NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] การสร้างเมืองของท่านจอมมาร

Ch.29 - ปฐมบท สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป (บท เมืองของการสร้าง[อวาลอน])


หนึ่งวันหลังจากจบ[งานราตรี]แล้วกลับมาที่ดันเจี้ยนของมัลโก้
ผมเข้ามาที่ห้องของมัลโก้เพื่อถามอะไรบางอย่าง

"แล้ว มัลโก้ นี่มันหมายความว่ายังไงกัน? ใครคือจอมมารแห่ง[การสร้าง]โลลิเคลกัน"

มัลโก้ สาวงามผิวแทนผมเงินที่มีหูกับหางของหมาป่า
เธอคนนี้คือจอมมารแห่ง[สัตว์ป่า]มัลโคเซียส

เธอทำท่าตกใจออกมานิดหน่อย
ก็เพราะว่า ใน[งานราตรี]ที่เหล่าจอมมารมารวมตัวกันมัลโก้เป็นคนที่ทำให้ชื่อแปลกๆกระจายออกไป

"ช่วยไม่ได้นี่นา"

มัลโก้พูดออกมาด้วยท่าทางอึดอัดนิดหน่อย
ใน[สงคราม]ง่ายๆที่จัดแสดงขึ้นกับจอมมารแห่ง[สายลม]สโตรัส ผมเป็นฝ่ายชนะ
หลังจากนั้นก็มีงานฉลองชัยชนะ

ได้รับการแสดงความยินดีจากจอมมารอื่นๆ ถูกนำไปไว้แถวหน้า
ถึงตรงนั้นก็ดีอยู่หรอก
แต่ว่า ไม่รู้ว่าทำไมพวกจอมมารถึงเรียกผมอย่างเสียมารยาทว่า โลลิเคล โลลิเคล
ชื่อของผมคือจอมมารแห่ง[การสร้าง]โพลเคล ไม่ได้มีชื่อที่น่ารังเกียจแบบนั้น
ไม่ว่าจะแก้ยังไงก็มีแต่ยิ่งจะทำให้เหนื่อยเท่านั้น...

"มัลโก้ เรื่องช่วยไม่ได้อะไรกันบอกมาสิ?"
"ก็นะ นายน่ะแสดงพลังออกมาเยอะแยะเลยใช่ไหมล่ะ  แน่นอนว่าพวกจอมมารก็ต้องเริ่มวิเคราะห์กัน ถ้ามีแค่ไม่กี่ตนก็ดีหรอก แต่ทุกตนก็เริ่มที่จะคุยเรื่องนั้นอย่างจริงจังกัน ถ้าเป็นอย่างนั้นล่ะก็จอมมารทุกตนในที่นั่นได้รู้จุดอ่อนของนายหมดแน่ แล้วในที่แห่งนั้นอาจจะเริ่มมีพันธมิตรจอมมารใหม่สำหรับต่อต้านนายเกิดขึ้นมาได้"

อืม มันก็เป็นอย่างนั้นสินะ
นั่นเป็นข้อแย่ของการแสดงให้ดูเลย
เพราะฉะนั้นผมเลยเลือกของที่จะให้ดูไว้แล้วล่ะนะ

เพื่อที่จะจัดการเอเมรัลด์ ดราก้อนที่สโตรัสปล่อยออกมาตอนสุดท้าย เลยจะใช้ไพ่ตายที่ไม่ควรให้ดูออกมา แต่ว่าสาวน้อยที่มีหูกับหางจิ้งจอก... คุอินะเผ่าจิ้งจอกสวรรค์ก็จัดการลงไปได้ก่อน เลยหลีกเลี่ยงการใช้ไปได้
แต่ถึงจะพูดอย่างนั้น ถึงจะเป็นของที่แสดงให้ดูได้ แต่การที่มีพวกจอมมารมากมายมาวิเคราะห์มันก็เป็นเรื่องที่แย่อยู่แล้ว

"แล้วมันเกี่ยวยังไงกับชื่อโลลิเคลล่ะ?"
"แค่คิดว่าจะเบี่ยงประเด็นพูดคุยน่ะ แล้วฉากนายโอ๋จิ้งจอกสวรรค์กับเอลเดอร์ ดวาร์ฟก็โผล่มาพอดี ก็เลยคิดว่าถ้าโยงไปเรื่องนี้ล่ะ...ไม่รู้ว่าเพราะทั้งคู่น่ารักเกินไปหรือเปล่าก็เลยกลายเป็นยิ่งกว่าที่คิดไว้ซะอีก รู้ตัวก็พร้อมใจกันเรียกโลลิเคลไปซะแล้ว โทษทีนะ ฉันจะรับผิดชอบเอง"

มัลโก้ก้มหัวลงด้วยหน้าอึดอัด
คงจะไม่ได้โกหก
ไม่ได้คิดไม่ดีอะไรก็แค่ผลลัพธ์ออกมาแย่เท่านั้น

"เข้าใจแล้ว ถ้าอย่างนั้นก็คงช่วยไม่ได้"

ถึงจะแก้ความเข้าใจผิดไปได้หลายตน แต่ก็มีอีกหลายตนที่คอยล้อเลียน ทำเอาหนักใจนิดหน่อยเลย
แล้วก็ที่ถุกเรียกว่าโลลิเคล ก็เกิดจากผมเองซะส่วนหนึ่ง

ไม่รู้ทำไมอสูรที่ผมสร้างถึงมีแต่สาวน้อยน่ารักๆ
ไม่ได้ต้องการแต่มันดันเป็นไปเอง
ถ้าอสูร[สายลม]ที่จะสร้างต่อไปจะช่วยแก้ปัญหานี้ได้จะดีมาก

"ยอมยกโทษให้สินะ ขอบคุณมาก นี่สิถึงจะสมเป็นเด็กที่แสนภาคภูมิของฉัน"
"อารมณ์กำลังดีน่ะ แล้วก็จะไปสร้างดันเจี้ยนของตัวเองแล้วด้วย ถ้าจะต้องจากกันโดยที่ทะเลาะกับมัลโก้ก็รู้สึกแย่ด้วยสิ"

มัลโก้ทำอะไรให้ผมมากมาย
ทั้งคอยเป็นกังวลเรื่องของผม แถมยังมีทั้งบุญคุณที่เป็นมองเห็นและไม่เห็นอีกมากมาย
ในมือของผมมีคริสตัลที่ได้มาจาก[งานราตรี]อยู่ เพียงแค่กำมัน แล้วก็พึมพำคำพูดที่มีพลังสักนิดหน่อยผมก็สร้างดันเจี้ยนของผมได้แล้ว
อีกไม่นาน ผมก็จะต้องออกจากดันเจี้ยนของมัลโก้ไปสร้างดันเจี้ยนของตัวเอง

"ใจเต้นนิดหนึ่งเลย ไม่เจอกันพักเดียวสีหน้าเป็นลูกผู้ชายขึ้นนี่ โพลเคล"
"ครับครับ ผมไปแล้วนะ"
"อ๊ะ จริงสิ ไม่รับคำขอโทษสักหน่อยเหรอ?"
"ขอโทษ?"
"จะลองกอดฉันไหม? ก็นี่ไง ไม่ลองลิ้มรสสเน่ห์ของผู้ใหญ่หน่อยเหรอ"

มัลโก้ยืดออกขึ้นมา ทำให้เห็นภูเขาอันแสนอุดมสมบูรณ์
มัลโก้เป็นสาวที่งามมาก สไตล์เองก็โดดเด่น ก็คิดอะไรแบบนั้นอยู่บ้าง
ผมกลืนน้ำลายอึกใหญ่
ถ้ากอดเธอล่ะก็จะรู้สึกดีขนาดไหนกันนะ

"พอเถอะ กับมัลโก้แล้ว ไม่อยากจะมีความสัมพันธ์แบบนั้นสักหน่อย"

แต่ว่าผมรู้สึกเศร้าก็เลยปฏิเสธไป

"งั้นเหรอ น่าเสียดาย ฉันอยากจะเก็บเรื่องนายไว้กับร่างกายของฉัน ก่อนที่จะหายไปอยากที่จะให้เก็บฉันไว้ในความทรงจำของนาย ฉันเองก็ไม่เหลือเวลาแล้วล่ะนะ"

มัลโก้ยิ้มออกมาด้วยหน้าเศร้าๆ
จากคำพูดของมัลโก้ก่อนที่จะหายไปเธอมีเวลาเหลืออีก9เดือนเท่านั้น
จอมมารนั้นเมื่อมีอายุถึง300ปีก็จะหายไป

"...นี่ทำแบบนี้กับทุกคนเลยเหรอไง"

ผมไม่อยากจะฟังเรื่องนั้น
นี่ไม่ใช่เรื่องที่ผมอยากรู้เลย แต่เจ็บปวดหัวใจ ถ้าไม่พูดอย่างนี้คงทนไม่ได้

"ไม่ใช่แบบนั้นหรอกน่า ฉันน่ะนะ ถ้าไม่ใช่ผู้ชายที่ยอมรับแล้วก็ไม่มอบร่างกายให้หรอก เอาเถอะ ถ้าเปลี่ยนใจก็บอกมาเถอะ พี่สาวคนนี้จะสอนอะไรให้หลายๆอย่างเลย"
"ก็ถ้าเปลี่ยนใจนะ"
"จะรออย่างไม่คาดหวังนะ แล้วก็ ของขวัญที่ได้รับมาจากผู้สร้าง จะใช้ก็คิดให้ดีๆล่ะ ถ้าใช้ไปง่ายๆก็จะโดนทำลายได้ สิ่งนั้นอาจจะน่าใช้มากแค่ไหน แต่มันอันตรายกว่าที่นายจะคิดได้แน่นอน คนๆนั้นน่ะ ไม่ใช่คนที่ดีอะไร มักจะคอยเล่นปั่นหัวพวกจอมมารอยู่เสมอ"
"ขอบคุณสำหรับคำเตือน แล้วก็ถ้าเหงาล่ะก็มาหาได้เสมอนะ"

ของที่มัลโก้พูดถึงคือรางวัลสำหรับการแสดง[สงคราม]อันเหนือล้ำยิ่งกว่าที่คาดไว้ออกมา ผมกับจอมมารแห่ง[สายลม]สโตรัสเลยได้รับของรางวัลมาจากผู้สร้าง เท่าที่ผมดูก็ไม่เห็นข้อเสียอะไร แต่ถ้ามัลโก้บอกมาล่ะก็คงจะมีอะไรสักอย่างแน่ๆ คงต้องคอยใช้แบบระมัดระวังมากๆ
แล้วการพูดคุยก็จบลง
ผมก็ให้ซัคคิวบัสพากลับไปยังย่านที่อยู่ที่มัลโก้ให้ยืมมา

"เริ่มจะแคบเรื่อยๆแล้วสิ"

พอผมกลับมาในที่ว่างที่ผมได้รับมา ก็พูดพึมพำออกมา

"ก็ตามที่มาสเตอร์สั่งมา ก็สร้างโกเลมออกมาวันละตัวทุกวันต่อเนื่องมาค่ะ"
"เหนือหัว เนื่องจากการต่อสู้ก่อนหน้านี้ทำให้มีสมุนเพิ่มขึ้นมาล่ะนะขอรับ"

แล้วก็ได้เสียงตอบกลับมา สาวน้อยอกกระดานผมสีเงินเอลเดอร์ ดวาร์ฟกับสเกลตันที่สวมผ้าคลุมแบบขุนนางไวต์

ในที่ว่างที่ผมได้มานั้น มีพวกอันเดดกับโกเลมนับไม่ถ้วนอยู่
โกเลมนั้นมีหลายแบบจากวัตถุดิบต่างๆทั้ง มิธริล เงิน เหล็ก

สำหรับพวกอันเดด มีสเกลตันรูปร่างมนุษย์อยู่20ตน แล้วก็รวมกับอันเดดที่บินได้สิบกว่าตนจาก[สงคราม]ก่อนหน้านี้อีกสิบตน
ในดันเจี้ยนที่สร้างมาใหม่จำเป็นต้องมีที่ว่างมากพอที่จะเก็บพวกเขา

"อ๊ะ คุณพ่อ ยินดีต้องรับกลับค่ะ!"
"กลับมาแล้ว คุอินะ"

ตรงนั้นก็มีสาวน้อยหูจิ้งจอกคุอินะปรากฏตัวออกมา
แล้วก็เข้ามากอดแขนขวาผมเหมือนกับทุกที

"ปืนใหม่เป็นยังไงบ้างล่ะ?"
"รู้สึกดีสุดๆเลย สมกับเป็นเอลจัง"

คุอินะทำปืนพังจากการต่อสู้ก่อนหน้านี้ ถึงจะกลับคืนมาด้วยพลังของจอมมารแห่ง[การเวลา]แล้ว แต่เอลเดอร์ ดวาร์ฟที่ช็อกกับเรื่องที่มันพังก็รีบทำการปรับปรุงให้ดีขึ้นทันที

ด้วยเหตุนั้นก็เลยได้ชื่อใหม่มา
เพราะว่าจากระดับการออกแบบแล้วมันเลยออกมาเป็นปืนที่แตกต่างจากเรมิงตัน M870Pดั้งเดิมไปแล้ว เรมิงตันฉบับปรับปรุงเองก็เป็นชื่อที่ไม่ค่อยสะดวกสักเท่าไหร่ด้วย

คาร์เทน่า EDS-02
ความยาว1040mm น้ำหนัก3.3kg ลำกล้อง4เกจ บรรจุกระสุนได้สี่นัด

นี่คือชื่อของลูกซองอันใหม่
เพราะว่าเป็นลูกซองเลยมีSหลังอยู่ED ทำอย่างนี้แล้วก็เข้าใจได้ง่ายดี เอลเดอร์ ดวาร์ฟก็เลยเปลี่ยนชื่อมัน
หรือก็คือถ้าเป็นแอสซัลท์ ไรเฟิล ก็จะเป็น EDAR-0X

"เอลจัง แล้วแบบนั้นจะยิงแบบฟูลออโต้ตามต้องการได้ยังอะ?"
"เรื่องนั้นยังไม่ไหวหรอก การจะทำแบบนั้นได้จำเป็นต้องเทคโนโลยีที่ใหม่กว่านี้ แล้วเวทเสริมความแข็งแกร่งของฉันเองก็ต้องแข็งแกร่งกว่านี้ด้วย ต้องพยายามเพิ่มทั้งสองด้านนี้ก่อน"

เอลเดอร์ ดวาร์ฟกัดฟันด้วยความผิดหวัง
บางทีถ้าได้เป็น[อสูรแห่งคำมั่นสัญญา]แล้วก็อาจจะทำได้ก็ได้

แต่ว่าเอลเดอร์ ดวาร์ฟนั้นหลงใหลภาพตอนวินาทีที่จิ้งจอกสวรรค์กลายเป็นคุอินะ เธอเองก็คงคิดอยากจะได้ชื่อในฉากที่มันดูโรแมนติกอยู่
ไว้ค่อยหาเวลาแบบนั้นอีกสักหน่อย

"งั้นก็ คุอินะ เอลเดอร์ ดวาร์ฟ ตอนนี้ก็มาสร้างเด็กคนใหม่กันเถอะ"
"ย้า~♪  น่าสนุกจัง"
"ฉันเองก็อยากได้น้องสาวค่ะ อยากให้ออกมาแบบน่ารักๆ"

ทั้งคู่กำลังมีความสุข
เอาล่ะเริ่มกันเถอะ
การ[ผสม]ของ[อสูรแห่งคำมั่นสัญญา]ตนที่สามของผม ผู้ที่จะเดินไปกับสายลม รูปลักษณ์แห่งดวงดาวผู้บงการธรรมชาติ


(คนแปล) เอ๊ะ วันนี้ไม่ใช่วันที่17เหรอครับ สงสัยเดี๋ยวต้องลบซะแล้ว (เรื่องสร้างปืนใหม่นี่อยู่ในตอนพิเศษที่ไม่ได้แปลนะครับ)

 




NEKOPOST.NET