NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] การสร้างเมืองของท่านจอมมาร

Ch.37 - ตอนที่8 คำสาบานกับแอปเปิ้ลลูกแรก


พวกผมที่เตรียมการขั้นพื้นฐานในฐานะดันเจี้ยนเรียบร้อยแล้วก็จบงานไว้ที่ตรงนั้น

ถึงชั้นใต้ดินห้องแรกจะวางแผนให้พวกโกเลมมิธริลป้องกันก็เถอะ แต่พวกโกเลมมิธริลที่สำคัญพวกนั้นอยู่ที่ดันเจี้ยนของมัลโก้

เผื่อว่ามนุษย์อาจจะเข้ามาเจอก็ได้วันนี้ก็เลยนอนกันในห้องคริสตัล ในวันพรุ่งนี้ก็วางแผนไว้ว่าจะกลับไปพาเพื่อนๆมาจากดันเจี้ยนของมัลโก้

"คุณพ่อ ข้าววันนี้ ขอผลไม้แดงๆนั่นด้วยค่ะ! มันชุ่มช่ำอร่อยสุดๆเลยค่ะ!"[สร้าง]
"มาสเตอร์ ฉันชอบอันที่สีน้ำตาลแห้งๆค่ะ"
"ถ้าอย่างนั้นฉันอยากทานซุปสีเหลืองค่ะ"

ของกินมีแค่ขนมปังแห้งกับเนื้อแห้งที่เตรียมไว้เท่านั้น ก็เลยบอกไปว่าจะใช้[สร้าง]สร้างของกินขึ้นมา พวกลูกสาวก็เลยร้องขออาหารต่างๆออกมา

ดูเหมือนว่าจากสิ่งที่พวกเธอต้องการ คุอินะคือแอปเปิ้ล เอลเดอร์ ดวาร์ฟคือมันฝรั่ง และของแอนเชี่ยน เอลฟ์ก็เป็นซุปข้าวโพด
ที่จริงจอมมารกับอสูรนั้นไม่จำเป็นต้องทานอาหารก็ได้แต่เพื่อสีสันของชีวิตก็เลยกินกันทุกวัน

เพราะว่ามันน่าเสียดายไปก็เลยไม่ค่อยได้ใช้[สร้าง]กับอาหารเท่าไหร่แต่สำหรับวันนี้ก็คงไม่เป็นไร

"เข้าใจแล้ว ถึงของที่คุอินะกับแอนเชี่ยน เอลฟ์สั่งจะเป็นของที่ทานได้เลย แต่ว่าเอลเดอร์ ดวาร์ฟเอาไปทำเป็นอาหารอย่างอื่นก่อนหน้าจะดีกว่านะ?"
"ได้ค่ะ กินแบบต้มแล้วใส่เกลืออร่อยที่สุดเลยค่ะ"

ก็เป็นเรื่องปกติล่ะนะ เด็กคนนี้ก็ขออะไรแบบตัวเองออกมา
ผมก็เอาของที่ต้องการออกมาให้ตามที่ขอ

"ว้าว ขอบคุณค่ะ!"

คุอินะกันแอปเปิ้ลเข้าไปอย่างเอร็ดอร่อย แล้วก็คายเมล็ดออกมา
พอมองไปที่เมล็ดนั่นก็คิดเรื่องๆหนึ่งออก

"เมืองเมื่อกี้ไม่เห็นแอปเปิ้ลเลยนะ"
"คิดว่าเป็นเรื่องปกติค่ะ ฉันคนนี้ที่ที[รูปร่างแห่งดวงดาว]ที่รู้เรื่องต่างๆของธรรมชาติแล้วก็ไม่รู้จักผลไม้นั้นค่ะ เป็นสิ่งของที่ไม่มีในโลกนี้ หรือไม่ก็เป็นอาหาร"ที่สูญหายไปในอดีต"ค่ะ"

แอนเชี่ยน เอลฟ์พูดออกมาแบบนั้น
ถ้าเธอพูดออกมาก็ไม่มีทางพลาด แต่ว่ารู้สึกติดใจกับส่วนที่ว่าสูญหายไปในอดีต รู้สึกราวกับว่ามันจะเป็นส่วนที่สำคัญอะไรสักอย่าง
แต่ว่าเรื่องนั้นปล่อยไปก่อน เจ้านี่ต้องเป็นอาวุธที่ดีได้แน่
ผมหยิบเมล็ดแอปเปิ้ลที่คุอินะคายขึ้นมา

"อ๊ะ"

คุอินะทำหน้าตกใจออกมาแล้วก็ทำหน้าแดง

"ผลไม้นี่ จะโตในทุ่งวันนี้ได้ไหมนะ?"

แอปเปิ้ลเป็นผลไม้ที่ว่ากันว่ามีโภชนาการขนาดที่ไม่จำเป็นต้องไปพบแพทย์เลยทีเดียว
ถ้าไม่ให้ขาดวิตามินซีในตอนที่สำรวจดันเจี้ยนก็ให้พกผลไม้นี้ไปด้วย แถมยังชุ่มชื้นทำให้คอหายแห้งได้ด้วย

แถมยังเก็บได้ค่อนข้างนาน หลังจากเก็บจากต้นแล้วก็ยังทานได้อยู่นานถึงหนึ่งเดือน
สำหรับนักเดินทางที่มุ่งหน้าไปดันเจี้ยนของจอมมารแห่ง[กาลเวลา]คงเป็นอาหารที่สุดยอดแน่ ต้องเป็นที่นิยมไม่ผิดอย่างแน่นอน

"ขอดูเมล็ดหน่อยนะคะ ...ดินที่นี่กับความเข้ากันได้ไม่มีปัญหาค่ะ ถ้าใช้เวทของฉันใส่เข้าไปในเมล็ด ส่งเสริมการเจริญเติบโต แล้วก็ควบคุมสภาพอากาศ ก็สามารถทำให้เกิดผลได้ทั้งปีแล้วนะคะ"

เป็นคำตอบที่พึ่งพาได้
ถึงเริ่มแรกก็กังวลเรื่องการเรียกคนมาก็เถอะแต่ว่าความกังวลนั้นหายไปแล้วล่ะ
วิธีการที่จะเรียกชาวเมืองเข้ามามีดังนี้
1.ขายอาวุธ อาหารและน้ำให้กับพวกนักเดินทางที่มุ่งหน้าไปดันเจี้ยน
2.อาศัยปากต่อปากของนักผจญภัยถึงเรื่องตัวตนของเมืองนี้ แล้วก็ประกาศรับสมัครผู้อพยพด้วยเงื่อนไขที่ดีกว่ามาตรฐานออกไป

ถ้าไปได้สวยล่ะก็จะต้องมีชาวเมืองกับพ่อค้าที่หากำไรมาแน่
แล้วถ้ามีคนมารวมกันเรื่องที่ทำได้ก็จะเพิ่มขึ้น
เพื่อที่จะทำ1.ให้สำเร็จอยากได้ของขายเฉพาะที่มีสเน่ห์ดึงดูดมาก หน้าที่นี้ก็ปล่อยให้เป็นของแอปเปิ้ล

"เพราะว่าคุอินะขอแอปเปิ้ลมาเลยนะเนี่ย ขอบคุณมาก"

ผมลูบหัวคุอินะ
ผมปุยๆกับหูจิ้งจอกนุ่มนิ่มทำให้รู้สึกดี

"ย๊า~♪ ได้เป็นกำลังของคุณพ่อก็ดีใจแล้วค่ะ"
"อา คุอินะจังขี้โกงจังเลยค่ะ ทั้งที่คนที่จะทำให้แอปเปิ้ลโตคือฉันแท้ๆ"
"นั่นสินะ แอนเชี่ยน เอลฟ์ก็สุดยอดเลย"

เพราะแอนเชี่ยน เอลฟ์มองเข้ามาใกล้อย่างต้องการผมก็เลยลูบหัวด้วย ผมเรียบลื่นผิดกับของคุอินะ อย่างนี้ก็ดีเหมือนกัน

เอลเดอร์ ดวาร์ฟมองมาที่พวกผมที่เป็นแบบนั้นอย่างเหงาๆ
แล้วก็ทำตาลุกวาวราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้ พร้อมกับหยิบมันฝรั่งที่ยังต้มไม่สุกขึ้นมา

"มาสเตอร์ มันฝรั่งก็อร่อยมากค่ะ เจ้านี่ก็ไม่เห็นในเมือง ต้องใช้ได้แน่นอนค่ะ"

พอบอกแบบนั้นก็ตามนั้นล่ะนะ
พอมองไปทางแอนเชี่ยน เอลฟ์

"ค่ะ นี่ก็ไม่มีเช่นกันค่ะ เป็นสิ่งที่สูญหายไปในอดีตค่ะ"
"หืม มันฝรั่งนั้นเก็บเกี่ยวได้เร็วแถมได้ในปริมาณมากด้วยสิ เจ้านี่ปล่อยให้มนุษย์ที่จะเข้ามาอาศัยเป็นคนปลูกก็น่าจะดีนะ"

มันฝรั่งนั้นเมื่อเทียบกับข้าวสาลีให้ผลผลิตได้มากยิ่งกว่าสามเท่า
ถึงจะเป็นพืชผลที่จะก่อปัญหาถ้าปลูกอย่างต่อเนื่องก็เถอะ แต่ถ้ามีแอนเชี่ยน เอลฟ์ก็คงไม่มีปัญหาอะไร
แถมความหลากหลายในการทำอาหารเองก็มากจนน่ากลัว
แน่นอนว่าสามารถทานแบบต้มได้ แต่ทำเป็นซุปได้ด้วย ทำเป็นขนมปังก็ได้ แล้วทำก๋วยเตี๋ยวก็ยังได้ด้วย
เป็นของกินที่ถึงขั้นสามารถเปลี่ยนการทำอาหารของโลกนี้จากหน้ามือเป็นหลังมือได้เลยทีเดียว
ต้องทำโรงแรมในเมืองนี้แล้วล่ะ แล้วที่นั่นก็เสนอของอร่อยพวกนี้ให้รู้กันทั่ว แล้วก็ถ้าประกาศกับผู้อพยพว่าสามารถเก็บผลผลิตได้มากแถมปลูกได้ง่ายล่ะก็จะต้องรีบมาแย่งกันปลูกอย่างแน่นอน

"มาสเตอร์"

เอเดอร์ ดวาร์ฟทำตาพริ้มอย่างเขินอายพร้อมเรียกชื่อผมออกมา
เด็กคนนี้ไม่สามารถอ้อนได้แบบตรงๆเหมือนกับคุอินะกับแอนเชี่ยน เอลฟ์ พอลูบหัวก็จะทำหน้ายิ้มออกมา
"เอลเดอร์ ดวาร์ฟเองก็สุดยอด เอาล่ะ มาทำให้แอปเปิ้ลกับมันฝรั่งออกมาเป็นของขายเฉพาะกันเถอะ!"

ทั้งสามคนพยักหน้า
เท่านี้ก็ตัดสินใจเรื่องที่จะทำอย่างแรกได้แล้ว

รุ่งขึ้นวันถัดไป พวกผมเตรียมการที่จะออกไปจากดันเจี้ยนนี้
ด้วยเหตุนั้นแล้วก็เลยมายังไร่ที่ดัดแปลงจาก[ทุ่งราบ]ในห้องแรก

ไร่ในตอนนี้ก็ยังเป็นเพียงที่ดินเปล่าๆ การจะทำให้เป็นไร่นั้นก็ต้องไถก่อน แล้วก็เอาพวกหินออกไป ต้องเตรียมน้ำไว้อีกเรื่องที่ต้องทำมีอีกมากมาย

แต่เรื่องนั้นไว้ทีหลัง ตอนนี้พวกผมอยู่ที่เนินเขาเล็ก
ก่อนที่จะออกไปอยากที่จะปลูกต้นแอปเปิ้ลก่อน
ตั้งแต่เมื่อกี้เอลเดอร์ ดวาร์ฟกับแอนเชี่ยน เอลฟ์ก็เอามือแตะไปที่พื้นดินเพื่อที่จะตรวจสอบสภาพดินแล้วก็หยิบมันขึ้นมาไปพร้อมๆกัน
เพื่อที่จะปลูกแอปเปิ้ลที่แข็งแรงขึ้นมา

แล้วแอนเชี่ยน เอลฟ์ก็ขุดหลุมเล็กๆขึ้นมา ใส่เมล็ดแอปเปิ้ลลงไป แล้วก็กลบดิน
พอประกบมือก็มีสายน้ำไหลออกมา
แล้วมันก็ไหลซึมลงไปในดิน

"เด็กดีคะ ช่วยแสดงรูปร่างที่แข็งแรงออกมาให้เห็นทีค่ะ"

ใช่แล้วตอนที่เธอพูดแบบนั้นออกมา
ก็มีหน่อขึ้นมาจากดินอย่างรวดเร็ว แล้วยืดยาวขึ้นบนฟ้า
แล้วก็เลื้อยพัน ขยายใหญ่ กลายเป็นต้นไม้ที่แตกกิ่งก้านสาขาออกไป
ถึงจะรู้ว่าว่าสามารถทำได้ก็เถอะ แต่ความสามารถขนาดนี้นี่
แล้วผลไม้สีแดงก็แดงเปล่งปลั่งออกมา

"สำเร็จแล้วค่ะ เด็กคนนี้คือต้นไม้ต้นแรกที่โตขึ้นในเมืองนี้ค่ะ"

แอนเชี่ยน เอลฟ์หันมายิ้มให้อย่างภาคภูมิใจ
ผมมองขึ้นไปยังต้นแอปเปิ้ล
เป็นต้นไม้ที่เต็มไปด้วยพลังชีวิตอันเปี่ยมล้น ต้องเป็นสัญลักษณ์ให้กับเมืองนี้ได้แน่
พอเอามือแตะ ก็รู้สึกถึงชีพจรของต้นไม้นี้
ในตอนนั้นเอง ผมก็รีบเก็บผลไม้สีแดงที่หล่นลงมา
นี่คือเรื่องบังเอิญเหรอ?
ไม่สิ จะยังไงก็ช่าง
ผมกัดมันลงไป
หวานอมเปรี้ยว ไม่ใช่เพียงแค่อร่อยเท่านั้นแต่รู้สึกว่าร่างกายแข็งแรงขึ้นด้วย

ผมยื่นแอปเปิ้ลที่กัดให้คุอินะ
คุอินะก็สบตากลับมา
เราทั้งคู่เข้าใจกัน ดูเหมือนเรื่องที่จะบอกจะส่งไปถึง
คุอินะกัดไปคำหนึ่งแล้วยิ้มออกมา ต่อไปผมก็ส่งให้กับเอลเดอร์ ดวาร์ฟ
แล้วเอลเดอร์ ดวาร์ฟกัดไปคำต่อจากนั้นก็ส่งให้แอนเชี่ยน เอลฟ์ แอนเชี่ยน เอลฟ์เองก็กัดอีกคำ
ต้นไม้ที่โตขึ้นมาต้นแรกของเมืองนี้ แล้วก็ผลผลิตชิ้นแรก แอปเปิ้ลที่แสนพิเศษนี้ทุกคนได้ทานด้วยกัน

ในหัวใจก็มีความรู้สึกแปลกๆผุดขึ้นมา
อา ในที่สุดผมก็สร้างเมืองแล้ว ผมทำให้มันเป็นจริงได้แล้ว

"คุณพ่อ รสชาติของแอ๊ปเปิ้ลที่ได้กินวันนี้ จะไม่ลืมเด็ดขาดเลยค่ะ"
"ผมเองก็เหมือนกัน คุอินะ"

ความรู้สึกนี้ไม่ใช่แค่ผมเท่านั้น แค่ทุกคนเองก็มีมันอยู่
ทั้งเอลเดอร์ ดวาร์ฟ ทั้งแอนเชี่ยน เอลฟ์ เองก็เข้าใจมันดี

เท่านี้เรื่องที่เหลือให้ทำก่อนออกไปก็เสร็จลง เอาล่ะ ต้องไปแล้วสิ
อสูรกาที่เคยเป็นลูกน้องของจอมมารแห่ง[กาลเวลา] เพื่อที่[วาร์ป]เลยสลักวงเวทไว้
เมื่ออยู่นอกดันเจี้ยนจะ[วาร์ป]ได้แค่จากวงเวทเท่านั้น
ถ้าไม่สลักไว้ที่นี่ก็คงจะกลับมาลำบาก

"คุอินะ แย่หน่อยนะ ฝากเฝ้าบ้านด้วยล่ะ"
"ได้เลยค่ะ! เพราะว่าเมืองนี้เอลจังกับลุฟจังตั้งใจทำขึ้นมาเพราะฉะนั้นคุอินะที่แข็งแกร่งที่สุดก็ต้องทำหน้าที่ปกป้องดันเจี้ยนให้ได้ค่ะ!"

จำเป็นที่จะต้องมีใครสักคนอยู่เฝ้าคริสตัลไว้
หน้าที่นี้เป็นสิ่งที่คุอินะบอกออกมาเอง
มันคือความรู้สึกที่อยากทำอะไรให้ผมแล้วเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับอสูร
ควรจะต้องกลับมาเร็วๆแล้ว
พอตัดสินใจแบบนั้นผมก็ขี่หลังกริฟฟอนแล้วมุ่งหน้าไปยังดันเจี้ยนของมัลโก้


(คนแปล)ผมควรจะรู้ตัวเร็วกว่านี้ว่าควรใช้ ลุฟจัง มากกว่า รุฟจัง ครับ
ปล.เจอพูดถึงดินแล้วนึกถึงงานตัวเองที่ต้องไปทำก็รู้สึกหนักตัวจังเลยครับ

 




NEKOPOST.NET