[นิยายแปล] การสร้างเมืองของท่านจอมมาร ตอนที่ 48 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] การสร้างเมืองของท่านจอมมาร

Ch.48 - ตอนที่19 โรโรโนะ


[ถ้ำบัวแดง] ที่นั่นคือดันเจี้ยนที่ไร้จอมมาร
ในตอนนี้ที่จอมมารตายไปแล้วนั้น คอร์ของมันก็ทำการสร้างอสูรออกมาเรื่อยๆอัตโนมัติ แถม[วังวน]ที่จอมมารตั้งไว้ตั้งแต่ตอนยังมีชีวิตก็มีอสูรออกมาเรื่อยๆ 
เดิมทีแล้วนั้นเป็นดันเจี้ยนที่ปกครองโดยจอมมารแห่ง[เพลิง]พื้นที่เลยเป็นภูเขาไฟ อสูรเองก็เลยเป็นพวก[เพลิง]ซะส่วนใหญ่ 

ทุกวันจะมีอสูรเกิดขึ้นมาจำนวนหนึ่งนั่นเองเลยใช้งานในฐานะแหล่งล่าที่สะดวก

"อยากลองสร้าง[วังวน]ดูบ้างนะ"
"คุณพ่อ อะไรเหรอคะ?"
"เปล่าหรอก ไม่มีอะไร"

ได้มาโดยการใช้DPจ่ายไปร้อยเท่าของอสูรที่สามารถซื้อได้ ก็จะสามารถซื้อ[วังวน]ที่สามารถสร้างอสูรออกมาได้เรื่อยๆวันละตน

จอมมารตนอื่นนอกจากผมสามารถสร้างได้ถึงแค่อสูรระดับA ที่สามารถซื้อได้ก็คือระดับCที่ต่ำกว่าระดับAสองระดับ
แต่ว่าผมสามารถสร้างอสูรระดับSได้จึงสามารถใช้DPซื้ออสูรระดับBได้

การที่ในหนึ่งวันสามารถเพิ่มอสูรระดับBได้หนึ่งตนถือว่ายอดเยี่ยมมาก
ระดับBนั้นเป็นพวกอสูรที่แข็งแกร่งที่เป็นกำลังหลักของจอมมารที่ได้มาโดยการผสมเท่านั้น
แต่ว่าในสถานการณ์ตอนนี้ที่กำลังรบยังไม่พร้อมดี นอกจากการที่ได้ออกมาเรื่อยๆแบบนี้แล้ว สู้สร้างออกมาร้อยตนตอนนี้เลยคงจะดีกว่า ในตอนนี้ยังไม่ไปยุ่งดีกว่า

"ระวังตัวด้วยนะคะ ศัตรูเข้ามาใกล้แล้วค่ะ"

แอนเชี่ยน เอลฟ์ส่งเสียงบอก
เธอทำการปรับคลื่นให้เข้ากับพวกภูติแห่งสายลมในบรรยากาศ ทำให้สามารถรับรู้สถานการณ์ทั้งหมดในบริเวณที่มีอากาศอยู่ได้ 
น่ากลัวว่าบนพื้นดินนี้อาจจะเป็นเรเดอร์ที่แข็งแกร่งที่สุดแล้ว

"ลุฟจัง อยากให้บอกข้อมูลโดยละเอียดของศัตรูหน่อย"
"ค่ะ อสูรรูปร่างอาร์มาดิลโล่ที่หุ้มด้วยเกราะแข็งค่ะ"
"อา เด็กคนนั้นเองเหรอ เข้าใจแล้ว ที่นี่ปล่อยให้คุอินะจัดการเอง"

 เพราะค่อนข้างชินกับดันเจี้ยนนี้แล้วก็เลยรู้จักอสูรที่ออกมา

"คุอินะจัง อีกเดี๋ยวก็จะเข้ามาแล้วค่ะ เตรียมตัวด้วยนะคะ"

หลังจากแอนเชี่ยน เอลฟ์พูดผ่านไปประมาณ30วินาที
เจ้านั่นก็โผล่มา 

ภายนอกก็เป็นอาร์มาดิลโล่นอกจากที่หลังที่ส่องประกายเป็นเงาของเหล็กแล้ว ยังมีหนามติดอยู่อีกด้วย 

เจ้านั้นคือ อสูรระดับC ไอรอน อาร์มาดิลโล่
ตามชื่อ ที่หลังมีเหล็กหุ้มอยู่มีพลังป้องกันที่สูง

"สำหรับลองยิงแล้วถือว่าพอดีเลย"

คุอินะยิ้มหัวเราะออกมา 
ไอรอน อาร์มาดิลโล่ม้วนตัวเป็นลูกบอลแล้วกลิ้งเข้ามา 
ถ้าตามจริงแล้วถือเป็นศัตรูคู่อาฆาตของผู้ใช้ปืน

นอกจากความแข็งแล้ว หนามจำนวนนับไม่ถ้วนก็ส่งผลให้ปัดป้องกระสุนได้
คุอินะพุ่งตรงไปยังศัตรูคู่อาฆาตของปืนตัวนั้น
ลูกซองสีเงิน คาร์เทน่าฉบับปรับปรุงส่องแสงสีแดง เป็นหลักฐานว่าคุอินะใส่พลังเวทลงไป

เธอเหนี่ยวไกปืน เสียงหนักๆที่สั่นอากาศ เสียงระเบิดจากการใช้กระสุนสี่เกจที่เป็นกระสุนที่มีความร้อนสูง แล้วก็มีอีกเสียงหนึ่ง เอนชาต์ที่เอลเดอร์ ดวาร์ฟลงไว้ตอนที่ยิงกระสุนลูกปรายพลังของ[ระเบิด]ก็จะทำงาน กระสุนก็จะเร่งความเร็วไปอีกขั้น  พลังทำลายเองก็เพิ่มมากขึ้น

กระสุนจำนวนนับไม่ถ้วนตัดผ่านเกราะเหล็กที่แข็ง เข้าไปในเนื้อนุ่มๆ แล้วก็เจาะทะลวงผ่านออกไป
เป็นกระสุนลูกปรายที่มีพลังทำลายสูง แค่คิดว่าถ้ามันเป็นกระสุนลูกโดดแล้วก็ทำเอาตัวสั่นเลย

"สุดยอดไปเลยอะ ยิ่งกว่าที่คิดอีก! ปืนนี้สุดยอดอะ! ใช้กระสุนลูกปรายยิงเจาะเกราะได้ด้วย!"

คุอินะส่งเสียงออกมาอย่างมีความสุข
พลังระดับนั้นมีอยู่ในปืนนี้

"แค่ถุกใจก็ยินดีแล้ว แล้วก็ไปทดสอบฟูลออโต้สักที่กันเถอะ"
"เข้าใจแล้ว! เพียงแค่นี้ถ้ายิงกระสุนลูกโดดแบบฟูลออโต้ล่ะก็ ต่อให้เป็นมังกรลมที่สู้อย่างยากลำบากก่อนหน้านี้ก็จัดการได้สบายๆเลย"

ดูท่าทางจะทำเรื่องอย่างนั้นได้จริงๆ 
หลังจากนั้นก็จัดการอสูรไปประมาณ3ตัวการทดสอบของคุอินะก็จบลง สุดท้ายถึงจะลองยิงแบบฟูลออโต้ดูก็สามารถทำงานได้อย่างไม่มีปัญหาผิดพลาดอะไร คุอินะกำลังตื่นเต้นและก็สะบัดหางไปมา พอได้มองก็ทำให้ผมยิ้มออกมา

 ◇

"ถ้าอย่างนั้นต่อไปเป็นตาของฉันนะคะ”

การทดสอบของคุอินะจบลงแล้ว ต่อไปก็เป็นการทดสอบของแอนเชี่ยน เอลฟ์
ผมออกจากพื้นที่ถ้ำ ไปยังพื้นที่ลาวาที่เปิดกว้าง 

ลาวาที่เดือดปุดๆทำให้รู้สึกร้อน
ทางเดินก็แคบถ้าเกิดหลุดออกไปก็จะตกลงไปในลาวาถือเป็นห้องที่อันตรายมาก

"ถ้าอย่างนั้นไปละนะคะ พวกนายท่านได้โปรดรออยู่ตรงนั้นด้วยค่ะ"

พูดอย่างนั้นแล้วแอนเชี่ยน เอลฟ์ก็ขี่สายลมบินขึ้นไปบนฟ้า
สำหรับเธอแล้วที่ยืนที่แย่นั้นไม่เกี่ยวข้องกันเลย
แต่ว่าก็มีเรื่องน่ากังวลอยู่
จุดที่น่ากลัวของห้องนี้คือเป็นสถานที่ที่อสูรสามารถซ่อนตัวได้

งูยักษ์ผิวเป็นหินที่ว่ายน้ำอยู่ในลาวา 
เพราะว่าปกติแล้วมันไม่ค่อยโผล่มาบนพื้นดิน อสูรของห้องนี้ปกติแล้วผมจึงหลบพวกมัน

แต่ว่าแอนเชี่ยน เอลฟ์บอกไว้ว่าให้เธอจัดการเอง
คงจะมีแผนอะไรอยู่สินะ 
แอนเชี่ยน เอลฟ์หยุดลอยกลางอากาศ แล้วก็ถือแอนตี้แมททีเรียลไรเฟิลที่เอลเดอร์ ดวาร์ฟสร้างขึ้น ดูรันดัล EDAM-01 เล็งไปที่พื้นดิน

ดวงตาของเธอต้องเห็นเงาของพวกปลาได้แน่

"ไม่มีทางน่า หรือว่าจะเล็งยิงเหยื่อที่อยู่ในทะเลลาวาเหรอ?"

เธอเหนี่ยวไกปืนเป็นคำตอบให้คำพูดของผม
ถึงจะเป็นผมที่มีสายตายอดเยี่ยมเมื่อเทียบกับมนุษย์แล้ว กระสุนที่เร็วเกินไปนั้นผมก็ไม่สามารถตามทันได้

ถ้าเป็นแอนตี้แมททีเรียลที่ใช้จนถึงตอนนี้ผมก็พอมองทันอยู่แท้ๆความเร็วนั้นถือว่าเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน เป็นผลร่วมจากหนึ่งในเวทที่เอนชานต์ พลังของ[เร่งความเร็ว] กับกระสุนมิธริล

ลาวาที่โดนกระสุนยิงเข้าไปก็เกิดเป็นวังวน เป็นของที่เกิดจากเวทเอนชานต์[การหมุน] 
พอเป่าลาวาเข้าไปก็เกิดเสียงระเบิดตามมา

แล้วที่ผิวลาวาก็มีศพของงูยักษ์ลอยขึ้นมา เพราะว่าหัวถูกเป่าหายไป ก็เลยรู้ว่าเป็นการตายคาที่

ใช้พลังทำลายแหวกลาวาออกไปจำนวนมาก แล้วก็ยังเจาะเข้าไปที่หัวของงูยักษ์
บางทีความลับของมันก็คือ[เร่งความเร็ว]กับ[การหมุน] กระสุนที่พุ่งไปด้วยความเร็วสูงด้วยพลังการหมุนของมันสามารถแหวกลาวาได้ แล้วยังรักษาความแม่นยำยิงเข้าไปที่เป้าหมาย แถมไม่ใช่แค่การเจาะทะลวงเท่านั้น การหมุนนั้นก็เปลี่ยนไปเป็ฯพลังทำลายที่เจาะเข้าไปในเนื้อด้วย

มีทั้งพลังทำลายและความแม่นยำ สำหรับแอนเชี่ยน เอลฟ์ที่มี[นักยิงกระสุนมายา]ที่เพิ่มระดับความแม่นยำและพลังทำลายของอาวุธยิงไกลแล้ว ก็เหมือนกระบองของยักษา

ดูเหมือนตัวเดียวจะไม่พอ ก็เปลี่ยนท่าบินผาดโผนเล็งยิงบนอากาศไปพลาง แอนเชี่ยน เอลฟ์ก็ยิงต่อไป
มีตัวตนอยู่เหนือเวหา ป้องปราการเคลื่อนที่พลังทำลายและความเร็วสูง นั่นล่ะคือแอนเชี่ยน เอลฟ์ในตอนนี้ ก้าวข้ามระดับของกำลังรบเดี่ยวแล้ว สามารถเรียกได้ว่าเป็นอาวุธสงครามได้เลย

ต่อจากนั้นก็มีศพของงูยักษ์ลอยขึ้นมาเรื่อยๆ
ที่นี่นั้นถูกปล่อยผ่านโดยไม่ได้สนใจก็เลยมีอสูรงูยักษ์อยู่จำนวนมาก
ผมทำหน้าเจื่อนๆออกมา แล้วก็มองดูโชว์การเล็งยิงของแอนเชี่ยน เอลฟ์ 
สักพัก แอนเชี่ยน เอลฟ์ที่จบการไล่ล่าศัตรูก็กลับมาอย่างปลื้มปิติยินดี

"ลุฟจัง เป็นปืนที่สุดยอดเลยค่ะ พลังทำลายก็เพิ่มมากขึ้นแถมการเคลื่อนไหวที่ดีขึ้นยังทำให้เล็งเป้าต่อไปได้ทันทีเลยค่ะ แล้วก็เพราะเป็นเด็กที่แข็งแรงก็เลยสามารถยิงได้ตามใจเลยค่ะ!"(คนแปล:เพื่อความผิดต้องตามต้นฉบับ แม้นางจะเรียกเอลจังว่าลุฟจัง ผมก็ขอแปลตามต้นฉบับครับ คนเขียนมันไม่แก้ผมก็ไม่แก้ให้ครับ ใจต่อใจ)

แอนเชี่ยน เอลฟ์ที่เป็นพวกบ้าการเหนี่ยวไกปืนก็ถูไถปืนสุดรักไปกับแก้ม 
ก็เข้าใจความรู้สึกอยู่ ถ้าได้ปืนแบบนั้นไม่ว่าใครก็ต้องตื่นเต้น
เอลเดอร์ ดวาณ์ฟนั้นได้เตรียมปืนที่สุดยอดให้กับคุอินะกับแอนเชี่ยน เอลฟ์ได้อย่างงดงาม

"ถ้าชอบก็ดีแล้ว เพราะหัวมันกุดๆก็เลยกังวลอยู่"
"สำหรับฉันเลยเป็นปืนที่เหมาะมือที่สุดเลยค่ะ! ขอบคุณมากนะคะ"

ผมมองดูสภาพของทั้งสามคนแล้วยิ้มออกมา 

พวกคุอินะ เอลเดอร์ ดวาร์ฟกับแอนเชี่ยน เอลฟ์คุยเรื่องความสามารถของปืน แล้วก็ชื่นชมมันไปอย่างภาคภูมิใจ
เอลเดอร์ ดวาร์ฟดูท่าจะกำลังภาคภูมิใจ
ปืนของเอลเดอร์ ดวาร์ฟเป็นของที่สุดยอด หลังจากทดสอบเสร็จแล้วก็อยากจะให้รางวัล 

"เอลเดอร์ ดวาร์ฟ ผมมีเรื่องที่อยากจะบอกเธออยู่"
"อะไรเหรอคะ มาสเตอร์?"

เอลเดอร์ ดวาร์ฟเอียงคอมาด้วยท่าทางน่ารัก

"เอลเดอร์ ดวาร์ฟทำได้ดีจริงๆ คอยสนับสนุนเพิ่มกำลังรบด้วยการสร้างอาวุธให้พวกเรา กองทัพโกเลมที่เธอสร้างเองก็เป็นกำลังรบที่สำคัยและเป็นแรงงานให้กับเมืองอีกด้วย การสร้างโครงสร้างพื้ฐานของเมืองเองการสนับสนุนของเธอก็ถือว่าใหญ่ที่สุด ก็ไม่ได้หมายความว่าคนอื่นจะไม่ได้ทำอะไรหรอกนะ แต่ผมก็รู้ดีว่ามันเป็นความจริง"

เอลเดอร์ ดวาร์ฟก้มหน้าแดงๆลงด้วยความเขินอาย
พอเธอเป็นแบบนี้ คุอินะกับแอนเชี่ยน เอลฟ์ก็พูดออกมา 

"คุอินะเองก็เห็นด้วย! เอลจังเป็นคนที่พยายามมากที่สุดแล้วล่ะ!"
"จริงตามที่ว่าเลยนะคะ ฉันเองก็คิดแบบนั้นค่ะ"
"...ไม่ใช่ แบบนั้น หรอก ฉันแค่ทำเรื่องที่ทำได้เอง"

เอลเดอร์ ดวาร์ฟเขินมากขึ้นเรื่อยๆผิวขาวๆของเธอเปลี่ยนเป็นสีแดง

"แล้วก็วันนี้ก็ให้ปืนที่แข็งแกร่งสุดยอดให้กับคุอินะกับแอนเชี่ยน เอลฟ์ แน่นอนว่าหลังจากนี้เธอ็อาจจะสร้างอาวุธที่สุดยอดยิ่งกว่านี้อีกแต่ในตอนนี้ก็เตรียมอาวุธที่แข็งแกร่งเท่าที่คิดได้มาให้แล้ว ผมยอมรับในความสำเร็จของเธอแล้วก็อยากจะทำให้มันเป็นรูปธรรม"
"มาสเตอร์ นั่นมัน"
"อยากจะให้ชื่อกับเธอ คนที่ขยันยิ่งกว่าใคร คนที่สำคัญในการสร้างเมืองและกำลังรบยิ่งกว่าใคร ผมอยากจะให้รางวัลเธอที่พยายามสนับสนุนเรื่องพวกนั้นมาตลอด แล้วก็ต่อจากนี้ก็อยากจะขอใช้พลังของเธอต่อไปด้วย"

ผมยิ้มออกมา 
ใบหน้าของเอลเดอร์ ดวาร์ฟก็เริ่มมีน้ำตาไหลลงมา

"มาสเตอร์ เป็นฉันจะดีเหรอคะ?"
"ไม่ใช่เธอไม่ได้หรอก แล้วก็อยากจะถามเอลเดอร์ ดวาร์ฟ เธอมีความเตรียมใจที่จะแบกรับโชคชะตาของ[อสูรแห่งคำมั่นสัญญา]หรือเปล่า? จะมาเป็นมือขวาให้ผมได้ไหม?"
"เรื่องนั้นก็แน่อยู่แล้วสิคะ ยินดีค่ะ! ฉันอยากจะอยู่กับมาสเตอร์ไปตลอดชีวิตเลย"
"เข้าใจแล้ว มารับชื่อไปได้เลย ชื่อของเธอนับแต่นี้คือ"โรโรโนะ""

ผมมอบชื่อของช่างตีเหล็กที่สุดยอดที่สุดในโลกในความทรงจำของผมให้กับเธอ

"มาสเตอร์ นั่นคือชื่อของฉัน...โรโรโนะ ฟังแล้วรู้สึกดีจัง ฉันคือโรโรโนะ...โรโรโนะ"

เอลเดอร์ ดวาร์ฟ ไม่สิ โรโรโนะพูดชื่อนั้นวนไปวนมาหลายต่อหลายรอบ 
ร่างของเธอถูกห่อหุ้มด้วยแสงสว่าง เป็นการรับพลังของจอมมารและเป็นการเชื่อมเข้ากับตัวผม
และก็ได้รู้ถึงเผ่าพันธุ์เอลเดอร์ ดวาร์ฟอย่างลึกซึ้ง
...อย่างนี้นี่เอง เหมือนกับคุอินะเธอเองก็ยังมีความสามารถที่ซ่อนไว้อยู่

"เพียงเท่านี้เธอก็เป็น[อสูรแห่งคำมั่นสัญญา]ของผมแล้ว"
"อืม ฉันเป็นของๆมาสเตอร์ค่ะ"



เอลเดอร์ ดวาร์ฟยิ้มออกมาด้วยท่าทางภูมิใจ
แล้วก็พูดออกมาด้วยท่าทางลังเล

"คือว่า มาสเตอร์ มีคำขอที่อยากจะขอมาตลอดถ้าเกิดได้เป็น[อสูรแห่งคำมั่นสัญญา]อยู่ค่ะ พูดได้หรือเปล่าคะ"
"ได้แน่นอน"
"...บางครั้งขอเรียกว่าพ่อบ้าง หนูอิจฉาที่คุอินะสามารถเรียกว่าคุณพ่อได้มาตลอดเลยค่ะ"

ทำเอาเผลอหลุดหัวเราะโดยไม่ได้คิดเลย
อะไรกัน เรื่องแบบนั้นเองเหรอ

"ตัดสินใจได้ดีนี่ โรโรโนะ ตั้งแต่นี้เรียกว่าพ่อได้ตามใจเลยนะ"
"เข้าใจแล้วค่ะ พ่อ! ตั้งแต่นี้จะพยายามให้มากขึ้นค่ะ"

โรโรโนะมองมาที่ผมด้วยดวงตาส่องประกาย
น่ารักมากจนเผลอเข้าไปกอดโดยไม่รู้ตัวเลย 




NEKOPOST.NET