[นิยายแปล] การสร้างเมืองของท่านจอมมาร ตอนที่ 51 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] การสร้างเมืองของท่านจอมมาร

Ch.51 - ตอนที่22 กฎที่แหกกฎ


จอมมารแห่ง[เหล็ก]เป็นพันธมิตรกับจอมมารอีกสองคนแล้วก็มาพูดคุยกับผม
จากการเจรจาของเขาคือจะหักหลังเพื่อนทั้งสองคน แล้วให้ผมร่วมมือกับซากันมาขยี้จอมมารปลาซิวปลาสร้อยสองคนที่เป็นพันธมิตรกับเขาแทน
ผมปฏิเสธข้อเสนอนั่น จอมมารแห่ง[เหล็ก]ซากันก็เริ่มกระสับกระส่าย ท่าทางเพลิดเพลินไปกับกาแฟชั้นเลิศแบบขุนนางหายไปหมดแล้ว

"บ้าน่า ไม่เข้าใจเรื่องที่ผมพูดเหรอ? นี่คือแผนที่ดีที่สุดสำหรับนายเลยนะ"
"ก็จริงที่มันไม่ใช่เรื่องแย่อะไร"

จอมมารแห่ง[เหล็ก]ซากันคิดว่าจะพาผมมาเป็นพวกได้แล้วก็สามารถชนะอย่างแน่นอนได้
ถ้าเทียบกับสู้แบบสามรุมหนึ่งแบบนั้นก็คงจะดีกว่า

"แล้วทำไมล่ะ?"

หมอนี่ถามออกมาด้วยท่าทางแปลกใจ ก็กลับกันถ้าคิดจะรับข้อเสนอแบบนั้นสิถึงจะแปลกไม่ใช่เหรอไงกัน

"คิดว่าจะให้ร่วมมืออย่างเชื่อใจกับคนที่หักหลังพวกพ้องง่ายๆเหรอ? ถ้านายสามารถหักหลังเพื่อได้ผมก็ไม่คิดหรอกนะว่าจะไม่แทงข้างหลังผม ไม่สิ นายต้องทำแบบนั้นแน่ๆ บางทีอาจจะเป็นส่วนหนึ่งของแผนที่จะใช้การสู้แบบสามรุมหนึ่งมาสร้างเรื่องให้ผมติดกับก็ได้"
"เรื่องแบบนั้นมัน"
"ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้นิ จริงๆนายก็จะทำแบบนั้นนี่นา"

แผนที่จะนำชัยชนะแน่นอนมาครอง
จอมมารแห่ง[เหล็ก]ที่กำลังวางใจกับแผนการนั้นกำลังสั่นคลอน การที่จะเชื่อใจคนที่หักหลังพวกพ้องได้ง่ายๆเนี่ย ผมไม่ใช่คนง่ายๆแบบนั้นหรอกนะ
แล้วก็ไม่ใช่แค่นั้นหรอกนะ

"แล้วก็นะ เรื่องกำไรน่ะสู้แบบสามรุมหนึ่งมันน่าจะดีกว่าไม่ใช่เหรอไงกันนะ"
"อยากจะพูดอะไรออกมากัน"
"ก็เป็นโอกาสที่จะได้เหรียญออริจินัลมาเป็นสามเหรียญใช่ไหมล่ะ? จะพลาดโอกาสแบบนี้ได้ไงกัน"

ผมจงใจปั้นยิ้มแบบมั่นใจออกมา
ผมก็แค่พุดออกไปว่าพวกนายน่ะก็เป็นได้แค่เหยื่อ
เท่าที่เห็นจอมมารแห่ง[เหล็ก]ซากันกำลังกระสับกระส่ายมากขึ้นเรื่อยๆ ตามความคิดของหมอนี่ต้องคิดว่าผมจะกลัวการสู้แบบสามรุมหนึ่งแล้วคิดพึ่งพาเขาแน่ๆ

"จอมมารแห่ง[การสร้าง] อะไรจะอวดดีขนาดนี้ การตัดสินใจนั้นจะต้องเสียใจภายหลังแน่"
"เรื่องนั้นจะเป็นยังไงกันนะ? คิดว่าจะให้ตัดสินใจว่าจะเชื่อใจนายแล้วปล่อยเรื่องทุกอย่างไว้จะดีกว่างั้นเหรอไง"

พอผมพูดแบบนั้น จอมมารแห่ง[เหล็ก]ซากันก็ไหล่สั่นเทิ้ม
แล้วก็ชูมือขวาขึ้นแล้วส่งเสียงออกมา

"มาได้แล้ว โรโนเว โมลาคุส"

พอเขาพูดแบบนั้นที่พื้นก็มีวงเวทวาร์ปลอยขึ้นมา
คงจะใช้พลังอะไรสักอย่างซ่อนวงเวทวาร์ปเอาไว้

ที่วาร์ปมาคือจอมมารสองคน
โรโนเวคือกบที่เดินสองขา ส่วนสูงใกล้เคียงสองเมตรแต่รูปร่างอวบอ้วนแถมมี ตะปุ่มตะป่ําอยู่ทั่วร่างการ เป็นผู้ชายที่มีรูปลักษณ์น่าขยะแขยง
โมลาคุสนั้นมีรูปร่างเป็นมนุษย์ ผู้ชายวัยกลางคนท่าทางอันตรายที่มีปีกและเขาของปีศาจ

อยู่ในสภาพที่เตรียมพร้อมรบเรียบร้อยแล้ว เป็นสภาพที่ดูจะประกาศสงครามตอนนี้ได้เลย ทั้งสองคนนี้ ดูท่าจะจริงที่จอมมารแห่ง[เหล็ก]ซากันบอกว่าถ้าไม่ยอมรับการขอให้ยอมจำนนแล้วสามารถประกาศสงครามได้ทันที
ตอนนี้ซากันกำลังอ้าปากพูดแล้ว ดีล่ะ ผมแทรกเข้าไปดีกว่า

"พวกนายสองคน จอมมารแห่ง[เหล็ก]ซากันน่ะเมื่อคิดจะขายพวกนายสองคนนะ บอกว่าต้องการจะร่วมมือกับผมแล้วก่อ[สงคราม]แบบสองต่อสองด้วย บอกว่าแทนที่จะสู้รุมสามกับผมสู้ร่วมมือกับผมแล้วกำจัดปลาซิวปลาสร้อยแบบพวกนายสองคนมันง่ายกว่าแหน่ะ แถมยังบอกด้วยทำให้สามารถจบเรื่องการทำ[สงคราม]ได้แน่ๆด้วย"

ด้วยคำพูดของผม จอมมารทั้งสองคนก็จ้องมองไปที่จอมมารแห่ง[เหล็ก] แล้วก็หันมามองหน้าผมต่อ
มันเป็นเรื่องใหญ่เกี่ยวกับความเชื่อใจเลย มันจึงสั่นคลอนได้อย่างง่ายดาย
ซากันกระเดาะลิ้นแล้วก็เปิดปากออกมา

"อย่าโดนหลอกสิ กับดักที่ทำให้พวกเราสับสนน่ะ! ผมไม่มีทางพูดเรื่องแบบนั้นอยู่แล้ว! ถ้าเกิดแตกคอกันที่นี่ล่ะก็พันธมิตรเราต้องสูญเปล่าแน่ นั่นล่ะความคิดของจอมมารแห่ง[การสร้าง]ล่ะ"

เอาเถอะ ถึงจะพูดแบบนั้น ทั้งสองคนที่ถูกซากันพูดด้วยความโกรธใส่ ก็ย่อมรู้สึกสงสัยมากขึ้น
เป้าหมายของผมคือให้รู้สึกละแวงกันเอง ดังนั้นแล้วจะไม่เชื่อก็ไม่เป็นไร
ในตอนสำคัญแล้วเพียงแค่ตอกลิ่มลงไปอีกสักเล็กน้อยความเชื่อใจก็พร้อมที่จะขาดสะบั้นได้

"ตะ แต่ว่า เรา"
"พึมพำอะไรอยู่ได้โรโนเว การอย่างแก ถ้าไม่มีผมช่วยล่ะก็ก็คงตัวสั่นจนทำอะไรไม่ได้หรอก เป็นไอ้โง่ก็หุบปากแล้วฟังเรื่องที่บอกก็พอ"
"ฮี๊ เข้าใจแล้ว เข้าใจแล้วน่า"

คุณชายกบสองขา ทำตัวลีบ เห็นความสัมพันธ์ของทั้งสองชัดเจนเลย

"โมลาคุสเองก็อย่าไปหลงกลมันแบบนั้นล่ะ พวกเราเป็นเพื่อนกันไม่ใช่เหรอ"
"...นั้นสินะ เรื่องที่ซากันบอกไม่มีทางผิดพลาดแน่นอน"

หืม ปีศาจที่ดูท่าทางอันรายทางนี้เองก็มีสายตาการมองคนที่แย่เหรอเนี่ย
ซากันมันเป็นไอ้กากแท้ๆแต่เป็นประเภทที่มีความฉลาดแกมโกงอย่างแปลกประหลาด เลือกแต่จอมมารที่ตัวเองสามารถใช้งานได้ง่าย

"โรโนเว โมลาคุส! มาประกาศสงครามกันเร็วๆเถอะ เริ่มจากผมนะ!"

ซากันพูดต่อเนื่องแกมบังคับทำให้ไม่สามารถถอยได้
ทำได้ไม่เลวเลย

"ผม จอมมารแห่ง[เหล็ก]ซากันขอประกาศสงครามกับจอมมารแห่ง[การสร้าง]โพลเคล!"
"ระ เรา จอมมารแห่ง[ความหนืด]โรโนเวขอประกาศสงครามกับจอมมารแห่ง[การสร้าง]โพลเคลด้วยนะ"
"ข้าพเจ้า จอมมารแห่ง[ความชั่วร้าย]โมลาคุสขอประกาศสงครามกับจอมมารแห่ง[การสร้าง]โพลเคลด้วยครับ เชิญครับ"

พอซากันให้สัญญาณ ก็เริ่มประกาศสงครามต่อๆกัน
พริบตานั้น ก็ได้ยินเสียงดังขึ้นมาในหัว
มันคือเสียงของผู้สร้าง รู้สึกคิดถึงอย่างแปลกๆ

[การประกาศสงครามเสร็จสิ้นแล้ว [สงคราม]ของ[เหล็ก][ความหนืด][ความชั่วร้าย]ทั้งสามคนกับ[การสร้าง]ได้ตัดสินแล้ว ด้วยการเริ่มของ[เหล็ก][สงคราม]จะเริ่มในอีกสี่วัน ขอให้แต่ละคนทำการเตรียมตัว หนึ่งชั่วโมงก่อนสงครามจะเริ่มจะทำการเชื่อมต่อดันเจี้ยน หนึ่งชั่วโมงหลังจากนั้นสงครามก็จะเริ่มขึ้น]

อย่างนี้นี่เอง พอได้ประกาศสงครามก็เป็นอย่างนี้สินะ
อย่างสั้นที่สุดคือสามารถเริ่ม[สงคราม]ได้24ชั่วโมงหลังจากนี้ ฝ่ายที่ถูกท้าทายจะไม่สามารถปฏิเสธได้
ในหัวรู้สึกว่ากำลังเชื่อมกับผู้สร้างอยู่ นิดเดียวคงไม่เป็นไรขอถามสักหนึ่งคำถามดูละกัน

"ถ้าสู้แบบสามต่อหนึ่ง เงื่อนไขการชนะจะเป็นยังไง? เรื่องถาผมถูกฆ่าหรือคริสตัลถูกทำลายจะแพ้น่ะรู้อยู่แล้วแต่การที่ผมจะชนะจำเป็นต้องทำลายคริสตัลของทุกคนไหม?"

ถามเผื่อเอาไว้
ถ้าเกิดว่าแค่ทำลายของคนเดียวก็ชนะได้แล้วหนทางชนะของผมก็ง่ายนิดเดียว
ในหัวของผมได้ยินเสียงหัวเราะของผู้สร้างออกมา รู้สึกไม่ดีเลย

[เงื่อนไขการชนะของทีม[เหล็ก][ความหนืด][ความชั่วร้าย]คือการฆ่า[การสร้าง] ทำลายคริสตัล ทำให้ยอมจำนน เงื่อนไขการชนะของ[การสร้าง]คือการฆ่า[เหล็ก][ความหนืด][ความชั่วร้าย]ทุกคน หรือทำลายคริสตัลของทุกคน ทำให้ยอมจำนน นอกจากนั้นยังมีเวลาจำกัด24ชั่วโมง ถ้าเกินเวลาที่จำกัดแล้วทีมที่เหลือคริสตัลเยอะที่สุดในเวลานั้นจะเป็นผู้ชนะ]

เดี๋ยวนะ ไม่ใช่ว่าเมื่อกี้พูดเรื่องใหญ่ออกมาเหรอ?

"จำกัดเวลาเหรอ!? แถมยังตัดสินแพ้ชนะจากจำนวนคริสตัลที่น้องที่สุด? อะไรกันกฎนั่นพึ่ง พึ่งจะเคยได้ยิน"
[เพราะเป็นพวกจอมมารใหม่ก็เลยพึ่งเคยมี[สงคราม]แบบเข้าร่วมหลายคนครั้งแรกสินะ มาเริ่มอธิบายละกัน การที่จะวาร์ปดันเจี้ยนมาในเวลาเดียวกันแล้วต้องรักษามันไว้นานๆเนี่ยทำไม่ได้หรอกนะ ถึงจะแย่หน่อยแต่ก็ต้องมีการจำกัดเวลา เอาล่ะการพูดคุยกับผู้สร้างจบลงแล้ว ขอภาวนาให้พวกเจ้าโชคดีกับการต่อสู้]

แน่นอนว่าความคิดผมกำลังสับสน กฎแบบนั้นไม่ได้คาดการณ์เอาไว้เลยจริงๆ
แผนตอบโต้ก็สำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าแผนตอบโต้คือข้อมูลอีกสักนิดหนึ่ง
ผมจับสัมผัสของผู้สร้างที่กำลังจะหายไปไกลได้ แล้วถามคำถามอีกหนึ่งอย่าง

"มีเรื่องอยากจะถามอีกเรื่อง ถึงจะบอกว่าให้ทำ[สงคราม]ภายในหนึ่งปี แต่ความตั้งใจจริงคือจะให้ก่อ[สงคราม]เหรอ หรือว่าต้องการทำลายคริสตัลของจอมมารใหม่กัน?"

[คงอย่างหลังล่ะนะ  ถึงจะไม่ใช่[สงคราม]แต่ถ้าทำลายคริสตัลได้ก็พอ]

คำพูดนั้นเป็นคำพูดสุดท้าย ไม่สามารถได้ยินเสียงของผู้สร้างได้อีกแล้ว
เรื่องที่ต้องตรวจสอบก็ตรวจสอบแล้ว ข้อมูลนี้ต้องเป็นอาวุธให้ได้แน่

แต่ว่าถึงจะยังไงก็เถอะกฎนี้มันก็แย่เกินไปอยู่ดี

"ฟุฮะฮะฮะ จอมมารแห่ง[การสร้าง] ไม่น่าเชื่อเลยนะว่าจะจุดบอดแบบนั้นอยู่ด้วย ผมเองก็ไม่คาดการณ์ไว้เลย"

จอมมารแห่ง[เหล็ก]มองมาที่ผมแล้วหัวเราะเยาะเย้ย
แน่นอน ด้วยกฎนี้แล้วถือว่าได้เปรียบกับจอมมารแห่ง[เหล็ก]อย่างมาก
เวลาจำกัด24ชั่วโมง พอเวลาจำกัดหมดลงผู้ที่มีคริสตัลเหลือมากกว่าคือผู้ชนะ ขอแค่พวกเขาไม่ต้องบุกแล้วป้องกันเพียงอย่างเดียวพอผ่านครบ24ชั่วโมงก็จะชนะได้

เดิมทีนั้นมีคริสตัลทั้งหมดสามชิ้น ถึงจะถูกทำลายไปอันก็ยังชนะ
แทนที่จะบุกดันเจี้ยนการป้องกันนั้นทำได้ง่ายกว่า แถมผมที่แพ้เรื่องจำนวนการที่จะเชิญชวนศัตรูเข้ามาสู้ในดันเจี้ยนของตัวเองแล้วเริ่มการต่อสู้ที่ได้เปรียบนั้นเรื่องนั้นก็ถูกปิดผนึกไปแล้ว

ถึงจะรู้ว่ามันจะเสี่ยง แต่จะไม่ท้าทายดันเจี้ยนของจอมมารอย่างน้อยสองคนก็ไม่ได้
แต่ว่า ถ้าจะนำกำลังรบออกไปเพื่อบุกดันเจี้ยน การป้องกันก็จะบางลง ในตอนนั้นก็อาจจะโดนบุกเข้ามาได้

"เอาเถอะ พยายามเข้าล่ะ พร้อมกับเสียใจให้ความหยิ่งยโสนั่นของนายซะ"

จอมมารทั้งสามใช้งานวงเวทวาร์ปแล้วหายไป
คุอินะที่อยู่ข้างๆผมจับมือผมแน่น

"คุณพ่อ กฎนี้มันแย่มากเลยอะ"
"นั่นสินะ กฎนี้มันคือว่านอกเหนือกับที่คิดไว้มากเลยล่ะนะ"

ภายใน24ชั่วโมง ต้องทนรับการโจมตีอันรุนแรงจากจอมมารสามคน แถมจะไม่ทำลายคริสตัลในห้องในสุดของดันเจี้ยนอย่างน้อยสองอันไม่ได้ด้วยสิ
พอได้เห็นผมที่กำลังคิดอยู่ คุอินะก็ทำหน้าเป็นห่วงออกมา แล้วก็พยายามทำใบหน้ายิ้มแย้มสดใสขึ้นมา คิดจะปลอบผมสินะ

"สบายใจได้ค่ะ พวกคุอินะจะต้องชนะแน่นอนค่ะ จะปกป้องคุณพ่อกับอวาลอนให้ดูค่ะ!"

คำพูของคุอินะที่ดูมั่นใจ ผมรู้สึกดีใจก็เลยลูบหัวของเธอ
ผมนิ่มๆกับหูจิ้งจอกให้ความรู้สึกที่ดี

"ฝากด้วยนะคุอินะ ถึงจะเข้าใจผิดไปหน่อยก็เถอะ แต่เรื่องจะแพ้เนี่ยไม่ได้คิดสักนิดเลยล่ะ ก็แค่กฎนี้มันเปลี่ยนจากการต่อสู้สบายๆไปเป็นการต่อสู้ที่คงลำบากนิดหน่อยเท่านั้นเอง"
"คุณพ่อ สุดยอดไปเลย!"

ถึงจะคิดว่าชนะใสๆก็เถอะ แต่ตอนนี้ก็คงจำเป็นที่จะต้องรับความเสี่ยงสักนิดแล้ว
แต่ว่าถ้าคิดให้ตรงกันข้ามก็ถือว่าเป็นโอกาสดีที่จะให้พวกอสูรของผมเก็บประสบการณ์ การมีสถานการณ์ตึงเครียดอย่างนี้คงจะดีกว่าละนะ

คุอินะทำตาเปล่งประกายแล้วเข้ามากอด
เอาล่ะ ต้องเริ่มคิดกลยุทธใหม่เปลี่ยนจากที่เคยคิดไว้สักหน่อยแล้ว

ผมที่กลับมาที่ดันเจี้ยน ก็เริ่มเตรียมการสำหรับ[สงคราม]อย่างจริงจัง
DPมีพอเหลือเฟือ

ประชากรของเมืองนี้เองก็เพิ่มขึ้น DPที่ได้ในแต่ละวันจนตอนนี้เข้าใกล้1,000DPแล้ว
การล่าที่[ถ้ำบัวแดง]เอง เพราะสามารถฝากฝังเรื่องงานส่วนหนึ่งไว้กับพวกมนุษย์ได้แล้วงานของผมกับพวกอสูรก็ลดลงก็เลยไปที่นั่นทุกวันทางนั้นเองก็ได้มาราวๆ1,000DP

ด้วยเหตุนั้น DPที่มีในตอนนี้คือ21,500
ถ้ามีเท่านี้ก็ทำได้เหลือเฟือแล้ว
ก่อนอื่นสิ่งที่ต้องทำก็คือ...

"ต้องสร้างชั้นใต้ดินห้องที่สามแล้วสินะ"

ชั้นบนนั้นเป็นเมือง ส่วนชั้นใต้ดินทั้งหมดนั้นเป็นเป็นดันเจี้ยนที่มีไว้เพื่อปกป้องคริสตัล

ห้องแรก มีโกเลมมิธริลติดปืนกลหนักที่เคยจัดการจอมมารแห่ง[สายลม]สโตรัสอยู่ เป็นถ้ำยาวทั้งหมดสองกิโล

ห้องสอง โซนสุสานสำหรับให้พวกอันเดดอยู่ ที่นั่นมีกับดักจำนวนนับไม่ถ้วนติดตั้งอยู่ เขาวงกตแห่งฝันร้ายที่มีหน่วยอากาศทิ้งระเบิดที่นำโดยกริฟฟอน

แล้วก็ห้องสามปราการด่านสุดท้ายที่เลวร้ายยิ่งกว่าที่ผ่านมาก็เสร็จเรียบร้อย

กฎคราวนี้ถ้าไม่ใช้คุอินะ, โรโรโนะ, แอนเชี่ยน เอลฟ์สามคนนี้บุกล่ะก็ไม่มีทางชนะได้แน่

จำเป็นที่กำลังรบที่เหลือในการป้องกันเท่านั้น
ผมจึงเริ่มสร้างห้องที่จะทำให้สามารถทำแบบนั้นได้
รายละเอียดนั้นจำเป็นต้องให้เอลเดอร์ ดวาร์ฟอย่างโรโรโนะมาช่วย

แล้วก็ผมตรวจสอบเรื่องการรับมือในกรณีฉุกเฉินเอาไว้แล้ว
พวกนั้นน่ะพลาดตั้งแต่เรื่องพื้นฐานแล้ว [สงคราม]นั้นนอกจากจอมมารที่ประกาศสงครามกับอสูรแล้วก็มีช่องโหว่ที่จะเพิ่มกำลังรบอยู่อีก
ช่องโหว่ที่ได้จากกฎมีอยู่สามอย่าง

1.ตอนที่เริ่มสงครามสิ่งมีชีวิตทุกอย่าง"นอกจากจอมมารและอสูร"ในดันเจี้ยนจะถูกวาร์ปไปยังมิติอื่นถ้าให้พูดกลับกันก็คือ ในตอนที่เหลือแค่จอมมารกับอสูรในดันเจี้ยนสงครามจะเริ่มขึ้น

2.ในตอน[สงคราม]นั้นจะสามารถทำร้ายจอมมารอื่นและอสูรได้ และไม่ได้จำกัดแค่ผู้ที่เกี่ยวข้องกับ[สงคราม]เท่านั้น

3.ถึงจะไม่ใช่[สงคราม]ของตนเอง ถ้าสามารถทำลายคริสตัลได้ก็สามารถเคลียร์เรื่องที่จะต้องก่อ[สงคราม]ภายในหนึ่งปีได้

ถ้าคิดถึงเงื่อนไขสามข้อนี้แล้ว ก็สามารถคิดได้ว่าเป็นช่องโหว่ที่ผู้สร้างจงใจสร้างไว้ ยังไงก็ต้องใช้ช่องโหว่นี้แล้วล่ะ

ถึงจะแค่ผมกับอสูรของผมก็ชนะได้แล้วก็เถอะ แต่ก็ต้องเตรียมรับมือกับเรื่องที่คาดไม้ถึงไว้ก่อน
ถึงจะต้องขมขื่นที่จะต้องยืมมือเธอก็เถอะ แต่เพื่อปกป้องอสูรที่รับกับเมืองแล้วคงจะพูดแบบนั้นไม่ได้

"บ้าหรือไง ถ้าพวกตัวเองตั้งพันธมิตรกันได้แล้วทำไมถึงคิดว่าผมจะไม่ทำแบบเดียวกันล่ะ"

เอาล่ะ มาเริ่มเขียนจดหมายได้
ผมนึกถึงหน้าของเพื่อนขึ้นมาคนหนึ่ง




NEKOPOST.NET