[นิยายแปล] การสร้างเมืองของท่านจอมมาร ตอนที่ 44 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] การสร้างเมืองของท่านจอมมาร

Ch.44 - ตอนที่15 งานพิเศษ


เพื่อตามดูผลของการเรียกแขกของจิ้งจอกภูติผมเลยตามไปดูพวกนักผจญภัย ถึงจะดูไม่พอใจนิดหน่อยแต่ท่าทางจะยอมรับได้ค่อยวางใจหน่อย 
แต่ว่าคำพูดหลังจากนั้นทั้งอาวุธทั้งที่พักดูท่าจะใช้ประโยชน์ได้ก็เลยเข้าไปเสนอขายตรงมันซะเลย

"ถ้าไม่ว่าอะไรให้ช่วยนำทางไหมครับ เมืองของผมมีเตรียมไว้ทั้งขายและซ่อมอาวุธครับ ที่พักเองก็เตรียมไว้ให้ด้วยครับ"

ถึงจะสับสนกับผมที่อยู่ก็โผล่ออกมา แต่ก็สงบได้อย่างทันทีแล้วพูดออกมา

"บิดาของเหล่าอมนุษย์? มหานักปราชญ์? นายเป็นใครกัน"
"เมืองแห่งนี้นั้นผมสร้างขึ้นมาเพื่อเหล่าอมนุษย์ที่โดนกดขี่ครับ ตัวผมนั้นเป็นผู้พิทักษ์ให้กับเด็กสาวเหล่านี้ แล้วก็ตัวตนที่สร้างเมืองแบบนี้ขึ้นมาได้ไม่คิดว่านอกจากมหานักปราชญ์แล้วก็ไม่น่าจะสร้างขึ้นมาได้ไม่ใช่เหรอครับ?"

ถึงจะลองพูดด้วยหน้ามั่นใจก็เถอะ 
เพราะว่าอินไปนิด ก็เลยถูกมองด้วยสายตาแปลกๆซะได้ ท่าทางจะพลาดนิดหน่อยแล้ว
รู้สึกอายจริงๆ เอาล่ะ เปลี่ยนเรื่องดีกว่า 

"...แล้วระหว่างร้านตีเหล็กกับที่พักจะให้แนะนำที่ไหนก่อนดีครับ?"
"งะ งั้นเหรอ ถ้าอย่างนั้นช่วยพาไปดูที่พักก่อนได้ไหม?"
"ครับ ด้วยความยินดี"

ผมพยักหน้า แล้วก็พากลุ่มนักผจญภัยทั้งสี่คนไปยังที่พัก 

 ◇

สำหรับที่พักนั้นตอนนี้ให้เป็นหน้าที่ของไวต์
ถ้าฝากเขาไว้ก็มั่นใจได้ว่าจะไม่มีปัญหาอะไร

"ยินดีต้อนรับขอรับ คุณลูกค้า"

พอประตูที่พักเปิดออก ไวต์ก็ออกมา 
ตัวเขานั้นสวมผ้าคลุมระดับสูงแล้วก็สวมหน้ากากไว้ 
เพราะมีผลของ[ลวงตา]อยู่ทำให้เห็นเป็นสุภาพบุรุษมีสกุล

"ที่นี่คือที่พักของเมืองนี้เหรอ"
"ใช่แล้วครับ ถึงจะพูดอย่างนั้นก็มีแต่ของที่มีไว้เพื่อนอนเท่านั้นครับ งั้นขออธิบายระบบนะครับ"

ผมกระแอมอะแฮ่มออกมาหนึ่งที 

"มีอยู่สองแผนนะครับ อย่างแรกคือห้องส่วนตัว สำหรับทางนี้นั้นจะกี่คนก็ได้แต่ถ้าเช่าหนึ่งห้องก็เหรียญเงินสองเหรียญครับ ถ้าสองคนก็สบายแต่ถ้าสี่คนก็คงนอนได้เบียดหน่อยครับ สามารถล็อคกุญแจได้เพราะฉะนั้นถ้าสนใจความเป็นส่วนตัวก็เลือกอย่างนี้ดีกว่าครับ  ไม่ว่าจะเลือกแผนแบบไหนก็มีผ้าห่มอุ่นให้ใช้ครับ"

เหรียญเงินหนึ่งเหรียญนั้นถือว่าถูกมาก 
ในเมืองเอคลาบานั้นแรงงานอย่างนักผจญภัยหาเงินได้วันละประมาณ6เหรียญ 

"ถูกจริงเลยนะ"
"ก็เพื่อนอนอย่างเดียวน่ะครับ การทำความสะอาดที่พักก็ต้องจัดการด้วยตัวเองครับ อาหารเองก็กรุณาไปซื้อที่ร้านก่อนหน้านี้ครับ จะใช้สวนกลางกับบ่อน้ำในที่พักก็ไม่ว่าอะไรเพราะฉะนั้นจะใช้ซักผ้าหรืออะไรก็ได้เลยนะครับ แล้วก็เมืองนี้ยังมีออนเซ็นอีกด้วย จะไปใช้บริการทางนั้นเองก็ได้นะครับ"
"มีออนเซ็นด้วยเหรอ!?"

ในกลุ่มนักผจญภัย สาวน้อยนักขโมยที่ดูสบายดีที่สุดทำตาเปล่งประกายออกมา

"เรคกะ รู้เหรอว่ามันคืออะไร?"

หนุ่มนักรบถามสาวน้อย 

"อืม รู้สิ เป็นการแช่น้ำอุ่นๆน่ะ ทั้งรู้สึกดีแถมบรรเทาความเหนื่อยได้ด้วย"

สาวน้อยพูดถึงออนเซ็นด้วยท่าทางดีใจ 

"รอบรู้จังเลยนะครับ ตามที่พูดคือมีผลสามารถบรรเทาความเหนื่อยล้าได้ครับ โดยเฉพาะออนเซ็นในเมืองของเรานั้นจะยอดเยี่ยมเป็นพิเศษ นอกจากจะช่วยรักษาความเหนื่อยแล้ว ทั้งผิวที่ดี ทั้งการฟื้นฟูร่างกายและอาการป่วย ทั้งการฟื้นฟูพลังเวท มีผลอีกหลายๆอย่างเลยล่ะครับ"
"มันก็แค่แช่ในน้ำร้อนไม่ใช่หรือไงนั่นน่ะ"
"เมืองนี้นั้นมีพรของเอลฟ์ระดับสูงอยู่ครับทำให้ออนเซ็นที่นี่เองก็มีพลังแปลกๆสถิตอยู่ด้วย"

เป็นความจริงแท้แน่นอน
ถึงทั้งหมดจะเป็นแค่การทำให้ผ่อนคลายแต่ก็มีผลอย่างเข้มข้น
ยิ่งแอนเชี่ยน เอลฟ์เข้าอาบน้ำบ่อย ผลก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้น บางทีอาจจะเป็นเพราะเหงื่อที่ไหลออกจากเด็กคนนั้นก็ได้

"นี่ โซลต์ พักที่นี่กันเถอะ! แค่เข้าออนเซ็นได้ตามสบายก็สุดยอดแล้ว! บาดแผลเองก็รักษาเร็วขึ้นด้วย! พลังเวทของมิระก็จะได้ฟื้นฟูเร็วๆล่ะ!"
"...ไม่อยากเชื่อเลย เอาเถอะ ไม่ว่ายังไงก็ต้องพักที่นี่วันนี้อยู่แล้วล่ะนะ จะลองทดสอบกันออนเซ็นดูก็ได้"
"อืมอืม ว้าว น่าสนุกจังเลย"

ดูท่าออนเซ็นจะเป็นอาวุธหลักสินะ การที่นักผจญภัยชอบถือว่าช่วยได้เยอะเลย

"ตอนแรกบอกว่ามีสองแผนสินะ แล้วอีกหนึ่งล่ะ?"
"ครับ ห้องใหญ่สำหรับนอนรวมน่ะครับ แน่นอนว่าไม่มีกุญแจถ้าเกิดว่ามีการขโมยของเกิดขึ้นก็ไม่รับผิดชอบนะครับ ในส่วนนั้นราคาก็เลยถูกลงมาอยู่ที่คนละเหรียญเงินหนึ่งเหรียญครับ สำหรับคุณลูกค้าถ้าร่วมกันแบ่งห้องสี่คนห้องส่วนตัวน่าจะถูกกว่านะครับ ผมขอแนะนำทางนั้นมากกว่าครับ"

ส่วนห้องใหญ่นั้นเป็นบริการสำหรับพวกนักผจญภัยที่เดินทางคนเดียว
ถ้ามาเป็นปาร์ตี้ล่ะก็แบบห้องเดี่ยวๆจะถูกกว่า

"ถ้าอย่างนั้น ขอเช่าสองห้อง เหรียญเงินสี่เหรียญ เท่านี้ก็พอสินะ"
"ครับ ไม่มีปัญหาอะไรครับ"

พอผมพูดแบบนั้น ไวต์ก็นำกุญแจออกมาสองอันพร้อมอธิบายรายละเอียด

"คุณลูกค้า นี่คือกุญแจของห้องขอรับ แผนที่บอกหมายเลขห้องแขวนอยู่ที่กำแพงขอรับ เชิญตรวจสอบที่ตรงนั้นได้เลย"

หนุ่มนักรบรับกุญแจมา แล้วก็ส่งหนึ่งอันให้กับสาวน้อยนักขโมย 
ดูท่าจะแบ่งห้องเป็นชายหญิง
นักผจญภัยก็มีการระวังตัวแปลกๆ

"โพลเคล ขอไปวางสัมภาระก่อนนะ หลังจากนี้ช่วยแนะนำร้านอาวุธได้ไหม?"
"ครับ ด้วยความยินดี"

ผมยิ้มออกมา 
นักผจญภัยกลุ่มนี้ค่อนข้างที่จะแข็งแกร่ง แถมยังมีประสบการณ์
ถ้าเป็นพวกเขาก็มีโอกาสสูงที่จะไปบอกต่อเรื่องราวของที่นี่ 
ก็คู่ควรที่จะยอมเสียเวลาให้สักเล็กน้อยไม่ใช่เหรอไงกัน

 ◇

พอผ่านไปสักพักพวกนักผจญภัยก็เดินออกมา 
ดูเหมือนว่าจะเปลี่ยนเป็นเสื้อผ้าสบายๆแล้ว
แต่ว่าที่หลังก็มีถุงใบใหญ่อยู่ บางทีน่าจะเป็นดาบกับเกราะที่พังล่ะมั้ง 
ผมพาพวกเขากลับไปยังร้านค้า 

 ◇

พอกลับมาที่ร้าน จิ้งจอกภูติทั้งสองคนกับคุอินะก็กำลังทำงานกันมือเป็นระวิง
จิ้งจอกภูติที่ออกไปเรียกแขกเองก็กลับมา
บางทีอาจจะเพราะลูกค้าเยอะเกินไปเลยต้องเรียกกลับมาอย่างช่วยไม่ได้ 

พอคิดว่าป้ายกับโกเลมมิธริลที่ให้ไปคุ้มกันไม่ได้กลับมาด้วย ก็แสดงว่าให้โกเลมถือป้ายแล้วมาแน่นอน ลูกค้าเองก็เรียกมาได้เยอะคงไม่มีอะไรต้องต่อว่าล่ะนะ

ลูกค้าตอนนี้มีประมาณ30คน 
ธุรกิจของกินเองก็ดูจะขายดีน่าดู
ถึงจะไม่ค่อยเยอะแต่สำหรับสามคนแล้วคงจะลำบากนิดหน่อย

คุอินะส่งสายตาขอความช่วยเหลือมาทางนี้แต่ผมก็แกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องอะไร 
ไม่เป็นไรหรอก ถ้าเป็นพวกเธอต้องทำได้แน่ แล้วก็ถ้าจัดการเรื่องนี้ไม่ได้ล่ะก็ต่อจากนี้คงทำอะไรไม่ได้แล้ว คงต้องทำใจยักษ์สักหน่อยแล้วพวกเธอจะได้เติบโตต่อไปได้  
ผมกระแอมออกมา แล้วไปหาพวกนักผจญภัย 

"เอาล่ะครับ ที่เมืองนี้มีการขายอาวุธและรับซ่อมแซมอยู่ด้วยครับ ในส่วนของอาวุธนั้นตอนนี้ก็มีขายแค่ดาบเท่านั้นครับ"

ผมพูดแบบนั้น ก็เข้าไปในร้านแล้วไปร้านอาวุธบริเวณตรงข้ามกับจุดที่วางอาหาร
ที่นั่นมีดาบที่สร้างมาง่ายๆวางอยู่ 
มีแค่ดาบที่เอลเดอร์ ดวาร์ฟสร้างขึ้นมาเพื่อเรียกแขกเท่านั้นที่ใส่กรอบแล้วแขวนไว้ที่กำแพง

พอมาคิดดูดีๆแบบนี้มันไม่ดึงดูดเลย พอเข้าร้านมาแล้วถ้าลูกค้าไม่ตั้งใจมองดีๆล่ะก็ต้องไม่รู้ตัวแน่ๆว่ามีดาบวางอยู่ จริงๆแล้วนักผจญภัยที่เข้าร้านตอนนี้ก็ไม่ได้รู้สึกถึงดาบเลยสักนิด

หลังจากนี้คงต้องปรับปรุงสักหน่อย
พอคิดเรื่องแบบนั้นแล้ว... 
"ไม่มีดาบเหรอ? ได้ยินว่าที่นี่มีดาบที่สุดยอดขายอยู่แท้ๆ?"

พวกคุอินะที่กำลังคิดเงินกันอยู่ก็มีลูกค้ากลุ่มใหญ่ปรากฏตัวออกมา มีเกือบถึง20คน
มามองหาดาบแต่เริ่มเลย บางทีคงได้ยินจากข่าวลือเรื่องที่เกิดขึ้นในร้านตีเหล็กในเมืองสินะ
พวกคุอินะกำลังวุ่นวายอยู่
ผมจึงเรียกลูกค้าตรงนั้นมา 

"ดาบวางอยู่ทางนั้นครับ ลูกค้าทางนี้กำลังทดสอบอยู่พอดีเลย จะลองดูด้วยไหมครับ"
"โอ้ ทางนั้นเหรอ ไม่รู้ตัวเลยนะเนี่ย"

ลูกค้าที่กำลังมองหาดาบมารวมตัวกันที่ทางนี้ 
ภายในร้านนั้นกว้างลูกค้าจำนวนนี้ไม่ถือว่าเป็นปัญหา
ผมหยิบดาบรุ่นผลิตจำนวนมากส่งให้หนุ่มนักรบ

"นี่คือดาบที่เราขายครับ เป็นสินค้าที่ค่อนข้างมีคุณภาพเลยนะครับ"

ผมส่งดาบให้ชายหนุ่มนักรบ 
พอได้รับดาบไปก็เปลี่ยนจากโหมดสบายๆไปเป็นนักรบ แววตาก็เปลี่ยนไป 
จ้องมองดาบราวกับจะกลืนกิน แล้วก็สำหรับผิวของมัน 
จากนั้นก็ก็กำแล้วฟาดดาบลงไป เกิดเป็นเสียงสายลมที่ถูกตัด
ฝีมือดีใช้ได้เลย

"เป็นดาบที่สุดยอดเลย ดาบระดับนี้ต่อให้เป็นเอคลาบาก็ไม่สามารถเห็นได้ง่ายๆเลยนะ"
"จะลองฟันดูไหมล่ะครับ?"
"ได้เหรอ!?"

กินเหยื่อง่ายกว่าที่คิดอีก
เพื่อที่จะได้ทดสอบฟันจึงวางท่อนไม้เอาไว้ ไม่ใช่ท่อนไม้ธรรมดาข้างในมีเหล็กสอดอยู่ก็เลยไม่ล้ม  
หนุ่มนักราบฟาดดาบไปในแนวนอน แล้วท่อนไม้ก็ถูกตัด

"สัมผัสการฟันที่สุดยอด ทั้งเบา ทั้งแข็งแกร่ง รู้สึกได้ถึงพลังเวทที่ไหลอยู่ นี่มันสุดยอดยิ่งกว่าดาบที่ฉันใช้อีก ดาบนี่ราคาเท่าไหร่น่ะ?"
"เหรียญทองสองเหรียญครับ"

พอผมพูดแบบนั้นหนุ่มนักรบก็อ้าปากกว้าง
คงจะตกใจน่าดู 

"เดี๋ยวนะ ดาบนี่แค่เหรียญทองสองเหรียญ!? ดาบที่ฉันใช้ตอนนี้มันก็เหรียญทองสี่เหรียญแล้วนะ!? ดาบระดับนี้จะให้ถูกแค่ไหนก็น่าจะเหรียญทองหกเหรียญ...ไม่สิสักแปดเหรียญเลยล่ะ!"

ชายหนุ่มเข้ามาใกล้ผม 
จริงแล้วที่ตั้งราคานี้ขึ้นมาก็เป็นราคาของแท่งมิธริลแบบผลิตขึ้นมาจำนวนมากที่เห็นในเมืองเอคลาบา

เมื่อเทียบสิ่งนั้นกับดาบนี้ ทั้งสัดส่วนการผสม ทั้งการล้าง โลหะผสมที่ใช้ก็ดีคนละระดับ ฝีมือของช่างเองก็เทียบกันไม่ได้เลย สำหรับดวาร์ฟ สมิธอาจจะดาบที่ผลิตจำนวนมากเฉยๆแต่สำหรับมนุษย์แล้วถือว่ามีระดับสูงกว่าดาบที่มืออาชีพชั้นหนึ่งตั้งใจทำขึ้นมาเสียอีก  

แล้วก็ถึงดาบที่ดวาร์ฟ สมิธสร้างขึ้นมานั้นจะเอนชานต์ไม่ได้แบบของเอลเดอร์ ดวาร์ฟ แต่ก็สามารถยกระดับความสามารถด้วยการใส่พลังเวทลงไปได้ นี่ก็ถือเป็นดาบเวทชนิดหนึ่ง 
ไม่ใช่ระดับแค่คุ้มค่าแล้ว 

"ช่างตีเหล็กของเรามีฝีมือมากน่ะครับ ของระดับนั้นก็เลยสามารถสร้างได้ง่ายๆเลยน่ะครับ"
"มีช่างตีเหล็กระดับแกรนด์มาสเตอร์พีซอยู่งั้นเหรอ!?"
"พวกเด็กสาวดวาร์ฟผู้น่ารักน่ะครับ ที่นี่คือเมืองของอมนุษย์ ถึงจะเป็นเรื่องที่มนุษย์จะทำไม้ได้แต่คนของเราก็สามารถทำได้ง่ายๆเลยครับ"
"พรของเอลฟ์กับดวาร์ฟช่างตีเหล็ก เป็นเมืองที่สุดยอดเลยนะ ขอซื้อดาบนี้หน่อย ตอนนี้เลย! ดาบนี้ราคานี้ถ้าไม่ซื้อตอนนี้ล่ะก็ต้องถูกคนอื่นซื้อไปทันทีแน่นอน"

ชายหนุ่มที่กำลังตาร้อน ก็ส่งเหรียญทองหนึ่งเหรียญกับเหรียญเงิน30เหรียญมาให้ผม
เหรียญเงิน30เหรียญมีค่าเท่ากับเหรียญทองหนึ่งเหรียญที่ได้รับมาจึงมีค่าเท่ากับเหรียญทองสองเหรียญ
 พอคิดว่าแรงงานนั้นทำงานเหนื่อยยากมาก็ได้แค่เหรียญเงินหกเหรียญต่อวันแล้ว ก็ถือว่ามีราคาเดียวกับเงินเดือนของแรงงานที่ทำงานโดยไม่พักครึ่งเดือนเลยทีเดียว

ถึงว่าจะไม่ถูก แต่ดูจากคุณภาพแล้วยังไงก็คุ้ม

"ที่ใช้เป็นสินค้าถึงจะมีแค่ดาบนั้นแต่ช่างตีเหล็กที่เป็นคนสร้างดาบเล่มนั้นก็รับซ่อมอาวุธนะครับ นี่คือแผนที่โรงงานครับ  ราคาสำหรับจะใช้วัตถุดิบแบบเดิมนี่ก็คงอยู่ที่เหรียญเงินหกเหรียญครับ หลังจากนี้ก็ช่วยไปที่นั่นด้วยนะครับ แล้วนอกจากดาบแล้วจะสั่งสร้างอาวุธอย่างอื่นที่ใช้วัตถุดิบกับตำรับเดียวกับดาบนั่นก็ทำได้นะครับ ส่วนนี้ราคาจะค่อนข้างสูงหน่อยอยู่ที่เหรียญทองสามเหรียญครับ"
"ถ้าสามารถสร้างของระดับนี้ได้ ฝีมือก็คงไม่ต้องสงสัย ขอฝากซ่อมเกราะด้วย"

ชายหนุ่มที่ได้ซื้อดาบไปก็ทำหน้าดีใจออกมา
แต่ว่าก็มีความรู้สึกแปลกๆ
รู้สึกได้ว่าด้านหลังชายหนุ่มมีสายตามากมายมองมา 
ไม่ใช่เพียงแค่มาเพื่อหาดาบของช่างตีเหล็กที่ว่าไว้ นักผจญภัยที่สนใจอาหารอยู่จนถึงเมื่อกี้ก็หันมาจ้องที่ทางนี้เช่นกัน
พริบตาต่อมาทั้งหมดก็กรูกันเข้ามา 

"ดาบนั่น ขอฉันดูหน่อยสิ"
"นี่มันทำจากมิธริวไม่ใช่เหรอ"
"สัมผัสการฟันอะไรกันนี่"
"เจ้านี่สองเหรียญทองเหรอ? เอาจริงดิ"

ดาบที่วางอยู่ไกลจากทางเข้าจนทำให้พวกลูกค้าหาไม่เจอแต่ด้วยความวุ่นวายตอนนี้ดูเหมือนจะทำให้รู้สึกตัวกันแล้ว
แล้วก็ค่อยๆมาเริ่มที่จะหยิบพิจารณาดาบกัน
แล้วก็หลังจากที่ตรวจสอบกันเสร็จ...

"เยี่ยม ขอซื้อหน่อย!"
"คุณหนูตรงนั้น อยากจะขอเจรจาให้ช่วยสร้างหอกจากวัตถุดิบเหล่านี้หน่อย!"
"เดี๋ยว ของหมดแล้วนี่จะมาเติมเมื่อไหร่กันน่ะ"

เริ่มมีคนไหลไปหาพวกจิ้งจอกภูติที่ทำหน้าที่คิดเงิน
ถึงที่ขายจะเป็นสินค้า แต่ก็มีคำถามกับคำขอโผล่ออกมาเต็ม 
แล้วก็ในมุมขายของที่วุ่นวายนั้นก็กลายเป็นสภาพที่ทุกข์ทรมาน

"คุณพ่อบ้าที่สุดด! แบบนี้ไม่ไหวหรอก!"

ผมได้ยินเสียงร้องไม่พอใจของคุอินะ
ก็จริงที่เป็นอย่างนี้เป็นความผิดผมเอง 
แต่ถึงอย่างนั้นทั้งที่กำลังสะอื้นอยู่แท้ๆแต่ก็ยังทำงานได้รวดเร็วสมกับเป็นคุอินะจริงๆ

"นั่นมัน คือว่า แย่จังเลยนะ"

หนุ่มนักรบทำท่าอึดอัดออกมา 

"เรื่องแบบนี้มันต่างกับที่มาก่อนมาหลังล่ะนะ"

เพียงแค่พวกลูกค้าไม่รู้สึกถึงตัวตนของดาบก็เลยกลายเป็นสภาพแบบนี้
เอาเถอะ ถ้าเป็นพวกคุอินะคงทำอะไรสักอย่างล่ะ 

"หือ อะไรกัน ดาบนั่นน่ะ!?"

หนุ่มนักรบอยู่ๆก็ส่งเสียงดังออกมา
สายตาจ้องไปที่ดาบที่ตั้งอยู่ในกรอบ
จ้องมองไปราวกับโดนดูดวิญญาณด้วยสีหน้าที่ดีใจสุดๆ แล้วก็ยังเอามือทั้งสองข้างกอดอกแล้วก็ตัวสั่น

"โพลเคล ดาบนั่นมันสุดยอดด นั่นก็เป็นของขายเหรอ!? ขอซื้อ ขอซื้อหน่อยเถอะะ"

ผมโดนเข้ามาจับไหล่ทั้งสองข้างแล้วเขย่าไปมา
คำพูดคำจาก็แปลกๆไป

"แพงนะครับ เพราะว่าเจ้านั่นมันเป็นของที่พิเศษ เหรียญทอง10,000เหรียญครับ"

ถึงจะเป็นราคาระดับซื้อปราสาทได้ แต่ก็มีค่าถึงขนาดนั้นล่ะ 

"นี่มันเอื้อมไม่ถึงเลยนะ แต่ว่า"

ดวงตาเต็มไปด้วยความต้องการ อาจจะขโมยไปก็ได้ 
เอาเถอะ ร้านนี้นั้นมีโกเลมมิธริลคอยดูแลอยู่ ของราคาแพงก็ติดตั้งเศษหินเวทไว้แล้ว ถ้าไม่เอาออกตรงที่จ่ายเงินล่ะก็ ก็จะถูกจัดการในฐานะขโมยของ ยังไงก็ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว 
พอคิดเรื่องแบบนั้น สาวน้อยนักขโมยกับหญิงสาวนักเวทก็ทำหน้าน่ากลัวมาหาหนุ่มนักรบ 

"นี่ ถึงจะจ่ายค่าดาบนั่นไปสองเหรียญทองไปแล้วก็เถอะ แต่ว่าเงินที่มีตอนนี้มันเหลือไม่เยอะแล้วนะ"
"จากที่ฉันจำได้ รู้สึกว่าถ้าจ่ายไปอย่างนี้เงินเก็บของพวกเราก็จะหมดแล้วไม่ใช่เหรอคะ"

พอทั้งคู่ถาม หนุ่มนักรบก็มีเหงื่อเย็นๆไหลออกมา

"เรคกะ มิระ โทษทีนะ! แต่ว่าอาจจะไม่มีโอกาสได้ซื้อดาบแบบนี้ในราคานี้อีกแล้วก็ได้ ถ้ายังไงก็ต้องจ่ายเงินซ่อมดาบแล้วสู้ซื้อดาบใหม่ที่แข็งแกร่งกว่าก็ต้องดีกว่าอยู่แล้ว นี่ ดูสิ ขายหมดแล้วนะนั่นน่ะ ถ้าไม่ใช่ตอนนั้นคงไม่ได้ซื้อแล้ว เป็นดาบที่สุดยอดจริงๆนะ"

ตามที่เขาพูด ดาบที่วางอยู่บนชั้นทั้งหมดอยู่ในมือของนักผจญภัยที่ต่อแถวเตรียมซื้อแล้ว

"ก็เข้าใจความรู้สึกอยู่ เรื่องที่เป็นดาบที่สุดยอดก็เข้าใจ...แต่ว่าเงินสำหรับเดินทางหมดแล้วนะอย่างนี้คงไม่กลับไปเอคลาบาไม่ได้แล้ว"

พอเป็นแบบนี้ ถึงจะจ่ายค่าที่พักของวันนี้แล้วแต่ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ก็คงจะไม่มีจ่ายแล้ว แล้วต้องมีค่าอาหารประจำวันอีก
ไม่สิ คิดเรื่องดีๆออกมา

"ถ้าไม่ว่ายังไงคุณผู้หญิงทั้งสองคนจะมาทำงานพิเศษไหมครับ? ทางฝั่งคุณผู้ชายท่าทางจะยังบาดเจ็บอยู่แต่ทั้งสองคนร่างกายดูจะยังขยับได้ไม่มีปัญหาสินะครับ คุณผู้หญิงทางนั้นถึงจะดูหมดพลังเวทก็เถอะแต่พอได้ทานแอ๊ปเปิ้ลก็คงจะดีขึ้นนิดหน่อยแล้วสินะครับ จะให้เหรียญเงินวันละ12เหรียญนะครับ"

เป็นเงินสองเท่าของแรงงานซะอีก แล้วดันเจี้ยนนี่ไม่ว่าดูยังไงจนกว่าผู้ชายจะหายดีก็คงยังไม่ไปดันเจี้ยนด้วย
ระหว่างที่พักรักษาแผลในเมืองนี้ก็ทำงานหาเงินไปด้วยก็ถือว่าคุ้มค่า 
ต้องเป็นอย่างนี้แน่นอนอยู่แล้ว

""ขอทำทีเถอะค่ะ""

ก็ตามนี้ 
ค่าใช้จ่ายของผู้ชายไร้ประโยชน์ผู้หญิงก็ต้องเป็นคนหา เอาเถอะสำเร็จอย่างงดงาม 

"ขอบคุณมากครับ ถึงจะเร็วไปหน่อยแต่อยากให้ไปช่วยพวกเธอหน่อยนะครับ เวลาทำงานก็จนกว่าอาทิตย์จะลับขอบฟ้าพอหมดเวลางานเมื่อไหร่จะจ่ายเงินรายวันให้ทันทีครับ"

พอผมพูดแบบนั้น ทั้งสองคนก็มุ่งหน้าไปยังมุมจ่ายเงินที่กลายเป็นสงครามทันที
สมกับเป็นนักผจญภัย ใจกล้าจริงๆ 
ทั้งที่เป็นงานครั้งแรกแท้ๆแต่แขนก็ขยับอย่างว่องไว หัวเองก็คิดเร็ว
ไม่ว่าอะไรก็ตามดูเหมือนเรื่องแรงงานน้อยจะจัดการได้แล้ว
เท่านี้ภาระของพวกคุอินะก็ลดลง

พอได้กำลังรบใหม่อะไรๆก็เริ่มทำได้ดีขึ้น ถ้าไม่อย่างนั้นก็คงเป็นปัญหาล่ะนะ เพราะว่าวันนี้พวกลูกค้าจะเป็นคนเรียกลูกค้าชุดต่อไป แล้วลูกค้าที่มาเพิ่มขึ้นก็จะกลายเป็นคนเรียกลูกค้าชุดต่อๆไปอีกเป็นทอดๆ 
หลังจากนี้คงจะยุ่งยิ่งกว่านี้อีก 
เอาล่ะ หลังจากนี้จะเป็นยังไงนะ น่าสนุกจริงๆ




NEKOPOST.NET