[นิยายแปล] การสร้างเมืองของท่านจอมมาร ตอนที่ 54 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] การสร้างเมืองของท่านจอมมาร

Ch.54 - ปฐมบท เริ่มสงคราม (บท เหล่าผู้ที่[จุติ])


สงครามกำลังจะเริ่มขึ้น

ถ้าชนะก็จะสามารถสร้างเหรียญออริจินัลของจอมมารที่แพ้ได้ตลอดกาล แล้วก็จะผ่านเงื่อนไขของจอมมารใหม่ด้วย จะได้สร้างดันเจี้ยนอย่างสบายใจ

แต่ว่าถ้าเกิดแพ้ล่ะก็ ดันเจี้ยนของผม…เมืองอวาลอนก็จะหายไป อสูรที่สำคัญทั้งหลายก็จะ
ด้วยความเมตตาของผู้สร้าง หนึ่งปีหลังจากนี้จะสร้างดันเจี้ยนได้อีกครั้ง แต่ว่าอสูรจะไม่กลับมาอีกแล้ว
ถึงจะสร้างใหม่ได้ แต่นั่นก็ไม่ใช่คุอินะอีกแล้ว เป็นคนอื่นโดยสิ้นเชิง
จนถึงตอนนี้ผมเตรียมการเพื่อสงครามมา
อสูรของผมทั้งหมด เตรียมการสวมใส่อุปกรณ์ที่เตรียมไว้พร้อมแล้ว
แล้วพระอาทิตย์ก็ขึ้นมา
ในตอนนั้นเองร่างกายก็มีพลังเวทปกคลุม
ลางก่อนการวาร์ป คนที่ทำแบบนี้ได้มีแค่ผู้สร้างคนเดียว
แล้วสติผมก็หายไป

พอลืมตาขึ้นมาก็อยู่ในห้องสีขาว
พอมองไปรอบๆ ข้างหลังของผมก็มีอวาลอนอยู่ ข้างหน้าก็มีดันเจี้ยนอยู่สามดัน
ไล่จากขวา ดันเจี้ยนรูปร่างป้อมปราการที่ทันสมัย หอคอยที่มีบรรยากาศแปลกๆและถ้ำที่มีกลินของน้ำทะเล

ไม่ผิดแน่นอน เป็นของจอมมารทั้งสามที่จะก่อสงครามครั้งนี้
กฎเดียวกับครั้งก่อน การต่อสู้และขัดขวางในห้องขาวถือเป็นข้อห้าม
ต้องบุกดันเจี้ยนจากที่นี่ เข้าไปทำลายคริสตัลเท่านั้น

"มาแล้วเหรอ"

หลายสิบวินาทีต่อมา จอมมารอีกสามคนก็ถูกวาร์ปเหมือนผม

หนุ่มหน้าอ่อนสวมแจ็คเก็ตที่ดูยังไงก็มนุษย์ จอมมารแห่ง[เหล็ก]ซากัน
ผู้ชายตัวใหญ่หน้าตาหน้าเกลียดราวกับกบที่เดินสองขา จอมมารแห่ง[ความหนืด]โรโนเว
ผู้ชายท่าทางอันตรายที่มีปีกและเขาของปีศาจ จอมมารแห่ง[ความชั่วร้าย]โมลาคุส
ในฐานะตัวแทนของพวกนั้น จอมมารแห่ง[เหล็ก]ซากันก็เดินออกมาหาผมแล้วพูดออกมา

"ผมกำลังรอวันนี้มาถึงอย่างใจจดใจจ่อเลย จงเสียใจที่ปฏิเสธข้อเสนอของผม และตกอยู่ในความสิ้นหวังที่สูญเสียทุกสิ่งไปเถอะ"

จอมมารแห่ง[เหล็ก]ซากันนั้นดูเหมือนจะคิดว่าตัวเองชนะแน่นอน
ก็ไม่แปลกอะไร
ยังไงซะก็ได้เปรียบที่เป็นสามรุมหนึ่ง
แถมนอกจากจะมีเวลาจำกัด24ชั่วโมงแล้วถ้าหมดเวลาฝ่ายที่เหลือคริสตัลมากกว่าจะเป็นฝ่ายชนะ

แค่พวกซากันปกป้องดันเจี้ยนไว้ก็ชนะได้แล้ว
แต่สำหรับผมแล้ว จำเป็นต้องแบ่งกำลังไว้จู่โจมและป้องกัน แถมศัตรูยังเน้นไปที่การป้องกันอีกด้วย

แล้วถ้าให้พูดก็คือ ตอนที่ฝั่งนี้โจมตีการป้องกันก็จะเบาบางลง แล้วจอมมารที่ไม่โดนบุกดันเจี้ยนก็จะสามารถบุกผมได้

เพราะฉะนั้นแล้วผมเลยจะบุกสองดันเจี้ยนด้วยกำลังอันแข็งแกร่งอย่างรวดเร็ว ถึงจะดูแย่ที่ต้องแบ่งกำลังบุกออกไป แต่ถ้าบุกไปก็ใช้หัวกระทิเพียงไม่กี่ตนก็มีโอกาสแล้ว แล้วยังสามารถลดทอนกำลังบุกของสองจอมมารได้ด้วย
เป็นกลยุทธที่ผมที่มี จิ้งจอกสวรรค์ คุอินะ, เอลเดอร์ ดวาร์ฟ โรโรโนะ, แอนเชี่ยนเอลฟ์ อสูรระดับSสามตนอยู่ถึงได้ทำได้

"ทำไมถึงต้องเสียใจล่ะ? ถ้าจบการต่อสู้ครั้งนี้นอกจากจะเคลียร์เงื่อนไขที่ต้อง[สงคราม]แล้ว ยังได้เหรียญมาครองตั้งสามอัน ตอนนี้ผมหยุดหัวเราะไม่ได้เลยล่ะ"

ผมทำเป็นพูดด้วยความหยิ่งยโส

"คุ หนักแน่นจริงนะ แต่พวกผมไม่มีทางแพ้หรอก ทั้งกลยุทธของนายทั้งจุดอ่อนของนายก็รู้หมดแล้ว ทำอวดดีไปได้ สำหรับเจ้าโง่ที่แสดงของตัวเองในการแสดงหมดแล้วน่ะ!"

พูดได้อย่างมั่นใจเชียว ถึงจะทำเป็นว่าหัวดี แต่หมอนี่มันไอ้บ้าชัดๆ

"เห สุดยอดไปเลยนะ แต่ว่าเรื่องที่มีวิธีจัดการจุดอ่อนของอีกฝ่ายเนี่ย คิดว่าพูดพล่ามออกมาแล้วมันจะได้อะไรกันนะ"

พอผมพูดออกไป ซากันก็โกรธจนหน้าแดงแป๊ด
ถึงจะคิดว่าจะทำลายความใจเย็นลงสักหน่อยแต่ได้ผลขนาดนี้นี่
แต่ว่าถึงอีกฝ่ายจะเป็นไอ้บ้าแต่ก็มีกำลังรบที่น่ากลัว ยังไงก็ต้องระวังไว้

ถึงจะพูดอย่างมั่นใจว่ามีวิธีต่อต้าน แต่ว่าเรื่องนั้นผมเองก็คิดวิธีจัดการไว้เรียบร้อยแล้วล่ะ
แน่นอนว่าก็ต้องเตรียมการรับมือวิธีการรับมือนั้นไว้แล้ว

[บุตรแห่งดวงดาราเอ๋ย นี่คือ[สงคราม]แรกอันน่าจดจำ การต่อสู้ระหว่าง[การสร้าง]กับ[เหล็ก][ความหนืด][ความชั่วร้าย] เราเคยดูสงครามมาก็เยอะแล้ว แต่การสู้กันแบบสามรุมหนึ่งตั้งแต่ศึกแรกนี่พึ่งเคยเห็นเลยล่ะ ฟุฟุฟุ น่าสนใจ น่าสนุกจริงๆ สงครามจะเริ่มในอีกหนึ่งชั่วโมง เตรียมการครั้งสุดท้ายให้ดีล่ะ]

เสียงของผู้สร้างดังขึ้นในหัว บอกว่าอีกหนึ่งชั่วโมงสงครามจะเริ่ม
ตามที่คิดกฎส่วนใหญ่ก็เหมือนกับรอบที่แล้

จอมมารทั้งสามฝั่งนั้นต่างก็เผ้าอยู่ในดันเจี้ยนตัวเอง
ถ้าจอมมารเสียชีวิต ก็จะแพ้และไม่สามารถเข้าร่วมสงครามได้

การที่จอมมารจะเก็บตัวในที่ปลอดภัยถือเป็นเรื่องที่แน่นอน
ผมเองถ้ามีกำลังรบมากกว่านี้ก็อยากจะทำแบบนั้น แต่ว่าถ้าผมไม่เข้าร่วมกำลังรบก็คงจะไม่พอ

จอมมารนั้นจะแข็งแกร่งขึ้นด้วยการรับพลังความสามารถของ[อสูรแห่งคำมั่นสัญญา] จิ้งจอกสวรรค์คุอินะ เอลเดอร์ ดวาร์ฟโรโรโนะ ผมที่ให้ชื่อกับอสูรระดับSทั้งสองไปนั้น ก็มีพลังระดับเดียวกับอสูรระดับS และก็สามารถใช้พลังความสามารถส่วนหนึ่งของพวกเธอได้

แล้วจอมมารยังมีพลังที่เรียกว่า[คลัง]อยู่ สามารถพาอสูรสิบตนเก็บไว้ในต่างมิติแล้วพาไปได้
ถ้าพาอสูรที่แข็งแกร่งแต่ช้าไปปล่อยกลางดงศัตรูจะต้องสร้างความวุ่นวายได้แน่

เพราะฉะนั้นผมเองก็จะบุกไปดันเจี้ยนของศัตรูด้วย
แล้วก็ต้องกลับไปที่ห้องคริสตัลอีกครั้งหนึ่ง
ยังเหลืองานที่สำคัญอีกหนึ่ง

พอวาร์ปกลับมาห้องคริสตัลด้วยอำนาจจอมมาร จอมมารแห่ง[สายลม]สโตรัสก็กำลังนั่งดูสภาพในดันเจี้ยนจากคริสตัลอยู่

"อีกเดี๋ยวก็จะเริ่มแล้วสินะ มาเตรียมการสุดท้ายที่นี่หรือไงยะ?"

เธอเผ้ารออยู่ในห้องคริสตัลในฐานะปราการด่านสุดท้าย
ก็แค่เผื่อไว้เวลาที่โดนบุกถึงห้องนี้ล่ะก็ เธอก็จะต่อสู้เพื่อป้องกันเป็นด่านสุดท้ายให้
ถึงจะมีแค่คนเดียว แต่ด้วยพลังของเธอก็จะกลายเป็นกำลังระดับหนึ่งกองทัพได้

"อา ก็นะ มาเตรียมการสุดท้ายน่ะ ยังไงก็ต้องปกป้องเมืองที่สร้างเอาไว้"

ดันเจี้ยนของผมชั้นบนดินเป็นเมือง แล้วใต้ดินก็จะเป็นระบบที่ไว้เพื่อไล่ผู้บุกรุก
ถ้าเริ่มสงครามทั้งๆแบบนี้เมืองที่สร้างขึ้นมาต้องเละย่อยยับแน่

"[เราจักร้อยเรียง]"

พอพึมพำคำพูดมีพลัง ก็มีหนังสือออกมา
แล้วก็ใช้งาน[สลับชั้น] สลับชั้นบนกับชั้นล่างสุด
แล้วก็เปลี่ยนรูปร่างภายนอกเป็นถ้ำแบบง่ายๆ
ดันเจี้ยนของผมในห้องสีขาว เปลี่ยนจากเมืองอันอุดมสมบูรณ์สีเขียวเป็นถ้ำที่ดูไม่มีอะไร

นี่ก็เพื่อปกป้องเมือง
อย่างน้อย...กว่าถูกถล่มก็ต้องผ่านชั้นที่เคยอยู่ใต้ดินแล้ว

"มนุษย์หายไปจริงๆสินะ"
"นั่นสินะ ถึงจะได้ยินมาแล้วก็เถอะ แต่น่าตกใจจริงๆค่ะ"

เป็นไปตามที่อธิบายไว้เลย มนุษย์ ปศุสัตย์ที่เลี้ยงไว้ และสัตว์ป่าทั้งหลายก็หายไปจากเมือง
สิ่งมีชีวิตนอกเหนือจากจอมมารและอสูรแล้วจะถูกวาร์ปออกไปในตอนที่เริ่มสงคราม ในสภาพที่ถูกหยุดเวลาไว้

แล้วถ้าให้พูดอีก การไหลของเวลาในห้องสีขาวนี้ไหลเร็วกว่าโลกปกติ ถึงที่นี่จะผ่านไปหนึ่งวัน แต่โลกเดิมก็ไหลไปเพียงสิบวินาทีเท่านั้น สำหรับมนุษย์แล้วก็จะไม่รู้เรื่องสงคราม
สำหรับผมแล้วถือเป็นตัวช่วยในการจัดการเมืองได้ดีมากเลย

พอสลับชั้นเสร็จแล้ว ก็เหลือแค่กลับไปยังหน่วยบุกดันเจี้ยน
ถ้าเกิดไม่เอาหน่วยบุกออกไปตั้งแต่ตอนที่เริ่มสงคราม ตอนที่อีกฝ่ายบุกเข้ามา จะไม่สามารถเอาอสูรออกไปได้

หรือก็คือแค่ศัตรูเอาอสูรมาล้อมทางเข้าไว้ อสูรของผมก็ไม่สามารถออกไปข้างนอกได้แล้ว
จะให้พูดก็คือถ้าเอาอสูรออกไปเร็ว ก็จะถูกศัตรูรู้ขนาดของหน่วยบุกได้
เพื่อแก้ปัญหานั้น พวกอสูรเลยอยู่ที่ทางเข้าดันเจี้ยน วางไว้ในตำแหน่งที่สามารถออกจากดันเจี้ยนได้เลย

ต้องออกไปในตอนเดียวกับที่เริ่ม[สงคราม]
เท่านี้ก็จะสามารถซ่อนข้อมูลไว้ได้มากที่สุด

"การที่สร้างวงเวทวาร์ปในห้องขาวไม่ได้นี่แย่จริงๆเลยนะ"
"งั้นเหรอ? งั้นก็จะบอกเรื่องดีๆให้ฟังนะคะ"

การจะวาร์ปนอกดันเจี้ยน ต่อให้เป็นอสูรที่มีพลัง[วาร์ป] ก็ต้องวาร์ปโดยใช้วงวาร์ปเท่านั้น

ถ้ามี[วงเวท]อยู่ในห้องสีขาว ต่อให้โดนบุกก็เอาอสูรออกได้ไปอิสระ แล้วก็ล้อมกลับอสูรของศัตรูที่บุกเข้ามาได้ด้วย แต่ไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้นสินะ

"ถ้าเข้าไปในดันเจี้ยนของศัตรูแล้วก็จะใช้วงเวทวาร์ปได้ เท่านี้สามารถใช้[วาร์ป]ได้แล้วนะ"

กาที่ได้มาจากจอมมารแห่ง[กาลเวลา] มีพลังในการ[วาร์ป]อยู่
ผมให้เจ้านี่ไปกับผมด้วย

เพราะฉะนั้นถ้าวางวงเวทไว้ที่ดันเจี้ยนของผม พอทำลายคริสตัลศัตรูได้ก็สามารถ[วาร์ป]กลับมาได้อย่างรวดเร็ว

"เท่านี้ก็เตรียมการสุดท้ายเสร็จแล้ว สโตรัส ผมไปแล้วนะ"
"ขอให้โชคดี ฉันจะคอยเฝ้ามองการป้องกันดันเจี้ยนของนาย แล้วก็ขอรู้กลยุทธของนายอย่างหมดจนด้วยละกันนะคะ"

จอมมารแห่ง[สายลม]สโตรัสยิ้มแบบแกล้งๆออกมา

ถึงเรื่องที่มองแผนของผมจะเป็นเรื่องจริง แต่ก็ทำเพื่อไม่ให้ผมรู้สึกว่ามีบุญคุณเกินจำเป็นสินะ

"ทำไปได้เลย แต่ว่าดันเจี้ยนของผมน่ะมีความสามารถในการพัฒนาน่ะสุดยอดนะ รู้ดันเจี้ยนตอนนี้ไปก็ไม่มีความหมายหรอก"

เธอทำตาโตครู่หนึ่งแล้วหัวเราะออกมา
ตอนนั้นผมก็วาร์ปออกไป




NEKOPOST.NET