[นิยายแปล] การสร้างเมืองของท่านจอมมาร ตอนที่ 22 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] การสร้างเมืองของท่านจอมมาร

Ch.22 - ตอนที่21 สิ่งที่อยู่หลังจากความสิ้นหวังก็คือ...


"โรเซริตเต้ ส่งอสูรต่อไปอย่าได้พักเลยค่ะ ก่อนอื่นก็ตั้งขบวนด้วยนะ!"

อสูรที่ฉันเชื่อใจที่สุด
อสูรรูปร่างเทพธิดาราเซกริฟ โรเซริตเต้ได้ออกคำสั่งผ่านเทเลพาธีไป
ทั้งหมดก็เพื่อที่จะบุกดันเจี้ยนนี้

"จะจัดการให้เดี๋ยวนี้ค่ะ ท่านสโตรัส"

จริงอยู่ที่น่าตกใจว่าเพียงแค่เข้าดันเจี้ยนก็โดนโจมตีจนตายคาที่
แต่พลังโจมตีมหาศาล เวทระยะไกลสุดๆ ไม่มีทางใช้ได้ง่ายๆแน่
ถึงจะเป็นสกิลพิเศษของจอมมาร แต่ก็ต้องมีขีดจำกัดอยู่
พลังขนาดนี้คงจะใช้ต่อเนื่องไม่ได้แน่ ยังไงก็ต้องมีขีดจำกัดอยู่แน่ พลังเวทเองก็ต้องลดฮวบๆ

ไม่ว่าจะคิดในแง่ร้ายยังไงมันก็ควรจะยิงได้อีกแค่สองครั้งแน่ๆ
ถ้าอย่างนั้น แค่เอาอสูรบุกเข้าไปเรื่อยๆ ในตอนที่การโจมตีหยุดลง ก็ย่นระยะเข้าไปแล้วทำลายมันซะ!
ยังไงศัตรูที่อยู่ตรงนี้ก็มีแค่โกเลมมิธริลสองตนเท่านั้นเอง

"ท่านสโตรัสคะ ตั้งขบวนพร้อมแล้ว พร้อมลุยเสมอค่ะ"
"โรเซริตเต้ เพิ่มพลังป้องกันให้กับทุกตนเท่าที่ทำได้ สำหรับอสูรที่มีสกิลป้องกัน ก็ขอให้ทุกตนใช้ออกมาให้ถึงขีดสุด! บุกเต็มกำลังได้เลย!"
"รับทราบแล้วค่ะ ท่านสโตรัส"

เท่านี้ก็สามารถทะลวงฝันร้ายนี้ไปได้แล้ว!
ฉันเชื่อแบบนั้น

หลังจากนั้น20นาที ฉันได้แต่ยิ้มแห้งๆออกมา
เพราะความคิดบ้าๆของฉัน เลยเสียอสูรที่สำคัญไปกว่า100ตน
คิดว่าจะหยุดแล้ว แต่ว่าจะปล่อยให้จบโดยทุกคนตายอย่างสูญเปล่าไม่ได้ อีกไม่นานศัตรูต้องถึงขีดจำกัดแล้วแน่ แต่ยิ่งเสียสละเพื่อไปเท่าไหร่ ก็ไม่มีอะไรกลับมา ก็เป็นแบบนี้ล่ะ

มีเด็กที่ระหว่างทางใช้ร่างของพวกเพื่อนๆเป็นโล่เลยสามารถไปถึงครึ่งทางได้อยู่บ้าง
แต่ว่าวินาทีที่เด็กพวกนั้นเหยียบอะไรบนพื้น เจ้านั่นก็ระเบิดออกมาทำให้ตายคาที่ทันที

บางที อาจจะมีเจ้านั้นอยู่ระหว่างทางไปจนถึงโกเลมมิธริลอีกมหาศาลเลยก็ได้
ทั้งที่เสียสละอสูรไป80กว่าตน ก็ไปได้แค่ครึ่งทางเท่านั้น
ระยะทางถึงโกเลม2kmนั้นยาวราวกับไร้จุดจบ

"อะฮะ อะฮะฮะฮะฮะฮะ"

การโจมตีของศัตรูไม่หยุดเลยแม้แต่ครั้งเดียว
ไม่สิ ก็มีหยุดบ้าง แต่สิบวินาทีให้หลังก็โจมตีต่ออีกครั้ง
สายรัดแปลกๆเชื่อเข้ากับแท่งเหล็กแล้วทำให้สามารถโจมตีต่อได้ทันทีเลย
ยิ่งเพิ่มจำนวนอสูรที่บุกเข้าไปเท่าไหร่ ก็แค่เพิ่มเศษเนื้อเท่านั้นเอง
แล้วพอมองอย่างใจเย็นแล้ว การโจมตีนั่นก็ไม่มีเศษเสี้ยวของพลังเวทเลย นั่นไม่ใช่เวทมนตร์ ถ้าอย่างนั้นต้องเรียกมันว่าอะไรกันน่ะ?

ไม่เห็นเข้าใจเลย
แต่ว่า ก็มีเรื่องที่เข้าใจจากการเห็นพวกอสูรตายเรื่อยๆอยู่

เจ้าสิ่งนั้นมีพลังทำลายที่สูงเหนือกว่าพลังโจมตีทั้งหมดของระดับA มีความเร็วกว่าเสียงสามเท่า ในหนึ่งวินาทียิงวนได้สิบรอบ
แล้วก็สามารถโจมตีต่อเนื่องได้มากสุด10วินาที... แต่พอ20วินาทีให้หลัง ก็จะสามารถโจมตีแบบเดิมได้อีกครั้ง

ของแบบนั้น ไม่มีทางผ่านได้หรอก ระยะทางถึงโกเลมมันไกลเกินไป
ทั้งห้องอยู่ในระยะยิง แถมไม่มีทั้งที่ซ่อนทั้งของที่จะเป็นโล่ให้ แล้วควรจะทำยังไงดีล่ะเนี่ย?

ไม่สิ มีทางที่จะผ่านไปได้ทางหนึ่งอยู่
แต่ว่า นั่นน่ะมัน...
พอคิดแบบนั้นก็มีเสียงดังเข้ามาในหัว

[มาทำกันเถอะค่ะ ท่านสโตรัส คงจะไม่มีทางจบแบบนี้ใช่ไหมล่ะคะ]
[ถ้าเป็นพวกเราล่ะก็ผ่านได้แน่]
[มาแสดงให้พวกนั้นเห็นกันเถอะ]

เหล่า[อสูรแห่งคำมั่นสัญญา]ที่เชื่อมต่อกับฉัน
[อสูรแห่งคำมั่นสัญญา]ที่เชื่อมต่อกันอย่างลึกซึ้งนั้น ได้ส่งผ่านความคิดนั้นออกมาไป

"หยุดเลยนะ ความคิดของฉันน่ะ ถ้าใช้แค่ร่างก็อปปี้จาก[กระจาย]น่ะไม่ไหวหรอก ร่างจริงของพวกเธอจะต้องเป็นอันตรายด้วยนะ ไม่สิ ไม่ใช่แค่อันตราย แต่เกี่ยวข้องกับชีวิตของพวกเธอนะ"
[ท่านสโตรัส เข้าใจดีอยู่แล้วน่า]
[ถ้าอย่างนั้นก็มีแต่ต้องทำสินะครับ ท่านสโตรัส ...โรเซริตเต้ ขอยืมร่าง[กระจาย]ของเธอหน่อยนะ แต่ว่าตัวจริงของเธอกลับไปป้องกันกองทัพเถอะ ถ้าไม่มีเธอคอยคุ้มครองล่ะก็จะต้องมีปัญหาแน่]
[เข้าใจแล้วค่ะ ถ้าเช่นนั้น ขอให้โชคชะตาสถิตอยู่กับทุกท่านค่ะ]

[อสูรแห่งคำมั่นสัญญา]ตัวจริงทั้งสองที่เหลืออยู่ในดันเจี้ยนของฉันกำลังมุ่งมาที่ทางนี้

ฉันรู้ดีว่ามันเป็นการพนันที่ยากและเสี่ยงสำหรับเด็กๆของฉัน แต่ว่าเพื่อเกียรติยศของฉันแล้วพวกเขากลับบอกว่าจะฝ่าดันเจี้ยนที่ไร้ทางฝ่านี้ให้
ฉันรักเด็กๆพวกนี้ของฉันจริงๆ

แล้วก็คาดหวังไว้ว่าถ้าเป็นเด็กพวกนี้จะต้องก้าวข้ามความเป็นไปได้ในการบุกที่เล็กราวกับใยแมงมุมนี้ได้แน่

ยังพึ่งแค่ห้องแรกในสามห้องเท่านั้น
แต่ว่า ไม่ผิดพลาดแน่ นี่ต้องเป็นไพ่ตายของผู้ชายคนนั้น
ถ้าไม่ใช้ทรัพยากรทั้งหมดล่ะก็คงจะสร้างของแบบนี้ไม่ได้หรอก
ถ้าผ่านที่นี่ได้ล่ะก็ ต้องชนะแล้วแน่นอน
ถ้าอย่างนั้น เหล่า[อสูรแห่งคำมั่นสัญญา]ที่ฉันรัก ขอเดิมพันกับพลังนั้นดูหน่อย
ผ่านห้องแห่งความตายนี้ไปได้แล้วจะต้องชนะอย่างแน่นอน!


ฉันขึ้นไปข้างบนอีกครั้งหนึ่ง
ที่อยู่ตรงนั้นก็คือ เหล่าอสูรแห่ง[คำมั่นสัญญา]ที่ฉันภาคภูมิใจ

ระดับA อสูรรูปร่างเทพธิดา ราเซกริฟ...โรเซริตเต้
ระดับB อสูรรูปร่างคาไมทาจิ ซีเซอร์วินด์...มาซามุเนะ
ระดับB อสูรรูปร่างม้าสวรรค์ เพกาซัส...โฟโบส

ทุกคน เป็นเด็กดีที่แสนภาคภูมิใจที่ทั้งแข็งแกร่ง และพึ่งพาได้
ถ้าแค่พลังโจมตีล่ะก็ ยังมีเด็กพิเศษอยู่อีกตนหนึ่ง แต่ถ้าโดยรวมแล้วเด็กพวกนี้ถือว่าเยี่ยมที่สุ

"ท่านสโตรัส อสูรแห่งคำมั่นสัญญาทุกตนมารวมกันแล้วค่ะ มีเพียงฉันที่เป็น[กระจาย]ค่ะ"

อสูรรูปร่างเทพธิดาโรเซริตเต้ยิ้มเจื่อนๆขึ้นมา

"เอาล่ะ มาฝ่ามันไปกันเถอะ"
"อืม ถ้ารวมกำลังรบขนาดนั้นไว้ในห้องที่หนึ่งแล้วล่ะก็ขอแค่ผ่านห้องนั้นไปได้แล้วหลังจากนั้นก็คงทำได้ตามใจชอบแล้วล่ะ"

คาไมทาจิที่ชื่อมาซามุเนะนั้นมีความมั่นใจเต็มเปี่ยม เพกาซัสที่ชื่อโฟโบสเองก็แสดงคิดเห็นอย่างใจเย็น
ทั้งที่ถึงเมื่อกี้จะยอมแพ้ไปแล้ว แต่หัวใจของฉันก็รู้สึกเบาบางขึ้น
ฉันนี่ดีจังเลยที่สร้างเด็กพวกนี้ขึ้นมา
ทั้งที่เด็กพวกนี้มองไปข้างหน้าขนาดนี้แท้ๆ ฉันจะมาทำหน้ามืดมนตรงนี้ได้ยังไงล่ะ!

"เหล่า[อสูรแห่งคำมั่นสัญญา]ของเราเอ๋ย! ตั้งแต่นี้ไปเราจะผ่านกับดักอันป่าเถื่อนนั่นจากข้างหน้ากัน! ฉันเชื่อว่าเหล่าอสูรของฉันจะต้องทำมันได้สำเร็จแน่!"
"""รับทราบค่ะ/ครับ ท่านสโตรัส"""

เด็กพวกนี้ไม่มีทางทำไม่ได้อยู่แล้ว
ฉันฝากความหวังไว้กับอสูรที่เชื่อใจแล้วกลับเข้าไปในดันเจี้ยน

อสูรที่เสียสละไปหลายสิบจนถึงตอนนี้ไม่ได้เสียเปล่า
ด้วยเหตุนั้นถึงได้เจอจุดอ่อนแล้ว
การโจมตีของโกเลมพวกนั้น พอเป็นการโจมตีด้านบนแล้ว ความแม่นยำก็จะลดลงไปเยอะ

หรือก็คือถ้าบินไปในระดับเพดานด้วยความเร็วสูง จะสามารถหลักเลี่ยงอันตรายได้เยอะ
แต่ถึงจะพูดแบบนั้น แค่ความแม่นยำที่ลดลงไม่ได้หมายถึงจะวางใจได้
เพราะฉะนั้นเลยจัดอันดับกองกำลังไว้

คาไมทาจิ[กระจาย] คาไมทาจิ เพกาซัส[กระจาย] เพกาซัส ราเซกริฟ เรียงเป็นแถวเดียวกัน

ราเซกริฟจะค่อยเพิ่มพลังให้กับทุกตน แล้วคาไมทาจิที่ถนัดด้านการสร้างกำแพงสายลม ก็สร้างกำแพงกันไว้ ทำให้สามารถที่จะทนการโจมตีของศัตรูได้
แล้วก็หลังจากที่การป้องกันทั้งหมดถูกทำลายแล้ว ก็ให้เพกาซัสที่มีความเร็วสูงพุ่งฝ่าออกไป ก็เป็นกลยุทธแบบนี้ล่ะ
สามารถท้าทายได้ครั้งเดียวเท่านั้น
ฉันที่อยู่ในร่างวิญญาณก็ขึ้นขี่เพกาซัสตัวจริง
แล้วก็ได้เวลาตัดสินแล้ว
การโจมตีพิเศษครั้งแรกและครั้งสุดท้ายเริ่มได้

บินด้วยความเร็วสูงในระดับเดียวกับเพดาน
แล้วก็ให้อสูรบุกไปทางพื้นดินด้วย เพื่อที่จะถ่วงเวลา
อสูรจาก[กระจาย]แทบไม่เหลือแล้ว เพราะฉะนั้นก็เลยนำพวกอสูรที่ใช้เพื่อป้องกันดันเจี้ยนออกมาด้วย

ในเวลาสิบกว่าวินาที พวกอสูรก็กลายเป็นเศษเนื้อ
แต่ว่าในเวลานั้นก็สามารถฝ่าไปได้ถึงหนึ่งในสี่แล้ว
พวกโกเลมที่จัดการอสูรบนพื้นหมดแล้ว ก็หันแท่งเหล็กเล็งมาทางนี้

คาไมทาจิได้สร้างกำแพงสายลมออกมาอย่างสุดกำลัง
พอเข้ามาใกล้ ลูกเหล็กก็ค่อยๆบางลงเรื่อยๆ แต่ลูกเหล็กก็เข้ามาใกล้เรื่อยๆ

แล้วในที่สุดก็โดนโจมตี
เพียงแค่หนึ่งนัด ลูกเหล็กกลมๆก็ทะลวงกำแพงลมมาได้
แต่ว่าพลังทำลายก็ลดลงด้วยกำแพง และด้วยเอนชานต์ของราเซกริฟเลยไม่ได้รับบาดเจ็บถึงตาย

คาไมทาจิ[กระจาย]ก็ทนกระสุนนัดที่สองเข้าไป และพอโดนนัดที่สามก็หายไปกลายเป็นประกายแสงสีฟ้า
ระยะทางที่เหลือคือหนึ่งในสอง
ยิ่งเข้าใกล้เท่าไหร่ความแม่นยำก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น คาไมทาจิตัวจริงที่แข็งแกร่งกว่าร่าง[กระจาย] ก็พยายามที่จะทนต่อไป
แต่ว่า ก็มาถึงขีดจำกัดจนได้
เมื่อไม่สามารถป้องกันได้แล้ว ก็โดนโจมตีตายคาที่
แต่ว่าเหลือระยะทางอีกเพียงหนึ่งในสามเท่านั้น!

จะต้องผ่านไปให้ได้!
ตอนที่กำลังมีความหวังนั่นเอง
เพกาซัส[กระจาย]ที่นำหน้าคาไมทาจิที่ล้มลงไป อยู่ๆก็เกิดอาการทรมานขึ้นมา
อีกแล้วเหรอ!? พิษ ใกล้ๆพวกโกเลมมีพิษอยู่เต็มอากาศ จะขี้โกงไปถึงไหนกัน

แต่ว่า เพกาซัสที่เกิดจาก[กระจาย]ที่กำลังทรมานกันพิษ ก็ยิ้มออกมา แล้วใช้พลังเฮือกสุดท้ายสร้างสายลมออกมา

พิษถูกเป่าออกไป
ที่เหลือตอนนี้ก็มีเพียงเพกาซัสตัวจริงกับราเซกริฟ[กระจาย]เท่านั้น
โกเลมมิธริลเล็งมาที่เพกาซัส ฉันที่ลุยมาถึงตอนนี้เข้าใจดี ไม่มีทางหลบได้ ทั้งที่มาถึงนี่...
ช่วงเวลาที่กำลังยอมแพ้ ราเซกริฟก็ยิ้มออกมา
เธอนำหน้าเพกาซัสไปแล้วกางแขนออกมา รับลูกเหล็กไปหลายต่อหลายนัด
ประกายแสงสีฟ้าปรากฎออกมา เป็นสัญลักษณ์แห่งการหายไป

"โรเซริตเต้!"
"ที่เหลือฝากด้วยนะคะ ขอให้โชคชะตาสถิตอยู่กับท่านสโตรัสค่ะ"

เธอคงรู้ว่านี่คือหน้าที่สุดท้ายของตัวเอง แล้วก็มาเป็นโล่สุดท้ายให้ฉัน
ในสถานการณ์ที่จะถูกทำให้หายไปได้ตลอดนี้ ฉันผลักไปที่หลังของเพกาซัส ใช้พลังสุดท้ายในการสร้างสายลมขึ้นมา
เพกาซัสพุ่งไปด้วยความเร็วเหนือสายลม ผ่านหัวของโกเลมมิธริลไปได้

พอมองไปข้างหลัง ราเซกริฟ พริบตาถัดไป เธอก็พรุนเป็นรังผึ้งหายไป

น้ำตาของฉันก็ไหลออกมา
ต้องเสียสละทุกคนถึงมาที่นี่ได้ จะทำให้การเสียสละของทุกคนสูญเปล่าไม่ได้
เพกาซัสเองก็รู้สึกแบบเดียวกัน
ก็แค่บินอย่างสุดกำลัง
แล้วก็ ในที่สุด...

"ผ่านได้แล้ว!"

ผ่านห้องแห่งฝันร้ายได้แล้ว!
ในที่สุดก็มาถึงห้องที่สอง เท่านี้การโจมตีของโกเลมนั่นก็มาไม่ถึงแล้ว

"ทำได้ ทำได้แล้วล่ะ โฟโบส"

ฉันเรียกชื่อของเพกาซัส พร้อมกับกอดไปที่คอของเขา
เพกาซัสเองก็ร้อง ฮี้ๆ ออกมาด้วยความภาคภูมิใจ

สิ่งที่เสียสละนั้นมากมายจริงๆ
แต่ว่าพวกฉันก็ผ่านกับดักอันโหดร้ายนั่นได้แล้ว
ด้วยความกล้าหาญของ[อสูรแห่งคำมั่นสัญญา]ของฉัน ทำให้ผ่านความชั่วร้ายของผู้ชายคนนั้นมาได้! อสูรของฉันสุดยอดที่สุดเลย!
เอาล่ะ ไปข้างหน้าได้แล้ว

ถึงจะบอกว่าสามารถผ่านจุดที่ยากที่สุดมาแล้วก็ยังวางใจไม่ได้
ถึงจะสามารถผ่านจุดที่มีกำลังหนาแน่นที่สุดของที่นี่มาได้แล้ว แต่ก็ยังคงมีเหลืออยู่อีกสองห้อง
ถึงเพกาซัสจะเป็นอสูรที่ฉันภูมิใจ แต่การที่เขาจะสู้ตัวคนเดียวจนถึงจุดสุดท้ายมันก็เป็นเรื่องยาก แต่ว่า ยังไงก็ต้องทำได้แน่
แล้วฉันกับเพกาซัสก็เห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้า
สิ่งที่อยู่ตรงนั้นก็คือ...

"...เรื่องแบบนี้ ...เรื่องแบบนี้มัน ...เป็นไปไม่ได้ แบบนี้มันแปลกไปแล้วไม่ใช่เหรอ!"

ความสิ้นหวัง
ถนนยาวสองกิโลที่เพียงแค่ตรงยาวไป
ข้างในสุดมีโกเลมมิธริล แล้วก็แท่งเหล็กแห่งฝันร้ายเหมือนเมื่อกี้
เป็นแบบเดียวกับห้องที่พึ่งผ่านมาได้

ทั้งที่ข้ามศพของพวกเพื่อนพ้องเพื่อมาถึงที่นี่
ทั้งที่เชื่อว่าสิ่งที่อยู่หลังจากความสิ้นหวังก็คือความหวังแท้ๆ
แต่ความจริงแล้วหลังจากความสิ้นหวังก็มีแต่ความสิ้นหวังเท่านั้น
น้ำตาไหลอาบแก้ม ได้แต่หัวเราะแห้งๆออกมา
ฉันไม่เหลือเพื่อนพ้องอีกแล้ว แล้วยังจะต้องผ่านที่นี่ไปให้ได้อีก...

"ทำไมกัน นี่ฉันเสียสละทุกคนไปเพื่ออะไรกัน!"

เสียงตะโกนของฉันไม่ได้ส่งไปที่ไหนเลย
แท่งเหล็กที่โกเลมมิธรืลถือก็มีเปลวไฟออกมา

พริบตาถัดไป เพกาซัสก็กลายเป็นซาก
ฉันน้ำตาไหลออกมาพร้อมกับเสียงของจิตใจตัวเองที่แตกเป็นเสี่ยงๆ

 




NEKOPOST.NET