั่นในตอนที่เอาไพ่ตายออกไปทั้งหมดตอนนี้คงรับมือการโจมตีของอสูรระดับAแบบพัฒนาได้สองตนไม่ได้หรอก"

ฟู่ ในที่สุดก็รู้สึกตัวแล้วเหรอ
ถ้าพูดไปตั้งแต่แรกก็คงดี แต่ว่า[เหล็ก]ที่มีความหยิ่งทรนงสูงคงไม่ยอมรับแผนการณ์ที่คนอื่นพูดแน่
ถ้าเกิดไม่คิดว่าตัวเองเป็นคนคิดได้ก็คงจะแย่ล่ะนะ

"เป็นความคิดที่ดีนะครับ จะส่งอสูรที่ยืมวาร์ปไปทางนั้นให้ครับ เพื่อให้ต่อให้คริสตัลของผมถุกทำลายก็ไม่หายไปขอเปลี่ยนผู้ปกครองเป็น[เหล็ก]ด้วย"

ด้วยฝีมือของ[เหล็ก]จึงได้ติดตั้งวงวาร์ปไว้ที่ดันเจี้ยนของพวกเรา
ถ้าใช้มันล่ะก็สามารถส่งอสูรให้ยืมได้โดยไม่มีปัญหา
ถึงจะบอกอย่างนั้นอสูรที่ใช้[วาร์ป]ได้ก็มีอยู่แค่ตนเดียว ครั้งหนึ่งก็สามารถใช้[วาร์ป]ได้ประมาณอสูรขนาดใหญ่เท่าคนห้าตน ใช้สามครั้งพลังเวทก็หมดแล้วจึงจะเอามาใช้ง่ายๆไม่ได้

"ดีใจได้เลย ส่วนของพวกไร้ความสามารถของพวกนายผมจะพยายามให้เอง ผมจะทำลายคริสตัลของหมอนั่นแล้วชนะเอง หุหุ หึหึหึหึ ใช่แล้ว ผมเองก็จะเอาตัวเองบุกไปดันเจี้ยนของหมอนั่นเหมือนกัน ความกล้าหาญและพลังของผม จะแสดงให้ดู"
"สุดยอดไปเลยนะครับ ผมจะทำการถ่วงเวลาเท่าที่ทำได้เพื่อไม่ให้กำลังรบของหมอนั่นกลับไปได้เองช่วยตัดสินเร็วๆด้วยนะครับ"

[ความชั่วร้าย]หัวเราะอยู่ในใจ
นั่นไม่ใช่ความกล้า มันก็แค่พวกอ่อนที่จะไม่สบายใจถ้าไม่มีอสูรแข็งแกร่งอยู่ข้างๆ
น่ารำคาญจริงๆเลย

เท่านี้โอกาสแพ้ก็เปลี่ยนจาก100%เป็นประมาณ80%แล้ว
ในตอนที่จนมุม ถึงจะใช้วิธีที่อยู่ๆก็คิดได้ก็ไม่ได้แย่อะไร
พอส่งอสูรไปให้[เหล็ก]เสร็จการติดต่อก็ถูกตัดไป
การถูก[เหล็ก]บอกให้คืนอสูรมานี่น่ารำคาญเป็นบ้า
แล้วก็ถึงจะคิดเรื่องของ[เหล็ก]ไว้ได้แล้ว แต่ตอนนี้ก็ยังให้ปีศาจแฝดสี่คอยส่งข้อมูลมาไว้ให้อยู่

"เอาล่ะ สุดท้ายนี้ก็เหลือแค่ว่าจะเล่นอะไรส่งท้ายสินะครับ"

หยิบหนังสือจอมมารออกมา ใช้พ็อยต์ที่เหลือสร้างชั้นเปล่าๆออกมาเท่าที่เป็นไปได้ แล้วก็สร้างห้องให้ออกมากว้างที่สุด แล้วก็ใส่อะไรมั่วๆออกมาให้เป็นเขาวงกต
ค่อยข้าจะกว้างเกินไป จะให้อสูรสุ่มโจมตีก็ลำบาก
แถมการที่มันยังไม่เป็นที่ชื่อชอบของนักผจญภัยยังทำให้เป็นปัญหา
แต่ว่าไม่ใช่เวลามาพูดเรื่องแบบนั้นแล้ว
ต้องยื้อเวลาอย่างน้อยสักวินาที ยิ่งถ่วงเวลาไว้เท่าไหร่ โอกาสที่จอมมารแห่ง[เหล็ก]ซากันจะทะลวงดันเจี้ยนของโพลเคลได้ก็ยิ่งสูง

"เอาล่ะ ถ้าโพลเคลมาถึงแล้วจะทำยังไงดีนะ"

จะรีบยอมแพ้ แล้วขอให้ไว้ชีวิต
ถึงคริสตัลจะถูกทำลายก็เป็นความสูญเสียที่ยอมรับได้
ถึงอสูรที่สร้างมาถึงตอนนี้จะหายไปหมด ถึงดันเจี้ยนจะหายไป

ก็แล้วมันยังไงล่ะ
โชคก็ยังดีที่ยังไม่ได้เลือก[อสูรแห่งคำมั่นสัญญา]
ด้วยชีวิตที่ยาวนานสามร้อยปี ถ้าแค่เสียเปล่ากับเวลาสามเดือนที่ผ่านมาแล้วก็จนกว่าจะได้คริสตัลใหม่อีกเก้าเดือน หลังถึงช่วงตั้งตัวแล้วก็ค่อยไปสร้างก็ได้ไม่เห็นจะเป็นอะไร
จะใช้บทเรียนคราวนี้เป็นฐานแล้วจะแข็งแกร่งยิ่งขึ้นไปอีก ถึงจะต้องใช้เวลาเป็นสิบปีก็จะลุกขึ้นมากลับมาให้ดู
เพื่อการนั้น...

"จอมมารแห่ง[การสร้าง]โพลเคล ขอเรียนรู้ทุกสิ่งของนายหน่อยเถอะ"

จากนั้นก็เริ่มทำการรวบรวมข้อมูลจากปีศาจแฝดสี่
หลังจากนั้นครูหนึ่งกากอยล์โอริฮารูกอนที่จอมมารแห่ง[ความหนืด]ยืมไปก็ถูกจัดการลง
พอมองแบบนั้น [ความชั่วร้าย]ก็มั่นใจอย่างหนึ่ง
การที่เอาอสูรระดับAแบบพัฒนาได้สำหรับป้องกันให้จอมมารแห่ง[เหล็ก]ถือเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว
สุดท้ายแล้วก็ทำได้แค่ถ่วงเวลาเท่านั้น ถ้าอย่างนั้นเอามาใช้โจมตียังจะดีกว่า

พอมองไปที่หน้าจอโดยไม่คิดอะไร ก็รู้สึกสนใจเอลฟ์ผมทองขึ้นมา
งดงาม แถมเจ้าสิ่งนั้นยังดูสภาพดีอีก

วิธีการเพิ่มอสูรไม่ได้มีแค่DPและเหรียญ
จับคู่สายพันธุ์เดียวกันแล้วสร้างเด็กขึ้นมา สร้างศพให้เป็นอันเดด แบ่งตัวตามธรรมชาติแบบสไลม์ของ[ความหนืด] แล้วก็แบบพวกปีศาจและสัตว์อสูรของตัวเองที่สามารถเอาส่วนหนึ่งของตัวเองไปปักบนตัวเมียของเผ่าอื่นแล้วเกิดเป็นอสูรสายพันธุ์ใหม่ได้
แล้วก็ตัวเองที่เป็น[ความชั่วร้าย]ก็ยังมีพลังนั้นอยู่

อสูรลูกน้องของตัวเองหลายตนเองก็เกิดมาจากการใช้นักผจญภัยชาวมนุษย์ ยิ่งมีพลังเวทที่แข็งแกร่งเท่าไหร่ และยิ่งมีพลัง[ศักดิ์สิทธิ์]มากเท่าไหร่ก็ยิ่งสร้างอสูรที่แข็งแกร่งได้เท่านั้น

อึก กลืนน้ำลายลงไป
เอลฟ์นั่นเป็นตัวแม่ในฝัน ถ้าใช้มันสร้างอสูรต้องได้อสูรที่สุดยอดแน่ สัญชาติญาณกับการยืนยันจากไอ้นั่นตรงหว่างขาเป็นตัวพิสูจน์ได้

อยากทดสอบ อยากลองทดสอบ
ถ้าโจมตีไปตรงๆล่ะก็ ต้องโดนขยี้ในพริบตาแน่ แต่ถ้าโจมตัีจุดอ่านได้ล่ะก็ อสูรที่พอจะทำได้ก็ยังมีเหลืออยู่ด้วยสิ
ไม่สิ เดี๋ยวก่อน ใจเย็นๆเข้าไว้ จะทำให้จอมมารแห่ง[การสร้าง]โพลเคลโกรธที่นี่ไม่ได้เด็ดขาด นุ่มนวล นุ่มนวลเข้าไว้ ตัดสินใจว่าพอถ่วงเวลาได้เสร็จ จนหมอนั่นเข้ามาถึงที่นี่ ก็บอกว่าโดนจอมมารแห่ง[เหล็ก]หลอกมา ร้องไห้ แล้วก็อ้อนวอนขอชีวิต ขอให้ปล่อยไปไม่ใช่เหรอ โพลเคลที่ดูจะอ่อนโยนต้องไว้ชีวิตให้แน่ๆ
แต่ว่า แต่ว่า...

"ผม ผม อดทนต่อไปไม่ไหวแล้วล่ะนะครับ"

พอคิดแบบนั้น การที่มาคบกับไอ้งี่เง่านั่นแม่งเครียดเป็นบ้าเลย
จะขอสนุกสักหน่อยก็คงได้มั้ง


(คนแปล) ตอนที่ลงตอนนี้ผมเพิ่มรูปเข้าไปในตอน 30 37 40 42 48 ด้วยนะครับ  ถ้ายังไงก็ย้อนไปดูได้ครับ




NEKOPOST.NET