[นิยายแปล] การสร้างเมืองของท่านจอมมาร ตอนที่ 53 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] การสร้างเมืองของท่านจอมมาร

Ch.53 - ปัจฉิมบท คืนก่อนสงคราม


ผมออกจากบ้านใหญ่ของเมืองไปดูท้องฟ้าคนเดียว
เป็นค่ำคืนที่ดวงจันทร์สวยงาม

บรรยากาศต่างไปจากเมืองตอนปกติ
พวกโกเลมที่ทำหน้าที่คุ้มกันเมืองอยู่ทุกหนแห่งในตอนกลางวันหายไปแล้ว

ไม่ใช่โกเลมที่อยู่ในเมืองเท่านั้น พวกโกเลมที่ทำการขุดเหมืองตลอด24ชั่วโมงเองก็ออกจากเหมืองเช่นกัน
โกเลมทั้งหมดนั้นถูกนำมาเป็นกำลังรบสำหรับป้องกันในชั้นใต้ดิน

ในเมืองนั้น ทั้งๆที่ดึกแล้วพวกนักผจญภัยก็ยังออกมาเดินเตร็ดเตร่
ในตอนนี้ที่มีสถานบันเทิงทั้งพวกร้านเหล่าหรือซ่องอยู่ครบครัน พวกคนที่ยังมีพลังเหลือจะออกมาเดินเล่นในยามค่ำคืนก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
ที่น่าตลกคือพอสร้างสถานบันเทิงเหล่านี้ปุ๊ปความรู้สึกของคนก็พุ่งขึ้นจนได้DPมามหาศาล สักวันก็อยากจะลองสร้างสถานบันเทิงของตัวเองจะสั่นคลอนความรู้สึกดูบ้าง

"พรุ่งนี้แล้วเหรอ"

จนกว่าจะถึงสงครามเวลาก็ได้ผ่านไปเรื่อยๆ
ในช่วงนั้นห้องที่สามของชั้นใต้ดินชั้นแรกก็เสร็จเรียบร้อย

วิธีใช้เหรียญแห่ง[การสร้าง]ที่จะสร้างได้ระหว่างสงครามก็ตัดสินใจได้แล้ว

อสูรที่อยากผสมก็ตัดสินใจแล้ว แต่ว่าถ้าจะให้เกิดแบบพัฒนาได้ก็ไม่มีเวลาเก็บเลเวลดังนั้นก็เป็นกำลังรบให้ไม่ได้
แล้วถ้าให้พูด การให้เกิดแบบจำกัดเลเวลไม่ใช่แค่เพดานเลเวลต่ำลง สเตตัสที่เลเวลเดียวก็ต่ำลงด้วย
ไม่ว่ายังไงการให้อสูรระดับSเกิดมาแบบจำกัดเลเวลถือว่าเสียของ

เพื่อจะแก้สถานการณ์อย่างนั้น ก็เลยเตรียมการให้สามารถผสมได้ตลอดเวลาไว้เท่านั้น
ในตอนที่ดับขันก็จะเรียกอสูรระดับSออกมาแบบจำกัดเลเวลทันที แต่ถ้าไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นพอจบสงครามก็ไว้ค่อยสร้างแบบพัฒนาได้

"ถ้าเกิดว่าไม่ชนะล่ะก็"

ผมพึมพำคนเดียว
โอกาสชนะน่ะมีอยู่ แต่ว่ามันก็เป็นเพียงการคาดเดาจากข้อมูลที่มีอยู่เท่านั้น
บางที อาจจะมีจุดบอดที่คาดไม่ถึงอยู่ก็ได้

"โพลเคล นายเองก็ทำหน้าแบบนั้นได้ด้วยเหรอเนี่ย"

สาวน้อยท่าทางไม่ยอมใครปรากฏตัวออกมาพร้อมผมสีเขียวที่ปลิวไสว
เพื่อนและคู่แข่งของผม จอมมารแห่ง[สายลม]สโตรัส
ใน[สงคราม]ครั้งนี้ผมได้ขอยืมพลังของเธอ
เพื่อจะเข้าร่วมสงครามในวันพรุ่งนี้ เลยให้เธอเข้ามาพักในที่พักของเมืองนี้
เธอเองก็คงรู้สึกทนไม่ได้จนต้องออกมาข้างนอก

"ก็นะ ผมเองก็เครียดได้เหมือนคนทั่วไปล่ะ ความไม่สบายใจก็มีอยู่ ที่นี่น่ะมีของที่สำคัญอยู่มากเหลือเกิน"

จะเก็บซ่อนไปก็ไม่ได้อะไรผมเลยบอกไปตรงๆ
พอคิดว่าอาจจจะต้องเสียเมืองนี้หรือพวกคุอินะไปแล้ว ก็รู้สึกกลัวขึ้นมา
ผมที่เป็นจอมมารจะแสดงความอ่อนแอให้พวกลูกน้องเห็นไม่ได้ แต่ถ้าเป็นสโตรัสจะให้เห็นสักนิดก็ไม่เป็นไร

"ฉันรู้สึกสบายใจนิดหน่อยน่ะค่ะ"
"สบายใจ?"
"ค่ะ พอคิดว่าคุณเองก็มีด้านนี้อยู่ด้วย คุณเองก็เหมือนกับฉัน เป็นจอมมารธรรมดาล่ะนะคะ"

สโตรัสที่พูดเรื่องตลกๆออกมาทำให้ผมยิ้มเจื่อนๆ

"โพลเคล ไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอกค่ะ ฉันคนนี้จะเป็นหลักประกันให้คุณเองไม่ปล่อยให้คริสตัลถูกทำลายแน่ๆค่ะ คุณเองก็จงบุกโจมตีดันเจี้ยนของศัตรูอย่าได้ลังเลซะละ"
"ผมน่ะมั่นใจ แต่ว่านะ ก็อยากที่จะชนะได้โดยไม่ต้องยืมพลังของสโตรัสดู"

สโตรัสจะเฝ้ารอในห้องคริสตัลของผม เธอสัญญาไว้ว่าจะให้ยืมพลังในตอนที่การป้องกันสุดท้ายในห้องที่สามถูกจัดการไปแล้ว
ที่เป็นแบบนี้เพราะความดื้อรั้นของผมและความรู้สึกที่อยากจะเชื่อในพวกอสูรของผมให้ถึงที่สุด

"ฉันชอบจุดนั้นของคุณนะคะ สมกับเป็นคู่แข่งของฉันคนนี้ค่ะ"
"จะทำตัวท้อแท้ไม่ได้แล้วล่ะนะ"
"แล้วจะไม่มาคุ้มกันฉันให้หน่อยเหรอคะ?"
"อา จะพาไปให้นะ"

ผมจะไม่พาเธอวาร์ปไปที่ห้องคริสตัลไม่ได้
ผมใช้อำนาจของจอมมารพาเธอไปส่งที่ห้องคริสตัล แล้วก็ทิ้งห้องนั้นไว้เบื้องหลัง
ถึงเวลาแล้ว ผมเองก็มีเรื่องสำคัญต้องไปทำอยู่

ชั้นใต้ดินชั้นแรกห้องที่สอง
บริเวณสุสานที่อยู่ของพวกอันเดดที่ตอนกลางวันใช้เป็นโรงงานขมปังและโรงงานอาวุธ
ที่นั่นมีพวกอสูรของผมตั้งแถวรออยู่

เริ่มจาก กองทัพอันเดดที่ไวต์เป็นผู้นำ
พวกสเกลตัน, มอนสเตอร์ที่กลายเป็นอันเดดจากการต่อสู้กับจอมมารแห่ง[สายลม]สโตรัส, แล้วก็พวกมอนสเตอร์ที่กลายเป็นอันเดดตอนพาไวต์ไปล่าที่[ถ้ำบัวแดง]
เป็นกำลังรบขนาดใหญ่ที่มีกำลังเกิน100ตน
ในฐานะอสูรนั้นพวกสเกลตันค่อนข้างที่จะอ่อนแอมาก แต่ว่าด้วยแอสซัลท์ ไรเฟิลที่ใช้[สร้าง]สร้างขึ้นมา ด้วยการติดตั้งMK416ก็ทำให้กลายเป็นกำลังรบที่ไว้ใจได้

ต่อมาคือกองทัพโกเลมจำนวนมากที่โรโรโนะและพวกดวาร์ฟ สมิธสร้างขึ้นมา
กำลังรบขนาดใหญ่รองจากกองทัพอันเดดที่มีกำลัง80ตน
ในนั้นเองก็ยังมีกำลังพิเศษ พวกโกเลมมิธริลทั้ง12ตน
พวกเขา นอกจากมีพลังที่เทียบเคียงกับอสูรระดับBแล้วยังติดตั้งอุปกกรณ์ที่ดีด้วย
Browning D2 Caliber .50 สัตว์ประหลาดที่สามารถยิงกระสุนที่เทียบเคียงกับไรเฟิลต่อต้านรถถังที่ยิงได้หกนัดในหนึ่งวินาที สามารถกลัวแกว่งสิ่งนั้นที่มนุษย์ไม่สามารถติดตั้งได้ราวกับถือแอสซัลท์ ไรเฟิล
พวกโกเลมที่ไม่ใช่มิธริลเองก็ให้ติดตั้งสิ่งของที่มีพลังทำลายมหาศาลนั่นเช่นกัน เป็นกองทัพพลังมหาศาลติดปืนกลหนัก

แล่้วก็หน่วยทิ้งระเบิด20ตนที่ฝึกมาเรื่อยๆตั้งแต่ก่อตั้งเมืองที่นำโดยกริฟฟอน
หน่วยกำลังผสมที่มีกริฟฟอนระดับBและฮิปโปกริฟระดับD
หน้าที่ของพวกเขาคือปล่อยระเบิดจากฟากฟ้า ด้วยระเบิดพลังทำลายสูงจำนวนมากจากสารเคมีที่ผมใช้[สร้าง]สร้างขึ้นมา แล้วปล่อยมันลงมาจากบนฟ้าถือเป็นกลยุทธที่ให้ผลดีอีกอย่างหนึ่
ถ้าเป็นคู่ต่อสู้ที่ไม่มีกำลังต่อต้านอากาศล่ะก็จะกลายเป็นการทำลายเพียงฝ่ายเดียวเลย
เดิมที เป็นหน่วยที่สร้างขึ้นเพื่อไว้ต่อสู้กับเมืองของมนุษย์ แต่ว่าในสงครามครั้งนี้เองก็ยังพอเอามาใช้ได้เหลือเฟือ

สุดท้ายคือกองกำลังผสม ที่ใช้พ็อยต์ที่ได้มาตอนแสดงการต่อสู้กับสโตรัสสร้างเป็นเหรียญเหรียญเลียนแบบระดับBจำนวนมากแล้วใช้สร้างสร้างขึ้นมาเป็นพวกอสูรระดับBและCชนิดต่างๆที่เกิดมาแบบจำกัดเลเวล ระดับBนั้นเป็นกำลังรบระดับที่จอมมารทั่วไปผสมขึ้นมาได้ ไม่มีทางที่จะอ่อนแอ ทางนี้มีรวมทั้งหมด12ตน

ทั้งหมดนี้จะกลายเป็นกำลังรบหลัก

หลังจากนั้นก็กำลังหลักจำนวนน้อยนิด จิ้งจอกภูติสองตนที่คุอินะฝึกมามีพลัง[แปลงกาย]และควบคุมเปลวเพลิง ทั้งยังมีความสามารถในการพรางตัว ความคล่องแคล่วและพลังทำลายอันยอดเยี่ยม

ดวาร์ฟ สมิธสี่ตนที่นับถือเอลเดอร์ ดวาร์ฟเป็นอาจารย์ที่มีฝีมือในการสนับสนุนด้วยเวทธาตุดินและความสามารถในงานฝีมือ

ไฮ เอลฟ์ที่สี่ตนมีพี่สาวอย่างแอนเชี่ยน เอลฟ์คอยดูแล มีพลังในการค้นหาศัตรูที่สุดยอดจากการควบคุมสายลม และมีพลังมหาศาลในการยิงระยะไกลด้วยการใช้แอนตี้แมททีเรียล ไรเฟิล

แล้วที่จะลืมไปไม้ได้ ผู้ที่ผมเชื่อใจยิ่งกว่าใคร ลูกสาวทั้งสาม คุอินะ, โรโรโนะ, แอนเชี่ยน เอลฟ์

กำลังรบอันทรงพลัง เหล่าอสูรที่เชื่อถือได้ของผม
ผมขึ้นไปยังเวทีที่เตรียมไว้พวกอสูรของผมทุกตน มองมาที่ผม

"เหล่าอสูรที่รักทุกท่ายเอ๋ย เวลาแห่งการต่อสู้ได้มาถึงแล้ว"

บริเวณรอบๆเต็มไปด้วยความตึงเครียด

"ไม่เหมือนสงครามครั้งที่แล้ว นี่คือ[สงคราม]ของจริง คนที่ตายไปจะไม่กลับมา ถ้าแพ้ทุกอย่างก็หายไป"

ใช่แล้ว ในการต่อสู้กับจอมมารแห่ง[สายลม]สโตรัสอสูรที่ตายไปจะกลับมาด้วยพลังของจอมมารแห่ง[กาลเวลา]
แต่ว่า ครั้งนี้นั้นไม่มีเรื่องปลอดภัยแบบนั้น ถ้าคริสตัลถูกทำลาย ทุกคนก็จะหายไป
ถึงจะชนะแต่ชีวิตที่เสียสละไปก็ไม่กลับมา

"ผมไม่อยากจะสูญเสียพวกเธอไป เพราะฉะนั้นได้โปรดอย่าตายกัน ผมเตรียมกลยุทธนี้ไว้ก็เพื่อการนั้น แสดงพลังของเราออกไปให้เต็มกำลังแล้วมีชีวิตรอดกลับมา ชิงชัยชนะมาไว้ในกำมือ นี่คือคำสั่งของผม"

ดวงตาของทุกคนมีประกายแห่งความแน่วแน่อยู่
ผมมองไปที่หน้าของแต่ละคน
ไม่มีความเสียใจใดๆอยู่ เห็นเพียงแค่ความมั่นใจในชัยชนะเท่านั้น

การบอกว่าอย่าตายนะอาจจะทำให้ดูเสียภาพลักษณ์จอมมารก็ได้
ถ้าเป็นปกติ การใช้อสูรเป็นเหยื่อล่อมนุษย์เข้ามาแบบใช้แล้วทิ้งคือหน้าที่ของจอมมาร ไม่จำเป็นต้องเอาใจใส่พวกอสูร

แต่ว่าผมไม่สามารถทำแบบนั้นได้
พวกคุอินะที่เป็นลูกสาวแน่นอนว่าต้องสำคัญ แต่ไม่ใช่แค่พวกเธอ ไวต์เองก็สามารถพึ่งพาไว้ได้ จิ้งจอกภูติ ไฮ เอลฟ์ ดวาร์ฟเองก็ได้พูดคุยหัวเราะกันตั้งหลายครั้ง
พวกสเกลตันที่ทำขนมปังเองผมก็รู้สึกยินดี หลังของกริฟฟอนก็ได้ขี่มาแล้วหลายต่อหลายครั้ง ความรู้สึกปลอดภัยในตอนนั้นผมรู้ดี
คนอื่นๆเองก็เช่นกัน
ที่อยู่ที่นี่ทุกคนเป็นพวกพ้องคนสำคัญของผม

"ผมจะบอกกลยุทธสำหรับให้ทุกคนชนะและรอดปลอดภัย หลักๆจะแบ่งออกเป็นสามกลุ่ม หน่วยที่หนึ่งจะนำโดยคุอินะและโรโรโนะ ตามโดยไฮ เอลฟ์สองตนและกำลังผสมที่เป็นอสูรที่มีความเร็วสูงอีก20ตน เรื่องสั่งการขอฝากไว้ที่คุอินะ เป้าหมายคือการทำลายคริสตัลของจอมมารแห่ง[ความหนืด] จะเริ่มบุกทันทีในตอนที่เริ่มสงคราม พอทำลายคริสตัลได้ก็ให้รีบกลับมาทันทีเพื่อทำการคุ้มกันดันเจี้ยน"

คุอินะและโรโรโนะระดับSทั้งสองตน รวมกับพวกไฮ เอลฟ์ที่เชี่ยวชาญด้านการค้นหาศัตรู แถมยังเป็นกำลังรบระดับBกับCที่เป็นระดับเดียวกับพวกอสูรไพ่ตายของของศัตรู
น่าจะชนะได้เหลือเฟือ

"เข้าใจแล้วค่ะ คุณพ่อ จะจัดการพวกปลาตัวจ้อยแล้วรีบกลับมาเลยค่ะ!"
"อา ฝากด้วยนะ ถ้าเธอทำลายคริสตัลได้แล้วกำลังรบของศัตรูก็จะเหลือสองในสาม ยิ่งทำลายได้เร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งส่งผลดีกับสงครามในครั้งนี้"

สงครามในครั้งนี้เมื่อเวลาหมดลงแล้วการตัดสินแพ้ชนะจะขึ้นอยู่กับคริสตัลที่เหลืออยู่
แค่ฝ่ายนั้นเน้นที่การป้องกันก็ชนะได้ ดังนั้นแล้วทางนี้ก็ได้แต่ต้องบุกเท่านั้น
เพราะฉะนั้นก็ต้องใช้กำลังรบที่แข็งแกร่งและเร็วที่สุดบุกเข้าไป
และก็นี่ถือเป็นส่วนหนึ่งของการป้องกัน [ความหนืด]นั้นจิตใจอ่อนแอ ถ้าเกิดดว่าดันเจี้ยนของตัวเองถูกบุกล่ะก็จะต้องเรียกอสูร ในกองกำลังจู่โจมกลับมาป้องกันแน่ และถ้าคุอินะทำลายคริสตัลแล้วอสูรของ[ความหนืด]ก็จะหายไป

"แล้วต่อไปก็หน่วยที่สอง หน่วยที่สองผมจะเป็นคนนำเอง เป้าหมายคือการทำลายคริสตัลของจอมมารแห่ง[ความชั่วร้าย] ที่จะไปด้วยกันคือผมกับแอนเชี่ยน เอลฟ์ แล้วก็จิ้งจอกภูติกับดวาร์ฟ สมิธครึ่งหนึ่ง หน่วยกริฟฟอนอีกครึ่งหนึ่ง แล้วก็หน่วยกำลังผสมที่มีฝีเท้าช้าจะใส่[คลัง]พาไปด้วย"

แอนเชี่ยน เอลฟ์ที่มีทั้งพลังทำลายและพลังในการตรวจจับศัตรูก็ให้จิ้งจอกภูติทำการคุ้มกัน แล้วก็ในฐานะไพ่ตายก็จะพาหน่วยกริฟฟอนที่สามารถทิ้งระเบิดจากบนฟ้าได้ไปด้วย พวกเดินช้าที่แข็งแกร่งเองก็ใช้[คลัง]พาไปในฐานะกำลังรบที่ทรงพลัง
สำหรับคู่ต่อสู้เป็นจอมมารที่สร้างเหรียญระดับAไม่ได้แล้วก็สามารถชนะได้อย่างเหลือเฟือ

"แอนเชี่ยน เอลฟ์ การที่เธอต้องชนะเอสของฝั่งนั้นคือกุญแจสำคัญ ขอฝากด้วยนะ"
"นายท่าน เชื่อใจได้เลยค่ะ จะไม่แพ้ให้ใครทั้งนั้นค่ะ"

แอนเชี่ยน เอลฟ์ตอบมาอย่างไม่ลังเล
ราวกับว่าการชนะก็เป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว ก็ไม่แปลกอะไรสำหรับป้อมปราการทำลายล้างลอยฟ้าความเร็วสูง แต่คุอินะเองก็ไม่ใช่ว่าจะรับมือเธอได้ง่ายๆ

"ผมเชื่อในตัวเธอนะ แอนเชี่ยน เอลฟ์ ช่วยแสดงพลังของเธอออกมาในการต่อสู้นี้ด้วยล่ะ"

ผมยิ้มให้เธอ
แล้วก็ถ้าเกิดว่าเธอสามารถจัดการเอสของจอมมารศัตรูและทำลายคริสตัลได้ตอนนั้นผมตัดสินใจว่าจะให้ชื่อกับเธอ

"สุดท้ายคือหน่วยที่สาม ถึงจะคิดว่าจะคิดกันไว้แล้วแต่หน้าที่ก็คือการคุ้มกันเมือง ไวต์ ขอฝากทั้งหมดไว้กับนายด้วย จงใช้พลังของอสูรที่เหลืออยู่ทั้งหมดแล้วก็ปกป้องลอนเอาไว้ให้ได้ จะต้องคอยรับการโจมตีอันรุนแรงของพวกจอมมารทั้งสามโดยที่ไม่มีพวกระดับเอสของเราอยู่ คนที่จะฝากฝังในสถานการณ์นี้ได้มีเพียงแค่นายคนเดียวเท่านั้น ทำได้ไหม?"

ไวต์ตอบรับคำถามของผมด้วยความสุภาพเรียบร้อย

"กองทัพสเกลตันอันแสนภาคภูมิของกระผม กองทัพโกเลมอันทรงพลัง ดวาร์ฟ สมิธผู้ควบคุมโกเลมได้ดั่งแขนขาตัวเองทั้งสองคน ไฮเอลฟ์ผู้คอยเป็นดวงตาและรับหน้าที่ต่อต้านทางอากาศอีกสองคน แล้วก็หน่วยทิ้งระเบิดกริฟฟอนอีกครึ่งหนึ่ง ถ้ามีถึงขนาดนี้แล้วการรับมือจอมมารสามเหล่าก็เป็นเรื่องง่ายขอรับ ต่อให้ไม่ต้องใช้ไพ่ตายในห้องที่สามที่เหนือหัวเตรียมไว้ ก็จะจัดการให้ดูขอรับ

ให้ตายสิเป็นผู้ชายที่พึ่งได้จริงๆ
เรื่องกำลังรบก็อย่างที่เขาพูดทุกอย่างเตรียมไว้เกินพอแล้ว
แต่ว่าการจะใช้มันในกลยุทธได้ก็ต้องมีผู้นำ และไวต์ก็มีมันอยู่

ผมไม่ได้บอกพวกอสูรถึงตัวตนของจอมมารแห่ง[สายลม]สโตรัส เพราะมันเกี่ยวกับความอ่อนไหวเรื่องความรู้สึกปลอดภัย
ยกเว้นเพียงไวต์เท่านั้น เพราะว่าไม่สามารถเอาชนะได้ด้วยพลังของตัวเองอย่างเดียว ในช่วยที่กำลังจะแพ้นั้นก็ให้อสูรทั้งหมดทำการถอยแล้วเริ่มใช้งานห้องที่สาม ไปขอความช่วยเหลือจากสโตรัส
การตัดสินใจที่ลำบากนั้นผมฝากไว้กับไวต์ คนที่จะฝากฝังเรื่องนี้ได้มีเพียงไวต์เท่านั้น

"ขอบอกให้ทุกคนที่อยู่ที่นี่ให้ทราบ ตอนที่ผมไม่อยู่นั้นไวต์จะเป็นผู้ถืออำนาจทั้งหมด คิดซะว่าคำสั่งของไวต์ก็คือคำสั่งของผม"

เหล่าอสูรของผมพยักหน้า
ไวต์เปิดปากพูดออกมาในขณะที่ยังสั่นด้วยความยินดี

"เหนือหัว ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตก็จะปกป้องอวาลอนให้ได้ขอรับ ด้วยพลังของกระผมขอรับ!"

ผมรู้สึกยินดีกับคำพูดนั้น
แต่ว่ามันก็ผิดอยู่นิดหน่อย

"ไวต์ การเตรียมใจแบบนั้นน่ะดี แต่ว่านะอย่าเข้าใจผิดล่ะ ผมน่ะไม่อยากเสียพวกนายไปหรอกนะ อย่าพูดเชียวล่ะว่าจะยอมสละชีวิต จงมีชีวิตอยู่แล้วชนะ นี่คือคำสั่งของผม"

ผมไม่ต้องการโศกนาฏกรรมอะไรทั้งนั้น
จะชนะโดยไม่ต้องเสียสละใครทั้งนั้น

"ขอรับ ตามที่เหนือหัวต้องการขอรับ"

เท่านี้การประชุมกลยุทธก็จบลงแล้ว เพราะฉะนั้นก็ต้องพูดคำพูดสุดท้ายออกมา

"นี่คือ[สงคราม]ครั้งแรกของเรา เราจะชนะอย่างขาดลอย แล้วกลับมาหัวเราะด้วยกันทุกคน ทุกคนประจำตำแหน่งได้!"

พวกอสูรของผมเริ่มขยับตัวอย่างกระตือรือร้น
อีกไม่นานก็จะถูกวาร์ปโดยผู้สร้างแล้ว
เอาล่ะ มาชนะกันเถอะ


ตั้งแต่ตอน54 มีในเว็บนายท่านแล้ว แต่ผมจะค่อยๆลงที่นี่ก่อนละกันครับ เพราะว่าเดี๋ยวผมคงพักยาว เดี๋ยวดูไม่เนียนตา เพราะฉะนั้นค่อยๆปล่อยครับ




NEKOPOST.NET