[นิยายแปล] การสร้างเมืองของท่านจอมมาร ตอนที่ 50 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] การสร้างเมืองของท่านจอมมาร

Ch.50 - ตอนที่21 การเจรจาลับ


ในที่สุดยามเช้าก็มาเยือน วันนี้เป็นวันนัดพบกับจอมมารรุ่นเดียวกัน
ผมลืมตาตื่นมาบนเตียงในห้องตัวเอง
ที่แขนทั้งสองข้างรู้สึกถึงความอุ่นกับหนักได้

"คุณพ่อ ขอเพิ่ม"
"มาสเตอร์ ลูบหน่อยค่ะ"

แขนขวามีสาวน้อยหูจิ้งจอกคุอินะกอดอยู่ แขนซ้ายมีสาวน้อยดวาร์ฟผมเงินโรโรโนะกอดอยู่แล้วปล่อยลมหายใจตอนหลับออกมา

ทั้งคู่ใส่ชุดนอนบางๆอยู่
คุอินะไม่ได้แค่กอดอย่างเดียว แต่เอาหางมาพันที่ขาด้วย ความรู้สึกนุ่มๆทำให้รู้สึกดีอย่างมาก
ห้องนอนของผมมีเตียงแบบคิงไซส์อยู่ ทำให้สามารถนอนด้วยกันทุกคนได้
พวกเธอนั้นเปรียบดั่งหมอนข้างอันดับหนึ่งของโลกที่ทั้งนุ่มและหอม ช่วยบรรเทาจิตใจของผมที่เหนื่อยล้าได้

แอนเชี่ยน เอลฟ์นอกนอยู่ข้างคุอินะแล้วหายใจออกมาอย่างสบายใจ
ตำแหน่งการนอนจะหมุนเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ทุกรอบสองข้างของผมจะเปลี่ยนไปตลอด
ผมจ้องไปยังใบหน้าตอนนอนของพวกลูกสาวสุดน่ารักและลูบเบาๆไม่ให้ตื่น แล้วพวกเธอก็ทำหน้าสบายใจอย่างมีความสุขออกมา
ทำให้ผมคิดขึ้นอีกครั้งว่าไม่ว่ายังไงก็ต้องปกป้องชีวิตอันแสนสุขที่มีเด็กพวกนี้อยู่ให้ได้

พอกินข้าวเช้าเสร็จ ก็ใช้วงเวทวาร์ปย้ายมาที่บ้างร่านในเขตสลัมของเอคลาบา
เพราะไม่ค่อยมีคนเข้ามาก็เลยตั้งวงเวทวาร์ปไว้ที่นี่
การที่สามารถเข้ามาในเมืองได้เลยโดยตรงทำให้สะดวกในหลายๆอย่าง

"คุอินะไม่ต้องกระตือรือร้นขนาดนั้นก็ได้"
"ไม่ได้หรอก วันนี้ต้องคุ้มกันคุณพ่อไว้ ประมาทไม่ได้หรอก ถึงจะบอกว่าจอมมารกับลูกน้องจอมมารทำร้ายกันไม่ได้ก็เถอะ แต่ก็มีทางอื่นอีกตั้งเยอะแยะ"

คุอินะพูดเรื่องน่าสนุกออกมา
คำพูดนั้นไม่ได้ผิดอะไร
อย่างเช่น เรียกอสูรที่บ้าคลั่งออกมาแล้วปลดออกจากการเป็นลูกน้อง เท่านี้ก็ไม่เป็นลูกน้องอีกแล้วถึงจอมมารศัตรูจะติดในความบ้าคลั่งของมันก็ไม่เกี่ยวกันแล้ว
นอกจากนี้ก็มีการจ้ามนุษย์ที่แข็งแกร่งให้มาโจมตี
ถึงจะแค่คิดเล่นๆแต่วิธีพวกนี้ก็มีอยู่จริง

ถ้าพูดตามจริง โรโรโนะกับแอนเชี่ยน เอลฟ์เองก็บอกว่าอยากจะมาด้วย แต่ผมก็ขอให้อยู่เฝ้าบ้านไป
พวกจอมมารอาจจะวางแผนอะไรไว้อยู่ก็เป็นได้ ในสถานการณ์อย่างนี้ผมอยากจะให้มีกำลังรบเหลืออยู่ในเมืองบ้างแล้วพวกเธอเองก็มีงานในเมืองอยู่ด้วย
ที่เลือกคุอินะก็เพราะนี่คือหน้าที่ของเธอ
ทั้งคล่องแคล่วว่องไว พลังรบอันแข็งแกร่งยอดเยี่ยมที่มีพลังในการทำการลับอย่าง[แปลงกาย] เวลาที่อยู่นอกเมืองแล้วสำหรับการคุ้มกันนั้นคุอินะถือว่ายอดเยี่ยมที่สุด

"เข้าใจแล้ว ขอฝากไว้กับพลังของเธอด้วยนะ"
"อืม จะไม่ให้แตะต้องคุณพ่อได้แม้แต่ปลายนิ้วค่ะ!"

คุอินะเพิ่มความมุ่งมั่นยิ่งเข้าไปอีก
ผมยิ้มเจื่อนๆแล้วมุ่งหน้าไปยังคาเฟ่เป้าหมายที่เป็นที่นัดพบ

คาเฟ่ที่นัดพบนั้น ค่อนข้างเป็นร้านที่มีระดับ
กลิ่นกาแฟชั้นเลิศลอยเข้ามา

ที่เมืองนี้นั้นกาแฟเป็นของระดับสูง
พอผมเข้าไปใกล้ ชายหนุ่มผมน้ำตาลที่นั่งอยู่ตรงระเบียงก็โบกมือให้ผม
ผู้ชายท่าทางมีมารยาทที่สวมใส่เสื้อแจ็คเก็ตที่ดูทันสมัย
ด้วยพลังเวทที่หุ้นร่างอยู่ทำให้ผมรู้ได้ว่าอีกฝ่ายเป็นจอมมารเหมือนกัน
ต้องเป็นจอมมารที่เรียกผมมาไม่ผิดแน่นอน

ถึงอย่างนั้นก็เถอะก็ดูจะเคยชินกับเมืองนี้ดี ถึงจะเคยได้ยินจากมัลโก้ว่าจอมมารที่มาหาเรื่องบันเทิงของมนุษย์เวลาว่างแก้เบื่ออยู่เยอะก็เถอะ แต่ที่เป็นส่วนหนึ่งกับเมืองขนาดเขาก็ถือเป็นกรณีพิเศษ

"โย่ มาแล้วสินะ ผมคือจอมมารแห่ง[เหล็ก]ซากัน"
"ผมคือจอมมารแห่ง[การสร้าง]โพลเคล บอกธุระที่เรียกผมหน่อยสิ"

[เหล็ก]นั้น ผมไม่ได้พูดคุยด้วยใน[งานราตรี] เพราะไม่รู้จักก็เลยเริ่มจากแนะนำตัวกัน
ถึงอย่างนั้นผมก็รู้ว่า[เหล็ก]นั้นเป็นระดับB
ถ้าสู้กันตามปกติล่ะก็ยังไงผมก็ไม่มีทางแพ้
จากข้อมูลที่รวบรวมมา ผมก็รู้ว่าเหรียญของพวกจอมมารรุ่นเดียวกันเป็นระดับใดบ้าง

"เหตุผลการมาพบของพวกผมนั้นมีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้น [สงคราม]ยังไงล่ะ ขอบอกไว้ก่อนเลยนะผมน่ะจับมือกับพันธมิตรจอมมารอยู่อีกสองคน หรือก็คือเตรียมการท้า[สงคราม]แบบรุมสามยังไงล่ะ"

อย่างนี้นี่เอง นั่นเป็นสาเหตุให้ผู้ชายคนนี้มั่นใจสินะ
ถ้าคิดจะมาก่อ[สงคราม]กับผมที่แสดงความแข็งแกร่งในการแสดงของ[งานราตรี]แล้ว ก็คงต้องเตรียมการไว้ราวๆนั้น

"งั้นเหรอ"
"ไม่ตกใจเลยเหรอ?"
"เรื่องแบบนั้นก็คิดไว้แล้วน่ะ แล้ว วันนี้จะเอาเรื่องที่ตัวเองได้เปรียบมาขู่เหรอไง? แล้วก็ไม่ใช่ว่าพวกนายสามคนจะมาก่อ[สงคราม]กับผมที่นี่เหรอ?"

โดยพื้นฐานแล้วก็คงมีทางเลือกแค่นั้นล่ะ
ถ้าเกิดก่อ[สงคราม]กับผมจริงๆล่ะก็ด้วยพันธมิตรสามคนถึงจะชนะได้ก็ตามแต่พวกตัวเองก็ต้องได้รับความเสียหายอย่างหนักแน่นอนจอมมารแห่ง[เหล็ก]ซากันก็คงเข้าใจเรื่องนั้นดี
เพื่อที่จะเลี่ยงเหตุอย่างนั้น การเอาเรื่องที่ตัวเองได้เปรียบมาขู่ก็ถือเป็นเรื่องที่พอคิดได้อยู่

"หุ อะฮะฮะฮะฮะ เป็นคนอะไรกันเนี่ย ในสถานการณ์แบบนี้ยังจะเป็นแบบนี้ได้อยู่อีก นี่เหรอผู้ที่แข็งแกร่งน่ะ ถ้าสั่นคลอนสักนิดก็คงจะคุยกันได้ง่ายๆแล้วแท้ๆ"

ใบหน้าที่สุภาพของจอมมารแห่ง[เหล็ก]ซากันหัวเราะออกมาอย่างเหยเก

"จอมมารแห่ง[การสร้าง]โพลเคล นายน่ะแข็งแกร่ง ต่อให้รับมือกับจอมมารสามคนก็ยังอยู่ในสภาพที่สามารถชนะได้ แต่ว่า ความจริงมันไม่เป็นแบบนั้นหรอกนะ... ไม่คิดเหรอว่าส่วนนั้นของนายมันเป็นจุดที่แย่น่ะ? เรื่องนั้น ผมเองถ้าต้องรับมือกับนายก็จำเป็นต้องเตรียมใจรับความเสียหายแบบพอๆกัน ถ้าเป็นไปได้ก็ไม่อยากจะทำหรอกนะ"
"เหรอ แล้วยังไงล่ะ? เอาเถอะ แต่ผมก็ขอบอกว่าถึงต้องรับมือคนเดียวผมก็ไม่คิดว่าเป็นอะไรที่ชนะแน่นอนหรอกนะ"

จะทำตัวทะนงตนไม่ได้
เราไม่รู้ว่าจะมีกับดักอะไรซ่อนอยู่บ้าง

"มั่นใจดีนี่นา แต่ว่าถ้าเกิดผมมีวิธีที่จะชนะได้แน่นอนล่ะ?"
"อะไรนะ?"

รู้สึกแปลกๆ นี่มันไม่ใช่สายตาที่มองผมในฐานะศัตรูเลย เป็นการมองผมด้วยบรรยากาศราวกับผู้ที่ให้ความร่วมมือด้วยกัน 

"พันธมิตรของผมอีกสองคนพวกเขาน่ะก่อนอื่นก็ให้ผมถามว่าจะยอมจำนนไหมก่อนถ้านายไม่ยอมล่ะก็จะเริ่มการประกาศสงครามทันที พวกเขาได้เตรียมการที่จะวาร์ปมาที่นี่ได้ทุกเมือไว้แล้ว ขอถามสักครั้งนะไม่คิดจะยอมจำนนหน่อยเหรอ?"

เอาเถอะ ก็คงแบบนี้ ถ้าเป็นพันธมิตรกันสามคนก็มีแต่ต้องทำแบบนี้สินะ

"ไม่มีทางอยู่แล้วไม่ใช่เหรอไงกัน"
"นั่นสินะ ถ้าอย่างนั้นก็คงต้องเรียกสองคนที่เหลือมาประกาศสงครามตอนนี้อย่างเดียวแล้ว แต่ว่า... ตอนที่ทั้งสองคนนั้นท้านายแล้ว แต่ผมคิดว่าจะไม่ท้านายแต่จะไปประกาศสงครามกับทั้งสองคนแทนน่ะ"

ตกใจนิดหน่อย
แล้วก็เข้าใจเรื่องที่หมอนี่กำลังคิดอยู่
อย่างนี้นี่เอง เป็นอย่างนั้นสินะ

"ไม่ใช่สามรุมหนึ่ง แต่เปลี่ยนเป็นสองต่อสองแทน ถ้าเป็นอย่างนี้ก็ไม่มีทางแพ้ใช่ไหมล่ะ สองคนที่เหลือนั้นอ่อนแอยิ่งกว่านาย..แถมยังอ่อนแอยิ่งกว่าผมอีก ยังไงก็ชนะแน่นอน เพียงเท่านี้พวกเราก็สามารถเคลียร์เงื่อนไขการทำลายคริสตัลของจอมมารอื่นได้ นอกจากจะไม่จำเป็นต้องก่อสงครามเพิ่มแล้วยังสามารถได้เหรียญใหม่มาครอบครองอีก"
"ทำไมถึงทำเรื่องแบบนั้นล่ะ?"
"ทางนั้นดีกว่ายังไงล่ะ พวกผมกลัวการที่จะต้องก่อ[สงคราม]กับนายที่แข็งแกร่งที่สุดในรุ่นเดียวกัน ก็เลยเตรียมการรับมือไว้ แต่ถึงจะโค่นนายด้วยสามคนได้แล้วคนที่จะทำลายคริสตัลของนายได้ก็มีแค่คนเดียวเท่านั้น ยังไงก็จำเป็นที่จะต้องก่อสงครามกับสองคนที่เหลืออยู่ดี"

ไม่รู้กฎข้อนั้นเลยแฮะ
การทำ[สงคราม]นั้น เงื่อนไขการชนะคือจนกว่าจะทำลายคริสตัลได้งั้นเหรอ
ถ้าอย่างนั้นที่เขาพูดก็เป็นเรื่องที่ถูกต้อง

"การจะต้องสู้กับศัตรูที่แข็งแกร่งอย่างนาย การต้องสูญเสียอสูรจำนวนมากแถมยังต้องทำลายคริสตัลจนเหลือตัวคนเดียวสู้ร่วมมือกับนายไปกำจัดพวกปลาซิวปลาสร้อยดีกว่า นายเองก็ถ้าเทียบกับการสู้สามรุมหนึ่งก็น่าจะดีกว่าใช่ไหมล่ะ แล้วผมก็ขอเสนอเงื่อนไขหนึ่งคืออยากขอให้สัญญาว่าจะไม่ก่อ[สงคราม]กับผมในภายหลัง ต่อให้ผ่านไปครบหนึ่งปีจนเป็นอิสระกันแล้วก็ตาม"

ข้อเสนอของจอมมารแห่ง[เหล็ก]
น่าตกใจจริงๆ นอกจากตัวเลือกที่ผมคิดเอาไว้ ยังมีตัวเลือกที่สามมาให้อีก
ก็จริงที่มันก็สมเหตุสมผลอยู่ เป็นเรื่องเป็นประโยชน์ทั้งกับผมทั้งกับผู้ชายคนนี้ไม่ผิดแน่
จอมมารแห่ง[เหล็ก]ซากันคงจะมั่นใจสินะว่าผมจะรับข้อเสนอนี้ถึงได้ทำหน้ายิ้มออกมา

"งั้นเหรอ เข้าใจแล้ว จอมมารแห่ง[เหล็ก]ซากัน ข้อเสนอของนายน่ะ"

ถ้าคิดแค่สิ่งที่จะได้รับแล้วก็ไม่มีเหตุผลอะไรให้ปฏิเสธ แต่ว่า...

"ผมขอปฏิเสธ"

ผมทำการปฏิเสธอย่างหนักแน่น
จอมมารแห่ง[เหล็ก]ซากันรู้สึกผิดกับที่คาดไว้ก็เลยเบิกตาออกมากว้าง
ให้ตายสิ ของแบบนี้ไม่มีทางรับอยู่แล้วไม่ใช่เหรอไงกัน
เรื่องที่ผู้ชายคนนี้พูดมามันมองข้ามเรื่องสำคัญไป
เอาล่ะมาเริ่มการพูดคุยจริงๆกันซะที




NEKOPOST.NET