[นิยายแปล] การสร้างเมืองของท่านจอมมาร ตอนที่ 42 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] การสร้างเมืองของท่านจอมมาร

Ch.42 - ตอนที่13 อวาลอน


ที่ที่ผมมุ่งหน้าไปต่อไปนั้นก็คือสถานที่พิเศษลำดับที่สี่ร้านค้าแห่งที่สาม ตั้งอยู่ในที่ที่เข้าเมืองมาก็สามารถมองเห็นได้เลย
ในร้านขนาดใหญ่ที่มีการจัดการเรื่องอาหารกับอาวุธของดวาร์ฟ
ในส่วนของอาหารมีแอ๊ปเปิ้ลสดๆ, เหล้าที่แอนเชี่ยน เอลฟ์ทำ, ขนมปังปิ้งแข็งๆโรยเกลือที่เก็บรักษาไว้ได้นาน, น้ำ, แล้วก็เนื้อแห้งที่ซื้อมาจากในเมืองเรียงรายอยู่  
นอกจากแอ๊ปเปิ้ล ก็ต้องมีของสำหรับการค้นดันเจี้ยนอยู่มากมาย 
เพราะว่าเป็นที่ที่ตั้งอยู่ระหว่างจอมมารแห่ง[กาลเวลา]กับเมืองการค้าขนาดใหญ่ดังนั้นไม่มีทางขายไม่ได้แน่นอน

ถ้ามีชาวเมืองกับพ่อค้าเพิ่มขึ้น ก็คงจะมีของขายที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น ตอนนี้เพื่อไม่ให้มีภาระกับการขายของก็ขายของแค่จำกัดที่ไม่กี่ประเภทก็พอ 
บริการที่ให้ใช้ก็คือการรับซ่อมแซมอาวุธ ซึ่งเป็นงานของพวกดวาร์ฟ สมิธ

"นายท่าน มาหาสินะคะ"

แอนเชี่ยน เอลฟ์ที่กำลังขนถังที่ใส่แอ๊ปเปิ้ลจนเต็มส่งเสียงทักมา

"อา เพราะพรุ่งนี้ต้องเปิดร้านแล้วล่ะนะ เลยอยากจะดูความคืบหน้าของร้านขายของน่ะ"
"เตรียมการสมบูรณ์แบบค่ะ"

พอวางถังลงบนพื้น ก็ได้ยินเสียงน้ำออกมา

"ถังนั่นคืออะไรน่ะ"
"ฉันดองแอ๊ปเปิ้ลไว้ในน้ำแห่งชีวิตที่ฉันสร้างน่ะค่ะ ในตอนที่ดองอยู่ในน้ำนี้จะไม่เน่าเสีย ถ้าเกิดได้ดองในน้ำนี้สักครั้งแอ๊ปเปิ้ลนั้นจะเน่ายากขึ้นและสามารถเก็บความอร่อยได้นานขึ้นค่ะ ผลเองก็เพิ่มขึ้นด้วยนะคะ"
"...ทำเพิ่มขึ้นเยอะๆเลยนะ"
"ค่ะ ได้แน่นอนค่ะ!"

ถึงจะเป็นแค่แอ๊ปเปิ้ลแต่ถ้าผ่านแอนเชี่ยน เอลฟ์ของผมก็กลายเป็นของโกงได้ 
ถึงจะพูดคุยถึงน้ำแห่งชีวิตออกมาอย่างง่ายๆก็เถอะ แต่ถ้าจากมนุษย์ล่ะก็ต้องเป็นของที่มีค่ามากไม่ผิดแน่นอน 

"พวกคุอินะเป็นยังไงบ้าง?"
"กำลังฝึกฝนอยู่ภายในร้านค่ะ กำลังทำตัวเป็นคุณพี่สาวคอยสอนคุณพนักงานขายสุดน่ารักอยู่ค่ะ"

 แอนเชี่ยน เอลฟ์ที่ชอบของน่ารักๆทำหน้าอิ่มเอมใจ

"งั้นเหรอ น่าสนใจดีนะ ไปดูกันเถอะ"

ผมกับแอนเชี่ยน เอลฟ์เข้าไปด้านในของร้าน 

 ◇


พอเข้าไปในร้าน ที่นั่นก็มีคุอินะกับพวกจิ้งจอกภูติอยู่ 

"เอาล่ะ พวกจิ้งจอกภูติ ใช้[แปลงกาย]เลย!"

คุอินะกำลังออกคำสั่งกับพวกจิ้งจอกภูติที่เป็นลูกน้อง
พวกเธอประกบมือแล้วก็รวบรวมพลังเวท
แล้วร่างก็อาบด้วยแสง หูจิ้งจอกกับหางจิ้งจอกของพวกเธอก็หายไป 
เป็นการเลียนแบบมนุษย์อย่างสมบูรณ์แบบ 

ถึงแม้ว่ามนุษย์ของโลกนี้จะเคยชินกับพวกอมนุษย์ก็เถอะ แต่ยังไงถ้าคนขายเป็นเผ่าเดียวกันคงจะถูกใจกว่า
โดยเฉพาะถ้าจะเรียกคนล่ะก็ควรที่จะให้เห็นเป็นมนุษย์
เป็นหน้าที่ที่เหมาะกับพวกจิ้งจอกภูติที่สามารถทำให้หางกับหูหายไปด้วย[แปลงกาย]ได้

"อ๊ะ คุณพ่อ ดูสิคะ น่ารักค่ะ!"

คุอินะยืดอกขึ้นมา ก็จริงที่พวกจิ้งจอกภูตินั้นน่ารัก
ด้วยชุดพนักงานร้านที่เอลเดอร์ ดวาร์ฟสร้างขึ้นมา เป็นดีไซน์น่ารักๆที่มีลูกไม้ฟูฟ่องติดอยู่
ไม่ผิดแน่ ต้องใส่ความชอบของแอนเชี่ยน เอลฟ์ที่ทำตาลุกวาวอยู่ข้างผมลงไปด้วยแน่ๆ
...ไม่ใช่แค่จิ้งจอกภูติตอนนี้คุอินะเองก็สวมมันอยู่ 
คุอินะนั้นไม่ได้แปลงกายจึงยังมีหูจิ้งจอกกับหางจิ้งจอกอยู่ เพราะว่าสร้างรูสำหรับหางไว้ด้วย นี่มันอาชญากรรมที่ถูกต้องชัดๆ



"คุอินะไม่แปลงกายด้วยเหรอ?"
"งานของคุอินะคือการป้องกันเมืองนี้ขั้นสุดยอด มาเป็นพนักงานร้านไม่ได้หรอกค่ะ"

เอาเถอะ ก็อย่างนั้นล่ะนะ 
เธอคือกำลังรบที่แข็งแกร่งที่สุดของเมืองนี้ จะมาให้การเป็นพนักงานขายมาเสียเวลาไม่ได้

"ที่พึ่งสุดท้ายคือเธอล่ะ ขอพึ่งด้วยนะ"
"ย๊า~♪"

คุอินะเดินเข้ามาใกล้ผมก็เลยลูบหัวเธอ 
พอทำแบบนั้นก็ได้เสียงฝีเท้ามา

"ขนมปังที่นำมาให้ย่างเพิ่มมาส่งแล้วขอรับ... โอ้ เหนือหัวนี่นา"

ที่โผล่ออกมาก็คือไวต์ 
ด้านหลังมีพวกโกเลมที่ขนกล่องไม้ที่ใส่ขนมปังมาด้วย 
คนที่ย่างขนมปังที่จะเป็นสินค้านั้นก็คือพวกสเกลตันที่ไวต์เป็นคนนำ
เพราะว่าไม่เหมือนพวกโกเลมจะให้มาเดินเตร่ข้างบนไม่ได้ จึงให้ย่างขนมปังอยู่ใต้ดิน แล้วก็ให้พวกโกเลมคอยนำขึ้นมาในเมืองให้
ในตอนที่ไม่มีสงครามก็มีหน้าที่อย่างนี้ในเมืองของผม 
ฉากที่กองทัพสเกลตันกำลังทำขนมปังอย่างไม่รู้จบนั้น ถึงจะไม่มีอะไรแต่คงจะให้มนุษย์เห็นไม่ได้ 

"ขอบคุณที่เหนื่อยนะ ขอลองกินชิ้นหนึ่งได้ไหม"
"เชิญเลยขอรับ ขนมปังย่างที่ใส่ความพยายามของกองทัพสเกลตันขอรับ"

ขนมปังที่สเกลตันทำ ถ้าคิดว่าเป็นของธรรมดาก็คงจะดูโหดร้ายเกินไป... 
 ขนมปังย่างแข็งๆที่โรยเกลือเพื่อที่จะเพิ่มการเก็บรักษานั้นรสชาติไม่ได้แย่เลย เท่าที่ลองดูถึงจะไม่ได้รสชาติดีแต่ก็ไม่ได้แย่ ขนมปังธรรมดา ถ้าเป็นเจ้านี้ก็เป็นสินค้าได้แน่

"อืม ระดับที่ขายได้เลย"
"พวกเรานั้นมิอาจจะลิ้มรสได้ก็เลยทำขึ้นมาจากสูตรอย่างเถรตรงน่ะขอรับ"

ถ้าให้ทำแบบง่ายๆล่ะก็คงไม่ออกมาเป็นของที่อยู่ด้านขวาของไวต์ผู้คุมกองทัพสเกลตันหรอก
เป็นการขยับแบบเครื่องจักรทำซ้ำไปซ้ำมาอย่างแม่นยำเหมือนเดิม 

"ไวต์ ถ้ามนุษย์เริ่มมาที่เมืองนี้แล้วล่ะก็"
"เข้าใจอยู่แล้วขอรับ กระผมเองให้เลี่ยงที่จะขึ้นมาจะดีกว่าสินะขอรับ ด้วยร่างกายแปลกๆนี่อาจจะก่อเรื่องที่ไม่พึงประสงค์กับเมืองของเหนือหัวได้สินะขอรับ"

ไวต์ที่พยายามอ่านความคิดของผมพูดออกมา 
ความกังวลนั้นถือว่าถูกต้อง ยังไงพวกอันเดดก็ไม่เหมือนพวกอมนุษย์อย่างคุอินะหรือโกเลมเป็นศัตรูของมนุษย์อย่างชัดเจน
ถ้าเป็นปกติคงจะให้เห็นไม่ได้อยู่หรอก
แต่ว่าเรื่องที่จะพูดตอนนี้มันผิดออกไป 
ผมหัวเราะออกมา 

"พูดอะไรน่ะ นายเป็นเสนาธิการของผมนะ ถ้าไม่สามารถอยู่ช่วยข้างๆได้ก็แย่สิ"
"...ได้ยินแบบนั้นก็ดีใจขอรับ แต่ว่า ด้วยร่างกายนี้"
"เพราะฉะนั้นก็เลยเตรียมเจ้านี่ไว้ให้ไง"

ผมเอาหน้ากากใส่ไว้ที่หน้าของเขา 

"หน้ากากลวงตาที่เอลเดอร์ ดวาร์ฟสร้างขึ้นมา ผ่านการเอนชานต์[ลวงตา]เข้าไปน่ะ ถ้าสวมมันเข้าไปล่ะก็จะเห็นว่านายเป็นมนุษย์ แต่[ลวงตา]เองก็มีขีดจำกัดอยู่ยังไงก็สวมผ้าคลุมไว้ละ กางเกงขายาวคลุมขา ถุงมือเองก็จำเป็นต้องใส่นะ"

ไวต์ที่ได้ยินคำพูดของผมก็เกิดความรู้สึกที่สั่นเครือขึ้นมา 
แล้วก็พูดออกมาทั้งที่ยังสั่นอยู่ 

"เหนือหัว เพื่อกระผมแล้วถึงกับสร้างของแบบนี้ขึ้นมาถึงจะเป็นท่านเอลเดอร์ ดวาร์ฟที่อยู่จุดสูงสุดของดวาร์ฟก็เถอะ ของชั้นเลิศขนาดนี้ไม่น่าสร้างได้ง่ายๆแน่ขอรับ"
"จะปล่อยลูกน้องที่ยอดเยี่ยมอย่างนายได้ยังไงกัน ผมเองก็ให้เอลเดอร์ ดวาร์ฟทำมันออกมาแล้ว การทำงานของนายผมคาดหวังอยู่นะ ไวต์"

ความสามารถในการรับรู้ความรู้สึกอันละเอียดอ่อนของมนุษย์ ไวต์ผู้ที่มีทั้งมันสมองและสติปัญญา
พลังของเขาจำเป็นกับเมืองนี้

"ขอรับ ไวต์ผู้นี้ ขอเคารพเหนือหัวจากหัวใจ"

ไวต์คุกเข่าลงตรงนั้น
พลังของเขา ขอพึ่งพาหน่อยละกัน
แล้วผมก็ไปจากตรงนั้น 

 ◇

ต่อจากนั้นก็ไปยังโรงแรมสถานที่พิเศษลำดับที่สี่ 
ที่นี่วางแผนให้สามารถรับคนมาพักได้สูงสุดถึงร้อยคน ห้องก็มีอยู่จำนวนหนึ่ง ห้องใหญ่สำหรับนอนรวมเองก็มีเหมือนกัน
แล้วก็เตรียมผ้าห่มไว้จำนวนมาก 
จริงๆแล้วนอกจากการให้นอนพักแล้วตอนนี้ผมไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้น
ตอนนี้ก็ได้แค่นี้ล่ะ 
เพราะฉะนั้นก็ใช้ผ้าห่มในแต่ละห้องแล้วนอนไป ห้องเดียวจะแพงหน่อย ถ้าห้องรวมก็จะถูก บ่อน้ำก็ใช้ได้ตามสบาย จะไปใช้โรงอาบน้ำก็ดี ถ้าอยากกินข้าวล่ะก็ไปซื้อของที่อยากกินเอาที่ร้านค้า ก็ประมาณว่าบริการทั้งหมดช่างมันทิ้งไปให้หมด
ยิ่งกว่านั้นคือ ทำมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว 

"คนงานไม่พอจริงๆสินะ...คงจะต้องจ้างมนุษย์ที่ขยันขันแข็งสักหน่อยแล้วเหรอเนี่ย"

คนขายที่ร้าน, ประชาสัมพันธ์ที่พัก, คนเรียกแขก, คนทำความสะอาดที่พักกับโรงอาบน้ำ 
งานพวกนี้ เรื่องที่ไม่ได้สนคุณภาพจะจ้างมนุษย์ก็ได้ ถ้ามีนักเดินทางที่ดูจะไม่มีเงินอยู่ล่ะก็ให้มารับงานชั่วคราวเองก็ดี
ด้วยเงินที่ขุดมาก็ได้ให้เอลเดอร์ ดวาร์ฟสร้างขึ้นมาเหมือนกับเงินตราที่อยู่ในเมืองการค้าใกล้ๆนี้ เรื่องเงินก็เลยมีอยู่พอควร 
แต่ว่าจะปล่อยให้อสูรของผมทำไปตลอดก็คงจะไม่ได้

"ถ้าให้พูดจากความคิดล่ะก็อยากได้มืออาชีพจริงๆ ในเวลาอย่างนี้การไม่มีเส้นสายนี่ลำบากจริงๆนะ"

ถ้ามีพ่อค้าที่เก่งกาจจนสามารถที่จะปล่อยให้จัดการเรื่องที่พักกับร้านค้าล่ะก็จะมาเปิดร้านสาขาที่เมืองนี้ล่ะก็ผมก็ไม่ว่าอะไร
สำหรับผมแล้วยิ่งกว่าเรื่องกำไรการที่จะสร้างคอนเท็นต์ที่น่าดึงดูดให้กับเมืองนี้นั้นจำเป็นกว่า
ถึงจะมีปัญหาว่าจะพัฒนาต่อไปยังไงอยู่ แต่ก่อนอื่นตอนนี้แค่มีสถานที่พักให้กับมนุษย์ก็ถือว่าทำได้ดีพอแล้ว 

แล้วก็เป้าหมายที่ห้าสถานที่พิเศษสุดท้าย โรงอาบน้ำใหญ่ที่มีน้ำพุร้อนธรรมชาติ 
ที่นี่เองก็แบ่งบ่อชายบ่อหญิง ทั้งหมดเสร็จอย่างไร้ปัญหาใดๆ
แล้วก็บ่อพิเศษสำหรับพวกผมด้วย 
สุขอนามัยของเมือง แถมยังช่วยเติมเต็มความพึงพอใจของลูกค้าที่มาพักด้วย

เท่านี้สิ่งจำเป็นสำหรับการจัดการเมืองก็ครบแล้ว
ถ้าเป็นแบบนี้ล่ะก็พรุ่งนี้ก็สามารถเรียกมนุษย์ได้แล้ว 

 ◇

เช้าวันต่อมา อสูรทั้งหมดมารวมกันที่ลานกว้างของเมือง
พวกสเกลตันเองก็อยู่ที่นั่น

"เหล่าลูกน้องที่เป็นที่รักของผมทั้งหลาย ผมขอชื่นชมกับการทำงานของพวกเธอ ดันเจี้ยนของผม...ไม่สิ เมืองก็ได้ออกมาเป็นรูปร่างแล้ว ถึงจะยังมีงานอีกเยอะแต่เท่านี้ก็สามารถที่จะเรียกมนุษย์มาได้แล้ว"

การเตรียมการขั้นพื้นฐาน ทั้งอาวุธและของกินที่เป็นสินค้าก็พร้อมแล้ว 
ทั้งที่พักและสถานบันเทิงก็จัดเตรียมไว้ครบแล้ว 

"ตั้งแต่วันนี้จะเริ่มทำการชวนมนุษย์เข้ามา แล้วก็เริ่มที่จะกลืนกินความรู้สึกของมนุษย์ ให้พูดตรงๆก็คือการจัดการเมืองของพวกเราจะเริ่มขึ้นแล้ว"

ไม่ว่าอะไรก็ไม่สามารถไปได้สวยตั้งแต่เริ่มได้ 
แต่ว่าเพียงเท่านี้ก็จะสามารถเริ่มก้าวแรกไปได้ 

"ในหมู่พวกเธออาจจะคิดว่าไม่จำเป็นต้องทำเรื่องยุ่งยากแล้วไปฆ่าหรือกลืนกินมนุษย์เลยน่าจะดีกว่าอยู่บ้าง ผมเองก็ยอมรับว่าด้วยวิธีนั้นคงจะได้กินความรู้สึกที่แข็งแกร่งกว่าด้วย แต่ว่านั่นมันก็แค่ของชั่วคราวเท่านั้น หลายร้อน หลายพัน... ไม่สิ หลายหมื่น ถ้ามีมนุษย์จำนวนขนาดนั้นมาหัวเราะให้กัน เรามีเป้าหมายที่จะไปถึงไม่ได้ถ้าไม่สร้างเมืองแบบนั้นขึ้นมา ผมขอสัญญาว่าเราจะไปให้ถึงจุดนั้นให้ได้"

สิ่งนั้นก็คือดันเจี้ยนที่แข็งแกร่งที่สุด จะสามารถกลืนกินความรู้สึกของมนุษย์และDPได้มากยิ่งกว่าของจอมมารตนไหนๆ 

"ในเรื่องนั้นหนทางแบบนั้นอาจจะสนุกกว่า ถ้าจัดการดันเจี้ยนแบบปกติล่ะก็จะเชิญมนุษย์เข้ามา, หลอกลวง, ฆ่า, และก็ถูกฆ่า การจะทำอย่างนั้นจะไม่ใช้อสูรอย่างพวกเธอเป็นเหยื่อล่อไม่ได้ อาจจะฟังดูอ่อนแอ แต่ผมไม่อยากที่จะเสียพวกเธอไป ผมชอบพวกเธอมาก... เพราะฉะนั้นเพื่อความฝันของผมแล้วขอยืมพลังด้วย ไม่สิเอามาให้ยืมซะ นี่คือคำสั่งอันสูงส่งในฐานะจอมมารต่อเหล่าลูกน้องของผม"

พวกอสูรที่ได้ยินคำพูดของผมก็ทำหน้าเตรียมใจต่างๆออกมา แล้วทุกคนในที่แห่งนั้นก็คุกเข่าลง 

"เอาล่ะ ทุกคน มาเริ่มเมืองของพวกเรากันเถอะ เมืองแห่งความหวังและรอยยิ้ม..."อวาลอน"นี่คือเมืองของพวกเรายังไงล่ะ! ทั้งหมด ประจำการได้!"

ตอนที่เสียงตะโกนนั้นจบลงทุกคนก็มุ่งไปยังที่ที่ของตน
ก่อนอื่นก็เรียกผู้คนมา มีโอกาสสำเร็จอยู่ ขอแค่ทำให้มันออกเป็นของจริงเท่านั้น 




NEKOPOST.NET