[นิยายแปล] การสร้างเมืองของท่านจอมมาร ตอนที่ 41 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] การสร้างเมืองของท่านจอมมาร

Ch.41 - ตอนที่12 การพัฒนาสินค้าของเอลเดอร์ ดวาร์ฟ


ตั้งแต่เริ่มสร้างเมืองก็ผ่านมาแล้วหกวัน
ตั้งแต่วันพรุ่งนี้จะเริ่มเรียกคนเข้าเมืองของจริงแล้ว

ผมเดินดูไปรอบๆเมืองนี้ด้วยตัวคนเดียว
เหล่าอสูรลูกน้องต่างก็เตรียมการสุดท้ายกันจนยุ่งวุ่นวายไปหมด
ตอนนี้มีทางน้ำไหลไปทั่วเมือง บ่อน้ำเองก็สร้างไว้แล้ว

ในขั้นตอนสุดท้ายได้เตรียมบ้านคนไว้50หลัง ที่ดินสำหรับเพาะปลูกก็เหลือเฟือ สำหรับต้นไม้ที่นำมาใช้สร้างบ้านคนนั้นเป็นต้นไม้ที่ปลูกขึ้นด้วยเวทมนตร์ของแอนเชี่ยน เอลฟ์ หินกับโลหะเองก็นำมาจากเหมืองที่อยู่ที่ชั้นสอง

"อืม เป็นภาพที่ดีเลย"

เนินเขาเล็กๆที่ใช้ปลูกแอ๊ปเปิ้ลอันเป็นที่ภาคภูมิใจของเมืองก็กลายเป็นไร่แล้ว
ส่วนหนึ่งของไร่ก็สามารถเก็บเกี่ยวข้าวสาลีได้ตลอด เป็นสิ่งที่เติมโตขึ้นด้วยพลังของแอนเชี่ยน เอลฟ์
ถ้ามีพวกนี้อยู่จะต้องดึงดูดมนุษย์ที่จะมาเป็นพลเมืองในฐานะที่ดินอันอุดมสมบูรณ์ได้แน่นอน

แล้วก็รอบเมืองเองก็มีพวกโกเลมอยู่
พวกเขาเป็นเทพผู้พิทักษ์ของเมืองนี้มีทั้งหมดประมาณ10ตน มีพละกำลังมหาศาล เจ้าพวกนี้เป็นโกเลมที่ใช้สำหรับรับประกันความปลอดภัยของเมือง
แต่ว่าที่อยู่ที่นี่ก็เป็นแค่ส่วนหนึ่งจากทั้งหมดเท่านั้น ตอนนี้ที่เหลือก็ยังคงไปขุดเหมืองอยู่

เป็นไปตามที่คาดไว้ ถึงจะขุดเหล็กกับเงินจากเหมืองได้เยอะ แต่ทองก็มีมาแค่บางครั้งเท่านั้น มิธริลเองก็มีน้อยสุดๆ โลหะที่มากกว่านั้นไม่สามารถที่จะขุดขึ้นมาได้
จุดที่เหมาะสมจะให้เอลเดอร์ ดวาร์ฟตัดสินก็คือเรื่องนี้
แร่ที่ดีนั้นจะปรากฏขึ้นมาตามพลังของจอมมาร ด้วยเหตุที่ว่าพลังของผมนั้นยังไม่เพียงพอ ถ้าไม่ปล่อยวางบ้างก็คงไม่ได้

"ถึงแบบนั้น แค่การที่มีเหมืองเงินของตัวเองนี่ก็ถือว่าพอจนโกงแล้วล่ะนะ"

เงินนั้นจะไหลเวียนอยู่ภายในเมือง เพียงแค่ขุดภูเขาที่อยู่ใกล้ๆเมืองผมก็จะสามารถสามารถทำรายได้จากภายนอกได้
เพราะว่าเป็น[เหมือง]ของดันเจี้ยนทรัพยากรจึงไม่มีวันหมดลง
ถึงจะจำเป็นที่จะต้องระวังไม่ให้ราคาของเงินในตลาดตกลง แต่นี่จำต้องเป็นสินค้าที่สำคัญของเมืองผมอีกอย่างไม่ผิดแน่นอน

แล้วก็เมืองนี้นั้นมีสิ่งก่อสร้างที่พิเศษอยู่ประมาณห้าแห่ง
อย่างแรกคือบ้านของผู้นำเมืองหลังใหญ่ที่อยู่ท่ามกลางบ้านต่างๆ เป็นที่ที่มีวงเวทวาร์ปเตรียมไว้แล้วก็เป็นห้องประชุมขนาดใหญ่ด้วย
แล้วก็เป็นบ้านของผม
ในบ้านหลังนั้นนอกจากผมแล้วก็ยังมีคุอินะ เอลเดอร์ ดวาร์ฟ แอนเชี่ยน เอลฟ์อยู่ด้วย เพื่อให้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายจึงใช้[สร้าง]รวบรวมเครื่องเรือนชั้นยอดไว้

อสูรตนอื่นเองก็เตรียมบ้านสำหรับเผ่าเดียวกันเอาไว้ให้
แต่ที่นอกเหนือจากนั้นคือกองทัพสเกลตันที่ไวต์สร้างขึ้น
สำหรับพวกเขานั้นอยู่ห้องที่สองของชั้นสองที่เตรียมไว้ในฐานะดันเจี้ยน ที่นั่นผมก็ได้เตรียมที่อยู่ไว้ให้
เป็นห้องสำหรับกระตุ้นพลังของพวกอันเดด วางกับดักไว้มากมาย เป็นห้องที่รวบรวมสิ่งที่เป็นประโยชน์กับกองทัพสเกลตันที่ไวต์เป็นคนนำ
ในห้องแรกนั้นสร้างโดยคิดว่าจะให้พวกโกเลมมิธริล+ปืนกลหนักจัดการเป็นห้องที่เต็มไปด้วยความเลวร้าย

"เอาล่ะ ไปเถอะ"

ผมพึมพำคนเดียวแล้วก็มุ่งไปยังสิ่งก่อสร้างที่พิเศษลำดับที่สอง ไปสู่โรงงานของเอลเดอร์ ดวาร์ฟ

"เอลเดอร์ ดวาร์ฟ ทำได้ดีเลยนี่นา"
"อยากจะมาทำการปรับปรุงอาวุธที่ช่วงนี้ไม่ได้ทำเลยน่ะค่ะ"

เอลเดอร์ ดวาร์ฟเปิดโน๊ตPCขึ้นมา แล้วก็ขยับมือไปตามคีย์บอร์ดด้วยความเร็วสูง
เท่าที่ดูแบบแปลน คิดว่าน่าจะเป็นแปลนการพัฒนาแอนตี้แมททีเรียลไรเฟิลของแอนเชี่ยน เอลฟ์

"Barrett ML82A1 ที่แอนเชี่ยน เอลฟ์ใช้อยู่มีชื่อว่าเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นต้องพัฒนาขึ้นอีกเลยนะแล้วจะพัฒนาให้ดีขึ้นอย่างไรล่ะ?"
"ก็จริงที่เป็นปืนที่ดีและมีศิลปะค่ะ แต่ว่าตอนที่ลุฟใช้มันจะต่างออกไป"
"ขอฟังแบบละเอียดหน่อยได้ไหม?"
"อืม Barrettนั้นเพื่อเพิ่มความแม่นยำจึงจำเป็นต้องมีตัวปืนที่ยาว แต่ลุฟนั้นใช้ลำปืนเทียมจากสายลมในการเพิ่มความแม่นอยู่แล้วดังนั้นถึงตัดออกไปก็ไม่เป็นไรค่ะ"

เป็นแบบแปลนการพัฒนาที่ตรงไปตรงมา
แอนตี้แมททีเรียลนั้นเพื่อที่จะเพิ่มอัตราความแม่นยำนั้นจึงได้มีตัวปืนที่ยาว ด้วยเหตุนั้นจึงได้ค่อนข้างหนัก ด้วยแรงเหวี่ยงที่เกิดขึ้นทำให้หันซ้ายขวาลำบาก ตัวปืนยาวๆเองก็เกะกะ เพราะว่าเดิมทีแล้วก็เป็นปืนที่ไม่ได้ใช้สำหรับเคลื่อนที่อยู่แล้ว ปกติแล้วจึงไม่ใช่จุดที่ต้องนำมาใส่ใจ

"แล้วก็ระบบสำหรับลดแรงกระแทกเองก็ยอดเยี่ยมอยู่แล้ว แต่เพราะระบบที่ซับซ้อนนั่นทำให้ความแรงลดลงไป เพิ่มโอกาสล้มเหลว แถมยังหนักขึ้นด้วย เพื่อลดข้อบกพร่องพวกนั้นออกแบบง่ายๆเลยเอาออกค่ะ แรงกระแทกนั้นถ้าลุฟใช้หมอนรองสายลมนั่นคงจะหักล้างทิ้งไปอย่างไม่มีปัญหาอะไร...แถมตัวเลือกนอกเหนือจากนั้นก็ไม่มีแล้วด้วย การที่จะเพิ่มความแรงโดยยังมีของซับซ้อนนั่นอยู่นั้นเป็นไปไม่ได้ เป็นตัวเลือกอันขมขื่นเพื่อที่จะใช้กระสุนมิธริลที่ทรงพลังได้ค่ะ"
"ก็จริงว่าสำหรับคนอื่นนอกจากลุฟแล้วนั่นคือการลดประสิทธิภาพล่ะนะ ยิงตรงออกไปก็ไม่ได้แถมยังโดนแรงกระแทกอัดใส่อีก"
"ตามนั้นล่ะค่ะ แต่ว่าสำหรับลุฟแล้วการที่ลดความยาวกับความหนักของตัวปืนลง ทั้งทำให้ขยับได้ง่ายขึ้น จุดศูนย์ถ่วงเองก็ดีขึ้นเล็งเป้าหมายได้ง่ายขึ้นแถมยังคล่องแคล่วขึ้นด้วยค่ะ ในส่วนที่เพิ่มแรงกระแทกขึ้น ก็ช่วยลดความผิดพลาดกับทำให้เชื่อถือได้มากขึ้น...มีแต่ส่วนดีๆค่ะ ส่วนผสมก็ใช้มิธริลเพิ่มความแข็งแกร่งเข้าไป ทำให้เบาขึ้นในทุกๆส่วน จำนวนกระสุนเองก็เพิ่มขึ้นค่ะ"

ด้วยหลักการที่ครบถ้านพวกนี้ทำให้สามารถสร้างแปลนพัฒนาแอนตี้แมททีเรียลไรเฟิลขึ้นมาได้

"กระสุนเองก็เพิ่มความแรงขึ้น เป็นกระสุนแบบพิเศษที่สร้างจากผงมิธริล พลังการทำลายก็เพิ่มขึ้นมาเกือบสองเท่า และถ้าความเร็วต้นเพิ่มขึ้นวิสัยการยิงเองก็เพิ่มขึ้น ด้วยการที่ถอดระบบลดแรงกระแทกออก คนที่จะใช้สัตว์ประหลาดแบบนี้ได้มีแค่ลุฟเท่านั้นค่ะ"
"เด็กคนนั้นต้องดีใจแน่ๆ"

Happy Trigger หรือก็คือ ผู้บ้าคลั่งการยิง
ความคล่องแคล่วมากขึ้น กระสุนเองก็ใส่ได้มากขึ้น วิสัยการยิงก็เพิ่มขึ้น ไม่มีทางที่จะไม่ดีใจหรอก

"แปลนการพัฒนานี้ สุดท้ายนี้ก็จะลองเอนชานต์ด้วยค่ะ ตอนที่สร้างปืนของคุอินะนั้นถึงจะเลเวลไม่ถึงแต่ถ้าเป็นฉันในตอนนี้ต้องใส่อันที่สุดยอดได้แน่ค่ะ"
"ฟังดูน่าสนุกดีนะ แล้วเรื่องที่ขอร้องไปเป็นยังไงบ้างล่ะ?"
"อืม ทางนั้นทำแปลนแล้วฝากลูกศิษย์ไว้แล้วค่ะ กำลังเป็นไปได้ด้วยดี"

เอลเดอร์ ดวาร์ฟลุกขึ้นแล้วเดินนำเข้าในด้านในโรงงาน
ที่นั่นมีเตาหลอมที่กำลังเดือดปุดปุดอยู่
นี่คือโรงงานที่เอลเดอร์ ดวาร์ฟออกแบบขึ้นมาเอง
ในโรงงานมีดวาร์ฟ สมิธสองตนที่อยู่ในระหว่างตีดาบ
ที่ด้านหลังพวกเธอนั้นมีดาบวางอยู่หลายสิบเล่ม

"เป็นของชั้นเลิศจริงๆนะ"
"อืม เป็นดาบที่สร้างจากวัตถุดิบแบบเดียวกับร้านนั้นแต่ระดับสูงกว่าหนึ่งระดับค่ะ ใช้เหล็กเป็นหลักแล้วใส่มิธริลเข้าไปนิดหน่อยค่ะ"

ในตอนนี้นั้นผมอยากที่จะประหยัดมิธริลเก็บไว้ก่อน
แต่ถ้าให้พูด ถ้าเป็นดาบเหล็กพวกนักเดินทางก็คงไม่อยากที่จะใช้
ผลลัพธ์จากการประนีประนอมเรื่องนั้นก็คือนี่

ถึงแม้จะไม่ต่างจากของที่อยู่ในเมืองแต่ว่าพอสร้างด้วยตำรับของเอลเดอร์ ดวาร์ฟแล้วคุณภาพก็เทียบกันไม่ได้เลย ไม่ใช่ว่าการประหยัดมิธริลนั้นจะเป็นการลดระดับลง การโลหะผสมที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างคู่ควร
ความหนักนั้นคงช่วยไม่ได้ แต่ทั้งการฟันทั้งความทนทานนั้นแทบจะไม่ต่างจากของมิธริลเลย
ดาบแบบนั้นยังถูกผลิตได้อีกตั้งสิบกว่าเล่ม

"ถ้ามีขนาดนี้ล่ะก็การขายคงไม่มีปัญหา ช่วยได้เยอะเลยล่ะ"
"จนกว่าจะถึงวันพรุ่งนี้คงเตรียมได้อีก30เล่มค่ะ เด็กพวกนี้สุดยอดจริงๆค่ะ"

เป็นคำพูดที่ดูพึ่งพาได้
ในส่วนของอาวุธดูจะไม่มีปัญหาอะไร
ในจำนวนที่วางอยู่บนกำแพงมีอยู่ชิ้นหนึ่งที่โดดเด่นออกมา

"นั่นคือ"
"ต้นแบบที่ฉันสร้างน่ะค่ะ โดยใช้พลังทั้งหมดอย่างแท้จริง รวมทั้งโลหะผสมจากมิธริลและโอริฮารูกอนที่ได้จากเหมืองของจอมมารแห่ง[สัตว์ป่า] แต่ว่าไม่ได้ผสมเพราะจะประหยัดโอริฮารูกอนแต่อย่างใด เป็นโลหะผสมที่สุดยอดที่สุดจากวัตถุดิบที่มีอยู่ ทั้งการฟันทั้งความทนทานต่างก็เสริมเข้าไปด้วยเอนชานต์ค่ะ"

พอหยิบขึ้นมา
ผมสัมผัสได้ถึงสัมผัสแปลกๆจากตัวดาบ
เป็นมีดเงินงดงาม ดาบเวทที่สร้างมาเพื่อการฟัน แถมยังเบาขนาดที่ไม่น่าเชื่อ เป็นของจากพลังทั้งหมดของอสูรระดับS มีระดับสูงขนาดที่ด้วยฝีมือของมนุษย์แล้วทั้งชีวิตนี้คงไม่อาจหาได้
ดาบเล่มนี้เพียงเล่มเดียวต้องมีราคาขนาดที่สามารถเที่ยวเล่นได้ตลอดทั้งชีวิตไม่ผิดแน่

"ใช้เจ้านี่เป็นของขายจะได้ไหม"
"ได้ค่ะ ก็แค่สร้างต้นแบบของเด็กพวกนี้ขึ้นมาอีกก็ได้อยู่หรอกค่ะ แต่ว่าถ้าขายให้มนุษย์จะดีจริงๆเหรอคะ? ถ้าให้ยืมคำพูดของมาสเตอร์ล่ะก็คงต้องบอกว่าเป็นดาบที่แข็งแกร่งเกินไป"

ก็จริงที่ว่าถ้าผมบอกว่าถ้าให้อาวุธที่แข็งแกร่งเกินไปกับมนุษย์ก็มีแต่จะส่งผลเสียกับตัวเองเท่านั้น
แต่ว่า...

"ก็แค่ใช้เรียกลูกค้าน่ะ ตั้งไว้ในราคาที่ยังไงก็ไม่มีทางซื้อได้ไว้ ขอแค่เพียงมีดาบแบบนี้ตั้งไว้อยู่ล่ะก็ดาบอื่นๆจะต้องขายดีขึ้นอย่างแน่นอน"

พอคิดว่าเป็นร้านของช่างตีเหล็กที่ตีดาบที่ทรงพลังขนาดนี้ได้ล่ะก็คุณค่าของสินค้าทุกชิ้นในร้านก็ต้องพุ่งสูงขึ้นไปอีก

"เข้าใจแล้วค่ะ ถ้าอย่างนั้นก็ได้ค่ะ แต่ว่ามีคำขอเรื่องหนึ่งค่ะ"
"อะไรล่ะ?"
"ดาบนั้น ย่อมปรารถนาที่จะได้กวัดแกว่งโดยนักดาบ ถ้าเกิดว่ามีนักดาบที่ฉันยอมรับปรากฏตัวขึ้นมาในเวลานั้นฉันอยากจะให้ขายดาบนี้ให้ค่ะ ต่อให้อีกฝ่ายจะเป็นมนุษย์ แต่ในฐานะช่างตีเหล็กแล้วนั่นคือสิ่งที่หวังไว้ค่ะ"
"เข้าใจแล้ว ถ้าถึงตอนนั้นก็ขายซะ"

คำพูดก็จบลงเท่านี้
เท่านี้สินค้าหลักของเมืองผมอีกชิ้นหนึ่งอาวุธที่สร้างโดยดวาร์ฟก็เตรียมพร้อมแล้ว

"แล้วก็ของที่มาสเตอร์ขอมาเสร็จแล้วค่ะ ถ้ามีหน้ากากนี่ก็น่าจะไม่เป็นไรนะคะ"
"ช่วยได้มากเลย เอลเดอร์ ดวาร์ฟ"

ผมที่รับหน้ากากที่ทำแบบพิเศษที่เอลเดอร์ ดวาร์ฟสร้างขึ้นมาแล้วก็หันหลังให้กับที่นั่น
นี่เป็นไอเทมสำคัญที่จะทำให้เสนาธิการคนสำคัญของผมสามารถทำงานอย่างรู้สึกดีได้ตอนที่มนุษย์เข้ามา
ต่อไปก็ไปหาพวกคุอินะ ที่นั่นต้องมีไวต์อยู่แน่ๆ

"ถ้าอย่างนั้นผมจะไปที่ต่อไปแล้ว ในตอนนี้ก็ฝากเตรียมเรื่องดาบด้วยล่ะ"
"อืม คือว่า มาสเตอร์ แบบว่า ถ้าเตรียมดาบเสร็จแล้วล่ะก็"

เอลเดอร์ ดวาร์ฟทำท่าอึกอักพูดอะไรสักอย่างไม่ออก
ผมพอจะเข้าใจเรื่องที่เธอคิดอยู่

"จะชมให้เยอะๆเลย เพราะฉะนั้นก็พยายามเข้าล่ะ เอลเดอร์ ดวาร์ฟ"
"อืม จะพยายามค่ะ

แล้วผมก็ทิ้งโรงงานของเอลเดอร์ ดวาร์ฟไว้เบื้องหลัง




NEKOPOST.NET