[นิยายแปล] การสร้างเมืองของท่านจอมมาร ตอนที่ 45 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] การสร้างเมืองของท่านจอมมาร

Ch.45 - ตอนที่16 พ่อค้า


ตั้งแต่ก่อตั้งเมืองก็ผ่านมาหนึ่งสัปดาห์
คนเองก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในตอนนี้นั้นในหนึ่งวันก็เรียกคนได้ราวๆ200คน ที่พักเองก็มีคนพักประมาณ50คนทุกวันด้วย

DPเองก็มีเก็บมากขึ้นเรื่อยๆ
เพียงแค่นั่งอยู่เฉยๆหนึ่งวันก็จะได้มาประมาณ5DP
ถ้ามี50คนก็ได้มา250DP แล้วก็ถ้าพูดถึงพวกแขกที่เข้ามาเฉยๆก็ได้น้อยลงมาเป็นประมาณ2DP เพราะฉะนั้นวันหนึ่งก็จะได้มาราวๆ500DP
ดูเหมือนเมืองนี้จะสร้างความประทับใจให้กับอยากของมนุษย์ได้หลายๆอย่าง อารมณ์จึงเกิดการสั่นไหวยิ่งกว่าที่จิตนาการไว้ก็เลยได้มาถึงขนาดนี้

ถึงตอนนี้เอง การไปล่ากับพวกคุอินะที่[ถ้ำบัวแดง]นั้นสามารถเก็บDPได้เยอะกว่าก็เถอะ แต่คนเองก็มีแนวโน้มที่จะมาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รายได้เองก็ต้องเพิ่มขึ้นแน่นอน

เพราะมีแหล่งที่หารายได้อย่างมั่นคงแล้ว จึงเตรียมตัวสำหรับ[สงคราม]ได้อย่างสบายใจ สามารถที่จะเตรียมดันเจี้ยนอันเลวร้ายสุดๆได้
ถ้าไม่เตรียมตัวสำหรับ[สงคราม]ที่กำลังจะเกิดขึ้นก็คงจะแย่
สำหรับจอมมารตนอื่นนั้นสร้างดันเจี้ยนโดยต้องคำนึงถึงการต้อนรับมนุษย์เอาไว้ด้วย แต่การสร้างดันเจี้ยนโดยคิดแต่การทำลายล้างเท่านั้นถือว่าเป็นจุดเด่นของผม

"ในที่สุด ก็มาถึงระดับนี้ได้สินะ ถึงเรื่องชวนปวดหัวจะยังไม่หมดไปก็เถอะ"

...แต่ว่าก็ใช่ว่าจะไม่มีปัญหาอะไรเลย
นักผจญภัยที่เลือดร้อนก็มีอยู่มากมาย ก็เลยมีปัญหาในหมูนักผจญภัยเกิดขึ้นมากมายเลย
แล่วก็ขโมย โดยเฉพาะดาบมีเรื่องการขโมยเกิดขึ้นมาก

แต่ว่า ไม่ว่าอันไหนก็ปล่อยใช้แรงโกเลมแก้ปัญหาได้
ถ้าเกิดความรุนแรงขึ้นก็ปล่อยให้พวกโกเลมจัดการ ถ้าเกิดหยิบสินค้าออกไปโดยไม่ได้รับอนุญาตก็มีพวกโกเลมคอยจับตามองอยู่

นอกจากนั้นทั้งขโมยแอ๊ปเปิ้ล พวกที่จะไม่จ่ายค่าที่พักเลยเข้าไปในบ้านสำหรับผู้อพยพตามใจชอบ พวกที่ล่วงเกินทางเพศพวกจิ้งจอกภูติ, ไฮ เอลฟ์, ดวาร์ฟ สมิธที่น่ารักก็มีมาไม่รู้จบ
....ทั้งหมดนั่นก็แก้ไขได้ด้วยโกเลมเลยไม่มีปัญหาอะไร โกเลมนี่สะดวกจริงๆ

"คุณพ่อ ในที่สุดก็สงบลงแล้วนะคะ"
"ก็เพราะในที่สุดก็จ้างคนได้ละนะ"

ตอนนี้ผมกำลังทำงานเอกสารอยู่ในบ้านใหญ่ของเมือง
ที่ร้านค้ากับที่พักตอนนี้จ้างพวกนักผจญภัยไว้ราวๆสิบคน ตอนนี้เลยปล่อยให้แค่จิ้งจอกภูติ ไวต์แล้วก็พวกนักผจญภัยทำงานไป

เหรียญเงิน12เหรียญนั้นถือว่ามากกว่าค่าแรงของแรงงานถึงสองเท่า ดังนั้นในหมู่พวกนักผจญภัยชั้นต่ำที่กระหายเงินก็มีพวกที่คิดว่าอยากจะทำงานที่นี่ตลอดไปอยู่

ถ้ามีโอกาสสำหรับพวกนักผจญขาประจำนั้นแทนที่จะให้ไปใช้ชีวิตนอนในห้องใหญ่ของที่พักแล้วก็ให้ใช้ชีวิตอยู่บ้านที่เตรียมไว้สำหรับผู้อพยพก็อาจจะดีก็ได้
ไม่ใช่ทำงานพิเศษ ถ้าที่ร้านค้ากับที่พักมีพนักงานประจำก็คงจะดี
พอคิดแบบนั้น ประตูก็ถูกเปิดออกมาอย่างสุภาพ
เป็นเอลเดอร์ ดวาร์ฟกับแอนเชี่ยน เอลฟ์

"มาสเตอร์"
"นายท่าน"

ทั้งคู่เดินมาด้วยหน้าตาที่จริงจัง

"มีอะไรเหรอ ทั้งคู่ถึงได้ทำหน้าแบบนั้นมา"
"มาสเตอร์คนไม่พอค่ะ ตอนนี้ขอคนเพิ่มด่วนค่ะ"
"ทางนี้เองก็ทำงานไม่ทันค่ะ"

ทั้งสองคนอยู่ในสภาพสิ้นแรงนิดหน่อย
เอาเถอะก็ไม่แปลกล่ะนะ
ในส่วนของร้านค้ากับที่พักนั้นเราไม่มีความรู้เฉพาะด้านนั้น ก็เลยฝากส่วนใหญ่ไว้กับนักผจญภัยที่ทำงานพิเศษ หลังจากนั้นก็แค่คอยจับตาดูก็พอ

แต่ว่าในด้านการตีเหล็กกับการเกษตรนั้นเรามีความรู้เฉพาะด้านทั้งสองอยู่
แล้วก็ทั้งสองอย่างท่าทางจะมีการสั่งซื้อเข้ามามากจนน่ากลัว
ดูเหมือนว่าพวกนักผจญภัยในเมืองเอคลาบาจะภูมิใจในดาบที่ซื้อจากเมืองนี้มาก ข่าวลือก็แพร่สะพัดออกไปในแต่ละวันก็มีนักผจญภัยที่เข้ามามองหาดาบเพิ่มขึ้น เพราะว่ามีการขายเกิดขึ้นเยอะเกินไปก็เลยเพิ่มราคาเป็นสองเท่าแต่ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยน

ทั้งแอ๊ปเปิ้ลกับขนมปัง ด้วยข้อมูลเรื่องความอร่อยเป็นพิเศษกับขจัดความเหนื่อยล้าได้ก็ดึงดูดที่แพร่หลายออกไปพวกนักผจญภัยก็ถูกดึงดูดเข้ามา

เป็นเรื่องที่แน่นอนอยู่แล้วดาบที่สร้างได้ในแต่ละวันก็มีจำกัด แอ๊ปเปิ้ลกับข้าวสาลีทีเป็นวัตถุดิบขนมปังเองก็ต้องใช้พลังของพวกแอนเชี่ยน เอลฟ์ทำให้เติบโตแล้วก็เป็นสินค้าที่ต้องเก็บเกี่ยว
เป็นภาระที่ค่อนข้างมาก

"เข้าใจแล้วจะทำอะไรสักอย่างให้ ก่อนอื่น เอลเดอร์ ดวาร์ฟ ถึงจะสั่งให้สร้างดาบไว้ที่วันละ20เล่มก็เถอะ เรื่องนั้นทำไหวไหม? ถึงตอนนี้จะมีเก็บสำรองไว้ในส่วนของหนึ่งเดือนก็เถอะแต่คงไม่ใช่การทำอะไรที่เกินตัวสินะ?"

เป็นวิธีการขายสินค้าทีละน้อยๆ ด้วยของที่มีจำกัดแต่มีผู้ที่ต้องการเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ การที่ไม่ขายในทีเดียวก็ทำให้มีผลในการเรียกแขกต่อไปได้ตลอด
แล้วก็ถ้าเกิดขายเยอะล่ะก็พวกร้านตีเหล็กในเมืองใกล้ๆกับพ่อค้าที่จะขายต่อต้องมาหลอกซื้อจริงๆจังแน่ๆ เพราะฉะนั้นแบบนี้ล่ะกำลังดีแล้ว

แต่ว่าถ้าใช้ที่สำรองไว้ทั้งหมดออกมาคงจะใช้เรียกแขกไม่ได้ ก็เลยใช้ห้าเล่มใน20เล่มตั้งเรียงไว้ในร้านแล้วสุ่มเลือกผู้ซื้อทุกวัน

วัตถุดิบที่หาเองก็มีปัญหา ถึงจะให้พวกโกเลมขุดหาวัตถุดิบที่[เหมือง]ทั้งวันทั้งคืนก็เถอะ แต่เมื่อคิดถึงปริมาณการผลิตมิธริลและการเตรียมกำลังรบของดันเจี้ยนแล้ว ทางนั้นเองก็มีขีดจำกัดอยู่

"พวกลูกค้าที่ซื้อไม่ได้ก็มีคำขอให้ซ่อมกับรักษาอาวุธกับเกราะเข้ามาเป็นภูเขาเลยค่ะ แล้วคนที่สั่งแบบพิเศษก็เยอะค่ะ พวกคำขอที่รายละเอียดเยอะก็น่ารำคาญ แค่พวกดวาร์ฟ สมิธไม่ไหวแน่ค่ะฉันก็เลยไปช่วยด้วย เพราะว่าคนเข้ามาเพิ่มขึ้นก็จำเป็นต้องขยายฐานขึ้น ถึงตอนนี้จะยังทำได้อยู่ก็เถอะค่ะ แต่อย่างนี้งานหลักของฉันที่เป็นการพัฒนาอาวุธของพวกเราไม่สามารถทำได้แน่ค่ะ"

เป็นอย่างนี้สินะ
การขายก็ตามนั้น แต่เรื่องการซ่อมบำรุงนั้นพวกนักผจญภัยในเมืองก็เอาไปพุดแล้วเรียกแขกเพิ่มขึ้น คงจะปล่อยให้รอนานเกินไปไม่ได้ล่ะนะ

"เข้าใจแล้ว ถ้าอย่างนั้นจะเพิ่มดวาร์ฟ สมิธมาให้อีกสองตน"
"ช่วยได้มากเลยค่ะ ถ้ามีดวาร์ฟ สมิธเพิ่มมาสองตนก็ไม่มีปัญหาแล้วค่ะ"

ในหนึ่งสัปดาห์ของเมืองเองก็ได้DPมาเยอะแยะ ใช้ไปเท่านี้ก็ถือว่าไม่มีปัญหาอะไร
ทั้งการได้เพิ่มกำลังรบเป็นอสูรระดับB ก็คือเป็นการยิงนกตัวเดียวได้นกสองตัว

"แล้วทางแอนเชี่ยน เอลฟ์มีอะไรล่ะ?"
"ค่ะ ทางฉันไม่สามารถเก็บเกี่ยวได้ทันทั้งหมดเลยค่ะ ถึงจะปลูกไปเท่าไหร่ปลูกอีกไปเท่าไหร่ก็ถูกกินไปค่ะ พวกไฮ เอลฟ์เองก็เริ่มจะไม่ไหวแล้วล่ะค่ะ"
"แอ๊ปเปิ้ลก็คงช่วยไม่ได้ล่ะนะ แต่ว่าพวกข้าวสาลีถ้าไม่ใช้ของที่พวกเธอปลูกแล้วไปซื้อมาจากเมืองแทนล่ะ?"
"เรื่องนั้นไม่ทำจะดีกว่านะคะ ลูกค้าที่มาเพราะความอร่อยของขนมปังก็มีเยอะค่ะ ถ้าใช้ข้าวสาลีจากเมืองต้องโดนโกรธแน่ๆค่ะ"

ก็จริงล่ะนะ ถ้าขนมปังแย่ลงก็คงโดนโกรธแน่ๆ
ที่ข้าวสาลีรสชาติดีนั้นก็เกี่ยวกับแหล่งน้ำและทุ่งที่ได้รับพรของเอลฟ์
จริงๆถึงพวกเอลฟ์จะไม่ได้ปลูกขอแค่เป็นข้าวสาลีที่เก็บจากที่นี่ก็พอ ถึงในอนาคตจะให้พวกชาวเมืองที่อพยพมาปลูกข้าวสาลีก็เถอะ แต่ก็คงต้องใช้เวลาอีกสักหน่อย

"เข้าใจแล้ว มาเพิ่มไฮ เอลฟ์อีกสองตนกันเถอะ ถ้าเป็นแบบนั้นก็คงจะเติบโตได้ทันเวลาสินะ เรื่องการเก็บเกี่ยวแอ๊ปเปิ้ลกับข้าวสาลีปล่อยให้มนุษย์จังการก็สบายขึ้นใช่ไหม? เรื่องการปลูกก็คงตามนี้แต่ยังไงเรื่องการเก็บเกี่ยวก็คงต้องปล่อยให้มนุษย์จัดการล่ะนะ แล้วก็ยังไงก็ต้องหาคนทำงานพิเศษ...ไม่สิ คนอพยพให้เร็วเท่านั้นที่ทำได้ล่ะนะ"

ในตอนนี้ยังไม่ได้รวบรวมผู้อพยพมา
คงต้องเริ่มหาคนจริงจังแล้ว

"ค่ะ แน่นอนค่ะ! เรื่องการเก็บเกี่ยวคิดว่าคงปล่อยให้ทำได้ค่ะ ช่วยได้มากเลยค่ะ"

เท่านี้ก็คงฝ่าฟันอะไรไปได้
ท่าทางที่โล่งใจของเอลเดอร์ ดวาร์ฟกับแอนเชี่ยนเอลฟ์ ทำให้คุอินะมองมาด้วยความอิจฉา

"คุณพ่อ เหมือนกับเอลจังกับลุฟจัง คุอินะเองก็จิ้งจอกภูติ..."
"เรื่องนั้นคงไม่ได้ล่ะนะ อย่างน้อยที่สุดก็ในตอนนี้ ถ้าจะต้องใช้DPไปอีกเล็กน้อยล่ะก็ต้องคิดถึงเรื่องการเพิ่มกำลังรบง่ายๆไว้นะ"

ตั้งแต่สร้างเมืองก็ได้พ๊อยต์มามากมาย ก็เลยใช้ไปกับดวาร์ฟ สมิธสองตนกับไฮ เอลฟ์สองตนแล้ว
ยังไงก็คงเพิ่มจิ้งจอกภูติที่ตอนนี้มีพอแล้วให้ไม่ได้

"เข้าใจแล้วค่ะ... เสียดายจังเลยค่ะ"

พอคิดว่าการพูดคุยจบลงแล้ว ก็มีเสียงกระดิ่งดังขึ้นมา
เป็นระฆังเรียกที่ติดไว้ที่ประตู
คนที่จะเคาะมันอย่างซื่อตรงก็คงมีแต่หมอนั่นล่ะนะ คงจะมาเพราะมีอะไรแน่ๆ

"เข้ามาได้"
"ขอรับ เหนือหัว"

ที่เข้ามาก็คือไวต์ ที่อยู่ข้างหลังเขาก็คือผู้ชายที่ร่างกายที่ดีและเครื่องสวมใส่ที่ดูดีกับผู้ชายที่มีร่างกายที่ฝึกฝนมาอย่างดีที่คอยมองระวังภัยไปรอบๆ

"สุภาพบุรุษคนนี้บอกว่าไม่ว่าอย่างไรก็อยากจะคุยกับเหนือหัวให้ได้ก็เลยพามามาขอรับ"

พอไวต์พูดแบบนั้นสุภาพบุษคนนั้นก็มาที่ข้างๆไวต์

"ยินดีที่ได้พบกันนะครับ ผมคือเจ้าของบริษัทเล็กๆในเอคลาบานามว่าโคนันนา เคิร์ทรู๊ทครับ พอดีอยากทีจะมาพูดคุยกับท่านนักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่โพลเคลผู้ปกครองเมืองอวาลอนอันวิเศษแห่งนี้ก็เลยมาหาน่ะครับ"

พอคิดว่ามีกลิ่นของเงินก็มีพ่อค้ามางั้นเหรอ
ผู้ชายที่มองไปรอบที่อยู่ด้วยกันเป็นผู้คุ้นกันของเขาสินะ

"ถ่อมตัวไปแล้วครับ ถ้าพูดถึงเคิร์ทรู๊ทก็คือบริษัทการค้าใหญ่ที่ดีที่สุดในเมืองการค้าเอคลาบาไม่ใช่เหรอครับ มาคุยกันเถอะครับ จะยืนคุยคงไม่ดีแน่ถ้ายังไงก็มานั่งคุยกับในห้องทางนี้เถอะครับ"

ผมพาพวกเขาไปยังห้องต้อนรับที่เตรียมเอาไว้ในบ้านหลังนี้

พอผมเชิญให้นั่ง ผู้ชายที่แต่งตัวดูดี...โคนันนาก็กล่าวคำขอบคุณออกมาแล้วก็นั่งลง

"เป็นของที่ดีเลยนะเนี่ยครับ เก้าอี้ที่นั่งได้สบายขนาดนี้ครั้งแรกเลยนะครับ"
"แค่ให้ความสนใจก็รู้สึกยินดีครับ"

สร้างขึ้นมาจาก[สร้าง] เก้าอี้ชั้นเลิศที่อยู่ในความทรงจำของผม
ตามที่เอลเดอร์ ดวาร์ฟบอกมาดูเหมือนมันจะเป็นเครื่องเรือนสุดวิเศษที่ไมสามารถสร้างขึ้นด้วยวิทยาการของมนุษย์

"เครื่องประดับที่ไม่เคยเห็นก็มีมากมายเลยนะครับ ขอเสียมารยาทสักหน่อยขอทราบที่มาได้ไหมครับ?"
"เกาะทางสุดขอบตะวันออก หมู่บ้านที่ตั้งอยู่ในที่ๆจำเป็นต้องข้ามผ่านทะเลไปน่ะครับ"
"ชื่อว่าอะไรเหรอครับ?"
"เรื่องนั้นคงต้องเป็นความลับ สินค้าพิเศษของอวาลอนทั้งผลไม้และดาบเองก็เป็นของที่มาจากหมู่บ้านนั้น ไม่ค่อยอยากจะให้รู้น่ะครับ"

เป็นการโกหกสีขาวที่คิดเตรียมไว้แล้ว
ถ้าเกิดเป็นศาสตร์จากอีกฟากของทะเลที่พัฒนาขึ้นมาล่ะก็จะเป็นอะไรที่สามารถทำให้ยอมรับได้ล่ะนะ

"อย่างนี้นี่เองนั่นคือเหตุผลสินะครับ ต้นไม้ที่จะงอกเงินได้ก็คงไม่อยากปล่อยให้คนอื่นได้แตะต้องสินะครับ"
"แค่เข้าใจก็ดีแล้วล่ะครับ"
"ขอถามสักอย่างได้ไหมครับ? อยากฟังสาเหตุที่ในพื้นที่ไร้ความเจริญเต็มไปด้วยสัตว์ประหลาดอย่างนี้ทำไมถึงพาสาวน้อยอมนุษย์มาสร้างเมืองแบบนี้ขึ้นมาน่ะครับ"

ทั้งที่เป็นพ่อค้าถามเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับเงินนี่รู้สึกตกใจเลยแฮะ
บางทีอาจจะพยายามหาพวกจุดอ่อนของผมอยู่ล่ะมั้งนะ

"ครับ ได้เลยครับ ผมเองถึงจะเห็นแบบนี้ก็เถอะแต่ก็มีเลือดของอมนุษย์ไหลอยู่ครับ ใช้ชีวิตอย่างเสี่ยงอันตรายพอโตเป็นผู้ใหญ่ก็ออกเดินทางทันทีครับ ในช่วงการเดินทางก็ได้พบกับผู้คนที่กำลังมีปัญหาแบบเดียวกับผมมากมายครับ ก็เลยคิดว่าอยากจะทำอะไรขึ้นมาบ้าง"

ผมยิ้มเจื่อนๆขึ้นมาแล้วก็พูดเรื่องที่แต่งไว้ขึ้นมา

"ถ้าไม่ว่าไปที่ไหนก็มีแต่ที่ที่อันตรายสำหรับอมนุษย์ล่ะก็ก็จะสร้างเมืองสำหรับให้อมนุษย์ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขอยู่ภายนอกประเทศขึ้นมาแล้วก็รวบรวมผู้ที่มีความหวังที่นั่นครับ โชคดีว่าสามารถรวบรวมของที่จำเป็นมาได้ด้วยละนะครับ"

ถึงจะเป็นเรื่องโกหก แต่ก็เป็นเรื่องที่เตรียมเอาไว้แล้ว
ตัดสินไม่ได้หรอกว่าเป็นเรื่องโกหกจริงๆ
สายตาของพ่อค้านั้นมองเห็นถึงความตั้งใจของทางนี้ชัดเจน

"อย่างนี้นี่เอง วิเศษไปเลยครับ การที่คุณสามารถสร้างเมืองแบบนี้ขึ้นมาได้ในทันที ไม่ใช่แค่ผู้ที่มีความสามารถในการปกครองธรรมดาๆแต่ต้องเป็นผู้ที่มีความสามารถจริงๆแน่นอนสิครับ"

ไม่ได้เชื่อจากใจจริงสินะ
แต่ว่าก็ไม่เซ้าซี้ไปมากกว่านี้

"คงจะเรียกว่าผู้มีความสามารถไม่ได้หรอกครับ มันก็แค่อีโก้ของผมเท่านั้นเองล่ะครับ"
"อย่างนี้นี่อย่างนี้นี่เอง เรื่องนั้นช่างมันละกันครับ เมื่อวานได้ลองใช้ที่พักดูแล้ว ไม่ว่ายังไงออนเซ็นนี่วิเศษจริงๆเลยนะครับ ปัดเป่าความเหนื่อยล้า แช่น้ำอุ่น ความเข้ากันแปลกๆของเหล้าแอ๊ปเปิ้ลเย็นๆที่ชวนให้คิดถึง สุดยอดไปเลยนะครับ"
"ถ้าดีใจก็ดีแล้วครับ งั้นเข้าเรื่องจริงๆกันไหมครับ? มาเพื่อเจรจาการค้าขายใช่ไหมล่ะครับ?"
"ครับ ตามนั้นล่ะครับ"

เพราะว่าได้กลิ่นเงินจากเมืองแห่งนี้ แล้วเมืองนี้เองก็มีคนเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ พอเป็นแบบนี้แล้วก็ต้องมีคนแบบนี้โผล่ออกมาเป็นปกติ
ผมเองก็ยินดีต้องรับคนแบบนี้เหมือนกัน
อวาลอนนั้นมีเรื่องที่ทำไม่ได้อยู่มากมาก ถึงจะเพื่อเงินแต่ถ้ามีคนจากภายนอกจะนำของตัวเองที่น่าจะขายได้มาด้วยก็คงต้องขอบคุณ

"ขอบอกไว้ตั้งแต่เริ่มเลยนะครับ การจะเอาสินค้าของเมืองส่งออกไปขายข้างนอก ขอแบ่งปันเทคโนโลยี อะไรพวกนี้ทั้งหมดขอไม่อนุญาตนะครับ"
"ห๊า"

พ่อค้าข้างหน้าผมกำลังสั่นไหว บางทีเรื่องที่ผมพูดคงเป็นเป้าหมายของพ่อค้าล่ะนะ
สิ่งที่ผมต้องการคือการเรียกคนจำนวนมากมาที่เมืองนี้
ไม่ใช่เงิน ถึงเมืองนี้จะขายของได้ดีขนาดนั้นไหนก็ไม่มีความหมายอะไรทั้งนั้น
เพราะฉะนั้นดาบเองก็เลยขายแบบหนึ่งคนต่อหนึ่งเล่ม

"แต่ว่า ถ้าจะขายของในเมืองนี้จะสนับสนุนให้เต็มที่เลยครับ เกริ่นนำกันพอแล้ว เราก็มาเริ่มเจรจาการค้าขายกันจริงๆเถอะครับ"

ด้วยเหตุนี้การต่อสู้ที่ต่างจากการใช้ดาบฟันกันก็ได้เริ่มต้นขึ้น




NEKOPOST.NET