[นิยายแปล] การสร้างเมืองของท่านจอมมาร ตอนที่ 21 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] การสร้างเมืองของท่านจอมมาร

Ch.21 - ตอนที่20 โกเลมมิธริล


เวลาสำหรับสร้างดันเจี้ยนก็จบลงแล้ว
แล้วสติผมก็หายไป

ผู้สร้างเรียกออกไปนั่นเอง
เป็นมิติสีขาวอีกแห่ง ข้างหลังผมก็เป็นดันเจี้ยนทรงถ้ำที่ผมสร้างมา

แล้วก็ที่อยู่ตรงหน้าคือสาวน้อยท่าทางเอาแต่ใจผมสีเขียว จอมมารแห่ง[สายลม]สโตรัส ข้างหลังของเธอมีอสูรอยู่นับไม่ถ้วน อสูรสำหรับป้องกันน่ะก็อยู่ภายในดันเจี้ยน ดังนั้นอสูรที่อยู่ตรงนี้ทั้งหมดก็เพื่อสำหรับบุกดันเจี้ยนของผม

ผมเองก็เหมือนกัน จิ้งจอกสวรรค์กับเอลเดอร์ ดวาร์ฟ ไวต์ กองทัพสเกลตัน แล้วก็ กริฟฟอน กำลังรบทั้งหมดนอกจากโกเลมมารวมทั้งหมด

แต่ว่า อสูรของสโตรัสนี่ดูยังไงก็มากเกินไป มากกว่า100ตนได้ เท่าที่เกิดมาพร้อมกันกับผมแล้วถ้ามีขีดจำกัดในการสร้างนี่ก็คงจะเป็นขีดจำกัดแล้วล่ะ นี่จะใช้อสูรทั้งหมดที่มีมาบุกเลยเหรอเนี่ย? ไม่สิ ไม่ใช่แบบนั้นหรอก มันต้องมีอะไรอยู่แน่ 

ข้างหลังของสโตรัสก็เป็นดันเจี้ยนรูปแบบถ้ำแบบเดียวกับของผม
แต่ว่าเมื่อเทียบกับถ้ำโทรมๆของผม ถ้ำของเธอดูเหมือนจะเลือกแบบที่ดูดีที่สุดเท่าที่จะจ่ายได้ ทำให้เห็นบุคลิกที่ขี้อวดออกมาเลย

"ทำได้ดีนี่คะ ที่ยังไม่หนีไป เรื่องต้องขอชมเลยล่ะค่ะ"
"ก็เป็นโอกาสที่จะได้เหรียญออริจินัลมานี่น่า คงจะปล่อยผ่านไปไม่ได้หรอกนะ"

พอผมยั่วเบาๆ เส้นเลือดของสโตรัสก็ปูดออกมา
อยากจะให้เดือดเท่าที่จะเป็นไปได้เลย
ยิ่งอีกฝ่ายเดือดยิ่งขึ้นเท่าไหร่ โอกาสชนะก็มากขึ้นเท่านั้น

บนท้องฟ้าของมิติสีขาวก็มีหน้าจอขนาดใหญ่โผล่ขึ้นมา
ในนั้นมีเหล่าจอมมารที่กำลังตื่นเต้นแสดงอยู่ ฝั่งนู้นก็คงจะมองเห็นฝั่งนี้ด้วยสินะ

เท่าที่เห็นสโตรัสเธอกำลังตื่นเต้นอยู่ ก็ไม่แปลก สำหรับเธอแล้วชัยชนะมันก็เป็นเรื่องที่แน่นอน โดยเฉพาะจอมมารปลายแถวแบบผม การที่จะโดนขยี้ก็เป็นเรื่องปกติล่ะนะ

"...[สงคราม]นี้ ดูเหมือนจะมีเวลาจำกัดสองชั่วโมงสินะ แต่ว่าไม่จำเป็นหรอกนะยะ จะฆ่ารวดเดียวให้ดูเลยย่ะ"
"ถ้าทำได้ก็ดีนะ เอาเถอะ ผมจะค่อยๆบุกช้าๆละกัน ก็ยังไง ดันเจี้ยนของผมน่ะ สโตรัสคงจะบุกเข้าไปไม่ได้หรอก"

ถ้าพูดถึงขนาดนี้ สโตรัสจะไม่บุกด้วยกำลังตั้งแต่แรกเลยไม่ได้
จะไม่รีบไม่ได้ ความคิดแบบนั้นมีแต่จะทำให้ตัวเลือกแคบลงเท่านั้น

[เอาล่ะ ตั้งแต่นี้ไป สิ่งที่น่าจับตาของ[งานราตรี]วันนี้ [สงคราม]ระหว่างจอมมารแห่ง[การสร้าง]โพลเคล และจอมมารแห่ง[สายลม]สโตรัส แลกด้วยเส้นบางๆที่ผูกไว้กับความภาคภูมิใจและเหรียญของเจ้าตัว อย่าได้พลาดสายตาไปจาการต่อสู้ของราชสีห์หนุ่มสาวเหล่านี้เชียวล่ะ]

เสียงของผู้สร้างดังขึ้นมา
แล้วก็

[ก่อนจะเริ่มมาดูอะไรสนุกๆกันเถอะ ถึงครั้งนี้ก็ยังเป็นการพนันเหมือนทุกรอบก็เถอะ เรตของรอบนี้ก็คือ [การสร้าง]อยู่ที่เรต1.3เท่า [สายลม]อยู่ที่เรต3เท่า ดูเหมือนจะว่ากันว่า[การสร้าง]จะเหนือกว่าหลายขุมเลย แล้ว[สายลม]จะทำลายข่าวลือนั่นได้ไหมกันนะ?]

บนหน้าจอมีจำนวนDPที่เหล่าจอมมารลงพนันกับเรตราคาแสดงอยู่ด้วยกัน
ดูท่าผมจะอยู่เหนือกว่า

ก็นะ ไม่น่าแปลกอะไร พวกจอมมารที่เห็นพลังที่แท้จริงของผม ก็ต้องรู้เรื่องที่ผมมีอสูรระดับSคอยรับใช้อยู่ แล้วก็พวกที่แข็งแกร่งเหล่านั้นก็ต้องมีDPเก็บไว้สำหรับพนันสูงมากอยู่แล้ว
ถึงพลังรบที่เห็นจะมีเพียงเท่านี้ แต่ก็คงจะอ่านออกว่าผมที่สร้างอสูรระดับSได้ต้องมีอะไรอยู่แน่

เพราะอย่างนั้นแล้วที่ผมจะมีเงินพนันสูงกว่าก็ถือว่าเข้าใจได้
แต่ว่า สำหรับสโตรัสที่ไม่เข้าใจเรื่องนั้นก็ได้แต่ช็อกไป

"ย อย่ามาบ้าน่า ฉันคนนี้ ถูกมองว่าด้อยกว่าผู้ชายคนนี้งั้นเหรอ!? จะแสดงพลังของฉันให้เห็นเอง! ฉันคือจอมมารผู้ยิ่งใหญ่ในอนาคตนะยะ!"

มาถึงขนาดนี้แล้วก็น่าสงสาร
สโตรัสลืมอัตตาของตัวเองโดยสมบูรณ์

[เอาล่ะ [สงคราม]จะเริ่มแล้ว กฎก็ง่ายๆ เวลาจำกัดทั้งหมดสองชั่วโมง ฝ่ายที่ทำลายคริสตัลอีกฝ่ายหรือจัดการจอมมารฝ่ายตรงข้ามได้ก็จะชนะ ถึงจะใช้มิติสีขาวนี้ในการบุกเข้าดันเจี้ยนอีกฝ่าย แต่การต่อสู้และขัดขวางภายในห้องสีขาวนี้ถือเป็นข้อห้าม เอาล่ะ เตรียมตัวกันพร้อมหรือยังล่ะ?]

ผมกับสโตรัสผงกหน้า
เป็นกฎที่สมเหตุสมผล ถ้าสามารถป่วนได้ตั้งแต่ที่นี่กลยุทธที่ทำให้เข้าดันเจี้ยนไม่ได้ก็คงจะให้ผลที่ดีเกินไปล่ะนะ

[เอาล่ะ [สงคราม]เริ่มได้!]



(คนแปล)ไม่อยากแทรกกลางเรื่อง แต่ผมทนไม่ได้จริง สีผมสีนี้มันผมสีเขียวตรงไหนกันนนนนนน


~มุมมองของจอมมารแห่ง[สายลม]สโตรัส~

ฉันกัดฟันกรามแน่น อดทนกับความรู้สึกเสียใจ
ช็อกกับเรตพนันสุดๆเลย

ฉันมีค่าต่ำกว่าผู้ชายคนนั้นเหรอ? ฉันคนนี้ผู้มีธาตุองค์ประกอบทั้งสี่ ผู้ที่ถูกเลือกเนี่ยนะ? เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้

ฉันเข้าไปในดันเจี้ยนแล้ว[วาร์ป]ไปยังห้องคริสตัลที่อยู่ลึกสุดในดันเจี้ยน
ด้วยอำนาจของจอมมาร ถ้าอยู่ภายในดันเจี้ยนของตัวเองแล้วล่ะก็จะไปที่ห้องไหนก็ได้ตามใจชอบ ถ้าเกิดจอมมารถูกจัดการก็จบ ฉะนั้นการอยู่ในที่ๆปลอดภัยที่สุดก็ถือเป็นกลยุทธหนึ่ง

แล้วก็ฉันน่ะไม่มีความจำเป็นต้องออกไปดูด้วยตัวเองเลย
ก็เพราะว่าสกิลพิเศษของฉันน่ะแข็งแกร่งที่สุด
มันคือ[สายลม] การใช้สายลมพัดเป่าน่ะเรื่องปกติอยู่แล้ว การสร้างคมดาบสายลม ทั้งยังบินได้อย่างคล่องแคล่ว และยิ่งกว่านั้นคือใช้[กระจาย]ได้

ถ้าจะให้พูดก็คือการก็อปปี้อสูรขึ้นมาชั่วคราว
ครั้งหนึ่งใช้ได้กับอสูรร้อยตัว จะแยกออกแล้วระดับก็ลดลงไปหนึ่งระดับ แต่ว่าใช้ได้เพียงวันละครั้งเท่านั้น อสูรที่ออกมาก็จะหายไปในหนึ่งชั่วโมง
ตอนนี้ก็ได้ใช้พลังนั้นเรียบร้อยแล้ว อสูรทั้งหมดที่สร้างด้วย[กระจาย]ได้อยู่ข้างนอกแล้วเพื่อที่จะบุกดันเจี้ยนของอีกฝ่าย

"ไม่มีทางแพ้หรอก"

ใช่แล้ว ไม่มีทางแพ้
ตั้งแต่ที่ฉันเกิดมาถึงตอนนี้ ทั้งฆ่าอสูรเพื่อเก็บDP สร้างอสูรออกมาตลอดๆ จำนวนนั้นมีทั้งหมดประมาณ98ตน เป็นกองทัพที่แม้จะเป็นตนที่ระดับต่ำสุดก็เป็นอสูรระดับD
ไม่เหมือนกับเจ้าผู้ชายที่มีแต่กองทัพอ่อนด้อยที่ต้องใช้สเกลตันนั่นหรอก
ทั้งที่เพียงแค่จำนวนและคุณภาพของกองทัพอสูรก็จัดการศัตรูได้ย่อยยับแล้ว แต่จำนวนของอสูรก็เพิ่มเป็นสองเท่าด้วย[กระจาย]

ฉันได้วางอสูรของตัวทั้งหมดไว้ในที่ของตัวเอง แล้วอสูรที่เกิดจาก[กระจาย]ทั้งหมดก็ใช้ในการบุก
ไม่สิ อสูรที่ไม่ใช่[กระจาย]ก็ออกไปบุกครึ่งหนึ่งด้วยดีกว่า ถ้าทำอย่างนี้ก็จะเร็วกว่าที่คิดและสามารถบุกได้ด้วยกำลังอันเหนือชั้น
ฉันให้อสูรที่เหลือครึ่งหนึ่งอยู่ในที่ตัวเองออกไปข้างนอกเพื่อบุกดันเจี้ยนอีกฝ่ายด้วย

เอาล่ะไปบดขยี้กันเถอะ
ฉันใช้สกิลของ[สายลม] โดยที่ทิ้งร่างจริงไว้ที่นี่ แล้วสร้างร่างวิญญาณออกไปสอดส่องแทน
ฉันออกมายังห้องสีขาวที่มีทางเข้าดันเจี้ยนทั้งสองอยู่

เจ้าผู้ชายคนนั้นได้แต่ยืนอยู่เฉยๆ ไม่ทำอะไรทั้งปกป้องดันเจี้ยนตัวเองหรือบุกดันเจี้ยนของฉัน
...อะไรน่ะ น่าสมเพชจริงๆ จะยืนตรงนั้นไปตลอดชีวิตเลยก็ได้นะ

ตัวแทนของฉันถ้าไม่ใช่อสูรที่สัมผัสวิญญาณได้แล้วก็ไม่มีทางเห็นได้
หรือก็คือผู้ชายคนนั้นจะไม่มีทางรู้สึกถึงฉันได้
ถึงจะรู้สึกว่าหูของเด็กสาวจิ้งจอกนั่นจะขยับไปมา แล้วก็มาทางนี้ก็เถอะ แต่ก็คงคิดไปเอง

ถึงอย่างนั้น ทั้งอสูรลูกน้องทั้งตัวเองก็ไม่ทำอะไรเลย ได้แต่มองดูสภาพของพวกเรา คิดจะทำอะไรกันน่ะ?

"โรเซริตเต้ เริ่มกันเถอะ"

ฉันเริ่มออกคำสั่งหนึ่งใน[อสูรแห่งคำมั่นสัญญา]
เป็นอสูรรูปร่างเทพธิดา ไพ่ใบหลักที่แข็งแกร่งที่สุดที่ฉันใช้[ศักดิ์สิทธิ์]ที่ได้จากท่านแอสทารอธกับ[สายลม]ของฉันสร้างขึ้นมา ราเซกริฟ

ไม่ใช่แค่สเตตัสที่ยอดเยี่ยม ถึงอสูรระดับAส่วนมากจะมีพลังพิเศษที่แข็งแกร่งอยู่แล้วก็เถอะ แต่เด็กคนนี้น่ะพิเศษยิ่งกว่านั้น
เธอมีสกิลที่จะเสริมความแข็งแกร่งให้ทั้งกองทัพได้
เพราะฉะนั้นอสูรของผู้ชายคนนั้นล่ะก็พริบตาเดียวก็ขยี้ได้แล้ว

อสูรรูปร่างเทพธิดาราเซกริฟที่ชื่อว่าโรเซริตเต้ ทำหน้าที่คอยสั่งอสูรให้โจมตีอยู่ในห้องสีขาว

ที่แห่งนี้มีอสูรอยู่ราวๆ98ตน หน่วยสนับสนุนที่จะมาอีกก็ราว50ตน ส่วนใหญ่แล้วก็เป็นระดับCกับD และก็มีบางตัวบ้างที่เป็นระดับB

ตัวก็อปปี้จาก[กระจาย]ที่ระดับลดไปหนึ่งระดับ ก็ให้ใช้สกิลเสริมความแข็งแกร่งทั้งทัพของโรเซริตเต้ [สงครามครูเสด]ในการชดเชยพลังในส่วนที่หายไปได้

ทางเข้าดันเจี้ยนของผู้ชายคนนั้นแคบ
อสูรเข้าไปได้แค่ครั้งละสิบตนเท่านั้น
พวกอสูรที่รวมกลุ่มเรียบร้อยแล้วก็ให้เข้าไปในดันเจี้ยน

ภายในดันเจี้ยนนั้นเป็นอีกมิติหนึ่ง เพราะฉะนั้นจากตรงนี้จะไม่เห็นและไม่ได้ยินอะไรเลย
แต่ว่า โรเซริตเต้นั้นสามารถติดต่อกับอสูรทุกตนด้วยเทเลพาธีได้ เธอเป็นอสูรที่ถนัดเรื่องการจัดการกองทัพ

"แปลกจังเลยนะ"
"ใช่ค่ะ ทั้งที่น่าจะติดต่อมาได้แล้วแท้ๆ"

ฉันกับโรเซริตเต้เอียงคอสงสัย ไม่สามารถติดต่อกับอสูรที่เข้าไปในดันเจี้ยนได้
ถ้าเข้าไปแล้วไม่มีปัญหาก็จะต้องออกมาให้เรียกหน่วยต่อไปเข้าไปต่อได้ แม้จะมีโอกาสน้อยนิดแต่ถ้ามีศัตรูที่แข็งแกร่งอยู่ล่ะก็ ให้เรียกกำลังเสริมได้ ไม่ว่าจะยังไงก็ต้องส่งการติดต่อกลับมา
ทั้งๆที่เป็นแบบนั้น แต่ก็ไม่ติดต่อกลับมา

"โรเซริตเต้ อสูรข้างในเป็นอย่างไรบ้าง?"
"ไม่ว่าทางนี้เรียกเท่าไหร่ก็ไม่กลับมาเลยค่ะ"
"หรือว่า จะโดนฆ่าเหรอ?"

ไม่มีทาง หน่วยที่หนึ่งมีระดับCอยู่เต็มไปหมดนะ
ถึงจะถูกลดระดับลงด้วย[กระจาย]ก็เถอะ แต่ก็มีผลจาก[สงครามครูเสด]ที่ทำให้มีพลังสูงมากกว่าระดับDขึ้นไป การที่จะหายไปในเวลาไม่กี่วินี่มัน

"เพื่อให้แน่ใจ ส่งหน่วยที่สองเข้าไปเถอะ"

โรเซริตเต้ตอบรับคำสั่ง
แล้วหน่วยที่สองก็เข้าไป
พอหน่วยที่สองเข้าไปในดันเจี้ยนไปได้สักสิบวินาที ก็ไม่สามารถติดต่อกับอสูรข้างในได้
ถึงโรเซริตเต้จะเทเลพาธีไปหายังไงก็ไม่ตอบกลับมา

"ถ้าอย่างนั้น ฉันจะไปเองละกันค่ะ"
"ท่านสโตรัส จะออกไปด้วยตัวเองเนี่ยนะคะ"
"ก็เพื่อทำให้รู้ได้แน่ชัดไงล่ะ"

ร่างวิญญาณที่ใช้[สายลม]สร้างขึ้นมา เรื่องที่จะโดนทำลายน่ะเป็นไปไม่ได้ แต่ถึงจะโดนทำลายไปก็ไม่มีปัญหา
เรื่องที่ต้องทำให้แน่ใจก็คือการสำรวจข้อมูลข้างในนั้นไงล่ะ



ฉันเข้าไปข้างในดันเจี้ยน

"ฮะ นี่มันอะไร บ้าไปแล้วเหรอ?"

ข้างในเป็นห้องหิน
ความกว้างประมาณ4m แต่ว่ายาวประมาณ2kmได้ แต่ว่าเป็นถนนทางตรงยาวไปอย่างเดียว
ถ้าเป็นแบบนี้แค่วิ่งผ่านก็บุกได้แล้วนี่นา
ไม่เห็นเข้าใจเลย แต่มันน่าจะมีหักมุมบ้างสิ
การที่เป็นแค่เพียงเพดานสามเมตรทำให้รู้สึกน่ารำคาญ ทำให้อสูรที่สามารถบินบนท้องฟ้าได้ขยับได้ลำบาก
พอมองไปรอบๆ

"อี๊!?"

ที่อยู่ตรงนั้นคือซากศพของอสูรของฉัน
แถมดูรูปร่างไม่ออกเลย เป็นซากเละตุ้มเป๊ะ
นี้มัน โดนทำอะไรน่ะ ถึงได้กลายเป็นซากที่โหดร้ายขนาดนี้?

แล้วซากศพก็กลายเป็นประกายแสงสีฟ้าหายไป
เท่าที่เห็นก็มั่นใจได้อย่างหนึ่ง
อสูรที่เข้ามาที่นี่ ถูกฆ่าโดยทันทีด้วยวิธีอะไรสักอย่าง

ถ้าอย่างนั้น ทำได้ยังไงกัน?
พอมองไปมาก็พบว่าข้างในสุดมีมิธริลโกเลมสองตนยืนอยู่ แล้วก็ถือแท่งเหล็กอะไรสักอย่างไว้

โกเลมมิธริลถ้าคิดแบบอสูรทั่วไปแล้วก็มีพลังพอๆกับอสูรระดับB
แต่ว่ามันก็มีแค่พลังทำลายกับพลังป้องกัน การตอบสนองก็ช้า ดังนั้นแล้วก็ไม่ต่างจากตุ๊กตาแท่งไม้ ไม่ได้เป็นภัยคุกคามอะไร
ถ้าอย่างนั้นแล้วเกิดอะไรกับอสูรของฉันกัน

"โรเซริตเต้ ส่งอสูรมาอีกหน่วยหนึ่งที"

ถึงจะยืนอยู่อย่างนี้ก็ไม่เข้าใจอะไร
ได้แต่ต้องทดลองเท่านั้น
โกเลมที่มองวิญญาณไม่ได้ก็ไม่สามารถเห็นฉันได้ แต่ว่าถ้ามีศัตรูเข้ามาก็อาจจะขยับอะไรบ้างก็ได้

โรเซริตเต้ก็ส่งอสูรเข้ามา
หน่วยผสมระหว่างเอลฟ์เทียมกับเรซเซอร์กริฟฟอน เข้ามาในดันเจี้ยนประมาณสิบตน

ทันใดนั้น...
ลมแรงพัดผ่านไป
ข้างๆใบหน้าของฉันมีอะไรที่เร็วสุดๆพุ่งผ่านไป

แล้วข้างหลังก็เกิดการระเบิด ทั้งเอลฟ์เทียม ทั้งเรซเซอร์กริฟฟอนทั้งหมดแตกกระจายกลายเป็นเศษชิ้นเนื้อ
หลังจากนั้นก็ได้ยินเสียงระเบิดมาจำนวนมาก
อะไร อะไรกัน นี่น่ะ

"นี่มันอะไรกันนนนนน เจ้านี่น่ะะะะะะะะะ!?"

ฉันตะโกนออกมาโดยไม่รู้ตัว
พอมองไปข้างหน้า ข้างในสุดก็มีโกเลมมิธริลที่ถือแท่งเหล็กที่มีควันออกมา
ใช้นั่นโจมตีมาสินะ
การโจมตีราวกับฝันร้าย ที่ทิ้งเสียงไว้เบื้องหลัง

นอกจากนั้นยังเป็นระยะทางกว่า2km
หรือก็คือ ภายในห้องนี้นั้นอยู่ในระยะยิงของการโจมตีนี้ ไม่มีทางที่จะหนีไปไหน
อย่ามาล้อเล่นน่า ในอสูรทั้งหมดของฉันการโจมตีที่ไกลที่สุดก็แค่200เมตรเองนะ
ทั้งอย่างนั้น ยิงได้ในระยะสองกิโลเนี่ยนะ? แถมยังมีพลังทำลายขนาดที่ทำให้อสูรของฉันเป็นซากได้ในพริบตา ด้วยความเร็วขนาดไม่อาจจะตอบสนองเสียงที่มาทันเลยเหรอ?

เรื่องแบบนี้ เรื่องแบบนี้เป็นไปไม่ได้

"ไม่ได้สิ ต้องใจเย็นเข้าไว้ ฉันคือจอมมารผู้ยิ่งใหญ่ในอนาคตนะ"

เป็นไปแล้ว เพราะมันเป็นถึงกลายเป็นแบบนี้
ยอมรับสิ ยอมรับได้แล้วก็ต้องบุกให้ได้ บางทีนี่อาจจะเป็นสกิลพิเศษของผู้ชายคนนั้น ที่สามารถเพิ่มพลังโจมตีอันน่ากลัวในระยะทางขนาดนี้ให้พวกโกเลมธรรมดาได้
ถ้าอย่างนั้น สิ่งที่ต้องทำต่อไปก็ง่ายๆ

พลังโจมตีมหาศาล เวทระยะไกลสุดๆ ไม่มีทางใช้ได้ง่ายๆแน่
ถึงจะเป็นสกิลพิเศษของจอมมาร แต่ก็ต้องมีขีดจำกัดอยู่
พลังขนาดนี้คงจะใช้ต่อเนื่องไม่ได้แน่ ยังไงก็ต้องมีขีดจำกัดอยู่แน่ พลังเวทเองก็ต้องลดฮวบๆ
ไม่ว่าจะคิดในแง่ร้ายยังไงมันก็ควรจะยิงได้อีกแค่สองครั้งเท่านั้น ถ้าเพิ่มจำนวนเข้าไปยังไงก็ต้องฝ่าเข้าไปได้แน่
เอาล่ะ ถึงกำหนดการณ์จะปั่นป่วนไปหน่อย แต่เดี๋ยวก็จะบุกเข้าไปแล้ว
ฉันเริ่มสั่งแผนการรบขั้นต่อไปให้กับโรเซริตเต้

 




NEKOPOST.NET