[นิยายแปล] การสร้างเมืองของท่านจอมมาร ตอนที่ 49 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] การสร้างเมืองของท่านจอมมาร

Ch.49 - ตอนที่20 คำประกาศสงคราม


การล่าที่[ถ้ำบัวแดง]วันนี้จบลง พวกผมก็กลับมาที่เมืองอวาลอน
คุอินะกับแอนเชี่ยน เอลฟ์ที่ได้ลองอาวุธใหม่ก็ดูเหมือนจะพอใจกับความสำเร็จ

แล้วก็ถึงพวกเธอจะต่อสู้เต็มกำลังก็ไม่มีอะไรผิดพลาดสามารถพูดว่าความน่าเชื่อถือของปืนนั้นสุดยอดจริงๆ สำหรับปืนแล้วความน่าเชื่อถือเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ไม่ว่าจะแข็งแกร่งแค่ไหนแต่ว่าถ้าใช้ไม่ได้ในตอนที่ต้องการก็ไม่มีความหมาย
เท่านี้กำลังรบก็เพิ่มขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง

"มาสเตอร์  ฉันจะพยายามให้มากกว่านี้ค่ะ"

ขอกลับ เอลเดอร์ ดวาร์ฟ ไม่สิ โรโรโนะเข้ามาเดินตัวติดกับผมแน่น
วิธีเรียกเปลี่ยนจากกลับไปเป็นมาสเตอร์แล้ว เธออกว่าบางครั้งจะเรียกว่าพ่อนั้นหมายถึงในเวลาที่พิเศษเท่านั้นที่จะเรียกว่าพ่อล่ะนะ

ถ้าเป็นปกติคุอินะคงจะมาแย่งจุดนี้ แต่วันนี้เธอใจเย็นแล้วมองมาที่พวกผมพร้อมหัวเราะไปพลาง
เธอรู้ตัวว่าตัวเองเป็นพี่สาวก็เลยยอมมอบเป็นรางวัลให้น้องสาวบ้างล่ะนะ

"ผมหวังในตัวเธอนะ โรโรโนะ"
"อืม"

พอเรียกว่าโรโรโนะ โรโรโนะก็ยิ้มหน้าแป้นขึ้นมา

พอผมมองไปที่แอนเชี่ยน เอลฟ์ที่อยู่ข้างหลังของผมประมาณสองก้าว
เธอยิ้มหัวเราะออกมา

เธอเองก็พยายามไว้เยอะผมก็อยากให้ชื่อเหมือนกัน
แต่ว่ายังไม่ใช่เวลาที่จะพูดออกไป
พอเริ่มคิดเรื่องแบบนั้น เธอก็พูดออกมา"

"นายท่าน ยังไม่ต้องสนใจก็ได้ค่ะ ฉันไม่ได้ทำงานแค่เพื่อให้ได้ชื่ออย่างเดียวสักหน่อยค่ะ"

ให้ตายสิพวกอสูรของผมมีแต่พวกหัวรั้นจริงๆ
โดยส่วนตัวแล้ว ถึงผมคิดว่าเธอทำงานมาพอเกินไปแล้วล่ะก็เถอะ...

"เข้าใจแล้ว แอนเชี่ยน เอลฟ์ไว้"เดี๋ยวค่อย"ให้นะ"

เพราะฉะนั้นบอกไปแค่เรื่องที่จะให้ชื่อกับเธอก็พอ
เพียงเท่านี้คงจะยอมรับได้อย่างง่ายดายนะ

"ค่ะ จะรอคอยอย่างมีความสุขค่ะ ฉันเองเพื่อที่จะให้นายท่านมอบชื่อให้แล้วจะทำให้งานให้เหมาะสมกับมันให้ดูค่ะ"

ถ้าเป็ฯแบบนี้วันที่จะให้ชื่อก็คงอีกไม่ห่างไกล
แล้วผมก็เริ่มคิดชื่อที่เหมาะกับเธอ

พวกผมกลับมาที่บ้านด้วยวงเวทวาร์ป

"มาสเตอร์ ฉันยังมีงานเหลืออยู่ไว้เจอกันทีหลังนะคะ"
"ฉันเองก็ต้องไปปลูกต้นแอ๊ปเปิ้ลเพิ่มค่ะ สำหรับของที่ต้องไปขายตอนนี้แล้วต้นแอ๊ปเปิ้ลยังมีไม่พอค่ะ"

เอลเดอร์ ดวาร์ฟ... โรโรโนะกับแอนเชี่ยน เอลฟ์ต่างก็กลับไปยังที่ของตนเอง
พอคิดดูแล้วการสร้างเหรียญคราวก่อนก็ผ่านไปจะถึงเดือนแล้ว อีกไม่นานก็สร้างเหรียญแห่ง[การสร้าง]ได้แล้ว

ยังไม่ได้ตัดสินว่าจะสร้างอสูรแบบไหนออกมาดีด้วยสิ
บุคลากรสำหรับเมืองเองก็พอแล้ว ตอนนี้ผมอยากได้อสูรที่มีพลังแข็งแกร่งแบบเพียวๆดู

ผมกับคุอินะอ่านข้อเสนอที่ส่งมาจากบริษัทเคิร์ทรู๊ทเกี่ยวกับนโยบายการจัดการของเมือง

"คุณพ่อ ทำหน้าตาน่ากลัวจังค่ะ"
"เปล่าหรอก ก็แค่คิดว่ามนุษย์นี่เผยความต้องการไวจังเลยนะ"

นี่ผมใจดีเกินไปเหรอ ผมค่อยๆอ่านเนื้อหาข้อเสนอไปเรื่อยๆ
เข้าใจผิดคิดว่าพวกตัวเองเป็นผู้ปกครองเมืองอย่างนั้นเหรอ?

จากที่ผมคิดไว้ พวกบริษัทจะต้องพูดคุยรายละเอียดของเมืองนี้กับประเทศแล้วก็แนะนำให้ยึดมันซะ แล้วนำกองทัพทหารขนาดใหญ่ร่วมกับพวกนักผจญภัยมาขับไล่ผมกับอสูรทั้งหมดของผมออกไปแล้วทำให้เมืองนี้กลายเป็นของตัวเอง
ผมคาดไว้แล้วว่าสักวันก็คงมีอะไรแบบนั้นเกิดขึ้น
เอาเถอะ ถ้าเป็นแบบนั้นก็คงต้องแสดงให้รับรู้ถึงความไร้ค่าของพวกตัวเองจนพูดว่าไม่เอาแล้วออกมาเลย

ประเทศของมนุษย์ตัดสินใจที่จะบุกเมืองของผม รวมรวมเงิน รวบรวมคน วางแผนการรบ ฝึกฝน แล้วก็เริ่มเคลื่อนไหว จนกว่าจะถึงตอนนั้นผมคาดว่าอย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาครึ่งปี ถ้ามีเวลาขนาดนั้นผมก็รวมกำลังรบได้พอเหลือเฟือ แผนผมก็มีแล้ว

"คงต้องสั่งสอนไปตามความเหมาะสมหน่อยแล้ว ถ้ายอมอยู่อย่างสงบเรียบร้อยดีๆทุกคนก็คงจะมีความสุขแท้ๆนะ"

เอาเถอะ ไม่เป็นไร กว่าจะเป็นแบบนั้นก็คงหลังจากนี้อีกสักหน่อย
ผมขีดXลงไปในเอกสาร

"อ๊ะ คุณพ่อ รู้สึกพลังเวทจากจดหมายนี้ได้ค่ะ"

ในกองเอกสารเองก็มีก็รวมถึงจดหมายถึงผมอยู่ด้วย
ช่วงนี้ก็มีจดหมายคำขอการส่งออกต้นอ่อนแอ๊ปเปิ้ล อาวุธที่ทำโดยดวาร์ฟจากเมืองข้างที่เพิ่งเกิดใหม่จากเอคลาบาส่งมาเยอะ นอกจากนั้นลูกค้าที่ต้องการซื้อโกเลมก็มีอยู่เยอะด้วย

ทั้งหมดนั้นผมก็ปฏิเสธไปอย่างสุภาพ
เพราะมีพวกที่มาซื้อไปจำนวนมากอยู่ตอนนี้เลยจำกัดการขายดาบอยู่ที่คนละเล่ม
จิ้งจอกภูตินั้นมีความจำดีดีเลยสามารถจำหน้าตาคนได้ ลูกค้าที่มาซื้อครั้งหนึ่งแล้วจะไม่ขายให้อีกทำให้การขายต่อเป็นไปอย่างลำบาก ลูกค้าที่มาขายต่อนั้นถ้าจำกัดไว้ว่าคนละเล่มล่ะก็ผลสุดท้ายก็เลยกลายเป็นต้องมาอยู่ค้างที่เมืองนี้ก็ถือว่าใช้ได้อยู่

"ดูท่าว่าจะเป็นจดหมายจากพวกเดียวกันนะ ท่าทางจะอยากคุยกับผม"

จอมมารที่ใช้เครือข่ายของมนุษย์ส่งจดหมายมาเนี่ยก็ค่อนข้างน่าสนใจ
ผมดูเนื้อหาภายใน

เนื้อหาคืออยากจะพูดคุยแบบเจอหน้ากันสักครั้ง บอกประมารว่าถ้าสนใจล่ะก็จะไม่มาที่คาเฟ่ในเมืองเอคลาบาในวันที่กำหนดด้วยหน่อยเหรอ
มันจะดูแปลกๆก็ช่วยไม่ได้ล่ะนะ

ก็เพราะว่ากฎของพวกจอมมารใหม่อย่างพวกผมนั้นนอกจาก[สงคราม]แล้วก็ไม่สามารถทำร้ายลูกน้องของกันและกันได้

แต่ก็มีข้อยกเว้น ผู้ที่เข้ามาในดันเจี้ยนของตัวเองนั้นจะโจมตีเพื่อเป็นการป้องกันตัวได้
เพราะแบบนี้ถ้าเกิดเข้าไปในดันเจี้ยนของศัตรูโดยไม่สนอะไรล่ะก็ต้องโดนโจมตีเข้ามาฝ่ายเดียวแน่
ถ้าอยากคุยอย่างสงบล่ะก็นอกดันเจี้ยนของทั้งคู่จะเป็นการดีที่สุด

"คุณพ่อ จะทำอะไรต่อเหรอ?"
"จะลองไปดูน่ะ"
"อันตรายนะคะ อาจจะโดนประกาศสงครามที่นั่นก็ได้"

ถ้าเกิดโดนประกาศสงครามใส่ครั้งหนึ่งแล้ว การจะยกเลิก[สงคราม]นั้นทำไม่ได้
เพราะว่าการประกาศสงครามนั้นมีกฎที่จอมมารต้องมาเจอหน้ากันและกันอยู่ ถ้าเกิดเก็บตัวอยู่ในดันเจี้ยนตัวเองล่ะก็พูดให้ชัดเจนก็คือถึงจอมมารตนอื่นจะมาเพื่อประกาศสงครามก็ตามแต่จนกว่าจอมมารศัตรูจะบุกเข้ามาหาได้ก็สามารถฆ่าทิ้งก่อนได้
นอกจากนี้ถึงจะถูกประกาศสงครามแล้วแต่ถ้าจัดการให้จบก่อนที่อีกฝ่ายจะออกมาจากดันเจี้ยนตัวเอง ก็สามารถที่จะชนะก่อนที่[สงคราม]จะเริ่มได้

"ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ดีนี่ ถึงจะถูกประกาศสงครามก็ไม่ใช่เรื่องที่ไม่ดีนี่ ยังไงเราก็จำเป็นต้องมีสงครามสักครั้งภายในปีนี้อยู่แล้ว จะปล่อยโอกาสที่จะได้จัดการอย่างปลอดภัยแบบนี้ไปไม่ได้"

แน่นอนที่เรียกออกไปก็ต้องทำเรื่องอย่างนี้อยู่แล้ว
ฝั่งนั้นเองก็ก็ต้องเตรียมการเพื่อการนั้นไว้แล้ว
แต่ว่าผมก็ไม่คิดว่าจะแพ้ ผมน่ะเชื่อมั่นในตัวลูกน้องของตัวเอง

แล้วก็ในหมู่จอมมารใหม่ผมเป็นคนที่เก็บDPได้มากที่สุดไม่ผิดแน่นอน
ถ้าคิดจะบุกมาซึ่งๆหน้า ผมก็ไม่คิดว่าดันเจี้ยนที่พึ่งสร้างเสร็จในเวลาสั้นๆจะสามารถทำได้

"เข้าใจแล้วค่ะ จะเตรียมตัวสำหรับการต่อสู้ค่ะ ท่าไม้ตายก็คิดเอาไว้แล้วด้วย!"

พอได้ยินว่าท่าไม้ตายก็รู้สึกกังวลขึ้นมานิดหน่อย แต่คุอินะไม่ทำอะไรเล่นๆในการต่อสู้อยู่แล้วดังนั้นก็ไม่เป็รไร

"เอาล่ะ จะเป็นการพูดคุยแบบไหนกันนะ"

ในระหว่างที่จัดการเอกสารเพื่อบริหารเมือง ก็คิดถึงเรื่องการคุยกับจอมมารที่ไม่เคยเห็นหน้าไปด้วย


(คนแปล) จะว่าไปจอมมารใหม่มันนี่เคยยืนอยู่บนเวทีด้วยกันแท้ๆ มันจะไม่เคยเห็นหน้าได้ไงกันครับ หรือในสายตามันมีแต่สโตรัสหว่า
แต่จริงๆมันก็หมายถึงไม่รู้จักนั่นล่ะครับ มันไม่ได้สนใจทำความรู้สึกคนอื่นเลย




NEKOPOST.NET