[นิยายแปล] การสร้างเมืองของท่านจอมมาร ตอนที่ 32 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] การสร้างเมืองของท่านจอมมาร

Ch.32 - ตอนที่3 การเดินทางบนท้องฟ้ากับเมืองของจอมมาร


ผมทักทายกับมัลโก้หนึ่งคำแล้วก็ออกจากดันเจี้ยนไป
ที่ไปด้วยมีคุอินะที่เป็น[อสูรแห่งคำมั่นสัญญา] กับตัวเต็งอย่างเอลเดอร์ ดวาร์ฟและแอนเชี่ยน เอลฟ์ กับกริฟฟอน

ไวต์นั้นอยู่เฝ้าบ้าน ผมฝากเขาไว้การเรื่องการดูแลสเกลตันกับดวาร์ฟ สมิธ

ที่ๆผมจะไปคือเมืองใหญ่ ที่จากที่มัลโก้บอกมาใกล้ๆจะมีดันเจี้ยนที่เป็นที่นิยมอยู่

พวกผมสี่คนเองก็ใส่เสื้อที่มัลโก้ไปซื้อจากเมืองของมนุษย์ ก็ไม่ค่อยรู้เรื่องเสื้อของโลกนี้ แต่รู้สึกว่าจะคุณภาพดีเลยล่ะ
เหล่าจอมมารเองเวลาที่ว่างๆ ก็จะออกมาเล่นในเมืองของมนุษย์แล้วก็มักจะซื้อพวกของอย่างเสื้อผ้ากลับไป

ไซส์ที่ใส่กำลังพอดีเลย ผมกับแอนเชี่ยน เอลฟ์นั้นเป็นขนาดของคนอายุสิบกลางๆ ส่วนที่เหลืออีกสองคนเป็นของคนอายุสิบต้นๆ
ทั้งที่คนละไซส์กับมัลโก้แท้ๆ แถมผมเองก็คนละเพศเลยด้วย น่าสงสัยจริงๆ

"คุณพ่อ สายลมรู้สึกดีจังค่ะ"
"หลังของมาสเตอร์ ใหญ่จัง รู้สึกปลอดภัย"
"อา ใช่แล้วรู้สึกดี รู้สึกดีจริงๆ"

ตอนนี้กำลังบินขี่อยู่บนหลังของกริฟฟอน
จนกว่าจะถึงที่หมายยังต้องไปอีกระยะหนึ่ง
ผมจับบังเหียนของกริฟฟอน คุอินะนั้นนั่งอยู่ระหว่างผมกับคอของกริฟฟอน ส่วนเอลเดอร์ ดวาร์ฟนั้นนั่งกอดหลังผมอยู่
หอมจริงๆ นุ่มแถมยังอบอุ่น
แซนด์วิชของเหล่าลูกสาวสุดรัก นี่มันค่อนข้างยอดเยี่ยมไปเลย สุดยอด

"ฉันเองก็อยากอยู่ตรงนั้นนะคะ"
"ก็อยากให้ทำอย่างนั้นอยู่หรอก แต่กริฟฟอนน่ะขี่ได้มากสุดแค่สามคนเท่านั้นเอง"

ข้างๆมีแอนเชี่ยน เอลฟ์บินอยู่
เธอสามารถบินไปตามสายลมได้ ความเร็วก็ค่อนข้างกำลังดี

แอนเชี่ยน เอลฟ์ฮัมเพลงไล่ตามกริฟฟอนที่บินอย่างสุดกำลัง
การที่บินบนท้องฟ้าด้วยความเร็วสูงไปด้วยแล้วยิงแอนตี้แมททีเรียล ไรเฟิลด้วยระยะห่างขนาดนี้อย่างแม่นยำได้นั้น บางทีในบรรดาอสูรทั้งหมดของผมเธออาจจะเป็นกำลังรบอันดับหนึ่งแล้วก็ได้

"เข้าใจแล้วค่ะ แต่ว่านะ นี่แน่ะ♪"

แอนเชี่ยน เอลฟ์บินขึ้นไปข้างบน แล้วก็ลงมาขี่คอผม
หน้าอกอันอุดมสมบูรณ์นั้นกดลงมา

"ถ้าอย่างนี้ก็ได้แล้วสินะคะ เพราะว่าคุอินะจังเอาข้างหน้าส่วนเอลจังก็เอาข้างหลังไปแล้ว ตรงนี้ก็เป็นที่ของฉันค่ะ ฟุฟุฟุ ที่พิเศษสำหรับฉันที่บินได้คนเดียวค่ะ"

ขณะที่กำลังลอยอยู่โดยไม่เพิ่มน้ำหนักให้กับกริฟฟอน แอนเชี่ยน เอลฟ์ก็กดตัวลงมาบนหัวผม
ผมอยากจะบ่นว่ามันอันตราย อยากจะบ่นจริงๆนะ
แต่ว่าความรู้สึกนุ่มนิ่มนี่มันก็รู้สึกดีจริงๆ

"คุณพ่อทำหน้าแปลกๆอะ"
"มาสเตอร์ ลามก"

ลูกสาวทั้งสองพูดอยางเย็นชาทำให้ผมได้สติ
อันตราย เกือบจะกลับมาไม่ได้แล้ว

"แอนเชี่ยน เอลฟ์ มันอันตรายออกไปเถอะ ถ้าเกิดต้องการขนาดนั้นเดี๋ยวตอนลงไปบนพื้นดืนค่อยทำอีกเท่าไหร่ก็ได้"
"น่าเสียดายจัง งั้นเรื่องสนุกไว้ทีหลังละกันนะคะ นายท่าน"
"อู๊~ คุณพ่อบ้าที่สุด"

คุอินะจ้องเขม็งมาที่ผม น่าจะคิดว่าผมจะถูกขโมยไป แอนเชี่ยน เอลฟ์ที่มองคุอินะก็หัวเราะออกมาและก็พูดออกไป

"ถ้าคุอินะจังยอมให้กอด จะไม่ไปเกาะนายท่านก็ได้ค่ะ ว่ายังไงคะ?"
"อู๊~ อู๊~... จะทำยังไงกับคุอินะก็ได้ เพราะฉะนั้น อย่าไปเกาะคุณพ่อนะ"

ดูเหมือนว่าความอยากให้แยกจากผมนั้นจะชนะความกลัวแอนเชี่ยน เอลฟ์
แอนเชี่ยน เอลฟ์หัวเราะออกมา ดูท่าเธอจะสนุกกับท่าทางของคุอินะ
ดูเหมือนจะชอบคุอินะ
พอหยอกล้อกันแบบนั้นก็ใกล้ถึงเข้าไปเรื่อยๆ

"อีกนิดก็จะถึงแล้วนะ"
"คุณพ่อ ทำไมถึงคิดจะไปดูเมืองของมนุษย์เหรอคะ?"
"เพราะว่าสำหรับดันเจี้ยนของจอมมารแล้วการเรียกมนุษย์มานั้นสำคัญล่ะนะ ถ้าไม่รู้จักสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์ให้ดี คงจะเรียกมายาก การที่จะเริ่มวงจรนี้คือสิ่งที่ยากที่สุด แล้วก็ผมน่ะต้องการที่จะสร้างเมืองที่มนุษย์จะมาอาศัยอยู่ ก็ยิ่งต้องทำ"
"คุณพ่อ น่าตื่นเต้นจัง!"

คุอินะกระดิกหูจิ้งจอกไปมา แล้วทำตาเปล่งประกาย
ท่าทางจะสนใจเกินคาดแฮะ ลองพูดต่ออีกหน่อยดีกว่า

"เจ้านี่คืออะไร รู้ไหมเอ่ย?"

ผมเอาของกลมๆใสๆออกมา

"อืมม ไม่รู้อะ เอลจังรู้ไหม"
"บางที อาจจะเป็นหัวใจของดันเจี้ยน ถ้าใช้มันเป็นแกนก็จะสามารถสร้างดันเจี้ยนได้"
"ถูกต้อง"

ผมหัวเราะออกมา
นี่คือของที่ได้จาก[งานราตรี] คริสตัล

"แค่กำนี่ไว้ แล้วพึมพำคำพูดที่มีพลังออกมาก็สร้างดันเจี้ยนได้แล้ว"

พอพูดแบบนั้น นอกจากคุอินะแล้วเอลเดอร์ ดวาร์ฟกับแอนเชี่ยน เอลฟ์ก็ทำตาเปล่างประกายด้วย

"จะสร้างบ้านใหม่ของพวกคุอินะได้ด้วยเหรอ!"
"มาสเตอร์ ต้องมีเหมืองด้วยนะคะ"
"ฉันเองก็อยากได้ธรรมชาติกับทุ่งที่อุดมสมบูรณ์นะคะ"

เหล่าอสูรของผมพูดความต้องการต่างๆออกมา
ตอนนี้ความต้องการทั้งหมดนั่นก็ดูจะสามารถทำให้ได้ทั้งนั้น

"ถึงการจะสร้างดันเจี้ยนจะสำคัญก็เถอะ แต่ว่าดันเจี้ยนเมื่อสร้างไปแล้วจะไม่สามารถขยับได้ เพราะฉะนั้นก็อยากให้ตัดสินจากตรงนั้นน่ะนะ ก็เลยต้องมองดูจากบนนี้ด้วย ถ้าใช้ได้ก็สร้างตรงนั้นล่ะ"

ภายนอกนั้นจะเป็นยังไงก็ได้ ภายในเองก็เชื่อมไปยังอีกมิติทำให้กว้างจนคาดไม่ถึง แต่ว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือจะตั้งอยู่ที่ตรงไหน

จำเป็นที่จะต้องมีมนุษย์จำนวนมากอยู่ใกล้ๆ
เพราะฉะนั้น ผมจึงคิดที่จะใช้ดันเจี้ยนที่เป็นที่นิยมนั้นให้เป็นประโยชน์
ดันเจี้ยนที่เป็นที่นิยมนั้นสำหรับมนุษย์แล้ว ถือเป็นทรัพยากรที่สำคัญ พื้นที่ระหว่างดันเจี้ยนนั้นกับเมืองใหญ่ก็ย่อมมีคนผ่านมากมาย
ถ้าเกิดว่าจะสร้างเมืองระหว่างนั้น ก็มีอาหารพร้อม แล้วก็มีที่พักให้
ส่วนชั้นแรกที่มองเห็นได้ก็ทำให้ทั้งหมดนั้นเป็นเมือง
ผมคิดไปขณะที่พูดกับพวกคุอินะ

"ก่อนอื่นก็สร้างพื้นที่ธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์เพื่อการเกษตร ถ้าเป็นพลังของแอนเชี่ยน เอลฟ์คงจะทำให้การเกษตรนั้นง่ายขึ้นเยอะ สามารถเก็บเกี่ยวได้ทุกปีอย่างแน่นอน"
"ดีใจจังเลยค่ะ นายท่าน สำหรับเอลฟ์แล้วการได้อยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้าและต้นไม้ถือว่าสุดยอดที่สุดแล้วค่ะ"

สำหรับชาวไร่ชาวนาที่ไม่มีที่ดินของตัวเองก็จะให้ยืมที่ดินที่อุดมสมบูรณ์ด้วยพลังของเอลฟ์ด้วยราคางามๆ
ถ้าทำอย่างนั้นแล้วก็จะมาอยู่ในเมืองนี้ในระยะยาวแน่ทำให้สามารถเก็บDPได้อย่างมั่นคง
และสร้างเมืองใหม่ในระยะทางที่สามารถไปกลับเมืองเก่าได้จะต้องเดินทางมาแน่ๆ

นอกจากนั้นแล้วก็มี การเชิญชวนของผู้ที่มาพักโรงแรม และสามารถเรียกเหล่าพ่อค้าที่จะมาขายของให้กับเหล่าผู้ที่เดินทางไปดันเจี้ยนที่เป็นที่นิยมนั้นได้

"แล้วก็ เอลเดอร์ ดวาร์ฟ เหมืองเองก็ต้องสร้างด้วยสินะ ทั้งเพื่อเรียกผู้คน ทั้งเพื่อการวิจัยของเธอ ทั้งเพื่อเพิ่มกำลังรบเองก็จำเป็นนี่นะ"
"มาสเตอร์ ดีใจจัง จะตั้งใจศึกษาแล้วก็สร้างอาวุธเยอะๆเลย เชื่อมือได้เลยค่ะ"
"ถึงจะดีใจกับการสร้างอาวุธก็เถอะ แต่ว่าก็คิดเรื่องสร้างอาวุธดีๆไว้ขายมนุษย์ด้วยนะ"
"เรื่องนั้นฝากดวาร์ฟ สมิธได้เลยค่ะ ถึงจะเป็นสองคนนั้นก็ทำได้สบายอยู่แล้ว"

เหมืองนั้นสามารถเรียกคนได้ดี ถ้าขายอุปกรณ์ที่สร้างจากสกิลของดวาร์ฟเข้าไปด้วยล่ะก็ จะต้องผลิตของชั้นเลิศที่มนุษย์ไม่อาจสร้างได้ออกมาได้เยอะแน่ จะต้องเป็นที่นิยมอย่างแน่นอน
ยิ่งใกล้ดันเจี้ยนที่เป็นที่นิยมก็ยิ่งเห็นผล
เอลฟ์ที่ควบคุมธรรมชาติ ดวาร์ฟที่ถนัดเรื่องตีเหล็ก ถ้ามีพลังของสองเผ่าพันธุ์นี้ จะต้องสร้างเมืองใหม่สำเร็จอย่างแน่นอน

นี่เป็นเพียงก้าวแรกเท่านั้น จำเป็นที่จะต้องทำอีกหลายอย่างเพื่อรวบรวมคน

ดันเจี้ยนที่จอมมารใช้DPอันน้อยนิดสร้างขึ้นมา ก็คงเรียกคนมาไม่ค่อยได้ กำไรเองก็คงได้เพียงน้อยนิด สำหรับมนุษย์เองก็ไม่มีความจำเป็นต้องย้ายจากดันเจี้ยนที่มีชื่อเสียงมาล่าที่อื่นด้วย
ถ้าหากว่าผมจะทำตามวิธีที่คิดนี้คงต้องรวบรวมDPให้มากกว่านี้

"อู๊~ เอลจังลุฟจังขี้โกงอ่า คุอินะเองก็อยากได้งานนะ"
"ก็คุอินะคือปราการด่านสุดท้ายล่ะนะ คิดแค่เรื่องนั้นก็พอแล้วล่ะ ถึงจะสร้างเมืองที่สุดยอดจนรวมผู้คนได้มากมายแค่ไหนก็ตาม แต่ถ้าคริสตัลถูกทำลายก็จบ จำเป็นต้องพึ่งพลังของคุอินะนะ"
"เข้าใจแล้วค่ะ คุณพ่อ! ทั้งคุณพ่อ ทั้งเมือง ทั้งทุกคน คุอินะจะปกป้องเอง!"

สำหรับคริสตัลที่ต้องเก็บรักษาไว้ใต้ดินนั้น ผมจะสร้างการป้องกันที่แค่เหยียบย่างเข้ามาก้าวเดียวก็จะตายได้ทันที เป็นดันเจี้ยนแห่งฝันร้ายที่สุด
แล้วก็จำเป็นต้องซ่อนทางลงไปใต้ดินให้แนบเนียนที่สุดด้วย
แต่ว่าการจะรับมือมนุษย์กับการเตรียมการสงครามกับจอมมารอื่นนั้น รูปแบบของดันเจี้ยนก็จะต่างกันออกไป
ไม่สามารถทำควบไปได้ เพราะฉะนั้นแล้วตอนแรกคงต้องทิ้งเรื่องการให้มนุษย์เข้าดันเจี้ยนไปก่อน

ถึงจะพูดแบบนั้น ถ้ารวบรวมกำลังรบกับDPได้แล้ว ก็จะประกาศว่าค้นพบดันเจี้ยนอยู่ภายใต้เมืองนี้ ก็จะเป็นจุดเปลี่ยนสู่เมืองที่มีดันเจี้ยน สุดท้ายก็จะสามารถแย่งคนจากดันเจี้ยนที่เป็นที่นิยมนั้นได้ด้วย

"คุณพ่อ คิดเรื่องยากๆอีกแล้วเหรอ"
"ก็เพื่อไม่ให้ลูกสาวลำบากไง ถ้าคริสตัลถูกทำลายล่ะก็ทุกคนก็จะหายไปนะ เพื่อไม่ให้เป็นแบบนั้นก็จำเป็นต้องคิดให้เยอะๆเข้าไว้"

ตอนที่ได้รับคริสตัลนี้มาผู้สร้างนั้นได้เตือนเอาไว้
ถึงตอนที่ตั้งตัวได้จะมอบให้ใหม่ก็เถอะ แต่ว่าถ้าคริสตัลถูกทำลายอสูรทั้งหมดก็จะหายไปด้วยเหมือนเดิม จะไม่กลับมาอีกครั้ง
ผมจำเป็นต้องปกป้องอสูรที่ผมสร้างขึ้นมา
ทั้งจากมนุษย์ ทั้งจาก[สงคราม]จากจอมมารต่างๆ ไม่ว่ายังไงก็ไม่ยอมเสียเด็กพวกนี้ไป
เพื่อการนั้น ไม่ว่าจะยังไงก็ต้องทำให้ได้

"อืม หนูเชื่อคุณพ่อค่ะ อ๊ะ เห็นเมืองใหญ่แล้ว"
"น่าตกใจจริงๆ สามารถสร้างของใหญ่ๆแบบนี้ได้เนี่ย"

คุอินะกับเอลเดอร์ ดวาร์ฟทำท่าตกใจ
ก็ไม่น่าแปลกเท่าไหร่
เป้าหมายของพวกผมคือเมืองเอคลาบา เมืองขนาดใหญ่อันอุดมสมบูรณ์
พอเห็นพวกเธอทั้งสองแบบนั้น ผมก็คุมกริฟฟอนให้ร่อนลง

ในที่สุดก็ถึงเมืองแล้ว ถึงรอบนี้จะแค่มาดูแต่ก็ท่าทางจะน่าสนุกเหมือนกัน

 




NEKOPOST.NET