[นิยายแปล] การสร้างเมืองของท่านจอมมาร ตอนที่ 55 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] การสร้างเมืองของท่านจอมมาร

Ch.55 - ตอนที่1 ความรู้สึกต่างๆในสงคราม


สถานที่ข้างหน้าคือบริเวณป่าช้า
ไวต์กำลังตรวจสอบกางวางทัพของหน่วยป้องกันครั้งสุดท้ายอยู่

กลุ่มที่อยู่ข้างๆคือดวาร์ฟ สมิธกับไฮ เอลฟ์
เขากำลังคุยกับดวาร์ฟ สมิธอยู่ การคุยกับดวาร์ฟ สมิธที่ควบคุมโกเลมได้โดยตรงให้เข้าใจนั้นจำเป็นมาก

ไวต์ที่เห็นผมก็หยุดคุยกับดวาร์ฟ สมิธแล้วมาทางนี้

"เหนือหัวนี่นา ขอบคุณที่มาหาขอรับ"
"การเตรียมการเป็นด้วยดีไหม?"
"ขอรับ แผนการที่เหนือหัวคิดขึ้นมา ดูจะเป็นจริงขึ้นมาได้แล้วขอรับ"
"ถ้าอย่างนั้นก็ดี... ไวต์ โทษทีที่ให้ทำหน้าที่ที่ลำบากนะ"

คนที่แบกรับภาระหนักสุดในสงครามนี้ก็คือไวต์
ต้องคอยรับการโจมตีจากจอมมารทั้งสามคน ถึงจะเตรียมการรับมือความเสียเปรียบไว้มากมายแล้วก็เถอะ แต่การจะใช้พวกมันก็ยังยากอยู่ดี

"การที่เหนือหัวมอบหน้าที่อันสำคัญมาให้ กระผมดีใจอย่างยิ่งขอรับ กระผมไม่ได้มีพลังเหมือนกับพวกท่านคุอินะ แต่ว่าเหนือหัวก็ยังให้การยอมรับในความสามารถของกระผม สำหรับอสูรแล้วก็ไม่มีเรื่องน่ายินดีกว่านี้แล้วขอรับ"

ไวต์พูดเรื่องที่น่ายินดีสุดๆออกมาเช่นเคย

"ผมนี่มีลูกน้องที่ดีจริงๆเลยนะ ผมได้ดูนายแล้วก็ทำให้ให้คิดได้อย่างนี้เลย"
"ทางนี้เองก็ภาคภูมิใจที่ได้ทำงานกับเหนือหัวขอรับ"

พอพูดเสร็จก็ทำท่าเหมืนจะพูดอะไร
ดูยังไงก็รู้ว่ามีเรื่องที่อยากจะพูดแต่ไม่ยอมพูดอยู่

"ถ้ามีเรื่องอยากจะพูดล่ะก็พูดมาสิ"
"...ถ้าจะขอร้องด้วยความเห็นแก่ตัวสักอย่างจะว่าไหมขอรับ?"
"ไม่เป็นไรหรอก"
"ถ้าสามารถผ่านพ้นวิกฤตินี้ได้อยากจะขอรางวัลน่ะขอรับ"

การที่ไวต์พูดเรื่องแบบนี้ออกมาถือว่าแปลกเลย
แต่ว่าน่าดีใจจริงๆ ที่หมอนี่เองก็มีอีกด้านอย่างนี้อยู่

"เรื่องแบบนั้นเองเหรอ ถ้าเป็นเรื่องที่นายที่ทำงานหนักมาจนถึงตอนนี้ขอมายังไงถ้าเป็นเรื่องที่ทำให้ก็ต้องทำให้อยู่แล้ว"
"ช่วยมาเป็นเถ้าแก่ให่ทีสิขอรับ กระผมนั้นคิดไว้ว่าจะแต่งงานกับคุณสุเกะหลังจากจบสงครามนี้อยากให้เหนือหัวมาแสดงความยินดียิ่งกว่าใครอีกขอรับ"

คำพูดนั้นทำเอาผมตกใจนิดหน่อยเลย อันเดดเองก็แต่งงานเหรอเนี่ย
แต่ว่าเป็นเรื่องที่ดีจริงๆ ผมไม่มีทางปฏิเสธอยู่แล้ว

"เข้าใจแล้ว สัญญาเลย เพราะฉะนั้น อย่าตายเด็ดขาดนะ"
"ขอรับ ตามเท่าที่เหนือหัวยังอยู่"

หลังจากตรวจสอบหน่วยป้องกันแล้ว ผมก็วาร์ปไปยังที่อื่นต่อ

"อ๊ะ คุณพ่อ หน่วยที่หนึ่งเตรียมการเสร็จแล้วค่ะ"
"มาสเตอร์ หน่วยที่หนึ่งและหน่วยที่สอง การเตรียมอาวุธของทั้งสองหน่วยเรียบร้อยแล้ว พร้อมลุยเสมอค่ะ"

จุดที่ผมวาร์ปไปก็คือปากทางเข้าดันเจี้ยนของผม
ตรงนั้นก็มีคุอินะกับโรโรโนะกับหน่วยสำหรับบุกดันเจี้ยนจอมมารครั้งแรกอยู่
ทุกคนอยู่ในสภาพพร้อมรบเต็มที่

"คุอินะ ช่วยนำหน่วยที่หนึ่งด้วยล่ะ ผมเชื่อใจเธอนะ"
"ย๊า~ เข้าใจแล้วค่ะ ฝากคุอินะได้เลย!"

หน่วยที่หนึ่งมีคุอินะกับโรโรโนะเป็นกำลังหลัก ไฮ เอลฟ์อีกสองตนแล้วก็อสูรที่มีความเร็วสูงจากกองกำลังผสมรวมแล้วเป็นอสูร12ตน

การที่มีคุอินะกับโรโรโนะที่มีพลังการรบระดับพิเศษนั้นถือเป็นกำลังหลักอันน้อยนิด
แต่ว่าพลังในการค้นหาศัตรูก็สุดยอด แถมยังมีไฮ เอลฟ์คอยสนับสนุนด้านการโจมตีทางอากาศอยู่ด้วย แค่นี้ก็เพียงพอสำหรับการต่อสู้แล้ว
ผู้บังคับบัญชาก็คือ คุอินะ
ถึงเธอจะมีท่าทางและรูปร่างเหมือนกับเด็ก แต่ว่าในบรรดาอสูรของผมแล้วคือว่าหัวไวที่สุด แถมยังมีพลังในการรับรู้อันตรายระดับสุดยอด
เพราะไม่ใช่มองภาพรวมของกองทัพที่ใหญ่อะไรและเธอก็ไม่ได้สั่งกองทัพทั้งกองทัพด้วย สำหรับการบังคับบัญชากองทัพเล็กๆอย่างนี้แล้วเธอก็เหมาะสมยิ่งกว่าใครซะอีก

"แล้วหน่วยที่สองก็มากับผม"

หน่วยที่สองนั้นผมเป็นคนนำ
แล้วก็มีแอนเชี่ยน เอลฟ์อสูรระดับS ในฐานะกำลังรบพิเศษ
ขณะที่บินไปด้วยความเร็วสูงเธอยังสามารถใช้แอนตี้แมททีเรียล ไรเฟิลที่มีพลังทำลายในการยิงที่สูงด้วยความแม่นยำที่สูง สำหรับความสามารถการโจมตีเป้าเดียวแล้วไม่มีอะไรอื่นเทียบได้
แต่ว่าสำหรับศัตรูหลายตนแล้วถือว่ามีพลังการทำลายที่ด้อยกว่าคุอินะ พลังป้องกันก็ถือว่าต่ำ แถมยังมีจุดอ่อนที่ถ้าเพดานต่ำความคล่องแคล่วก็จะลดลงอีกด้วย

เพื่อที่จะกลบจุดอ่อนของเธอ เลยให้จิ้งจอกภูติสองตนระดับBที่มีมีพลังโจมตีและความคล่องแคล่วคอยประกบไว้ และให้ดวาร์ฟ สมิธสองตนคอยทำการสนับสนุน

แล้วเพื่อการยืนยันในพลังทำลายแล้วผมก็พาหน่วยกริฟฟอนทิ้งระเบิดไปครึ่งหนึ่งด้วย
แล้วก็ในฐานะไพ่ตายผมก็พกอสูรระดับBกับCที่แข็งแกร่งแต่มีความคล่องแคล่วต่ำรวมหกตนไปใน[คลัง]ด้วย
เทียบจำนวนแล้วคือว่ามากกว่าหน่วยที่หนึ่ง แต่เมื่อเทียบพลังในการรบกันแล้วก็ถือว่าพอๆกัน

"ค่ะ ไม่ว่านายท่านจะไปไหนก็จะตามไปถึงที่สุดค่ะ!"

แอนเชี่ยน เอลฟ์ยิ้มตอบกลับมา
ถ้าการต่อสู้ครั้งนี้สำเร็จ ผมจะมอบชื่อให้กับเธอ
เพียงเท่านี้เหล่า[อสูรแห่งคำมั่นสัญญา]ก็ครบแล้ว
ผมคาดหวังเรื่องนี้ไว้นิดหน่อย

"แล้วก็ขอตรวจสอบแผนการรบครั้งสุดท้าย"

อีกไม่ถึงห้านาทีสงครามจะเริ่มแล้ว เพื่อไม่ให้ผิดพลาดอะไรผมเลยทวนแผนการไว้ก่อน

"คุอินะ หน่วยที่หนึ่งจะต้องบุกไปถ้ำหินปูน นั่นคือดันเจี้ยนของจอมมารแห่ง[ความหนืด]ทันทีเข้าไปแล้วก็อาละวาดได้เท่าที่ควรเลย"
"อืม จะทำให้ตู้มต้ามเลย จะจัดการศัตรูให้มากเท่าที่จะทำได้เลยพวกไวต์จะได้ลดภาระลงด้วย คุณพ่อ บางทีก็ลองสู้แบบคุอินะบ้างสิคะ"

ดูเหมือนว่าจะเข้าใจความต้องการของผมได้ถูกต้อง
ถ้าจอมมารฝั่งนั้นเน้นไปที่การศัตรูเท่าไหร่การโจมตีก็ยิ่งหละหลวมเท่านั้น ในเรื่องนั้นถึงจำนวนที่คุอินะต้องรับมือจะเพิ่มจำนวนขึ้น แต่ว่าด้วยความเร็วของพวกเธออย่างน้อยก็ต้องเลี่ยงการต่อสู้เล็กๆได้แน่ สามารถทิ้งศัตรูไว้ข้างหลังได้อย่างง่ายดาย

"แอนเชี่ยน เอลฟ์ พวกเราเองก็จะเริ่มสงครามด้วยการบุกดันเจี้ยนหอคอยอย่างรวดเร็วด้วย เพราะว่าดูยังกับของปีสาจดังนั้นก็น่าจะต้องเป็นดันเจี้ยนของ[ความชั่วร้าย] แต่จะไม่ใช่ก็ช่างมัน ดวาร์ฟ สมิธ พวกเธอก็ขี่หลังกริฟฟอนไว้ด้วย"

แอนเชี่ยน เอลฟ์พยักหน้า พวกดวาร์ฟ สมิธเองก็ขึ้นหลังกริฟฟอนแล้ว
ทีมนี้สำหรับดวาร์ฟ สมิธนั้นค่อนข้างที่จะช้า แต่ว่าถ้าอย่างนี้ก็ไม่มีปัญหา

"เอาล่ะ ทุกคนสงครามจะเริ่มแล้ว"

พอผมพูดจบ ก็มีเสียงดังขึ้นมา

[เอาล่ะ บุตรแห่งดวงดาราทั้งหลายเอ๋ย ผู้ที่คอยนำทางโลกใบนี้ ช่วยแสดงความเปล่งประจายของพวกเจ้าให้เห็นที [สงคราม]เริ่มได้]

แล้วพวกผมก็รีบออกไปจากดันเจี้ยนตัวเองทันที
ต่อจากนี้คือการแข่งกับเวลาแล้ว
ช่วงที่ไวต์กำลังรออยู่ถ้าจัดการดันเจี้ยนทั้งสองไม่ได้ล่ะก็ไม่มีทางชนะได้แน่

~มุมมองของจอมมารแห่ง[เหล็ก]ซากัน~

"บ้าเอ๊ย ไอ้บ้านั่น บังอาจมาล้อเลียนกันได้!"

จอมมารแห่ง[เหล็ก]ซากัน พอกลับมาที่ห้องคริสตัลแล้วก็ตะโกนออกมาด้วยความโกรธ
แต่ว่าแค่นั้นก็คงไม่สามารถระบายความโกรธได้ เลยต่อไปที่กำแพงด้วย
ตามที่เขาคิดไว้ [การสร้าง]จะต้องตัวสั่นไปด้วยความกลัวแท้ๆ แต่นี่กลับยั่วกลับมาอย่างสบายๆได้อีก
นั่นทำให้เขารู้สึกเคืองอย่างมาก

"บ้าเอ๊ย บ้าเอ๊ย บ้าเอ๊ย ทั้งที่เจอกับสามคนแล้วยังทำท่าสบายๆเหรอ? ที่มีพูดเรื่องบ้าๆแบบนั้นกับผมคนนี้ออกมาเนี่ย เพราะว่าผมสร้างได้แค่เหรียญระดับBก็เลยดูถูกกันงั้นเหรอ!?"

สำหรับจอมมารแห่ง[เหล็ก]แล้ว สิ่งนั้นเป็นเรื่องที่ซับซ้อนมาก
เพราะว่าเขาเกิดมาพร้อมกับความภาคภูมิใจอันสูงส่งเลยไม่ยอมให้กับการที่ต้องด้อยกว่า
ในตอนแรกนั้นเขาได้ไปขอเป็นพันธมิตรกับจอมมารแห่ง[สายลม]แต่ว่าไม่ใช่ในฐานะกำลังรบอันแสนมีประโยชน์
เพื่อที่จะหลอกเธอและทำลายคริสตัลของเธอเพื่อที่จะชิงเอาเหรียญแห่ง[สายลม]มา
หลังจากได้ยินจากผู้ปกครองว่าถ้าทำลายคริสตัลของจอมมารได้ก็จะสามารถสร้างเหรียญออริจินัลของจอมมารนั้นได้ เขาก็เก็บความทะเยอทะยานนั้นไว้ตลอด
แต่ว่าจอมมารแห่ง[สายลม]สโตรัสกลับตอบกลับโดยไม่รู้เรื่องที่จะหักหลังนั่น แต่เป็นเพราะเธอหลงในตัวโพลเคล

พอคิดว่าเพราะสเน่ห์ของตัวเองด้อยกว่าโพลเคลแล้วก็ทำให้เกิดแผลลึกยิ่งกว่าความภาคภูมิใจอันสูงส่งของเขาซะอีก

"เพราะว่ามีเหรียญดีๆอยู่ก็เลยทำอะไรตามใจชอบเหรอ ด้วยความอัจฉริยะของผมคนนี้รวมทั้งความสามารถในการเป็นผู้นำกับอัธยาศัยของผม กับอีแค่เด็กทารกที่พึ่งพาแต่เหรียญจะสั่งสอนความแข็งแกร่งที่แท้จริงให้ดู แผนการสุดสมบูรณ์แบบของผมจะขยี้ไอ้หมอนั่นในพริบตาให้ดู"

จอมมารแห่ง[เหล็ก]มองไปยังอสูรข้างๆคริสตัลด้วยสายตาที่ขุ่นมัว
มันคือหนึ่งในปีศาจแฝดสี่ที่ยืมมาจากจอมมารแห่ง[ความชั่วร้าย]
เป็นอสูรที่มีรูปร่างผสมกันระหว่างมนุษย์กับแกะ เพราะว่าเป็นอสูรแฝดสี่ฉะนั้นถึงแยกจากกันก็สามารถเทเลพาธีหากันได้
ถ้าใช้อสูรนี้ เหล่าพันธมิตรของจอมมารแห่ง[เหล็ก]ก็สามารถติดต่อหากันได้ในทันที

"หึหึหึ บุกเข้ามาได้เลย ตอนนั้นล่ะจะเป็นจุดจบของแก"

กลยุทธของจอมมารแห่ง[เหล็ก]นั้นก็เป็นแบบง่ายๆ
ขอแค่ตัวเองไม่บุก ถ้าป้องกันอย่างเดียวยังไงก็ต้องชนะ

ก่อนอื่นก็นำกำลังรบของจอมมารทั้งสามมากกว่าครึ่งหนึ่ง มารวมตัวกันที่ห้องแรกของขั้นแรกไว้
สำหรับโพลเคลที่ถ้าไม่บุกก็ไม่ชนะแล้ว ก็ต้องแบ่งกำลังที่จะบุกและรับ แล้วก็ส่งหน่วยรบที่น่าสงสารมาบุกดันเจี้ยนแน่นอน

แล้วก็ถล่มให้เละด้วยกำลังรบอันเหนือชั้นที่รวมอยู่ที่ห้องที่หนึ่ง ในเวลาเดียวกันก็ใช้ปีศาจแกะนี่ติดต่อไปหาจอมมารตนอื่นให้ทำการบุกโพลเคล

ถ้าเป็นแบบนี้จอมมารอีกสองตนที่เหลือก็จะใช้อสูรที่รวมอยู่ในห้องที่หนึ่งบุกไปถล่มดันเจี้ยนของโพลเคลที่กำลังอ่อนแอให้พินาศลง ดันเจี้ยนของโพลเคลที่แบ่งกำลังรบเป็นส่วนๆไม่มีทางที่จะกันอยู่แน่

ก็ไม่ใช่ว่าไม่มีเรื่องน่ากังวล เจ้าสิ่งที่ทำลายจอมมารแห่ง[สายลม]สโตรัส ภัยคุกคามจากโกเลมกับอาวุธบินแปลกๆนั่น แต่ว่าก็มีกลยุทธที่จะจัดการมันอยู่ ด้วยอสูรที่ยืมมาจาก[ความหนืด]นั้นมีอสูรที่สามารถป้องกันการโจมตีทางกายภาพได้อยู่
แล้วนอกจากนั้นก็มีลูกน้องของ[ความชั่วร้าย]ที่น่าจะใช้ได้อยู่ด้วย

"ทางนี้เองก็มีไพ่ตายอยู่"

นอกจากนี้แล้วยังมีสิ่งที่ได้รับมาจากวิธีการที่เรียกได้ว่าแหกกฎอยู่ ในห้องสุดท้ายของจอมมารทั้งสามตน ยังมีอสูรระดับAที่เกิดมาแบบพัฒนาได้ที่เก็บเลเวลจนถึงขีดสุดแล้วเฝ้าอยู่อีกด้วย
สิ่งนั้นก็คือพวกอสูรของผู้ปกครองของพวกเขาที่เห็นว่าโพลเคลนั้นอันตราย

สิ่งที่ผู้ปกครองจะให้กับเด็กของตัวเองได้จำกัดแค่เหรียญสามเหรียญกับDPอีกเล็กน้อยเท่านั้น แต่นั่นก็แค่สำหรับผู้ปกครองให้เด็กของตัวเองเท่านั้น

ผู้ปกครองของ[เหล็ก]ให้กับ[ความชั่วร้าย] ผู้ปกครองของ[ความชั่วร้าย]ให้กับ[ความหนืด] ผู้ปกครองของ[ความหนืด]ให้กับ[เหล็ก] พวกเราได้รับการถ่ายทอดการควบคุมอสูรที่เป็นดั่งไพ่ตายมา

แน่นอนว่าถ้าการต่อสู้จบลงแล้วไม่คืนก็คงไม่ได้แต่สำหรับกรณีฉุกเฉินแล้วก็ทำให้มั่นใจได้มากขึ้น
ถึงแม้ว่าอสูรของหมอนั่นจะบุกเข้ามาถึงข้างในสุดก็ตามแต่ก็ไม่มีทางชนะอสูรระดับAที่พัฒนาจนแข็งแกร่งที่สุดได้หรอก เป็นการขุดหลุมฝังตัวมันเองเท่านั้น ยังไงก็ไม่มีทางที่จะทำลายคริสตัลของฝั่งนี้ได้หรอก

"โพลเคลแกไม่รู้ตัวหรอกว่ากำลังเต้นอยู่บนฝ่ามือของสุดอัจฉริยะอย่างผม พอคิดแบบนี้แล้วแกก็เป็นแค่ไอ้ตัวตลกที่น่าสงสาร หึฮะฮะฮะ ถ้าคริสตัลโดนทำลายจะรู้สึกยังไงกันนะ พอร้องชีวิตออกมาก็จะฆ่าให้เอง ไม่สิ ก่อนที่จะทำลายคริสตัลก็ขอให้มันถ่ายโอนอสูรมาให้ก่อนดีกว่า ถ้าบอกไปว่าถ้าเปลี่ยนคนคุมมาเป็นผมอสูรก็จะไม่หายไป เจ้าบ้านั่นน่าจะยกให้ผมอย่างยินดีแน่ อสูรของหมอนั่นเองก็ดูดีใช้ได้ ถ้าได้ครองแล้วล่ะก็จะ"เลี้ยงดูอย่างดี"ต่อหน้าหมอนั่นเลย"

จอมมารแห่ง[เหล็ก]หัวเราะเสียงดังออกมา ช่วยไม่ได้ที่จะสนุกไปกับ[สงคราม]ที่กำลังจะเริ่มขึ้นนี้
ในตอนที่เจ้าจอมมารแห่ง[การสร้าง]โพลเคลที่น่ารังเกียจนั่นถูกความอัจฉริยะของผมคนนี้ขยี้จะร้องไห้ออกมาด้วยหน้าแบบไหนกันนะ
หลังจากฝันหวานไปได้สักพักหนึ่ง [สงคราม]ก็ได้เริ่มขึ้นแล้ว




NEKOPOST.NET