[นิยายแปล] การสร้างเมืองของท่านจอมมาร ตอนที่ 47 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] การสร้างเมืองของท่านจอมมาร

Ch.47 - ตอนที่18 พลังใหม่


พอโคนันนาแห่งบริษัทเคิร์ทรู๊ทเข้ามา เมืองก็เจริญยิ่งขึ้น..

เพราะว่าประกาศที่ฝากเครือข่ายของบริษัทไปทำให้รวบรวมคนได้อย่างรวดเร็ว แล้วร้านของบริษัทที่มาตั้งที่อวาลอนนั้นสินค้าที่นำมาเป็นคนละระดับกับร้านที่จิ้งจอกภูติดูแล ทำให้สามารถเติมเต็มความต้องการของนักผจญภัยได้ทันท่วงที

พอการสรุปของที่เป็นที่ต้องการของบริษัทเรียบร้อยแล้ว ความเร็วในการจัดการงานนั้นก็ทำเอาตกใจนิดหน่อย
ถึงอย่างนั้นร้านของจิ้งจอกภูติก็ไม่ได้ยอดขายตกอะไร ทั้งแอ๊ปเปิ้ลที่ได้รับพรของแอนเชี่ยน เอลฟ์ ทั้งดาบที่สร้างโดยพวกดวาร์ฟ สมิธ เป็นของที่ไม่สามารถหาซื้อได้นอกจากเมืองนี้

เพราะฉะนั้น พื้นฐานแล้วของพิเศษของเมืองผมพวกผมก็ขายเอง นอกเหนือจากนั้นก็ปล่อยให้บริษัทเคิร์ทรู๊ทจัดการไปเป็นการแบ่งๆกันอยู่ ส่วนในด้านความคืบหน้าของบริษัทก็เริ่มมีการจ้างเกิดขึ้น ผู้อาศัยอยู่ถาวรก็เพิ่มขึ้น

ระหว่างร้านของบริษัทกับร้านนั้นทำสัญญาไว้ว่าห้ามขายนอกจากของที่เก็บเกี่ยวได้ในเมืองนี้กับสินค้าที่ใช้วัตถุดิบจากของที่ขายอยู่ในร้านของเมืองนี้ แต่ก็ไม่ได้จำกัดขอบเขตใหญ่ๆเอาไว้
ถ้าอยากจะเพิ่มของขายก็แค่ไปเริ่มจากการปลูกเลยก็ได้ จะไข่จะเนื้อเองก็เช่นกัน เมื่อรวมแอ๊ปเปิ้ลกับดาบแล้ว ถ้ามีของพิเศษเฉพาะเพิ่มอีกสักอย่างถือว่าดี จะสร้างสถานบันเทิงพวกคาสิโนเองก็ไม่เป็นไร

แล้วพวกเกษตรกรเองก็ค่อยๆเพิ่มขึ้นตามลำดับ
ที่เมืองเอคลาบานั้นต้องแบ่งผลผลิตที่ปลูกให้ร้อยละ70แต่ที่เมืองนี้นั้นแค่ร้อยละ30 และนอกเหนือจากสัญญาเรื่องการทำการเกษตรแล้ว ยังได้รับพรของเอลฟ์ อาหารการกินกับรสชาติก็สุดยอด เพียงแค่ประกาศออกไปก็ไม่มีทางที่จะรวบรวมคนไม่ได้แน่นอน

เวลานั้นเองก็ถูกช่วงพอดี ที่เอคลาบานั้นภาษีกับการเก็บผลผลิตนั้นจะต้องจ่ายภาษีจำนวนหนึ่ง
เพราะว่าเป็นช่วงเวลาจบการเก็บเกี่ยวของปีนี้พอดี เพื่อที่ปลูกผลผลิตปีหน้าแล้วจึงเลิกปลูกที่เมืองเดิมแล้วตัดสัญญากับเจ้าของที่ดินแล้วก็อพยพมาที่นี่เพื่อเป็นเกษตรกรเองก็มีอยู่เยอะ 

ตอนนี้ผมกำลังเดินในเมืองกับพวกคุอินะ, เอลเดอร์ ดวาร์ฟ, แอนเชี่ยน เอลฟ์

"ดีเกินซะจนน่ากลัวเลยนะ"
"มนุษย์สุดยอดไปเลยอะ ทำเอาคุอินะตกใจนิดหน่อยเลยอะ"

ประชากรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว พอมองไปที่เมืองที่มีชีวิตชีวาแล้วคุอินะก็ส่งเสียงออกมา

"คิดเหมือนกัน ถึงพวกฉันจะสร้างของที่สุดยอดได้แต่ก็ไม่ได้มากกว่านั้นหรอกค่ะ"
"นั่นสินะคะ อุปกรณ์สำหรับมีชีวิตรอด เพราะเป็นผู้อ่อนแอถึงต้องมีภูมิปัญญา นั่นเป็นจุดที่พวกเราด้อยกว่ามนุษย์สินะคะ"

ความรู้สึกนั้นทั้งเอลเดอร์ ดวาร์ฟและแอนเชี่ยน เอลฟ์ก็รู้สึกเหมือนกัน

เพราะคนของบริษัทเคิร์ทรู๊ทเข้ามาจัดการเรื่องต่างๆหลายๆอย่าง เรื่องต้องรับผิดชอบก็ลดลง และด้วยการเพิ่มดวาร์ฟ สมิธกับไฮ เอลฟ์ก็ทำให้พวกอสูรของผมทำงานที่ต้องทำได้ค่อนข้างพอดี

พวกมนุษย์นั้นก็ค่อยๆสร้างกฎที่ยอมให้มีอิสระในระดับหนึ่งและทำให้พวกตัวอยู่ได้อย่างง่ายๆ
ผมรับข้อเสนอของพวกมนุษย์ ผมจะทำแค่การตัดสินใจขั้นสุดท้ายเท่านั้น เรื่องพื้นบานก็ให้จัดการกันเอง

ถึงอย่างนั้นก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีปัญหา เพราะว่าการจัดการเมืองนั้นเริ่มมีคนของบริษัทเคิร์ทรู๊ทเข้ามาจัดการนั่นเอง จึงเริ่มเกิดการสะสมอำนาจ
ถึงอย่างนั้นการตัดสินใจสุดท้ายนั้นก็อยู่ในกำมือผม ระบบรักษาความปลอดภัยของเมืองนี้นอยู่ที่มือของผมคนเดียวเท่านั้น เพียงที่จะไม่ให้เกิดเรื่องแปลกๆขึ้นมา
...แต่ว่า เพื่อปรับสมดุลของพลังแล้ว ถ้าได้ทำสัญญากับอีกสักบริษัทก็อาจจะดีกว่า

พอคิดแบบนั้น เอลเดอร์ ดวาร์ฟ ก็เปิดปากพูดออกมาอย่างภาคภูมิใจ

"มาสเตอร์ คุอินะ ลุฟ มีเรื่องที่ต้องบอกทุกคนอยู่ค่ะ ในที่สุดอาวุธใหม่ก็เสร็จแล้ว เพราะว่าได้เวลามาพัฒนาอาวุธซะทีก็เลยพยายามค่ะ"
"ว๊าว ลูกซองของคุอินะยังแข็งแกร่งขึ้นได้อีกเหรอ?"
"อืม เพราะว่าเลเวลเพิ่มขึ้นเรื่องที่สามารถเอนชานต์ให้แข็งแกร่งขึ้นได้ก็เพิ่มขึ้น"
"ขอบคุณนะเอลจัง"

คุอินะเข้ากอดเอลเดอร์ ดวาร์ฟ
ในการต่อสู้กับเอเมรัลด์ ดราก้อนเมื่อวันก่อนนั้น พอใช้ฟูออโต้ลูกซองของคุอินะก็พัง

ถึงจะฟื้นกลับมาได้แต่เอลเดอร์ ดวาร์ฟก็สัญญากับคุอินะว่าจะสร้างของที่พัฒนาจนทนการยิงฟูลออโต่ได้

"แอนตี้แมททีเรียลไรเฟิลของลุฟเองก็ทำรุ่นปรับปรุงไว้แล้ว ของสัญญาเลยว่าความแม่นยำกับพลังทำลายจะมากยิ่งกว่าที่ผ่านๆมาซะอีก"
"ฉันเองก็รักเอลจังที่สุดค่ะ"

แอนเชี่ยน เอลฟ์เข้าไปกอดเอลเดอร์ ดวาร์ฟที่กำลังโดนคุอินะกอดอยู่
...คุอินะนั้นกอดเพราะอารมณ์ดีใจ แต่แอนเชี่ยน เอลฟ์นั้นกอดอย่างตั้งใจ เธอที่ชอบเด็กน่ารักแล้วกำลังสนุกกับการสัมผัสคุอินะกับเอลเดอร์ ดวาร์ฟด้วยในบหน้าปลื้มปิติยินดี
เอาเถอะก็ดีแล้ว สาวน้อยสามคนตัวติดกันก็เป็นบุญตาใช้ได้ 

"อู๊ ร้อนทรมาน ปล่อยที"

เอลเดอร์ ดวาร์ฟตัวน้อยส่งเสียงร้องออกมาอย่างทรมาน แล้วรีบออกจากคุอินะกับแอนเชี่ยน เอลฟ์

"เอลเดอร์ ดวาร์ฟถึงจะรีบไปหน่อยแต่ขอดูอาวุธใหม่เลยได้ไหม?"
"อืม เดิมทีก็จะทำแบบนั้นอยู่แล้วค่ะ การเตรียมการก็เสร็จแล้วด้วย"

แล้วพวกผมก็ไปที่โรงงานของเธอ

 ◇

ตอนที่ถึงโรงงาน เอลเดอร์ ดวาร์ฟก็หยิบกล่องออกมาสองกล่อง
พอเปิดอันแรก ก็มีลูกซองที่ส่องเงามันสีเงินอยู่

"ก่อนอื่นก็นี่คือลูกซองของคุอินะ คาร์เทน่าฉบับปรับปรุง EDS-03 วัตถุดิบเปลี่ยนจากมิธริลเป็นโลหะผสมของโอริฮารูกอน มิธริลกับอาดาแมนไทต์ ถึงน้ำหนักจะเพิ่มขึ้น ความแข็งแกร่งก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก ถ้าเป็นแบบนี้ก็สามารถทนการยิงแบบฟูลออโต้ได้ สามารถเชื่อถือได้ยิ่งขึ้น แต่ว่าด้วยปัญหากลไกภายในทำให้ถ้ายิงแบบฟูลออโต้ต่อเนื่องก็มีโอกาสเกิดเหตุอันตรายได้ ถ้าเกิดใช้ฟูลออโต้ไปครั้งหนึ่งแล้วก็อยากให้พักสักช่วงด้วย"
"ขอบคุณนะ! เอลจัง ของรู้สึกดีแบบนั้นจะได้ยิงอีกเหรอ!"
"เอนชานต์ใส่เข้าไป[ระเบิด]เข้าไป เพียงแค่ใส่พลังเวทลงในปืนตอนที่ยิงกระสุนเวทก็ทำงานแล้ว ในตอนที่ยิงกระสุนลูกปรายนั้นพอเวท[ระเบิด]ทำงานกระสุนก็จะเพิ่มความเร็วขึ้นทำให้พลังทำลายสูงขึ้น"

โห เป็นการจัดวางที่น่าสนุกดี ถ้าอย่างนั้นหลังยิงกระสุนจึงค่อยเพิ่มความเร็ว เลยไม่สร้างภาระให้ตัวปืน และไม่เพิ่มแรงดีดกลับด้วย 
ด้วยเหตุนั้นแล้วก็ทำให้พลังทำลายเพิ่มขึ้นอย่างมากอีก

"สุดยอดไปเลยอะ! เท่านี้คุอินะก็แข็งแกร่งขึ้นได้แล้ว"
"แต่ว่า ถ้าคุอินะใส่พลังเวทเข้าไปเต็มกำลังก็พังได้เพราะฉะนั้นก็จำเป็นต้องเบามือหน่อย หลังจากนี้ก็ต้องฝึกด้วย"
"เอลจัง สุดยอดที่สุดเลย!"

แล้วคุอินะก็เข้าไปจะกอดแต่ว่ารอบนี้เอลเดอร์ ดวาร์ฟก็ได้เรียนรู้แล้ว เลยเอามือขวาดันป้องกันไว้
คุอินะเองก็สะบัดมือไปมาต่อต้านกลับแต่ว่าสุดท้ายก็ยอมแพ้ แล้วก็ถอยออกไปอย่างเสียดาย

"ไม่จำเป็นต้องมากอด นี่คืองานของฉันค่ะ แล้วก็ลุฟ แอนตี้แมททีเรียลไรเฟิลของลุฟเองเสร็จแล้ว ดูรันดัล EDAM-01"

ต่อมาก็เปิดกล่องอีกหนึ่งกล่อง 
ในนั้นมีไรเฟิลขนาดใหญ่ที่มีพลังทำลายระดับที่มีเพื่อยิงเจาะเกราะของรถหุ้มเกราะ แอนตี้แมททีเรียลไรเฟิลเก็บไว้อยู่

แต่ว่าที่ต่างจากเดิมคือลักษณะของแอนตี้แมททีเรียลไรเฟิลนั้นมีความยาวของลำกล้องปืนเป็นประมาณครึ่งหนึ่งจากเดิม 

"จุดที่ดัดแปลงทางนี้นั้นมีสามจุด ก่อนอื่นก็ทำให้ลำกล้องเหลือครึ่งหนึ่งจะได้เคลื่อนไหลได้คล่องขึ้นและเบาขึ้น ในส่วนนั้นความแม่นยำก็ลดลง ช่วงที่กระสุนอยู่ในกระบอกลดลงเวลาจุดชนวนก็ลดลงทำให้พลังทำลายลดลงไปด้วย ในส่วนนั้นก็ใช้ลำปืนเทียมของลุฟจัดการเอา"
"เหลือเฟือเลยค่ะ เดิมทีแล้วก็ใช้ลำปืนเทียมลมอยู่แล้วถึงปืนจะสั้นลงก็ไม่มีปัญหาอะไรค่ะ"

เป็นเรื่องที่ทำได้เฉพาะแอนเชี่ยน เอลฟ์เท่านั้น
ด้วยพลังของไฮ เอลฟ์นั้นไม่แรงพอที่จะทำหน้าที่ลำปืนได้

"ก็คิดไว้แล้วถ้าเป็นลุฟต้องพูดแบบนี้ อย่างที่สอง เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งกับความน่าไว้ใจก็เลยลดส่วนระบบลดแรงดีดกลับ ในส่วนนั้นก็ขอให้เตรียมใจไว้ด้วย นอกจากนั้นวัตถุดิบยังใช้โลหะผมหายากแบบเดียวกับของคุอินะ ทำให้การเพิ่มความแข็งแกร่งให้สูงขึ้นกับการทำให้เบาขึ้นสำเร็จ กระสุนก็เปลี่ยนไปเป็นกระสุนมิธริลแบบเดียวกับคุอินะ พลังทำลายจะเพิ่มขึ้นมามากกว่าสองเท่า และด้วยการที่เอาระบบแรงดีดออกทำให้แรงดีดอยู่ในระดับที่ล้อเล่นไม่ได้แล้ว ขอให้เตรียมใจด้วย"

ถ้าเกิดมนุษย์ยิงของแบบนี้ล่ะก็ไม่ไรเฟิลปลิวออกไป ก็ร่างกายก็คงกระดุกแตกออกเป็นเสี่ยงๆเพื่อทนรับมันไว้ สองอย่างนี้เท่านั้น

"ทางนั้นก็ไม่มีปัญหาค่ะ เดี๋ยวใช้หมอนรองลดเองค่ะ...ถึงตอนนี้เป็นเรื่องของปืนสินะคะ"
"อือ เป็นเรื่องกลไกชั้นยอด สำหรับเอนชานต์นั้นเป็น[การหมุน]กับ[เร่งความเร็ว]สองอย่าง แค่ลุฟใส่พลังเวทลงในกระสุน หัวกระสุนก็จะหมุนด้วยความเร็วสูงและเร่งความเร็วเข้าไปอีก ทั้งความแม่นยำและพลังการเจาะก็เพิ่มสูงขึ้น"

ถึงจะง่ายๆแต่ก็เป็นการเอนชานต์ที่ดี
เพราะว่าง่ายๆ จึงสามารถใส่ลงไปได้สองอันเป็นพิเศษ
สำหรับแอนเชี่ยน เอลฟ์ที่ถนัดการลอบยิงแล้วไม่มีปืนอะไรที่จะดีไปกว่านี้
เอลเดอร์ ดวาร์ฟนั้นไม่ได้แค่มีฝีมือด้านการตีเหล็กเท่านั้น ยังสังเกตความสามารถและลักษณะนิสัยของพวกพ้องอย่างดีและยังคิดถึงการสร้างอาวุธที่เหมาะกับผู้ใช้ได้อีกด้วย
เธอไม่ได้คำนึงถึงแค่ตัวเองเลย ไม่ผิดแน่ว่านี่ก็เป็นความแข็งแกร่งของเธอ

"ลุฟจัง ตอนนี้คุอินะอยากยิงลูกซองจังเลยอะ!"
"ฉันก็เหมือนกันค่ะ! อยากทดสอบเด็กคนนี้ที่แข็งแกร่งขึ้นดูค่ะ!"

ทั้งคู่หายใจแรงขึ้น

"มาสเตอร์ ทั้งสองคนพูดแบบนี้ค่ะ เกี่ยวกับของใหม่ที่เพิ่มจากเลเวลที่ขึ้นเลยอยากให้ทั้งคู่ไปทดสอบยิงที่[ถ้ำบัวแดง]ดูค่ะ ไม่ได้เหรอ?"
"แน่นอนตัดสินใจได้ดีเลย งั้นทุกคน ไปกันเถอะ"
"ไปกันเลย!"
"รับทราบค่ะ มาสเตอร์"
"น่าสนุกจังเลยค่ะ!"

ด้วยเหตุนี้ด้วยสมาชิกตอนนี้กับไฮ เอลฟ์กับดวาร์ฟ สมิธที่เกิดมาใหม่ก็มุ่งหน้าไปยัง[ถ้ำบัวแดง]

แล้วผมก็ตัดสินใจอีกเรื่องหนึ่ง ทั้งการสร้างเมือง ทั้งการเพิ่มกำลังรบ ไม่ว่าเรื่องไหนก็ถือว่ามีทำงานหนักที่สุด ผมอยากที่จะให้รางวัลกับความพยายามของเอลเดอร์ ดวาร์ฟ

การล่าครั้งนี้ ตอนที่เห็นผลพลังทำลายของอาวุธใหม่นั้น จะมอบของที่เอลเดอร์ ดวาร์ฟต้องการที่สุดให้

"มาสเตอร์ จ้องหน้าฉันมีอะไรเหรอคะ?"
"ไม่มีอะไร...ไม่สิ แล้วการพัฒนาอาวุธของเอลเดอร์ ดวาร์ฟเองยังไม่คืบหน้าอีกเหรอ?"
"ทางนั้นของของทดสอบเสร็จแล้วค่ะ แต่ยังให้ดูไม่ได้ แต่ว่าถ้าได้เห็นมาสเตอร์ต้องตกใจแน่ค่ะ ถ้าเป็นแบบตอนนี้ ฉันอ่อนยิ่งกว่าคุอินะกับลุฟอีก...แต่ว่าถ้าสำเร็จล่ะก็จะแข็งแกร่งระดับเดียวกันแน่ค่ะ"

เอลเดอร์ ดวาร์ฟพูดออกมาพร้อมกับยิ้มหน้าแป้น
หน้าตาไร้เดียงสานั้นน่ารักมากจนทำให้ผมลูบหัวเธอไปโดยไม่รู้ตัว




NEKOPOST.NET