[นิยายแปล] การสร้างเมืองของท่านจอมมาร ตอนที่ 2 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] การสร้างเมืองของท่านจอมมาร

Ch.2 - ตอนที่1 งานของจอมมาร


 “ยังไม่เข้าใจอีกเหรอ เอาเถอะ อยู่ๆก็ถูกบอกว่าเป็นจอมมารก็เลยไม่เข้าใจสินะ ช่วยไม่ได้ เดี๋ยวจะอธิบายให้ฟังว่าสิ่งที่เรียกว่าจอมมารน่ะมันคืออะไรกันแน่”

จอมมารแห่ง[สัตว์ป่า]มัลโคเชียส ยิ้มเจื่อนๆแล้วหันหลังออกไป ผมจึงเดินตามมัลโก้ออกไป 
ถึงแม้ว่าพอมองแล้ว จะเป็นเพียงสาวงามผมสีเงินแท้ๆ (ที่มีหูกับหางหมาป่า) แต่เธอกลับมีอะไรบางอย่างที่ทำให้เชื่อว่าเป็นจอมมารจริงๆอยู่ 

ที่ๆเธอพาไปก็คือห้องแคบๆห้องหนึ่ง 
พอมองออกไปที่กระจกที่วางอยู่บนกำแพง ก็มีเด็กหนุ่มอายุสิบปลายๆอยู่ หรือว่านั่นคือผมเหรอ? 
รู้สึกแปลกๆจริงๆ
และก็ที่ใจกลางห้องก็มีแท่นสีขาวที่วางลูกบอลคริสตัลอยู่ 

พอยื่นมือไปจะจับคริสตัล ก็โดนมัลโก้หยุดเอาไว้ก่อน


"อยากให้ไม่จับมันดีกว่านะ คริสตัลนั้นก็เหมือนกับชีวิตของฉัน ถ้ามันแตกล่ะก็ พลังในฐานะจอมมารของฉันทั้งหมดก็จะหายไปน่ะ
"จะตายเหรอ?"
"เปล่า ก็ไม่ขนาดนั้นหรอกนะ ก็แค่ไม่สามารถสร้างอสูรได้ อสูรที่สร้างมาถึงตอนนี้ทั้งหมดและดันเจี้ยนก็จะหายไปด้วย รวมถึงสกิลพิเศษด้วย ถึงจะมีชีวิตอยู่ แต่สำหรับจอมมารแล้วก็ไม่ต่างจากตายล่ะนะ"

พอได้ฟังแล้วก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาหน่อย
แต่ขณะเดียวกันก็รู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาด้วย
ถ้าเกิดว่า ที่เธอพูดเป็นความจริงล่ะก็ ถ้าผมเป็นจอมมาร ก็ต้องมีคริสตัลของผมอยู่สิ

ทั้งที่ไม่รู้ว่ามีคริสตัลจริงๆหรือเปล่าแท้ๆ แต่ว่าถ้าเกิดแตกก็จะต้องเสียพลังของจอมมารไป พอรู้ก็สงบใจไว้ไม่ได้เลย

"เห แค่ได้ยินคำเดียวก็กังวลแล้ว นายนี่ก็หัวไวดีนะ แต่ว่าไม่ต้องเป็นห่วงหรอก คริสตัลจะโผล่ออกมาก็ต่อเมื่อสร้างดันเจี้ยนแล้ว พูดในทางกลับกัน นายที่ยังไม่ได้สร้างดันเจี้ยนก็ไม่มีหรอกนะ.... [เราจักร้อยเรียง]"


หนังสือที่ทำจากหนังเล่มหนึ่งก็ปรากฏขึ้นบนมือของเธอ
แล้วมัลโก้ก็เปิดหนังสือเล่มนั้นออก

"คิดว่าก็คงจะสงสัยอยู่สินะ ที่ๆพวกเราอยู่ตอนนี้คือห้องลึกสุดในดันเจี้ยนของฉันเอง ถ้ามองจากข้างนอกก็คงประมาณนั้นล่ะนะ"

พอเธอพุดแบบนั้นแล้ว ก็มีโฮโลแกรมปรากฏขึ้นมาเหนือคริสตัล
ถึงจะงดงามแต่ก็เป็นปราสาทที่มีบรรยากาศน่ากลัวๆอยู่ 

"ถึงจะบอกว่าดันเจี้ยน แต่รูปลักษณ์ภายนอกก็ตามจอมมารแต่ละตนล่ะนะ ทั้งถ้ำแบบพื้นฐาน หรือปราสาทแบบของฉัน หรือจะเป็นแบบป่าก็ได้ทั้งนั้น ถ้านายออกไปอยู่ตัวคนเดียวแล้วจะสร้างดันเจี้ยนล่ะก็ตัดสินใจว่าจะสร้างดันเจี้ยนแบบไหนตั้งแต่ตอนนี้ก็ดีนะ"
"พูดเรื่องอะไรไม่เห็นเข้าใจเลย ออกไปอยู่คนเดียวอะไรกัน?"
"อืม ยังไม่ได้พูดสินะ จอมมารที่พึ่งเกิดมาน่ะ จะต้องอยู่กับจอมมารรุ่นพี่หนึ่งปีเพื่อศึกษาการเป็นจอมมาร หลังจากนั้นก็ออกไปสร้างดันเจี้ยนของตัวเองคนเดียว หรือก็คือภายในหนึ่งปีนี้ฉันจะเป็นผู้คุ้มครองให้นายเอง เพราะฉะนั้นฉันเลยจะสอนให้อย่างดียังไงล่ะ"

อยู่ๆหมาป่าสีฟ้าก็พูดแบบแหย่ๆออกมา


"เอาล่ะ งั้นมาลองฝึกสร้างดันเจี้ยนกัน ลองพูดตามสิ[เราจักร้อยเรียง]"
"อืม เอ [เราจักร้อยเรียง]"

บนมือของผมก็มีหนังสือโผล่ออกมา
แล้วมันก็เปิดขึ้นมาเอง
จนมาถึงหน้าที่เขียนถึงการสร้างดันเจี้ยน

"จากรายการที่อยู่ในนั้น ลองเลือกของที่ชอบๆมารวมๆกันดูสิ เริ่มจากรูปลักษณ์ภายนอก รูปร่างที่เห็นได้จากข้างนอก ส่วนนั้นก็ตกแต่งตามต้องการเลยก็ดี ส่วนข้างในนั้นมิติจะบิดเบี้ยวอยู่แล้ว ที่จริงแล้ว ดันเจี้ยนของฉันเองเมื่อเทียบจากข้างบอกแล้วก็กว้างสุดๆเลยล่ะ ชั้นที่น่ากลัวๆก็มีนะ"

ผมก็ทำการเปิดหน้ากระดาษไปเรื่อยๆ
เป็นไปอย่างที่เธอพูด มีดันเจี้ยนอยู่หลายๆแบบ ทุกๆหน้าจะมีสิ่งที่เรียกว่า DP เขียนอยู่

"DP เนี่ยคืออะไรเหรอ"
"ดันเจี้ยนพ๊อยต์ เป็นสิ่งที่จอมมารอย่างพวกเราจำเป็นต้องสะสมไว้ ถ้าใช้มันแลกล่ะก็จะได้ของที่เขียนไว้ ปกติแล้วยิ่งภายนอกละเอียดเท่าไหร่ก็ยิ่งแพงเท่านั้น ถึงประสิทธิภาพจะไม่ต่างกันก็เถอะ แต่ว่าภายในดันเจี้ยนนั้นราคาจะขึ้นอยู่กับคุณภาพโดยตรงล่ะ"
"ข้างในเหรอ?"
"มองไปทางนั้นจะเข้าใจง่ายกว่าล่ะมั้งนะ?"

พอพูดอย่างนั้น โฮโลแกรมหน้าคริสตัลก็เปลี่ยนภาพไป

"ดันเจี้ยนของฉันจะเป็นแบบชั้นๆ ประเภทที่ขึ้นไปเรื่อยๆน่ะ ในหนึ่งชั้นจะแบ่งออกเป็นสามห้อง ห้องหนึ่งๆก็ต้องซื้อเอา สำหรับดันเจี้ยนของฉันชั้นหนึ่งจะเป็นทางเดินหินถูกๆล่ะนะ"

อย่างที่เธอพูด เป็นแค่ทางเดินที่มีแต่หินเท่านั้น

"พอมาชั้นบนๆ ก็ทำการซื้อห้องแพงๆที่ติดตั้งกับดักไว้ ชั้นแรกๆก็ทำแบบง่ายๆล่ะนะ"

พอมองไปที่โฮโลแกรม ก็มีมนุษย์ผู้ชายกำลังต่อสู้อยู่กับโคโบลท์
โคโบลท์ก็คืออสูรสุนัขที่เดินสองขาได้
เมื่อเทียบกับหมาป่าสีฟ้าที่ผมสู้.... ก็เหมือนกับลูกสุนัขล่ะนะ

มนุษย์คนนั้นก็ชนะโคโบลท์ลง และก็ทำท่าแสดงชัยชนะออกมา
พอมองไปอีก มนุษย์ก็ทำการเก็บกล่องสมบัติด้วยหน้าตาที่เต็มไปด้วยความต้องการ 

"ไม่ใช้หมาป่าสีฟ้าแบบที่สู้กับผมเมื่อกี้เหรอ? กับคนที่สู้กับโคโบลท์ยังลำบากแบบนั้นก็ฆ่าได้แน่ๆ"

ไม่เห็นเข้าใจเลย
ถ้าคิดจะต่อต้านผู้บุกรุกล่ะก็ ก็ควรจะปล่อยอสูรที่แข็งแกร่งไว้ตั้งแต่ชั้นแรกไม่ใช่เหรอ

"ทำแบบนั้นไม่ได้หรอก DPน่ะ เป็นพลังชีวิตของมนุษย์ ความรู้สึกที่รุนแรง ความกลัว ความสิ้นหวัง ความต้องการก็จะยิ่งอร่อย ยิ่งดันเจี้ยนนี้มีมนุษย์มารวมกันเท่าไหร่ DPก็ยิ่งได้มากเท่านั้น ยิ่งตอนฆ่าก็ยิ่งได้เยอะ ถึงจะได้DPก็เถอะ แต่ถ้าปล่อยอสูรที่แข็งแกร่งไปตั้งแต่แรก มนุษย์ก็จะไม่เข้ามา ปกติก็เลยต้องปล่อยอสูรที่ฆ่าง่ายๆล่ะนะ"
"กล่องสมบัติเมื่อกี้ก็เป็นของสำหรับล่อมนุษย์เหรอ?"
"ปิ๊งป่อง ถูกต้องตามนั้น หรือก็คือทำให้มนุษย์อยากมาที่นี่มากขึ้น สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์น่ะยิ่งกำจัดอสูรก็จะยิ่งเพิ่มเลเวลและแข็งแกร่งยิ่งขึ้น แข็งแกร่งขึ้น พอได้สมบัติก็กลับไปอย่างพึงพอใจ ในทางตรงกันข้ามจอมมารก็จะได้DP แต่ถึงอย่างนั้นอีกก็เถอะ ยิ่งอสูรแข็งแกร่งเท่าไหร่ก็ยิ่งได้ประสบการณ์เยอะขึ้น บนชั้นสูงๆก็เลยต้องปล่อยอสูรที่แข็งแกร่งเอาไว้ ทางนี้เองยิ่งมนุษย์แข็งแกร่งเท่าไหร่ก็ยิ่งได้DPเท่านั้น จากชั้นแรกๆสู่ชั้นลึกๆ ก็จะเรียงลำดับอสูรที่เก่งๆไว้ มนุษย์ที่อ่อนแอก็จะไปเรียกมนุษย์ที่แข็งแกร่ง ก็ยิ่งเก็บDPได้มากๆเท่านั้น"

อย่างนี้นี่เอง เป็นกลไกอย่างนี้สินะ
เพราะจอมมารต้องการDP ก็เลยต้องเชื้อเชิญมนุษย์มา

"ถ้าอย่างนั้นก็วางสมบัติไว้เยอะๆ แล้วสั่งให้อสูรที่แข็งแกร่งให้แพ้สิ"
"ทำแบบนั้นไม่ได้หรอก สมบัติก็ต้องใช้DPแลกเพื่อติดตั้งเหมือนกัน อสูรเองก็ไม่ใช่แค่นั้น เพราะมีคนเข้ามาจำนวนมาก เพื่อที่จะจัดการจอมมารผู้บงการ... แล้วก็นะ มันก็มีโอกาสที่จะถูกบุกเข้ามาถึงชั้นลึกสุด ถ้าถูกฆ่าหรือถูกทำลายคริสตัลก็จะจบกัน เพื่อที่ตัดปัญหาแบบนั้น จอมมารถึงต้องซื้อห้องที่มีกับดักชั้นสูงมากๆในห้องสุดท้ายของตัวเอง และสร้างฟิลด์ที่ตัวเองจะได้เปรียบที่สุดด้วย"

ผมกลืนน้ำลายลงอึกหนึ่ง 
ได้รู้ว่างานของจอมมารช่างยากเย็น แต่ก็สนุกในคราวเดียวกัน
แต่ว่า ก็มีคำถามอยู่คำถามหนึ่ง

"ต้องกินความรู้สึกของมนุษย์สินะ? ถึงจะบอกว่าเพื่อที่จะรวมมนุษย์มาเลยต้องมีอสูรกับสมบัติเป็นของล่อ ทำไมถึงต้องทำเรื่องที่ให้ผลแย่ๆแบบนั้นด้วยล่ะ?"

พอผมพูดแบบนั้นออกไป มัลโก้ถามกลับด้วยความแปลกใจ
 
"หมายถึงเรื่องอะไรกันน่ะ?"
"เปล่าหรอก ก็ถ้ารวมคนมาใช้ชีวิตก็น่าจะเร็วกว่าไม่ใช่เหรอ เลิกที่จะทำดันเจี้ยนแล้วไปสร้างเมืองน่าจะดีกว่าแท้ๆ ถ้าอย่างนั้น ก็จะเก็บDPได้ตลอดเวลาเลยนะ"

พอผมพูดแบบนั้นออกไป มัลโก้ก็หัวเราะออกมา

"ถึงจะเป็นแบบนั้นก็เถอะ แต่ว่า ยากจังเลยนะ ยิ่งมีความรู้สึกที่รุนแรงก็ยิ่งได้DPมากเท่านั้น ทั้งการต่อสู้ที่แลกชีวิต ความต้องการในสมบัติ ของแบบนี้ก็ต้องต่อสู้ถึงจะดีไม่ใช่เหรอ"
"จริงเหรอ? ถ้ามีคนเดียวก็คงแบบนั้นล่ะนะ แต่ถ้าให้คนร้อยคนมาอยู่ ก็แทนที่กันได้ไม่ใช่เหรอไง?"

ทำไมกัน ทำไมผมถึงมีความคิดที่ไม่อยากจะฆ่าคนอยู่กัน 
จะเกี่ยวกับความทรงจำที่หายไปหรือเปล่านะ?
ทั้งที่เป็นคนที่พอถือปืนพกถึงจะสงบได้แท้ๆ ช่างขัดแย้งจริงๆ

"อาจจะเป็นแบบนั้นก็ได้ ถ้านายอยากเป็นจอมมารแบบนั้นก็ดีนี่ จอมมารทุกๆตนน่ะก็มีเส้นทางแตกต่างกัน ถ้านายอยากที่จะไปอย่างนั้นก็ไปได้เลย"
"งั้นเหรอ แต่ถึงอย่างนั้น ก่อนหน้านั้นก็คงต้องเรียนรู้ก่อน ถ้าเป็นแบบตอนนี้ก็คงไม่ต่างจากความฝันล่ะ"
"เป็นการตัดสินใจที่ดี ถ้าได้รู้เรื่องการสร้างดันเจี้ยนแล้วต่อไปก็การสร้างอสูรล่ะ หรืออีกความหมายหนึ่ง มันคือความสนุกของจอมมารยังไงล่ะ"

สร้างอสูรเหรอ
การให้กำเนิดอสูรออกมาเหรอ ความสนใจของผมก็เกิดขึ้นมาทั้งที 

 


คนแปล:พึ่งเคยเริ่มแปลนิยายแบบจริงๆจังๆ แต่พอผมอ่านจบบทเจ้าสาวในเว็บsyosetsuแล้วผมอินมาก ย้ำอีกรอบด้วยว่าอินมากๆครับ มันเป็นความรู้สึกที่อยากจะปลดปล่อยมันออกมาครับ ก็เลยอยากลองแปลบ้าง ยังไงผมก็คงจะแปลลงแค่ที่นี่ที่เดียวครับ ถ้าผิดพลาดยังไงก็ขออภัยครับ




NEKOPOST.NET