[นิยายแปล] การสร้างเมืองของท่านจอมมาร ตอนที่ 25 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] การสร้างเมืองของท่านจอมมาร

Ch.25 - ตอนที่24 มังกรแห่งสายลมผู้เต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง


จิ้งจอกสวรรค์ เอลเดอร์ ดวาร์ฟ แล้วก็ไวต์ผู้นำกองทัพสเกลตัน ก็ได้มาถึงห้องสุดท้ายแล้ว
กริฟฟอนเอง เพราะว่าระหว่างทางก็มีจุดที่ทำยังไงก็ข้ามไปไม่ได้ ก็เลยมีประโยชน์มาก

ผมก็เก็บอสูรเข้าไปใน[คลัง]พร้อมกับขี่กริฟฟอนบินข้ามไป แล้วเอาอสูรออกมาอีกรอบก็ทำให้สามารถไปได้ง่ายๆ

จิ้งจอกสวรรค์กับเอลเดอร์ ดวาร์ฟไม่ชอบ[คลัง]เท่าไหร่ แต่กริฟฟอนเองก็พอจะให้ผมกับพวกเธอสองคนขี่ได้สบายๆ
อีกความหมายหนึ่งก็คือการที่สโตรัสเอาของเลียนแบบของสายลมมาให้ก็กลายเป็นหลุมฝังศพของตัวเอง

"ถึงอย่างนั้นก็เถอะ กลายเป็นเรื่องที่สุดยอดไปแล้วนะ"
"เหนือหัว พลังของกระผมก็คือการสร้างอันเดดขอรับ"

ไวต์สามารถใช้ศพเป็นวัตถุดิบในการสร้างอันเดดได้ 
ระดับจะลดลงจากตอนมีชีวิตมาหนึ่ง ถึงจะสร้างได้แค่แบบจำกัดเลเวลแต่ก็สามารถเพิ่มอสูรได้แบบฟรีๆ เป็นสกิลที่ทำให้ประหยัดแบบสุดๆ

อสูรนกยักษ์ที่กลายเป็นโครงกระดูกกับกริฟฟอนที่มีเนื้อเน่าคอยตามพวกผมอยู่ข้างหลังจำนวนสิบตน
จากที่ไวต์บอกดูเหมือนว่าวันหนึ่งจะสร้างได้มาสุด10ครั้ง 

"ดูเหมือนจะเป็นกำแพงที่ดีได้นะ"

ถึงจะใช้ปืนไม่ได้ แต่ก็เป็นอสูรระดับDที่เดิมเป็นระดับC 
พลังรบเปล่าๆก็ถือว่าเยี่ยม

"คุณพ่อ เลเวลขึ้นมาเยอะเลยค่ะ"
"ฉันก็ด้วยค่ะ มาสเตอร์"

จนถึงที่นี่ จิ้งจอกสวรรค์ที่กำจัดอสูรมาตลอดทาง ทั้งเอลเดอร์ดวาร์ฟก็เลเวลขึ้นกัน
จิ้งจอกสวรรค์นั้นเลเวล43 ส่วนเอลเดอร์ ดวาร์ฟนั้นเลเวล40
พวกเธอที่แต่เดิมก็เป็นระดับSเมื่อถึงเลเวลนี้ ก็มีพลังที่จะสามารถจัดการอสูรระดับAที่เกิดมาแบบจำกัดเลเวลได้
ยิ่งคิดถึงอาวุธกับสกิลพิเศษก็ยิ่งเหนือไปอีก

เพราะว่าล่าอสูรใน[ถ้ำบัวแดง]มากเกินไป ของที่ได้รับจากการล่าเองก็ตกลงไป ถือว่านี่ช่วยได้มาก
แล้วในดันเจี้ยนเองก็มีพวกดวาร์ฟ สมิธที่คอยใช้สกิลเพิ่มความแข็งแกร่งให้โกเลมเหลืออยู่
พวกเธอเองก็เกิดมาแบบจำกัดเลเวล แถมเพราะว่าพวกเธอคอยคุมพวกโกเลมแทนเอลเดอร์ ดวาร์ฟ ทำให้ค่าประสบการณ์ทั้งหมดของอสูรที่โกเลมจัดการก็เข้าพวกเธอหมด

ถ้ากลับไปเลเวลคงเพิ่มขึ้นจนน่ากลัวเลยล่ะ 

 ◇

ห้องสุดท้ายเป็นเขตลาวา
อสูรที่ออกมาหลักๆถึงตอนนี้เป็นระดับCกับD 
แต่ว่าระดับBก็เยอะขึ้น
เพราะว่าเป็นพื้นที่สุดท้ายแล้ว การป้องกันเลยแน่นหนาขึ้น
แต่ว่า... 

"ช้ามาก!"

จิ้งจอกสวรรค์กระโดดไปปัดป้องการโจมตีจากข้างบนกะทันหันของอสูรเหยี่ยวขนาดยักษ์ แล้วก็ขึ้นไปอยู่เหนืออสูรเหยี่ยวกลางอากาศ แล้วก็เล็งลูกซองยิงลงข้างล่าง
อสูรเหยี่ยวตายคาที่
พอลงถึงพื้นก็ถูกอสูรบุกเข้ามาจากจุดบอด สิ่งที่มีขนสีเขียวตามร่างกาย เอป มีความรวดเร็วสูงมาก

จิ้งจอกสวรรค์ยังคงไม่ขยับ ถ้าโดนแขนหนาๆนั่นฟาดเข้าล่ะก็คงจะไม่จบดีๆแน่
 ...แต่ว่า
เสียงยิงดังขึ้นสามครั้ง
เป็นการยิงบลาสต์ M&K MK417ที่มีลำกล้องใหญ่กว่าของสเกลตัน เป็นการปล่อยนิ้วพลางยิงสามนัด ทั้งหมดนั่นยิงโดนไปที่บริเวณหัวของเอป

"จิ้งจอกสวรรค์ ประมาทไปแล้ว"
"ไม่ได้ประมาทสักหน่อย รู้ตัวอยู่แล้วต่างหาก แต่ว่าเพราะเชื่อในตัวเอลจังว่าจะต้องจัดการศัตรูให้ได้แน่ๆล่ะ"
"ถ้าอย่างนั้นก็พอรับได้"

จิ้งจอกสวรรค์แปะมือกับเอลเดอร์ ดวาร์ฟ
ดูท่าจะไม่มีอันตรายอะไรเลย 
การต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่แค่เพิ่มเลเวลเท่านั้น ยังได้ประสบการณ์ต่างๆ ทำให้แข็งแกร่งขึ้นได้อย่างรวดเร็ว
อยู่ๆไวต์ก็อ่านความคิดของผมได้ เลยปล่อยให้จิ้งจอกสวรรค์กับเอลเดอร์ ดวาร์ฟเก็บประสบการณ์ไปเรื่อยๆ และพยายามไม่ยุ่งกับการต่อสู้เท่าที่เป็นไปได้ ต้องขอบคุณจริงๆ 

"เอลเดอร์ ดวาร์ฟทางนี้มีถนนอยู่สินะ"
"ไม่ผิดแน่ค่ะ"

ผู้เชี่ยวชาญประเภทพื้นดิน เอลเดอร์ ดวาร์ฟนั้นเพียงแค่อยู่บนพื้นดินพริบตาเดียวก็สามารถสร้างแผนที่ขึ้นมาได้ 
เพราะฉะนั้นเลยสามารถบุกดันเจี้ยนได้ด้วยระยะทางที่สั้นที่สุด จุดที่ศัตรูซ่อนอยู่ก็รู้หมด
แต่ว่าก็รู้เพียงแค่สิ่งที่อยู่บนพื้นดินเท่านั้น กับศัตรูที่อยู่บนท้องฟ้าก็คงพึ่งไม่ได้

"จิ้งจอกสวรรค์เหลือกระสุนพอไหม?"
"พอเหลือเฟือค่ะ! ยังเหลือซองกระสุนอีกตั้งสามค่ะ!"

กระสุนของจิ้งจอกสวรรค์ เป็นขนาด4เกจสำหรับลำกล้องใหญ่ สร้างด้วยวัตถุดิบพิเศษ ผงมิธริว 
ผมเองก็ไม่สามารถใช้[สร้าง]สร้างออกมาระหว่างต่อสู้ได้ จึงต้องคอยสนใจกระสุนที่เหลือไว้
ถึงจะเป็นเอลเดอร์ ดวาร์ฟ แต่การจะสร้างมันออกมาก็ยากเลยมีจำนวนจำกัด

"มาสเตอร์ ฉันก็เหลือกระสุนพอค่ะ"
"เข้าใจแล้ว ถ้าอย่างนั้นก็ไปทั้งอย่างนี้เลย"

ไม่คิดเลยว่าจะบุกได้ง่ายๆแบบนี้ไปตลอด
ต้องมีอะไรสักอย่างแน่
เหมือนที่ผมมีพลัง[การสร้าง]อยู่ [จอมมาร]ของอีกฝ่ายเองก็ต้องมีพลังพิเศษอะไรอยู่ไม่ผิดแน่

 ◇

ใกล้ที่จะจบห้องที่สามแล้ว
ออกมายังที่โล่ง เดินหน้าอีกเพียงนิดเดียวก็จะถึงห้องคริสตัลแล้ว
แต่ตรงนั้นก็มีเด็กสาวผมสีเขียวท่าทางแข็งกร้าวอยู่ ข้างๆก็มีอสูรรูปร่างเทพธิดาติดตามอยู่

จอมมารแห่ง[สายลม]สโตรัส กับสมุนของเธอ
อสูรระดับA ไพ่ตายของเธอ

"ในที่สุดก็มาถึงที่นี่สินะคะ"
"ก็อสูรของผมน่ะสุดยอดน่ะสิ"

พอผมพูดแบบนั้นสโตรัสก็ยิ้มเจื่อนๆออกมา

"นั่นสินะ สุดยอดสุดๆไปเลยนะ ทั้งอสูรของนาย ทั้งนายที่ควบคุมพวกนั้น"

ตกใจนิดหน่อยเลย ที่ยัยนี่พูดเรื่องแบบนี้ออกมา 
พอดูดีๆก็พบว่าสีหน้าเธอกำลังเกร็งอยู่ ขาเองก็สั่นเล็กน้อย ราวกับว่ากำลังกลัวอยู่

"ดูเหมือนว่าจะจริงใจขึ้นแล้วนี่"
"สุดยอดไปเลยนะ ทั้งที่ฉันฝ่าดันเจี้ยนของนายได้แค่ห้องเดียว แต่นายกลับมาที่นี่ได้อย่างง่ายดาย คงไม่ยอมรับไม่ได้แล้ว นายน่ะแข็งแกร่ง ยิ่งกว่าฉันซะอีก"

สโตรัสยิ้มออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน

"ถ้าอย่างนั้นจะยอมจำนนแล้วเหรอ? เห็นนำ[อสูรแห่งคำมั่นสัญญา]มาแค่ตนเดียวเองนี่นา ที่เหลือถูกจัดการในดันเจี้ยนของผมแล้วสินะ? อสูรระดับธรรมดาๆน่ะหยุดพวกผมไม่ได้หรอกนะ"

เรื่องนั้นสโตรัสเองก็เข้าใจดีแน่ๆ
เพราะเธอเองก็ดูการต่อสู้ของพวกผมจากอสูรที่ส่งมา

"นั่นสินะ เพราะสู้มาถึงนี่ถึงได้รู้ดี ถ้าเป็นอสูรธรรมดาคงไม่มีทางสู้ได้แน่ๆ"

สโตรัสหัวเราะเบาๆออกมา
ดวงตานั้นไม่ได้ตาย แต่ก็ไม่ได้แข็งกร้าว มีอะไรสักอย่างอยู่

"ฉันขอแสดงความเคารพนาย ฉันเองก็จะขอใช้[ไพ่ตาย]ค่ะ... ไม่สิ ไม่ใช่สินะ ฉันจะเลิกใช้สายตาจากที่เหนือกว่าแล้วค่ะ ขอยอมรับว่าฉันไม่สามารถชนะด้วยวิธีปกติได้เลยค่ะ เพราะฉะนั้นด้วยความหยิ่งยโสและความวางใจที่กล้าบุกเข้ามาในถิ่นศัตรู ฉันจะขอชนะโดยอาศัยจุดนั้นให้ดูค่ะ!"

ผิวหนังสั่นกึกๆ
มีอะไรกำลังโผล่มาจากอีกมิติ 
พลังของจอมมาร [คลัง]ที่สามารถเก็บอสูรไว้ในอีกมิติได้
เธอใช้นั่นแล้วทำท่าจะนำอสูรที่เก็บไว้ออกมา

"นี่ รู้ไหม? มีเหรียญอยู่จำนวนหนึ่งที่จะมีพลังที่พิเศษเกิดขึ้นในตอนที่ทำการ[ผสม]น่ะ"
"แน่นอน"

[การสร้าง]ของผมก็เป็นแบบนั้นนี่นะ

"ผู้ปกครองของฉัน จอมมารที่แข็งแกร่งที่สุด ท่านจอมมารแห่ง[มังกร]แอสทารอธก็เป็นหนึ่งในนั้น สามารถที่จะทำให้อสูรที่เกิดมาแบบ[บ้าคลั่ง]ได้ โดยทิ้งทั้งเหตุผลและสติปัญญา จะไม่ฟังอะไรทั้งนั้นนอกจากจอมมารผู้ให้กำเนิด ...ผลตอบแทนของมันก็คือความสามารถทั้งหมดที่เพิ่มระดับได้แบบเหลือเชื่อ แล้วก็นะ ถ้าอสูรที่อยู่สูงสุดในระดับAเกิด[บ้าคลั่ง]ขึ้นมา คิดว่าจะมีพลังขนาดไหนกันล่ะ?"

แล้วเจ้าสิ่งนั้นก็ปรากฏออกมา 
มังกรขนาดยักษ์ที่ร่างกายหุ้มด้วยเกล็ดสีหยก ความยาวประมาณ10เมตร

ขาทั้งสองข้างเหยียดออกมา เป็นมังกรแบบตะวันตกที่มีปีกขนาดใหญ่อยู่ที่หลัง
เขี้ยวและกรงเล็บที่ดูแหลมคม ร่างกายที่หุ้มด้วยพายุ 
แล้วก็ ดวงตาหุ้มเลือดอันบ้าคลั่ง ไร้ซึ่งเศษเสี้ยวแห่งเหตุผลใดๆ
เสียงคำราม
จิ้งจอกสวรรค์ขนหางตั้งชูชัน ส่วนเอลเดอร์ ดวาร์ฟก็ตัวแข็งทื่อ
อสูรที่ทำให้ทั้งคู่รู้สึกหวาดกลัว ไม่ผิดแน่นอน ต้องเป็นศัตรูที่แข็งแกร่งมาก 

"มังกรคลั่งแห่ง[สายลม] เอเมรัลด์ ดราก้อน สัตว์ประหลาดผู้ก้าวข้ามระดับA เอาล่ะ เด็กคนนี้คือไพ่ตายใบสุดท้ายของแท้แล้ว มาแข่งกันเถอะค่ะ จอมมารแห่ง[การสร้าง]โพลเคล!"

ในที่สุด การต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งสุดของ[สงคราม]นี้ก็ได้เริ่มต้นขึ้น

 




NEKOPOST.NET