NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] การสร้างเมืองของท่านจอมมาร

Ch.60 - ตอนที่6 อาวุธของปีศาจ


ต่อจากพวกคุอินะ พวกผมที่ออกช้าออกมาหน่อย ก็มุ่งหน้าไปยังดันเจี้ยนหอคอยน่าขนลุก
หน่วยที่สองที่ผมนำนั้น มีแอนเชี่ยน เอลฟ์เป็นตัวหลัก แล้วก็มีอสูรระดับB จิ้งจอกสวรรค์กับดวาร์ฟ สมิธและหน่วยทิ้งระเบิดกริฟฟอนสำหรับใช้งานพิเศษ แล้วก็ไพ่ตายพวกอสูรที่ช้าแต่แข็งแกร่งที่สร้างจากเหรียญเลียนแบบก็ใส่ใน[คลัง]มาด้วย

นอกจากกริฟฟอนทุกคนก็ถือปืนให้สามารถพร้อมยิงได้ตลอดเวลา
ที่หลังของหน่วยทิ้งระเบิดกริฟฟอนนั้นพกกระสุนปืนเตรียมเอาไว้ด้วย ตัวผมเองก็สามารถใช้[สร้าง]เพิ่มกระสุนขึ้นมาได้ก็เลยไม่ต้องห่วงว่ากระสุนจะหมด
เป็นการโจมตีเต็มกำลังโดยไม่กั๊กอะไรทั้งนั้น

พ่อผ่านช่องว่างในห้องสีขาวไป ก็เข้าไปในดันเจี้ยนรูปหอคอย
พอเข้าไปก็ต้องตกใจ
ในพื้นที่กว้างที่สร้างจากหินนั้นมีปีศาจและสัตว์อสูรอยู่หลายสิบตน
พอมองไปที่อสูร เป็น[ความชั่วร้าย]ไม่ผิดแน่ ผมคาดการณ์ไว้ถูก
แต่ถึงจะเดาผิด ถึงจะต้องขยี้[เหล็ก]ไปก่อนก็ไม่ได้เป็นปัญหาอะไร

"GYUAAAAAA!"
"BYAAAAAAA!"

ปีศาจและสัตว์อสูรรุมกันเข้ามาทางนี้
ในพื้นที่กว้างนี้ถูกสร้างมาเพื่อให้พวกอสูรจำนวนมากเคลื่อนไหวได้สะดวก
ไม่ใช้กับดักเพื่อตัดกำลังรบ ไม่ใช่เขาวงกตสำหรับถ่วงเวลา เป็นการใช้จำนวนมาบดขยี้
ให้ตายสิ...อะไรจะสบายขนาดนี้ จะใช้เจ้านั่นที่อยากจะทดลองก็คงได้สินะ
แล้วเรื่องที่ที่นี่มีอสูรอยู่ขนาดนี้เนี่ยก็คงเป็นตามแผนในกลยุทธของ[เหล็ก]สินะ

ผมชูมือขวาขึ้น เป็นสัญญาณการโจมตี
จิ้งจอกภูติกับดวาร์ฟ สมิธโยนโลหะที่เหมือนน้อยหน่าลูกเล็กๆออกไป
ตามที่เห็น เจ้านี้ถูกเรียกกันทั่วไปว่าน้อยหน่า มีชื่อเป็นทางการว่าระเบิดมือ

แน่นอนว่าไม่ใช่ระเบิดมืธรรมดาๆ มันแรงกว่ามาตรฐานไปอีกระดับหนึ่ง ดินปืนภายในเป็นผงมิธริลแบบพิเศษ
ด้วยการใช้ของอสูรระดับB พลังโจมตีของจิ้งจอกภูติกับดวาร์ฟ สมิธก็เลยกลายเป็นพลังทำลายอันโหดร้ายขึ้นมา

ระเบิดมือที่มีพลังทำลายเพิ่มขึ้นอย่างมากนั้น ก็มีน้ำหนักเพิ่มขึ้น ระยะที่จะขว้างไปได้ก็ลดลง แต่ว่าด้วยกำลังของจิ้งจอกภูติกับดวาร์ฟ สมิธแล้วก็สามารถพุ่งไปได้300เมตรด้วยความเรวราวกับลูกธนู

แรงระเบิดจากระเบิดมือที่ระเบิดท่ามกลางศัตรูนั้นทำให้อสูรรอบๆปลิวไปรัศมีหลายสิบเมตร สะเก็ดระเบิดที่มีพลังในการฆ่าจำนวนนับไม่ถ้วนก็แตกออกไป
จิ้งจอกภูติกับดวาร์ฟ สมิธก็ปาระเบิดมืออกไปเรื่อยๆ พอโยนเสร็จก็ทำการหยิบ แอสซัลท์ ไรเฟิล K-417ขึ้นมาแล้วเริ่มการยิงต่อต้าน

ที่ใช้แอสซัลท์ ไรเฟิลนั้น เพราะว่าพลังทำลายของแอสซัลท์ ไรเฟิลที่ใช้ลำกล้องขนาดใหญ่กระสุน7.62mmนั้นได้รับการพิสูจน์ไว้แล้ว
ระยะยิงประมาณ500เมตร
พวกจอมมารแห่ง[ความชั่วร้าย]ที่ชนะในเรื่องจำนวนขาดลอยนั้นโดยภัยคุกคามจากกรุสุนปืนที่ถูกยิงอย่างต่อเนื่องจนไม่สามารถเข้ามาใกล้ได้
ถึงจะพูดแบบนั้น แต่จำนวนมันก็ต่างกันเกินไป ถึงจะเพียงแค่เล็กน้อยแต่กองทัพของศัตรูก็เข้ามาใกล้เรื่อยๆ

"แอนเชี่ยน เอลฟ์ ควบคุมอากาศได้หรือยัง"
"รับทราบค่ะ จำนวนเท่านี้จัดการแป๊ปเดียวก็เรียบร้อยแล้วค่ะ"

พวกอสูรเดินดินก็ให้พวกจิ้งจอกภูติกับดวาร์ฟ สมิธคอยต้านไว้ แล้วแอนเชี่ยน เอลฟ์ก็ค่อยๆทำให้พวกอสูรที่บินบนท้องฟ้าตกลงมา

อาวุธหลักของเธอก็คือ แอนตี้แมททีเรียล ไรเฟิล
ด้วยการพัฒนาจนถึงขีดสุดจากเอลเดอร์ ดวาร์ฟ โรโรโนะ พลังทำลายของปืนแค่ที่ราวกับสัตว์ประหลาดทำลายรถหุ้มเกราะก็ยกขึ้นไปอีกระดับ กลายเป็นของที่เลวร้ายมาก

กระสุนปืนที่มีพลังทำลายที่เลวร้ายนั้น แอนเชี่ยน เอลฟ์ก็ยิงระยะไกลออกมาด้วยความเร็วสูง
แล้วก็เข้าเป้าโดนอสูรที่อยู่ห่างหลายกิโลโดยไม่พลาดแม้แต่นิดเดียว

ที่ทำแบบนี้ได้ เพราะสกิล[นักยิงกระสุนมายา]ที่เพิ่มความแม่นยำและพลังทำลายอันแข็งแกร่งให้กับการโจมตีระยะไกลได้ นอกจากนั้นยังมีดวงตาสีหยกอันงดงามของแอนเชี่ยน เอลฟ์อีกด้วย
[ดวงตาพันลี้]ที่สามารถมองเห็นได้ไกล และเห็นการเคลื่อนไหวได้อย่างดีเยี่ยม [มองอนาคต]ที่สามารถมองโลกในอีกชั่วพริบตาได้ [ตาจิต]ที่สามารถมองการไหลของวิญญาณและพลังเวทได้ และตาเวทสุดแข็งแกร่งหลุดกรอบที่มีความสามารถทั้งหมดนั้น [ดวงตาสีหยก]

นอกจากนี้เธอที่เป็นผู้ควบคุมสายลม แรงต้านจากลมเลยไม่มีผลอะไรกับกระสุนทั้งนั้น
ตั้งแต่ยิงออกไปจนถึงเป้าหมาย ความเร็วไม่ได้ตกลงสักนิด
ทุกครั้งที่เธอยิงนัดหนึ่ง อสูรของ[ความชั่วร้าย]ที่ตกเป็นเหยื่อของกระสุนก็ตัวแตกออก ไม่ใช่การเจาะทะลวง เป็นพลังทำลายตามตัวอักษรตัวแตกออกเป็นเสี่ยงๆ
บางทีอสูรทีสามารถรับมือกับแอนเชี่ยน เอลฟ์ในศีกระยะไกลคงไม่มีอยู่ในโลกนี้แล้ว

"นายท่าน ตอนนี้ควบคุมท้องฟ้าได้แล้วค่ะ พร้อมทุกเมื่อค่ะ"
"งั้นเหรอ ถ้าอย่างนั้นก็มาเข้าสู่ของจริงกันเถอะ"

ผมดีดนิ้ว
แล้วหน่วยกริฟฟอนทิ้งระเบิดทั้งหลายก็เริ่มกระพือปีก แล้วบินขึ้นไป
การต่อสู้ของแอนเชี่ยน เอลฟ์จนถึงตอนนี้ก็เป็นแค่การเปิดงาน ของจริงคือหลังจากนี้

พวกกริฟฟอนบินขึ้นไปบนเพดาน แล้วก็ค่อยๆปล่อยแท่งโลหะที่กอดเอาไว้ลงสู่พื้น
เพราะแอนเชี่ยน เอลฟ์ทำการจัดการอสูรที่บินอยู่บนท้องฟ้าไปหมดแล้ว ก็เลยไม่มีใครมาขวางกริฟฟอนได้
แท่งที่กริฟฟอนปล่อยลงไปพอกระแทกพื้นดินก็ระเบิดออกมา

ไม่ใช่แค่นั้น ระเบิดเพลิงก็ลุกโหมออกไปเป็นบริเวณกว้าง แล้วก็เผาไหม้ต่อไปเรื่อยๆ
ใช่ ตลอดและตลอดไป

พวกกริฟฟอนที่ปล่อยแท่งโลหะแล้วก็รับกลับมาตามคำสั่งของผม

"นายท่าน นี่มันอะไรกัน? ไม่ใช่ไฟธรรมดานี่คะ รู้สึกแย่จังเลยค่ะ"

แอนเชี่ยน เอลฟ์ที่ควบคุมธรรมชาติได้ทำท่าทางหวาดกลัวออกมา

"ใช่แล้ว ไม่ใช่ไฟธรรมดาหรอก มันคือวิทยาศาสตร์... ไม่สิ ไฟของปีศาจน่ะ"

และที่กำลังอาบไฟปีศาจนั่นคืออสูรรูปร่างปีศาจ ช่างเป็นเรื่องตลกที่ไม่ขำเอาซะเลย
พอได้อาบระเบิดอสูรเป็นๆที่เหลืออยู่ก็พยายามกลิ้งไปกับพื้นดินให้ไฟที่ลุกท่วมตัวดับลง แต่ไฟก็ไม่มีท่าทีจะดับสักนิด ไม่ว่าจะตะโกนสักเท่าไหร่ ไม่ว่าจะบ้าคลั่งจนหมดลมหายใจ ไฟก็ยังคงไม่ดับลง
ในบริเวณอื่นเอง อสูรที่กำลังบ้าคลั่งจากเปลวเพลิงที่อาบตัวก็ฉีกคอของอสูรตนอื่นแล้วอาบเลือดที่ไหลออกมาจำนวนมากนั้น ถึงอย่างนั้นไฟก็ยังคงไม่ดับลง

ไม่มีทางเป็นไฟธรรมดาแน่ๆ
ตัวจริงของระเบิดที่ทำให้เกิดไฟนี้ก็คือระเบิดนาปาล์ม
พวกสเกลตันที่ในตอนกลางวันทำงานผลิตขนมปังสุดอร่อยในโรงงานนั้นในตอนกลางคืนก็ทำของพวกนี้

"ไฟนั่นถ้าเริ่มเผาไหม้แล้วจนกว่าออกซิเจนรอบๆจะหมดลง หรือใช้สารเคมีชนิดพิเศษก็จะไม่ดับลง"

ระเบิดนาปาล์มนั้น คือระเบิดเพลิงที่เชื้อเพลิงหลักคือส่วนผสมของแนฟทาที่ผสมเข้ากับกรดปาลมิติกจนกลายเป็นสาวเหลวข้น จะลุกไหม้ด้วยอุณหภูมิสูงกว่า1,300องศา เผาไหม้และทำลายล้างบริเวณโดยรอบ

ยิ่งกว่าอะไรคือมันไม่ดีต่อธรรมชาติ ตามที่เห็นข้างต้นจุดพิเศษของมันคือการที่ไม่ดับ
ถ้าติดไฟสักครั้งก็จะถูกเผาไปจนกว่าจะตาย

"เลวร้าย อะไรขนาดนี้คะ ไม่ใช่ทั้งพลังเวท ไม่ใช่ทั้งพลังโจมตี ความแข็งแกร่งแบบนี้ก็มีสินะคะ"
"อืม เป็นผลลัพธ์ยิ่งกว่าที่คิดไว้ซะอีก เจ้านี้ใช้ได้ ดีจริงๆที่ได้ทดสอบ"

พอนึกถึงนาปาล์ม ก็เลยลองสร้างขึ้นมาดู แต่ว่าก็ไม่ได้หวังว่าจะมีโอกาสได้ใช้จริงเลย
การที่ได้ใช้จริงใน[สงคราม]ครั้งนี้ถือเป็นเรื่องที่ดีมาก

ที่สร้างมันขึ้นมาก็เพราะคิดว่าระเบิดธรรมดามันมีพลังทำลายไม่พอ
ในโลกนี้ทั้งอสูรและมนุษย์นั้นแข็งแกร่งอย่างเหลือเชื่อ ถึงจะโดนระเบิดหรือลมระเบิดไปก็ทำได้แค่ปลิวไปเท่านั้น ไม้ถึงกับตาย
แต่ว่าไม่ใช่กับระเบิดนาปาล์มนี้ จะเผาเป้าหมายด้วยอุณหภูมิที่เกิด1,200องศาจนกว่าจะตาย ไม่สิต่อให้ตายก็ยังคงเผาต่อไป
แต่ให้ทนทานแค่ไหนก็ไม่อาจทนได้หรอก

"นึกออกแล้วค่ะ ระเบิดนั้นที่เตรียมไว้จำนวนมากไว้ใต้ดินสินะคะ"
"ก็เผื่อไว้ในโอกาสอันน้อยนิดตอนที่ต้องเป็ฯศัตรูกับมนุษย์ก็เลยเตรียมไว้เยอะๆน่ะ ถ้าจะทำลายเมืองสักเมืองก็คงต้องปริมาณนั้นล่ะนะ"

เดิมที ที่ตัดสินใจสร้างระเบิดนาปาล์มก็เพื่อเตรียมไว้ตอนที่มนุษย์จะมาบุกอวาลอน
ถึงคิดว่าควรจะเจรจาอย่างสันติสุขเท่าที่จะทำได้ก่อน ถ้าเกิดคิดจะบุกมาจริงๆล่ะก็กะจะแสดงพลังในการเผากองทัพศัตรูทั้งกองทัพให้ดู และถึงตอนนั้นก็กะจะใช้ขู่ว่าสามารถเผาเมืองๆหนึ่งเป็นเถ้าถ่านได้ง่ายดายแค่ไหน
ระเบิดนาปาล์มเป็นอะไรที่ค่อนข้างไร้ซึ่งมนุษยธรรม เป็นอาวุธของปีศาจที่ถูกห้ามใช้แม้แต่ในสงคราม แต่เพื่อกลบความต่างของกำลังรบแล้วก็จำเป็นต้องใช้ของระดับนี้

"...ถ้าเป็นไปได้ก็ไม่อยากใช้เลยนะคะ"
"ผมก็คิดอย่างนั้น ไปกันเถอะ ถ้าบินบนฟ้าก็ไม่โดนไฟเผาหรอก"

ไฟยังคงลุกไหม้ต่อไปแต่ว่าอสูรทั้งหมดของ[ความชั่วร้าย]ก็ตายไปแล้ว ไม่มีสิ่งใดที่เคลื่อนไหวได้แล้ว
ระเบิดนาปาล์มเผาพลาญทุกสิ่งจนไม่เหลือซาก

"ไฟนี่ต้องทำยังไงถึงจะดับได้นะคะ"
"ถ้าปล่อยไปคิดว่าก็น่าจะดับลงตอนที่เผาไหม้ออกซิเจนในอากาศหมดแล้วนะ แต่ว่าดันเจี้ยนเองก็เป็นของแปลกๆที่สร้างของที่จำเป็นสำหรับการใช้ชีวิตออกมาโดยไม่สนกฎธรรมชาติอยู่แล้วบางทีอาจจะอยู่ไปจนเชื้อเพลิงจะหมดไปเลยก็ได้มั้ง แถมยังหยุดศัตรูที่จะบุกโจมตีอวาลอนได้ด้วยสิ ปล่อยไว้อย่างนี้ล่ะ"

อากาศรอบๆแอนเชี่ยน เอลฟ์นั้นถูกทำให้บริสุทธิ์อยู่ทำให้พวกผมไม่เป็นอะไร แต่ถ้าใช้ของแบบนี้ในที่ปิดสนิทล่ะก็คงกลายเป็นห้องรมควันแก๊สพิษคาร์บอนมอนอกไซต์แน่ๆ
ที่บอกให้พวกกริฟฟอนรีบกลับมาทันทีที่ปล่อยระเบิด ก็เพราะเหตุนี้
หรือพูดกลับกันการให้อากาศที่เป็นพิษที่มองไม่เห็นนี้หยุดสัตรูได้ก็เป็นเรื่องดี


พอคิดแบบนั้นผมก็ขึ้นขี่บนหลังของกริฟฟอน
จิ้งจอกภูติกับดวาร์ฟ สมิธเองก็ขึ้นขี่หลังของฮิปโปกริฟ
เอานี้ก็สามารถข้ามทะเลเพลิงมาได้อย่างปลอดภัย

เอาล่ะ พวกผมเองก็ต้องพยายามให้ไม่แพ้พวกคุอินะ
แล้วพวกผมก็ผ่านห้องแรกมาได้




NEKOPOST.NET