[นิยายแปล] การสร้างเมืองของท่านจอมมาร ตอนที่ 52 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] การสร้างเมืองของท่านจอมมาร

Ch.52 - ตอนที่23 ผู้ช่วย


ห้องคริสตัลที่อยู่ลึกสุดในชั้นใต้ดินของอวาลอน
ระหว่างมองโฮโลแกรมที่ฉายอยู่ที่นั่น สามน้อยผมเงินเอลเดอร์ ดวาร์ฟนามว่าโรโรโนะนั้นก็ตั้งค่าสภาพแวดล้อมโดยไม่หยุดมือ
การจะพัฒนาดันเจี้ยนนั้นจำเป็นต้องใช้ทั้งหนังสือของจอมมารกับคริสตัลทั้งสองอย่าง แล้วก็เปลี่ยนเป็นรูปร่างอินเตอร์เฟสสำหรับให้ผู้ใช้ใส่ข้อมูลเข้าไป
ในกรณีของเธอก็คือคีย์บอร์ดของคอม

"มาสเตอร์ การออกแบบพื้นฐานเสร็จแล้วค่ะ ห้องที่สามสามารถสร้างขึ้นมาได้โดยไม่มีปัญหาอะไร แต่ว่าระเบิดที่ทำให้ความคิดของมาสเตอร์เป็นจริงนั้นมีไม่ค่อยพอค่ะ"
"วัตถุดิบผมจะใช้[สร้าง]เพิ่มเอา ปัญหาก็คือจะสร้างได้ทันกำหนดวันหรือเปล่า"
"เมื่อคำนวณกำลังการผลิตตอนนี้...อืม ฉิวเฉียดอยู่ค่ะ แต่ว่าจะอย่างนี้จะดีจริงๆเหรอคะ? มันค่อนข้างจะเป็นของชั่วคราว"

เอลเดอร์ ดวาร์ฟนั้นเป็นกำลังออกแบบห้องที่สาม
ห้องนี้นั้นจำเป็นต้องใช้ความรู้ความสามารถของเธอ
ด้วย[สร้าง]ก็สร้างวัตถุดิบขึ้นมา ดินปืนจำนวนมากสำหรับให้พวกสเกลตันทำการสร้างไปเรื่อยๆ สิ่งนั้นจะเป็นอาวุธให้กับหน่วยทิ้งระเบิดกริฟฟอน ที่จะใช้ชีวิตอยู่ที่นี่

"คิดไว้แค่พลังทำลายที่รุนแรงพอไว้เท่านั้นเองแบบนี้ล่ะดีแล้ว"
"อืม เข้าใจแล้ว แต่ด้วยเวลาการระเบิดและพลังทำลายที่รุนแรงขนาดนี้แล้วการจะใช้คงยากสักหน่อยค่ะ"
"จุดนั้นเป็นเรื่องของพวกมีแรงล่ะนะ เรื่องการจุดระเบิกก็ปล่อยให้พวกโกเลมทำไปแทน เพราะว่าใช้แล้วทิ้งได้ล่ะนะ ใช้พวกนั้นก็น่าจะดีกว่า ไม่ได้เหมือนกับพวกเธอสักหน่อย"

สงครามคราวนี้นั้นพวกอสูรที่ตายจะไม่กลับมา
ถ้าพลาดสักก้าวเดียวเพื่อนที่ใช้ชีวิตด้วยกันในเมืองนี้ก็จะต้องตาย

คุอินะ โรโรโนะแล้วก็แอนเชี่ยน เอลฟ์นั้นก็แน่นอน พวกไวต์ กริฟฟอน จิ้งจอกภูติ ดวาร์ฟ สมิธ และไฮเอลฟ์เองก็เป็นเพื่อนคนสำคัญ ตอนที่ใช้ชีวิตในเมืองนี้ก็หัวเราะด้วยกันตั้งหลายครั้ง ผมไม่อยากที่จะเสียใครไปสักคน

"เข้าใจแล้วค่ะ รู้สึกดีใจกับความรู้สึกของมาสเตอร์ ในฐานะ[อสูรแห่งคำมั่นสัญญา]แล้วจะไม่ทำให้ความรู้สึกของ"พ่อ"เสียเปล่าค่ะ"

หลังจากตัดสินใจได้แล้ว เอลเดอร์ ดวาร์ฟที่ออกแบบห้องที่สามเสร็จแล้วก็เริ่มค้นหาจุดที่จะปรับปรุงให้ดีขึ้นต่อ
ไม่ว่าตอนไหนก็เป็นเด็กที่พึ่งพาได้จริงๆ

ถึงจะอย่างนั้นสิ่งที่แย่ก็คือเวลาสงครามที่จำกัด ตอนที่ผมจะสร้างเหรียญแห่ง[การสร้าง]ได้นั้น คือในช่วงระหว่างสงคราม สิบชั่วโมงหลังจากที่สงครามเริ่มขึ้น
ถ้าให้เกิดขึ้นมาแบบพัฒนาได้ถึงจะเป็นระดับSก็ไม่มีเวลาเก็บเลเวลคงจะใช้เป็นกำลังรบที่ดีไม่ได้
แต่ว่าจะให้เกิดแบบจำกัดเลเวลก็แย่เกินไป จะทำยังไงดีถ้าไม่รีบตัดสินใจเลือกเร็วๆล่ะก็คงจะแย่แน่


ตอนที่กำลังทำงานอยู่ ก็มีนกสีฟ้าตัวหนึ่งมาเกาะที่ไหลผม
นกตัวนี้เป็นอสูรของจอมมารแห่ง[สายลม]สโตรัส ที่ไว้ใช้เวลาส่งจดหมายมาหาผม

ที่เท้ามีจดหมายพันเอาไว้
พอเปิดมันดู

[ตอนนี้จะไปหาที่นั่น เตรียมชาเอาไว้ด้วยล่ะ]

เขียนไว้ว่างั้น
เห็นจดหมายที่ผมส่งไปแล้วสินะ
การที่รีบมาขนาดนี้เนี่ย เป็นคนดีจริงๆเลยนะ

หลังจากงานออกแบบของโรโรโนะเสร็จแล้ว ก็นั่งคุยกันขนมกันสองคน แล้วข้างนอกก็มีเสียงโวกเวกโวยวายดังขึ้น พอคิดว่าเกิดอะไรขึ้นผมก็ออกไปดู
พวกนักผจญภัยส่งเสียงจอแจแล้วมองขึ้นไปบนฟ้า
พอผมมองตามขึ้นไปก็มีกริฟฟอนขนาดใหญ่บินมาลงที่หน้าบ้านของผม
ทั้งสีขน ความใหญ่โต และพลังเวทที่ห่อหุ้มร่าง ก็รู้ว่าไม่ใช่กริฟฟอนธรรมดาแต่เป็นพวกระดับสูง

พอกริฟฟอนยักษ์ลงจอดแล้ว ก็มีสาวน้อยหน้าตางดงามผมสีเขียวท่าทางไม่ยอมใครลงมาจากบนหลังแล้วเดินเข้ามาหา
พวกนักผจญภัยก็ทำท่าตะลึงกัน

เดิมทีแล้วการเลี้ยงอสูรสำหรับไปไหนมาไหนนั้นสำหรับมนุษย์มันอาจจะแปลกแต่ก็มีคนใช้อยู่ แต่ว่าถ้าพูดถึงการเลี้ยงอสูรชั้นสูงที่มีระดับAอย่างกริฟฟอนนั้นถ้าเป็นมนุษย์ก็เป็นระดับวีรบุรุษ จะตกใจก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

"มาหาแล้วค่ะ โพลเคล ดูท่าจะเป็นเรื่องใหญ่แล้วสินะคะ"
"ขอบคุณที่มาเร็วขนาดนี้นะ จะต้องคุยเรื่องที่ซับซ้อนสักหน่อย เข้ามาคุยในห้องของผมเถอะ"

นักผจญภัยรอบๆจ้องมองมา
ไม่ค่อยอยากให้ได้ยินคำพูดเกี่ยวกับจอมมารและสงครามสักเท่าไหร่

"นั่นสินะ ที่นี่คือบ้านของนายเหรอ ดูดีใช้ได้เลยนะ"
"เมืองกับบ้านที่ผมภาคภูมิใจน่ะ มาทางนี้ได้เลย"

แล้วผมก็ชวนสโตรัสเข้ามา ไปยังห้องวีไอพี

พอเขามาในห้องห้องวีไอพี พอนั่งบนเก้าอี้ที่ผมเตรียมแล้วก็จิบชาแดงแล้ว สโตรัสก็เปิดปากพูดออกมาอย่างขมขื่น

"โพลเคล เห็นจดหมายแล้วล่ะค่ะ เรื่องที่มี[สงคราม]เนี่ย แถมยังกับสามคนอีก"
"นั่นสินะ ถึงจะได้ยินข้อมูลจากสโตรัสแล้วก็เถอะแต่พอมาสามคนเนี่ยก็รู้สึกตกใจเลยล่ะ"

ถึงจะคิดไว้ว่าสองคนแล้วก็เถอะแต่ว่ามาสามคนนี่เกินคาดเลยล่ะ แล้วก็อีกเรื่องที่ต้องกลายเป็นสงครามโดยกฎที่เสียเปรียบขนาดนั้นเนี่ยก็ไม่ได้คิดไว้เลย
ผมเองก็ยังอ่อนหัดอยู่

"ที่นายมาบอกฉันเนี่ยรู้สึกยินดีจริงๆค่ะ เป็นห่วงอยู่เลยค่ะ จอมมารทั้งหมดกำลังกำลังแลกเปลี่ยนข้อมูลเรื่องที่พวกคุณก่อสงครามกัน ก็เลยรู้สึกไม่สบายใจเลยค่ะ"

ผมมองไปบนฟ้าแล้วปิดตาลง
น่ารำคาญจริง

"อย่าบอกนะเรื่องคราวนี้ก็ถูกถ่ายทอดออกไปน่ะ"
"ท่าทางจะไม่ใช่อย่างนั้นนะ ที่จะรู้กันกันก็แค่เรื่องผลลัพธ์แน่ๆค่ะ"
"อย่างนั้นก็ดี"

ก็เพราะว่าตอนนี้นั้นไม่ใช่เวลาที่จะต้องมาเก็บไพ่ตายอะไรแล้ว
ถ้าต้องให้จอมมารทั้งหมดเห็นไพ่ตายล่ะก็คิดได้เลยว่าต้องแย่แบบสุดๆ

"นาย คิดเหรอว่าจะชนะ[สงคราม]ครั้งนี้"
"อา ชนะสิ"

เรื่องจะแพ้น่ะไม่มีอยู่สักนิด

"ฟุ พูดได้โดยไม่ลังเลสักนิดเลยนะ ผมกับเป็นคุณจริงๆนะคะ อะแฮ่ม... คือว่า ไม่สนใจจะเพิ่มโอกาสชนะหน่อยเหรอ?"

ให้พูดตามจริง ในจดหมายที่ส่งให้จอมมารแห่ง[สายลม]สโตรัสผมเขียนไปแค่ว่าอยากจะพบปะพูดคุยเรื่องราวตอนนี้เท่านั้นเอง
ถึงจะคิดว่าจะขอความช่วยเหลือ แต่ก็ไม่คิดเลยว่าจะเอ่ยปากช่วยเหลือด้วยตัวเองแบบนี้

"หรือว่า จะมาช่วยผมเหรอ?"
"ก็อย่างที่บอกล่ะค่ะ ตอนที่เริ่ม[สงคราม]สิ่งมีชีวิตทุกอย่างนอกจากจอมมารและอสูรภายในดันเจี้ยนจะถูกวาร์ปไปยังห้องที่หยุดเวลาไว้ ถ้าให้พูดกลับกันก็คือจอมมารตนอื่นกับอสูรที่จอมมารนั้นปกครองก็สามารถอยู่ต่อได้"

จุดบอดที่ผมเองก็รู้สึกตัว
ถึงจะไม่ได้เข้าร่วม[สงคราม]โดยตรง ก็สามารถช่วยเหลือได้
ถ้าให้พูดตรงๆในช่วง[สงคราม]สามารถโจมตีจอมมารใหม่รวมถึงอสูรได้โดยไม่ต้องลังเล
แต่ว่า จอมมารที่ไม่ใช่จอมมารใหม่อย่างพวกเราแล้วในตอน[สงคราม]จะไม่สามารถทำร้ายจอมมารใหม่ได้ เพราะตามกฎว่าไว้ว่า"จอมมารใหม่"นั้นในช่วงสงครามจะสามารถทำร้ายกันและกันได้

"ขอบคุณที่บอกว่าจะช่วยนะ ผมเองก็คิดว่าจะขอร้องด้วยตัวเองอยู่แล้วล่ะ อยากได้อะไรตอบแทนล่ะ"

ผมถามอย่างตรงไปตรงมา ผมจะได้เตรียมของที่ต้องการไว้ให้

"ของแบบนั้นไม่ต้องการหรอกค่ะ"

จอมมารแห่ง[สายลม]ตอบกลับมาทันทีราวกับว่าเป็นเรื่องที่แน่นอน

"ถึงผมจะรู้สึกขอบคุณก็เถอะ แต่การเอาอันตรายมาให้ลูกน้องตัวเองโดยที่ไม่ได้อะไรมันจะแย่เอาไม่ใช่เหรอ?"

นี่ก็เป็น ความรับผิดชอบในฐานะจอมมาร
ถ้าต้องให้ลูกน้องหลั่งเลือดกับเหงื่อแล้ว จะไม่มีอะไรตอบแทนไม่ได้

"ที่จะมาช่วยสงครามนี้ก็เป็นแค่อีโก้ของฉันค่ะ ไม่ใช่วิถีทางแห่งจอมมารแต่อย่างใด ก็เพียงแค่มาเพื่อช่วยเพื่อนที่กำลังลำบากเท่านั้น จะให้พวกอสูรมายุ่งกับฉันที่เอาแต่ใจแบบนั้นไม่ได้หรอกค่ะ รอบนี้คนที่จะช่วยคุณมีแค่ฉันคนเดียวเท่านั้นค่ะ"
"ผมก็รู้สึกดีใจนะ ถึงคนที่ช่วยจะมีแค่สโตรัสคนเดียวก็เถอะ"
"พูดอะไรออกมายะ? ลืมพลังของฉันแล้วเหรอ? แล้วก็ดันเจี้ยนของฉันเองก็มีหน่วยป้องกันอยู่แล้วค่ะ แล้วก็ยังมีความสามารถที่ทำให้กำลังรบก็ไม่ได้ลดลงด้วยนะคะ"

ผมนึกถึงสงครามเมื่อตอนนั้น
สกิลเฉพาะตัวของสโตรัส มันคือ[สายลม] แล้วก็มีความสามารถต่างๆมากมายที่แตกแขนงออกมา
ที่โดดเด่นแม่แต่ในนั้นเองก็คือ...

"[กระจาย]เหรอ"
"ใช่แล้วค่ะ แค่ฉันคนเดียวก็เทียบได้กับทั้งกองทัพได้แล้วค่ะ"

ไม่ได้เป็นการพูดเกินจริงแต่อย่างใด เป็นความจริงแท้แน่นอน

"ก็ดีใจอยู่หรอกที่สโตรัสมาช่วย แต่ว่า ทำไมถึงช่วยกันถึงขนาดนี้เหรอ?"

สโตรัสนั้นเป็นเป็นคู่แข่ง ในหมู่จอมมารใหม่ด้วยกันแล้วแล้วการจัดการผมที่แข็งแกร่งที่สุดก็น่าจะดีกว่าแน่นอน

"นายน่ะเป็นคู่แข่งของฉันนะ ถ้าแพ้คนอื่นนอกจากฉันก็แย่สิ...แล้วก็ คือว่า นายน่ะเป็นเพื่อนคนแรกที่หาได้ด้วย"

ซึนเดเระเหรอไง!? ผมกลืนคำพูดที่เกือบจะหลุดออกไป

"เข้าใจแล้ว ขอบคุณมาก ขอบรับความช่วยเหลือของสโตรัสล่ะนะ แต่ว่า ยังไงก็คงต้องตอบแทนบุญคุณล่ะนะ จะให้รับมาฝ่ายเดียวโดยบอกว่าเป็นเพื่อนคงจะไม่ดีนัก นั่นสินะ ไม่ใช่การแลกเปลี่ยนในฐานะจอมมาร แต่ขอขอบคุณในฐานะเพื่อนละกัน ผมขอเชิญมาที่เมืองของผมจะเตรียมการต้อนรับที่สุดยอดที่สุดไว้ให้เลย แล้วก็เวลาที่สโตรัสมีปัญหา ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ขอสาบานว่าจะช่วยสุดกำลัง"

ผมได้ยินคำพูดของผมสโตรัสก็ยิ้มบางๆขึ้นมา เป็นรอยยิ้มที่งดงาม ใบหน้าที่ดูเป็นผู้ใหญ่ดูเหมาะกับเธอดี

"ดื้อจังเลยนะ แต่ว่ายินดีค่ะ จะขอเพลิดเพลินไปกับของตอบแทนของคุณนะคะ ถ้าฉันมีปัญหาตอนนั้นก็ขอความกรุณาด้วยค่ะ แล้วก็นะ เพราะว่า พวกเราเป็นเพื่อนกันล่ะนะคะ...สุดท้าย เพราะว่าฉันมาช่วยแล้วถ้าเกิดแพ้ล่ะก็ไม่ให้อภัยจริงๆด้วยค่ะ"

จอมมารแห่ง[สายลม]สโตรัสที่ทำท่าทางดีใจ แล้วก็เขินไปพลางพร้อมกับเน้นตรงคำว่าเพื่อน
ผมรู้สึกกับการพูดของเธอก็เลยหัวเราะออกมา

"แต่ว่าอยากจะขออย่างหนึ่ง ตอนนี้อยากจะให้ดูพลังเต็มที่ของอสูรของผม อาจจะได้เห็นการเลือกทางที่อันตรายไปบ้าง แต่ถ้าไม่ใช่ตอนนี้ก็คงไม่ได้ทดสอบพลังอำนาจ เพราะฉะนั้นก็อยากขอให้ช่วยเฉพาะตอนที่เกิดเงื่อนไขที่ผมกำลังจะบอก จนกว่าจะถึงตอนนั้นก็ขอให้พักในห้องคริสตัลของผมได้เลย ที่อยากจะขอสโตรัสก็คืออยากให้ช่วยปกป้องคริสตัลของผมในช่วงเวลาสุดท้ายที่ล่อแหลมก็พอ"

ผมพูดเงื่อนไขออกมา
นั่นคือตอนที่จนมุมสุดท้ายของสุดท้าย
ถ้าเป็นไปได้ ก็อยากที่จะชนะโดยที่ไม่ต้องยืมพลังของเธอ
ถึงจะบอกว่าผู้ช่วย แต่การให้เข้าไปในห้องคริสตัลก็อันตราย แต่ผมก็เชื่อใจว่าจอมมารแห่ง[สายลม]สโตรัสจะไม่หักหลังผมแน่นอน

"เข้าใจแล้วค่ะ จะลองสู้กับสามคนด้วยตัวคนเดียวจนถึงที่สุดสินะคะ สมเป็นคู่แข่งของฉันค่ะ ถ้าพูดถึงขนาดนั้นแล้วให้เห็นสภาพน่าสมเพชล่ะก็ไม่ยกโทษให้แน่ๆนะคะ"
"ถ้าเป็นห้องคริสตัลก็ต้องมองสภาพในดันเจี้ยนของผมได้แน่ ยังไงก็ช่วยดูการต่อสู้ของผมด้วยนะ"

มีความช่วยเหลือที่คาดไม่ถึงมาแล้ว
เท่านี้โอกาสชนะก็เพิ่มขึ้นไปอีก
หลังจากนี้ก็เตรียมการไปตามแผนเท่านั้นก็พอ


่ช่วงนี้ยุ่งครับ คงจะออกช้าสักหน่อยนะครับ




NEKOPOST.NET