[นิยายแปล] การสร้างเมืองของท่านจอมมาร ตอนที่ 24 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] การสร้างเมืองของท่านจอมมาร

Ch.24 - ตอนที่23 จอมมารแห่ง[การสร้าง] โลลิเคล


หลังจากผ่านเขตหุบเขาไป ก็เข้าเขตเขาวงกต
แต่ว่าไม่ใช่เขาวงกตธรรมดาแต่มีหลุมดักไว้มากมาย
เพดานเองก็สูงมาก

พอลองคิดดูดีๆ กำแพงเองก็ไม่ได้สูงถึงเพดาน นั่นน่ะตั้งใจสินะ พวกอสูรที่บินได้ก็สามารถเคลื่อนที่ในเขาวงกตได้โดยไม่ต้องมอง แต่พวกเราที่เคลื่อนที่ได้แค่บนพื้นแล้วก็ถูกกำแพงเขาวงกตกั้นไว้ และยังมีหลุมกับดักที่ทำให้จะสู้ก็สู้ได้ลำบากอยู่ด้วย

"มาสเตอร์ สามก้าวข้างหน้ามีหลุมค่ะ มุมข้างหน้าก็มีศัตรูรอดักอยู่ ศัตรูบนฟ้าเองก็รอประกบโจมตีอยู่ค่ะ"

แต่ว่าเขาวงกตแบบนี้สำหรับเอลเดอร์ ดวาร์ฟแล้ว ก็แค่ของล่อน่าเบื่อๆเท่านั้น
สำหรับเอลเดอร์ ดวาร์ฟผู้เป็นที่รักของพื้นดินแล้ว การมองหาหลุมพวกนี้ก็เป็นเรื่องง่าย
ก็เลยสามารถเปลี่ยนให้พื้นดินแข็งแรงขึ้นจนสามารถเดินข้ามได้สบายๆทันที

เธอสามารถเชื่อมต่อกับพื้นดินได้รัศมีหลายกิโลเมตร และยังสามารถใช้เสียงสะท้อนสร้างแผนที่ที่สมบูรณ์แบบได้ เขาวงกตที่ซับซ้อนเมื่ออยู่ต่อหน้าเธอก็ไม่มีผลอะไรทั้งนั้น

ความจริงแล้วอสูรบนฟ้าเองก็จัดการได้ง่าย
เพราะว่าตอนที่ลงมาทางนี้ก็จะติดกำแพงของเขาวงกตจนขยับไม่ได้มาก
ทำให้สามารถสู้ได้ยากกว่าพื้นที่เมื่อกี้ซะอีก
และด้วยข้อมูลของเอลเดอร์ ดวาร์ฟ ทำให้สามารถรับมือกับศัตรูที่พยายามใช้กับดักได้เกินพอ
ดังนั้นจึงสามารถผ่านเขตเขาวงกตได้โดยไม่ลำบากอะไรนัก

"ขอบคุณมาก เอลเดอร์ ดวาร์ฟ เพราะเธอแท้ๆเลยผ่านได้สบายๆ"
"อือ"

เอลเดอร์ ดวาร์ฟก็พยักหน้าแล้วมาพิงแขนซ้ายของผม
รู้สึกนุ่มลื่นจากสักที่หนึ่ง
ท่าทางแบบนี้เหมาะกับสาวน้อยผู้งดงามอกกระดานผมเงินเอลเดอร์ ดวาร์ฟมาก

"มีอะไรเหรอ เอลเดอร์ ดวาร์ฟ"
"...ไม่มีอะไรค่ะ"

พอพูดแบบนั้นออกไป เธอก็มองบนขึ้นมาหาผมด้วยท่าทางต้องการอะไรสักอย่าง พอสบตา ก็หันหน้าหนี แล้วก็แอบหันมามองหน้าของผม


แล้วก็มาจับที่ชายผ้าของผม
อา อยากให้ลูบหัวจริงๆสินะ
การมองท่าทีของเธออย่างนี้ก็สนุกดีแต่เลิกแหย่ดีกว่า

"ทำได้ดีมากเลยนะ สุดยอดจริงๆ  เอลเดอร์ ดวาร์ฟ"

ผมลูบหัวเอลเดอร์ ดวาร์ฟ
ความรู้สึกต่างจากจิ้งจอกสวรรค์ ผมสีเงินลื่นสลวยสัมผัสที่ทำให้รู้สึกดี

"...หยุดเถอะค่ะ พ่อ แบบนี้มันน่าอายจะตาย"

ถึงจะพูดแบบนั้น เอลเดอร์ ดวาร์ฟก็ทำสีหน้ายิ้มออกมา
เพียงแค่ลูบหัวก็ทำท่าดีใจแล้ว ทำให้ผมเองก็รู้สึกยินดีด้วย
แล้วจิ้งจอกสวรรค์ที่ทำหน้าหัวเราะคิกคักก็มาทางพวกผม

"อ๊ะ เอลจัง ทั้งที่ปกติเรียกว่ามาสเตอร์แท้ๆ แต่ตอนนี้เรียกคุณพ่อว่าพ่อด่วยล่ะ!"

จิ้งจอกสวรรค์หัวเราะหุหุออกมา

"พูดอะไรไม่เห็นเข้าใจ"

เอลเดอร์ ดวาร์ฟก้มหน้าลงแล้วพูดกระซิบพึมพำออกมา
หูของเธอกลายเป็นสีแดง

"มีอะไรน่าอายเหรอ! ถ้าอยากเรียกล่ะก็เอลจังก็เรียกว่าพ่อแทนที่มาสเตอร์ก็ได้นี่นา"
"ไม่ได้พูด"
"พูดสิ! พูดว่าพ่อแน่ๆ"
"ก็บอกว่าไม่ได้พูด!"

เอลเดอร์ ดวาร์ฟที่หน้าแดงก็วิ่งไล่ตามจิ้งจอกสวรรค์
เพราะว่ากำลังเขินคำพูดก็เลยแปลกๆไป

"กรี๊ด~♪"

จิ้งจอกสวรรค์ร้องครางด้วยท่าทางสนุกพร้อมวิ่งหนีไปด้วย
แล้วจิ้งจอกสวรรค์ก็โดนจับได้ บางที คงแค่แกล้งละนะ ด้วยความคล่องแคล่วของจิ้งจอกสวรรค์แล้วถ้าคิดจะหนีจริงๆล่ะก็เอลเดอร์ ดวาร์ฟคงไม่มีทางตามได้แน่ๆ

ผมที่ดูลูกสาวทั้งสองเล่นกันอย่างสนุกสนานก็ผมก็เผลอยิ้มออกมา
น่ารักเกินไปแล้ว

"นี่ ทั้งคู่หยุดก่อน ห้ามทะเลาะกันแล้วมาทางนี้"

จิ้งจอกสวรรค์กับเอลเดอร์ ดวาร์ฟมาทางนี้ พร้อมกับทำหน้าซึมๆ

"คุณพ่อ ขอโทษค่ะ"
"มาสเตอร์ ที่เผลอปล่อยตัวไป ...ต้องขออภัยจริงๆค่ะ"
"อืม ถ้าเข้าใจก็ดีแล้ว นี่แน่ะ"

ผมกอดทั้งคู่อีกครั้ง
หอมจัง นุ่มนิ่มรู้สึกดี รู้สึกอุ่นด้วย

"ย้า~♪"
"อือ"

อยากจะอยู่แบบนี้ตลอดไปจริงๆ
ทั้งคู่เองก็กอดผมกลับมา

ในตอนที่ทำอย่างนี้ ไวต์ผู้เยี่ยมยอดก็กำลังใช้กองทัพสเกลตันระวังรอบๆอยู่ แล้วก็โจมตีพวกอสูรที่บุกเข้ามาบ้าง สกิลในการอ่านบรรยากาศของหมอนั่นสูงมากเลย
เพราะว่ามีไวต์อยู่เลยสามารถทำแบบนี้ในที่ของศัตรูได้

หลังจากนั้นก็สามารถผ่านห้องที่สองไปได้
แต่ว่าผมในตอนนั้นก็ไม่รู้ตัวเลย
ว่าภาพนั้นกำลังแสดงให้จอมมารทุกตนเห็นอย่างเรียลไทม์อยู่

~ในโรงเต้นรำ ณ ตำหนักจอมมาร~

"ดันเจี้ยนที่จอมมารแห่ง[การสร้าง]สร้างมาเนี่ย น่าสนใจจริงๆนะ"

ขุนนางที่เป็นมนุษย์งู พึมพำพร้อมกับไวน์ในมือ

"การจะบุกไอ้นั่นท่าทางจะหินสุดๆ ไอ้แท่งเหล็กนั่นก็น่าสนใจดี เป็นของแบบไหนกันนะ... จุดที่น่าสนใจที่สุดก็คือการที่สามารถใช้เจ้านั่นเท่าไหร่ก็ได้นี่สิ ก็แท่งเหล็กในดันเจี้ยนกับของที่อสูรของเจ้านั่นถืออยู่เดิมทีก็เป็นของแบบเดียวกันใช่ไหมล่ะ ให้ตายสิ น่ากลัวจริงๆเลย"

รอบนี้ สุภาพบุรุษมนุษย์เสือก็เคี้ยวเนื้อไปพลางยิ้มออกมา

"ผมเองก็สนใจในสกิลของ[สายลม] ยิ่งกว่าที่คิดเสียอีก ถึงครั้งนี้จะไม่ค่อยได้ใช้ประโยชน์ก็เถอะ แต่ก็แข็งแกร่งระดับโกงแหกกฎเลย แถมยังเป็นที่รักกับเหล่าลูกน้องขนาดนั้น ต้องเป็นจอมมารที่ดีได้แน่ๆ"
"ก็นะ แต่ว่าเรื่องนั้นก็ยังไม่แน่หรอก [สายลม]น่ะเป็นเด็กของ[มังกร]นะ ยังไงก็ต้องมี"ไอ้นั่น"อยู่แน่"

บทสนทนาของเหล่าจอมมารเริ่มขยายออกไป
ในโรงเต้นรำของตำหนักจอมมาร จอมมารที่เข้าร่วม[งานราตรี]ต่างก็สนุกกับ[สงคราม]พร้อมกับสาเกชั้นเลิศในมือกันอยู่

บนฟ้ามีโฮโลแกรมสองอันฉายอยู่ อันหนึ่งแสดงภาพดันเจี้ยนของโพลเคล ส่วนอีกอันแสดงภาพดันเจี้ยนของสโตรัส
แล้วก็ตั้งแต่เมื่อกี้จอมมารทั้งหลายต่างก็มองไปที่ดันเจี้ยนของโพลเคลราวกับจะกลืนกิน
แต่ว่า พอสโตรัสย้อมแพ้ แล้วเริ่มถอยอสูรที่ยังเหลือรอดกลับ สายตาก็ไปรวมกันที่การบุกดันเจี้ยนของโพลเคลแทน

"เป็นการบุกดันเจี้ยนที่คุ้มค่าที่จะดูจริงๆ ถึงอสูรของ[การสร้าง]จะเลเวลต่ำ แต่ก็เป็นอสูรที่แข็งแกร่งอย่างน่ากลัว แถมอุปกรณ์สวมใส่ก็ดี อุปกรณ์นั่นเป็นของที่หาซื้อไม่ได้สินะ"
"คงจะยากหน่อยนะ นั่นน่ะเป็นกลยุทธหลักของ[การสร้าง]เชียวนะ คงจะไม่ยอมให้มาง่ายๆหรอก"

เหล่าจอมมารต่างวิเคราะห์กำลังรบของคู่แข่งคนใหม่แล้วก็คิดว่าจะใช้มันหาประโยชน์ให้ตัวเองยังไงในเวลาเดียวกัน

"ถึงอย่างนั้น อสูรของ[การสร้าง]นี่สุดยอดไปเลยนะ แข็งแกร่งทั้งที่เลเวลแค่นั้น นั่นคงจะเกิดมาแบบพัฒนาเลเวลได้ ความแข็งแกร่งเดิม"อย่างน้อย"ก็ระดับA มองไม่เห็นก้นบึ้งเลย... แถมยังน่ารักด้วย"
"ก็จริงที่ว่าน่ารัก ผสมเหรียญแบบไหนกันถึงได้ออกมา อยากให้บอกจริงๆเลยนะ... ไม่ได้หมายความว่าอยากได้ของน่ารักๆแบบเด็กๆสมัยนี้หรอกนะ ก็แค่ในฐานะกำลังรบเท่านั้นเอง"

พวกจอมมารต่างก็ชื่นชมความน่ารักของจิ้งจอกสวรรค์กับเอลเดอร์ ดวาร์ฟ
ก็จริงอยู่ที่สำหรับพวกจอมมารแล้วก็เป็นสาวน้อยผู้งดงามที่ไม่ค่อยได้พบเห็นนัก
แต่ว่าท่าทางที่อ้อนโพลเคลมันก็น่ารักเกินไป
ตอนนั้นเองก็ฉายโฮโลแกรมตอนที่โพลเคลกำลังกอดกับจิ้งจอกสวรรค์กับเอลเดอร์ ดวาร์ฟ
ถ้าเป็นชีวิตปกติคงไม่เท่าไหร่ แต่การที่ทำแบบนั้นกลางสนามรบไม่ว่าคิดยังไงก็แปลก ทำให้จอมมารต่างๆก็เก็บความตกใจไม่อยู่

"ผู้ชายคนนั้นเป็นอะไรน่ะ"
"จะว่าไปเมื่อกี้ลูกน้องก็เรียกว่าคุณพ่อบ้าง พ่อบ้าง แล้วก็ลูบหัวไปมาอยู่น่ะ ไม่ให้เรียกเกินไปหน่อยเหรอ?"
"เป็นจอมมารที่อันตรายจริงๆ เจ้าคนอันตรายนั่น ไม่เคยเห็นเลย จะว่าไป จอมมารแห่ง[การสร้าง] นี่ชื่ออะไรนะ โพ โพ"

ดูเหมือนว่าบางทีจอมมารในที่นั่นจะลืมชื่อของโพลเคลไปซะแล้ว
แล้วสาวงามที่มีหูกับหางจิ้งจอกผมขาวผิวแทนก็ปรากฏตัวออกมา

"อา ชื่อของเด็กคนนั้นคือโลลิเคลไง จอมมารแห่ง[การสร้าง]โลลิเคล"

สาวงามคนนั้นดูเหมือนจะมีอิทธิพลกับพวกจอมมารรอบข้าง เธอถูกมองด้วยสายตาที่หวาดกลัวและเคารพผสมปนเปกัน
จอมมารหลายตนก็ก้มหัวให้กับเธอ

"อ๊ะ พี่สาว ไม่ได้เจอกันนานเลย ใช่แล้วๆ โลลิเคล! ถ้าจำไม่ผิดก็ชื่อนี้ล่ะ ที่ว่ากันว่าชื่อจะบอกตัวตนคือนี่สินะ..."
"เอาน่า จำง่ายก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ จอมมารแห่ง[การสร้าง] โลลิเคล จำเป็นต้องจับตาดูให้ดีแล้วล่ะ ในหลายๆความหมาย"
"เป็นคนที่เหมือนกับชื่อเลยนะ จำได้แล้วล่ะ โลลิเคล... คงจะปล่อยให้ลูกๆของเราไปหาไม่ได้เด็ดขาด"

แล้วในเวลาไม่นานในหมู่จอมมารชื่อของจอมมารแห่ง[การสร้าง]โลลิเคลก็แผ่ขยายออกไป
ในตอนนั้น จอมมารแห่ง[การสร้าง]โพลเคลในหน้าจอก็เข้าไปในห้องที่สามแล้ว
ในที่สุด[สงคราม]นี้ก็มาถึงจุดสุดท้าย
ถึงโพลเคลจะเหนือกว่าอย่างล้นหลาม แต่ผลลัพธ์ก็ไม่อาจจะรู้ได้
ถ้าโพลเคลถูกจัดการได้ในสนามสุดท้าย ผลแพ้ชนะก็จะรู้ผลในพริบตาเดียว... แล้ว[สายลม]ก็ยังมีไพ่ตายอยู่ ยังคงเหลือ[มังกร]อยู่ยังไงล่ะ...

 




NEKOPOST.NET