[นิยายแปล] การสร้างเมืองของท่านจอมมาร ตอนที่ 23 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] การสร้างเมืองของท่านจอมมาร

Ch.23 - ตอนที่22 บุกดันเจี้ยน


~กลับมาที่มุมมองของโพลเคล~

"เอาล่ะ ได้เวลากันได้แล้วล่ะ"

ผมบิดขี้เกียจ แล้วตัดสินใจที่จะบุกดันเจี้ยนของจอมมารแห่ง[สายลม]อย่างจริงจัง
ที่ผ่านมาได้แต่ดูท่าทีอยู่ในห้องขาวๆระหว่างดันเจี้ยนทั้งสอง 

"คุณพ่อ ว่างจังเลยอะ~"

จิ้งจอกสวรรค์พองแก้มออกมา

"โทษทีๆ คิดว่าให้กำลังรบอีกฝ่ายลดอีกสักนิดน่าจะดีน่ะ แล้วก็ถ้ามีอะไรที่พวกโกเลมรับมือไม่ได้ถ้าอยู่ตรงนี้ก็จะได้เข้าไปทัน"

จอมมารแห่ง[สายลม]สโตรัสกำลังเดือด เป็นคนประเภทที่เกลียดความพ่ายแพ้ขนาดนั้นเลยล่ะ ถ้าปล่อยไปเรื่องก็จะโจมตีเข้าไปเรื่อยๆ... แล้วเพิ่มผู้เสียสละไปเปล่าๆ
การที่ผมจะบุกเข้าไปตอนที่ยังป้องกันแน่นหนาก็คงจะไม่สนุกแน่
การจะบุกก็เริ่มตอนที่อีกฝ่ายเริ่มเหนื่อยนี่ล่ะดี

แล้วก็เรื่องที่ดันเจี้ยนของผมจะโดนฝ่าได้เนี่ยไม่เห็นจะน่ากังวลเลยสักนิด
ในห้องสีขาวนี้ผมคอยมองกองทัพของเธอ ไม่มีอสูรที่น่ากังวลพวกร่างวิญญาณ แก๊สหรือสไลม์ที่ไม่รับผลทางกายภาพอยู่เลย อสูรที่จะเป็นโล่ให้ก็ไม่มี

เดิมที [สายลม]ก็เป็นประเภทที่เด่นทางด้านความคล่องแคล่วกับการพรางตัว
อสูรที่เกิดมาก็เป็นพวกที่มีความเร็วแถมมีพลังป้องกันที่ต่ำ ถ้าให้พูดในดันเจี้ยนของผมที่ไม่สามารถใช้ความเร็วได้ก็เป็นได้แค่เป็ดตัวหนึ่ง 

Browning D2 Caliber .50
ความยาว1560mm น้ำหนัก38.0kg ลำกล้องขนาด12.7mm×99 อัตราการยิง650นัด/นาที ระยะหวังผล2,000เมตร

โกเลมมิธริลที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ยิงปืนกลหนักที่ใช้กระสุน12.7mm
และยังมีระยะยิงถึง2km
หรือก็คือ ดันเจี้ยนที่ผมสร้างขึ้นยาว2kmนั้น เพียงแค่เข้ามาก้าวเดียวก็อยู่ในระยะยิงของปืนกลหนักแล้ว แถมไม่มีอะไรกำบัง การจะหลบก็ไม่มีทางเป็นดันเจี้ยนแห่งฝันร้ายโดยแท้จริง 

โกเลมถือว่ามีพลังกายและพลังป้องกันที่เหนือมากกว่าระดับโดยทั่วไปของอสูรระดับA แต่ว่าความคล่องแคล่วที่น้อยนิดนั่นทำให้ความสามารถในการรบนั้นต่ำ
แต่ว่าถ้าแค่ยิงปืนกลหนักพวกนั้นล่ะก็ความคล่องแคล่วก็ไม่เกี่ยวข้องอะไรเลยสักนิด สิ่งที่ใช้ก็มีแค่พลังโจมตีอันรุนแรง 

แล้วก็ที่ห้องคริสตัลก็มีพวกดวาร์ฟ สมิธคอยเอนชานต์เพิ่มพลังโจมตีอยู่ด้วย

Caliber .50 ที่มีพลังทำลายอันน่าภาคภูมิใจในฐานะเครื่องจักรสงครามขนาด12.7mm แรงบ้าของโกเลม เอนชานต์ของดวาร์ฟ สมิธ
พอรวมทั้งหมดนั่นแล้วก็เป็นพลังทำลายที่เหนือยิ่งกว่าระดับAเสียอีก แถมในหนึ่งวินาทียังยิงได้สิบนัด ต่อให้เป็นอสูรระดับSก็คงจะทนไม่ได้ 

"ดันเจี้ยนของคุณพ่อ ทั้งที่เรียบง่ายแต่ก็แข็งแกร่งสุดๆเลย"
"จริงๆก็ดัดแปลงหลายๆอย่างล่ะนะ"

ถึงจะเห็นเป็นถ้ำทางตรงๆ แต่ก็เสริมอะไรไปนิดหน่อย
พื้นนั้นจะเอียงนิดหน่อย แถมยิ่งใกล้ทางเข้าก็ยิ่งลาดชันมาก
ถึงจะรู้สึกว่าเป็นทางตรง แต่ถ้าเอียงแม้เพียง1°แต่ถ้าเทียบระยะห่างระหว่างทางเข้าทางออก2kmจะเพิ่มความสูงได้อย่างน้อย30m
ถึงจะเป็นกระสุนไรเฟิลที่มีความตรงสูง และมีความเร็วกว่าเสียงสามเท่า แต่ถ้าเป็นระยะทาง2kmด้วยน้ำหนักแล้วจนกว่าจะถึงเป้าหมายก็คงจะตกไปก่อนสัก20-30m แต่เพียงเพิ่มความเอียงไม่กี่°ก็จะทดแทนระยะที่จะตกลงไปได้

โกเลมที่ยิงลงมาจึงสามารถยิงได้ตามใจชอบ กลับกันการโจมตีจากทางเข้านั้นก็จะโดนความสูงนั้นจำกัดไว้ พอคิดถึงระยะตกแล้วจะยิงขึ้นข้างบนล่ะก็จะถูกเพดานสูง3mปิดกั้นเอาไว้นั่นเอง
การโจมตีทางกายภาพที่ยังยึดติดอยู่กับกฎแรงโน้มถ่วงไม่มีทางที่จะโจมตีโดนโกเลมมิธริลได้
เรื่องนั้นต่อให้จะโดนขโมยปืนกลหนักที่โกเลมติดตั้งอยู่ก็ตามที

แล้วการที่ติดตั้งโกเลมไว้สองตนก็เพื่อจะลบช่องว่างของการยิง และยังมีเวลาพอที่จะให้ปืนเย็นลงด้วย แถมยิ่งเข้าใกล้โกเลมมากขึ้นเท่าไหร่ก็มีกับระเบิดอยู่เป็นภูเขาตามทาง บริเวณใกล้ๆโกเลมก็มีแก๊สทำลายประสาทอยู่เต็มไปหมดด้วย

"มาสเตอร์ โดนฝ่าห้องที่หนึ่งแล้วค่ะ"

แล้วเอลเดอร์ ดวาร์ฟที่รับรู้ความรู้สึกของโกเลมได้ก็กระซิบออกมาเบาๆ
ตกใจนิดหน่อย ไม่ได้คิดเลยว่าจะฝ่าไปถึงห้องที่สองได้

"เห แล้วหลังจากผ่านห้องแรกล่ะ?"
"ตายทันทีที่เข้าห้องค่ะ เพราะผ่านห้องแรกได้เลยวางใจ เปิดช่องโหว่ออกมา"
"เท่านั้นก็พอแล้ว"

ถึงจะฝ่าห้องแรกไปได้ ห้องที่สองก็เจอแบบเดียวกัน
ห้องที่สามก็คล้ายๆกัน แต่เพิ่มระดับความยากเข้าไปอีก 
เนื่องจากเป็นห้องสุดท้าย เลยติดตั้งโกเลมทั้งหมดไปแล้วก็ติดตั้งอาวุธแบบพิเศษ ถ้าเป็นโกเลมก็ใช้งานได้แน่

จากที่เอลเดอร์ ดวาร์ฟบอกดูเหมือนว่าพวกสโตรัสจะใช้อสูรที่แข็งแกร่งบางส่วนเป็นโล่แล้วฝ่าห้องที่หนึ่งเข้าไป คงจะทำแบบเดิมไม่ได้แล้วล่ะ ถ้าอย่างนั้นการจะฝ่าห้องที่เหลือก็คงเป็นไปไม่ได้

"มาสเตอร์ เพียงแต่ว่า น่าแปลกที่อสูรของ[มังกร]ที่น่ากังวลที่สุดกลับไม่อยู่ค่ะ บางทีคงจะเก็บไว้สำหรับป้องกันอยู่"

มัลโก้บอกมาอย่างหนึ่ง
ผู้ปกครองของสโตรัสก็คือจอมมารแห่ง[มังกร]แอสทารอธ 
หนึ่งในเสาหลักที่เป็นตัวเต็งจอมมารผู้แข็งแกร่งที่สุด แล้วก็ [มังกร]นั่นก็มีเหรียญที่พิเศษเหมือนกับ[การสร้าง]ของผม ทำให้สามารถ[ผสม]แบบพิเศษได้

มัลโก้บอกไว้ว่า"สิ่งที่รับมือยากที่สุดคือพลังรบเพียวๆที่แข็งแกร่งที่สุด ถ้ามากกว่านี้จะไม่ยุติธรรมแล้วฉะนั้นจะไม่พูดเยอะกว่านี้" 

การที่สโตรัสจะไม่ใช่เหรียญนั่นค่อนข้างเป็นไปได้ยาก
เก็บไว้เหรอ หรือมีเหตุผลที่ไม่นำออกมา หรือว่ารูปร่างกันที่ทำให้ไม่สามารถเข้าไปในดันเจี้ยนแคบๆของผมได้ 
ไม่ว่าจะทางไหน ก็จำเป็นที่จะต้องระวังไว้

"งั้นพวกเราก็ไปกันเถอะ"
"ย้า~♪"
"มาสเตอร์ รับทราบค่ะ"
"เหนือหัว พลังของหน่วยสเกลตัน โปรดชมให้เต็มตาเถอะขอรับ"

แล้วพวกผมเองก็เริ่มที่จะบุกดันเจี้ยนของจอมมารแห่ง[สายลม]บ้าง
จอมมารแห่ง[สายลม]เองก็เสียกำลังรบไปมากจากการบุกดันเจี้ยนของผม
การป้องกันเองก็เบาบางลงแล้ว
เวลาที่เหลือทั้งหมด หนึ่งชั่วโมง30นาที
ถ้ามีขนาดนี้ล่ะก็ บุกได้สบายๆ
 ◇

"หึฮะฮะฮะ เป็นอย่างไรขอรับ เหนือหัว ความแข็งแกร่งของกองทัพสเกลตัน!"

ไวต์ อสูรโครงกระดูกที่สวมผ้าคลุมงดงามราวกับพวกขุนนางได้หัวเราะออกมา
เขาสั่งการสเกลตันทั้ง20ตนให้คอยกำจัดศัตรู
...พอรู้ด้วยสกิลของไวต์ทำให้สเกลตันเติบโตได้อย่างรวดเร็ว ก็เลยซื้อสเกลตันมาอีกหลายตัวให้ใส่แอสซัลท์ ไรเฟิลที่เตรียมไว้
ห้องแรกนั้นเป็นหุบเขา
ถ้าเดินพลาดแม้แต่ก้าวเดียวก็คงจะตกเหวได้เลย

ในนั้นก็มีพวกอสูรมีปีกลูกน้องของสโตรัสบินวนอยู่บนท้องฟ้า
ถ้าเป็นเจ้าพวกนี้ก็ไม่ต้องสนว่าพื้นที่จะเดินยากแค่ไหน
ปัญหาก็คือการโจมตีมาจากจุดบอดอย่างไม่ทันตั้งตัว แต่ถ้าไม่เข้ามาใกล้ในตอนที่ยังไม่ได้เตรียมตัวโจมตี อสูรปกติก็สามารถจัดการได้อย่างง่ายดาย

"เหนือหัว กองทัพของกระผมหาได้มีจุดบอดไม่ ทั้ง21ตน รวมเป็น42ตาได้สามารถสอดส่องได้ทุกอย่างขอรับ"

แต่ว่าแย่กับอีกฝ่ายหน่อย 
ไวต์สามารถแชร์ความรู้สึกและรวบรวมข้อมูลการมองเห็นของสเกลตันทั้งหมด20ตนได้

ถ้าให้สเกลตันแบ่งกันไปคอยสอดส่องจากทุกมุมก็จะไร้ซึ่งจุดบอด
แล้วไวต์ที่เป็นผู้นำเหล่าสเกลตันก็แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือกันแบบสุดยอด
ด้วยคำสั่งของไวต์ พริบตาเดียวก็ตั้งขบวนปืนแอสซัลท์ ไรเฟิลแล้วสอยพวกอสูรนกลงมาได้
เป็นการโจมตีโดยวิธีการทำลายทางหนีทุกๆทางแล้วบดขยี้ทิ้ง

"ไวต์ ทำได้ดีนี่"
"เป็นเกียรติที่ได้รับคำชมขอรับ เหนือหัว"

การเคลื่อนไหวที่สุดยอดนี้ต้องขอบคุณไวต์จริงๆ
ถึงหมอนี่จะมีสเตตัสต่ำแต่ก็สุดยอดมาก เท่านี้พวกสเกลตันก็สามารถระวังรอบข้างได้แล้ว

"ท่านจิ้งจอกสวรรค์ อยากขอยืมแรงสักหน่อย จะได้ไหมขอรับ?"

แล้วไวต์ก็เงยหน้าขึ้ัน หันหน้าไปหาจิ้งจอกสวรรค์ 

"ย้า~!"

จิ้งจอกสวรรค์พยักหน้าตกลง

"ท่านจิ้งจอกสวรรค์ อีกสามวิ จากทิศตะวันออกเฉียงใต้60° 3...2...1... ตอนนี้ขอรับ!"
"ไปแล้วนะ!"

ด้วยคำแนะนำของไวต์ จิ้งจอกสวรรค์ก็เหนี่ยวไก
ลูกซองของจิ้งจอกสวรรค์ที่เพิ่มขนาดลำกล้องมีประกายไฟออกมา กระสุนลูกปลายนับไม่ถ้วนถูกยิงออกไป ไปโดนพวกอสูรรูปร่างเหยี่ยวสีเขียวขนาดยักษ์ที่บินด้วยความเร็วสูงอยู่ 
ศัตรูที่แข็งแกร่งระดับB สามารถทนกระสุนขนาด5.56mmของพวกสเกลตันได้ แล้วก็เป็นอสูรสามารถมองและหลบลูกกระสุนได้ 

การตัดสินใจในสถานการณ์ต่างๆของไวต์ยังดีเลิศ ถ้าเกิดคิดว่าการยิงของพวกสเกลตันตามความเร็วไม่ทันหรือมีกำลังไม่พอ เขาจะขอให้จิ้งจอกสวรรค์ที่มีกระสุนลูกปลายที่ทรงพลังยิงแทน
เรื่องแบบนี้ก็น่าเชื่อถือ

"สมกับเป็นท่านจิ้งจอกสวรรค์ขอรับ ศัตรูที่จัดการยากแบบนั้นยังสามารถจัดการได้ทีเดียว"
"ฝากจิ้งจอกสวรรค์ได้เลย!"

พอจัดการศัตรูได้ง่ายๆ จิ้งจอกสวรรค์ก็อารมณ์ดีขึ้นมา
ไวต์นี่สุดยอดจริงๆ อยากจะให้เกิดมาแบบระดับSเลย
ผมอยากจะชมจิ้งจอกสวรรค์ ก็เลยเอามือขวาเข้าไปใกล้แล้วลูปหัวของเธอ
ผมและหูจิ้งจอกที่นุ่มเรียบให้ความรู้สึกที่ดี

"ย้า~♪ มือของคุณพ่อ ใหญ่จังค่ะ"

เอลเดอร์ ดวาร์ฟมองมาด้วยความอิจฉา แล้วก็หันมองทางอื่นไปมา
ผมเองก็อยากจะชมเธอแต่ก็ต้องมีความสำเร็จอะไรสักก่อน การที่ไม่สามารถเข้ามาขอให้ชมตรงๆได้ก็สมเป็นเธอดี
เอาล่ะ บุกไปทั้งอย่างนี้กันเถอะ
ถึงจะผ่านห้องแรกไปได้แล้ว แต่จะคิดว่าเป็นแบบนี้ไปตลอดไม่ได้
ผมเตรียมใจแล้วก็ไปต่อ

 




NEKOPOST.NET