[นิยายแปล] การสร้างเมืองของท่านจอมมาร ตอนที่ 18 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] การสร้างเมืองของท่านจอมมาร

Ch.18 - ตอนที่17 [สงคราม]


ภายในตำหนักจอมมาร เป็นของประดับดับหรูหราไม่จากที่เห็นจากภายนอก
เพดานสูง เครื่องเรือนต่างๆก็เป็นของชั้นหนึ่ง
พอเข้าไปก็มีเมดออกมา

พวกเธอไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็นซัคคิวบัส
เรื่องที่ที่นี่มีซัคคิวบัสก็ทำให้รู้สึกแปลกๆอยู่
บางทีคงมีไว้สำหรับเวทเคลื่อนย้ายล่ะมั้ง

"ว้าว คุณพ่อ กระถางนั่น ดูดีสุดๆเลยอะ"
"สำหรับฉันก็มีแต่ของน่าเบื่อ มีแต่ของที่ไม่มีค่าสำหรับวิจัย"

สาวน้อยหูจิ้งจอก จิ้งจอกสวรรค์มองไปรอบๆอย่างสนอกสนใจ กลับกัน สาวน้อยอกกระดานผมสีเงิน เอลเดอร์ ดวาร์ฟกลับได้แต่หาวออกมา

ถึงจะทำท่าทีแบบนั้น แต่ทั้งคู่ก็ไม่ลืมที่จะระวังสิ่งต่างๆรอบตัวอยู่ตลอด
ดูเหมือนบทเรียนของมัลโก้จะเห็นผลแล้ว

พอเดินไปสักพัก ก็มีประตูขนาดยักษ์ที่ดูงดงามตั้งอยู่
หน้าประตูมีคนต้อนรับอยู่ พอได้ฟังคำอธิบาย และถูกซัคคิวบัสบอกมาว่าให้พาอสูรไปด้วยได้สามตน ผมก็เลยเรียกสเกลตันหนึ่งตนออกมาจาก[คลัง]

สเกลตันที่หัวดีที่สุด เอสของสเกลตันที่ผมเรียกในใจว่าคุณสุเกะ
ซัคคิวบัสก็ทำหน้าตกใจ
ก็นะ เรื่องปกติ แล้วก็ผมเองก็คิดเรื่องการเปิดตัวต่อจากนี้ไว้แล้ว

สามตนที่ว่า ตามจริงแล้วต้องเป็นอสูรที่คิดจะให้เป็น[อสูรแห่งคำมั่นสัญญา]แน่ๆ
หรือก็คือ เป็นสถานที่สำหรับแสดงพลังอันยิ่งใหญ่ที่ตัวเองเชื่อใจให้เห็น
ถ้าพาสเกลตันราคา20DPที่ใครๆก็ซื้อได้ไปล่ะก็ คงโดนหัวเราะแย่
แต่ว่า อย่างนั้นล่ะดี

"จิ้งจอกสวรรค์ เอลเดอร์ ดวาร์ฟ ช่วยอดทนกับรอบข้างหน่อยนะ ถึงจะถูกดูถูกก็ช่วยทนไว้หน่อย"

ผมขอร้องทั้งสองคน
จิ้งจอกสวรรค์ตกลงอย่างแข็งขัน เอลเดอร์ ดวาร์ฟเองก็พยักหน้าเบาๆ
แล้วเดินเข้าไปในห้อง

ภายในห้อง มีเสียงดนตรีเบาๆสบายๆ โดยมีอสูรรูปร่างมนุษย์เป็นผู้เล่น
อาหารกับเหล้าชั้นยอดเองก็มีเป็นภูเขา ไม่ว่าอันไหนก็ชวนให้น้ำลายไหล

ที่ๆอยู่ตรงนี้มีแค่เหล่าจอมมารกับเหล่าอสูรลูกน้องเท่านั้น
เท่าที่ดูรอบๆแล้ว ก็พอแยกจอมมารกับอสูรออกอยู่
จอมมารมีตั้งแต่พวกที่ดูเหมือนมนุษย์แบบผมไปจนถึง มนุษย์มังกร มนุษย์สัตว์ หลากหลายรูปแบบ

แต่ว่าสิ่งที่เหมือนกันก็คือจอมมารทุกตนจะเดินสองขาได้ มือทั้งสองก็สามารถควบคุมได้อย่างซับซ้อน หรือก็คือ มีแต่แบบที่คล้ายมนุษย์

เรื่องนี้ต้องมีความนัยอะไรแฝงอยู่
ขณะที่กำลังคิด พอผมออกเดินออกไปจอมมารทั้งหลายก็รวมสายตามาที่ผม

จอมมารหน้าใหม่ ถ้าดูจากอสูรที่พามาด้วยก็จะทำให้รู้ประเภทของจอมมารตนนั้นได้
จะไม่คิดถึงเรื่องประเภทที่พาติดตัวมาด้วยไม่ได้เด็ดขาด

"อะฮะฮะฮะฮะฮะ หมอนั่น แม่งพกสเกลตันมาด้วยว่ะ"
"อสูรตนอื่นก็เลเวลแค่ประมาณ30 ก็คงจะเป็นอสูรระดับต่ำๆล่ะนะ"
"จิ้งจอกราตรีกับดวาร์ฟ? น่าสงสารจริงๆทั้งผู้ปกครองทั้งตัวเองก็เหรียญระดับBเหรอเนี่ย แล้วยังดวงไม่ดีอีก"

จอมมารครึ่งหนึ่งมองผมแล้วระเบิดเสียงหัวเราะออกมา
จิ้งจอกราตรีกับดวาร์ฟคืออสูรระดับC พวกนั้นคิดว่าผม[ผสม]เหรียญระดับBเข้าด้วยกัน แล้วก็ดวงซวยได้อสูรระดับCสินะ
เจ้าพวกนี้ก็เป็นแค่ปลาซิวปลาสร้อย

จอมมารน่ะมีพลังที่จะดูเลเวลของอสูรอยู่ ยิ่งถ้าเลเวลสูง ก็จะสามารถดูข้อมูลอย่างอื่นนอกจากเลเวลได้ด้วย
ยิ่งอสูรที่มีระดับสูง การจะอ่านข้อมูลก็ยิ่งต้องมีเลเวลสูง

หรือก็คือ ถ้าตกกับดักที่ผมวางไว้โดยใช้สเกลตันเป็นตัวหลอกทำให้ดูพลังของจิ้งจอกสวรรค์กับเอลเดอร์ ดวาร์ฟไม่ออก ก็แค่พวกจอมมารชั้นสาม
พวกที่น่ากลัวน่ะ...

"เห น่าสนุกดีนี่"
"ทำได้ยังไงกันนะ?"
"หลังจากนี้ท่าทางจะสนุกนะเนี่ย"

พวกที่รู้ตัวตนของจิ้งจอกสวรรค์กับเอลเดอร์ ดวาร์ฟ พวกจอมมารที่ควรจะต้องระวัง
ถ้าไม่เข้าหาอย่างระวังคงจะถูกจัดการได้
พอมองไปรอบๆก็พบมัลโก้กำลังคุยกับจอมมารอื่นอยู่
มัลโก้มองมาทางนี้ด้วยสายตาเย้าหยอกแล้วกลับไปคุยต่อ โดยไม่คิดจะมาช่วย จะให้ผมพยายามด้วยพลังของตัวเองสินะ

ได้คุยกับจอมมารต่างๆในโรงเต้นรำ
พวกจอมมารปลาซิวปลาสร้อยที่มองเหยียดผม ก็มาขอแลกเหรียญออริจินัลของผมกับเหรียญเลียนแบบของตัวเอง

ดูเหมือนว่าจะคิดว่าเหรียญของผมจะมีระดับต่ำแล้วสินะ
พวกนี้เป็นพวกที่ไม่ระวังตัว และถึงจะเพียงน้อยนิดแต่ก็พอมีข้อมูลอะไรอยู่ แค่ยอมอะไรนิดหน่อย ก็เอามาข้อมูลมาให้แล้ว

ตรงกันข้ามพวกจอมมารที่มองความสามารถของจิ้งจอกสวรรค์กับเอลเดอร์ ดวาร์ฟออก ทุกคนต่างก็แสดงท่าทีสนใจผม แต่ก็อดใจไว้ แล้วไม่เข้ามาคุยกับผม
พอคิดแบบนั้น พวกงี่เง่าตัวเป้งก็มาหาผม

"นายน่ะ ทำไมถึงเอาอสูรอ่อนด้อยแบบนั้นมากันน่ะ? น่าสงสารจัง ฉันจอมมารผู้ยิ่งใหญ่ในอนาคต ท่านสโตรัสแห่ง[สายลม] ขอทำทานให้ค่ะ"

เด็กสาวผมสีเขียว
มีเสียงพูดไปทั่วว่าเธอคือ[สายลม]
ผมนึกถึงที่มัลโก้เคยพูด ธาตุองค์ประกอบทั้งสี่ เหรียญของ[แผ่นดิน][ไฟ][สายลม][น้ำ] มีเพียงแค่[สายลม]เท่านั้น ที่ไม่เคยมีจอมมารที่มีธาตุนี้ปรากฏออกมา

ธาตุองค์ประกอบทั้งสี่นั้นโดยทั่วไปแล้วจะมีพลังที่แข็งแกร่งระดับสูงมากๆอยู่ ทั้งยังอยู่ในระดับAโดยไม่ต้องสงสัย ทำให้ผู้ที่มีอยู่ตกเป็นเป้าของความอิจฉาต่างๆ

เพราะฉะนั้นเด็กสาวที่เกิดมาพร้อม[สายลม]ก็ไม่แปลกเลยที่จะคิดว่าตัวเองคือผู้ที่ถูกเลือก

"ทำทาน?"
"ใช่แล้ว รับ[สายลม]ของฉันไปสิคะ ถึงจะเป็นของเลียนแบบแต่ก็มีพลังระดับBเชียวนะ ไปสร้างอสูรดีๆมาซะสิ"

เธอโยนเหรียญเลียนแบบของ[สายลม]มา ผมก็รับเอาไว้
ถึงจะเป็นของเลียนแบบ แต่ก็ต้องขอขอบคุณที่ให้[สายลม]ที่ผมยังไม่มีล่ะนะ แต่ว่าถ้าแค่รับมาความภาคภูมิใจของผมก็คงจะรับไม่ได้
ถ้าชิงมาด้วยกลยุทธ์ก็ว่าไปอย่าง แต่รับมาเพราะทำทานเนี่ยมันไม่ใช่จริงๆ

"ขอบคุณ ถ้าอย่างนั้น ผมจะให้นี่ละกัน"

เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนผมโยนเหรียญเลียนแบบของ[เพลิง]ไปให้
เหรียญ[เพลิง][คน][ดิน][เล่นแร่แปรธาตุ]ทั้งสี่เดิมทีก็เป็นระดับA เพราะฉะนั้นถึงเป็นของเลียนก็คิดว่าน่าจะมีคนต้องการอยู่

"นี่คืออะไร?"
"การแลกเปลี่ยนไง ผมเองก็ถือว่าจอมมารที่เกิดมาพร้อมกันเป็นคู่แข่ง การจะรับมาเพราะทำทานก็คงจะไม่ดีแน่ ถ้าเป็นเหรียญนั่นก็คงพอแทนกันได้นะ"

ไม่รู้ว่าคำพูดของผมไปกระตุกต่อมอะไร จอมมารสีเขียว[สายลม]สโตรัสก็เส้นเลือดปูดขึ้น

"คู่แข่งเหรอ? ทั้งที่ให้กำเนิดได้แค่อสูรระดับนั้นเนี่ยนะ? คิดจะเป็นคู่แข็งกับผู้ที่มีเหรียญระดับAแบบฉัน? น่าหัวเราะจริงๆเลยนะคะ"
"ระดับนั้น? ทางนั้นน่ะสิที่น่าแปลก ทำไมกันนะ คนที่ใช้อสูร"ระดับนั้น"ถึงมาดูถูกอสูรของผมได้ล่ะ? ถ้าสู้กันล่ะก็ผมขอสักหนึ่งนาทีก็พอแล้วล่ะมั้ง?"

อสูรที่สโตรัสพามาด้วยทั้งสามตน
พังพอนสายลม ม้าที่มีปีก แล้วก็อสูรที่รูปร่างเหมือนนางฟ้า
ผมที่ดูข้อมูลละเอียดของอสูรได้ถึงแค่ระดับD ก็รู้แค่เลเวลเท่านั้น

แต่ว่ามีตนเดียวที่เลเวล65 อีกสามตนที่เหลือเป็นหกสิบปลายๆ ถ้าเป็นแบบพัฒนาเลเวลล่ะก็การจะเก็บเลเวลในเวลาสั้นๆแบบนี้มันเป็นไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นนั่นคือระดับAหนึ่งตนกับระดับBอีกสองตน

"ของฉัน มาดูถูก[อสูรแห่งคำมั่นสัญญา]ของฉันสินะยะ... ยกโทษให้ไม่ได้ นายน่ะ ชื่ออะไร"
"จอมมารแห่ง[การสร้าง] โพลเคล"
"ฉันคือจอมมารแห่ง[สายลม] สโตรัส เรื่องที่มาหาเรื่องฉันจะต้องเสียใจทีหลังแน่ๆย่ะ"

รอบข้างเต็มไปด้วยเสียงซุบซิบ
พวกจอมมารปลาซิว มองมาที่ผม แล้วพูดแต่ว่า ตายแหงๆ ทำตัวเองนะแก
กลับกันจอมมารที่ดูแข็งแกร่งกลับมองพวกผมด้วยความสนใจ
ก็นะ ถ้าจะสู้ล่ะก็เพียงพอแล้วล่ะ
ถึงจิ้งจอกสวรรค์กับเอลเดอร์ ดวาร์ฟจะเป็นระดับS เลเวลตอนนี้ก็ยังคงต่ำอยู่ แค่สู้กับอสูรกับอสูรระดับAที่เกิดมาแบบจำกัดเลเวลโดยสเตตัสเปล่าก็คงลำบาก แต่ด้วยสกิลชั้นยอดกับพลังของอาวุธสุดร้ายกาจอยู่ล่ะก็ แค่นี้เพียงพอแล้ว
แต่ว่าถ้าเพิ่มอีกสักสิบกว่าเลเวลก็จะตามทันแล้ว หลังจากนั้นก็มีแต่จะจัดการได้อย่างสบายๆ


แล้วเวลาก็ผ่านไป
ในช่วงนั้นก็ได้แลกเหรียญเลียนแบบไปมากมายแล้วก็ไม่ได้เหรียญออริจินัลเลย
ถ้าเกิดในเวลาที่เหลือยังไม่ได้อีกล่ะก็

ถ้าไปแลก[การสร้าง]กับพวกจอมมารที่แข็งแกร่งล่ะก็บางทีผมคงจะได้มาแน่ แต่ผมก็ต้องปิดปากไว้ เพราะไม่มีอะไรรับประกันว่าจอมมารพวกนั้นจะไม่มาฆ่าผม ไม่งั้นคงจะกลายเป็นโศกนาฏกรรมแน่ๆ

พอคิดแบบนั้น สติผมก็ลอยหายไป
พอรู้ตัวก็มาอยู่บนแท่นยืนแล้ว
นอกจากผมแล้วมีอีกเก้าตน หนึ่งในนั้นก็คือสโตรัสที่พึ่งทะเลาะกันมา
สายตาของจอมมารในที่แห่งนี้ มารวมที่ทั้งสิบตนบนแท่นยืนนี้

[เหล่าบุตรแห่งดวงดาราเอ๋ย ณ ที่แห่งนี้บุตรแห่งดวงดาราตนใหม่ได้ถือกำเนิดขึ้นมาแล้ว]

เสียงที่ดังขึ้นอีกครั้ง คือเสียงที่ได้ยินตอนที่มาที่นี่

[เอาล่ะ จะไม่มาแสดงความยินดีให้กับประกายแห่งดวงดาราใหม่กันหรือ]

จอมมารทั้งหลายหยิบจอกสาเกขึ้นมา
ผมเองพอรู้ตัว ก็มีจอกสาเกโผล่ขึ้นมาในมือ

[ขอแสดงความยินดีด้วย!]

แล้วก็ดื่มสาเกไปทั้งๆทียังไม่ได้คิดอะไร
อร่อย อร่อยเกินไปแล้ว สาเกนี่ ความรุ่มร้อนแปลกๆที่พุ่งออกมาจากภายใน รู้สึกพลังใหม่ๆที่พุ่งพ่านออกมา

[ถ้าอย่างนั้น มีเรื่องที่คิดจะมาบอกให้กับทุกๆตน ในทุกๆปี จนกว่าจะถึงเวลาตั้งตัว การสร้างดันเจี้ยนนั้นถือเป็นข้อห้าม]

ผมเองก็ได้ยินมา
หลังจากเรียนรู้ครบหนึ่งปีแล้ว ก็จะออกไปสร้างดันเจี้ยนของตัวเองข้างนอกได้

[แต่ว่า ถ้าทำอย่างนั้นก็เป็นเวลาที่น่าเสียดาย เพราะฉะนั้นขออนุญาตให้สร้างดันเจี้ยนได้ ณ ที่แห่งนี้]

จอมมารทั้งหมดต่างส่งเสียงคุยไปมา
จากในนั้นมัลโก้ก็ยกมือขึ้นมา

[จอมมารแห่ง[สัตว์ป่า]มัลโคเซียส อนุญาตให้ถามได้]
[ค่ะ ท่านผู้สร้าง ฉันขอค้านค่ะ พวกเขานั้นยังเด็กอยู่ แถมยังอ่อนต่อโลก ถ้าเกิดถูกทำลายคริสตัลขึ้นมา ก็จะเสียพลังไปสิคะ]

เรื่องนั้นไม่ผิดพลาดแน่
ก็เพราะ กำลังรบก็ยังไม่มี DPก็ยังมีไม่พอ
ภายในหนึ่งปีนี้ ต้องเป็นช่วงเวลาสำหรับหาความรู้ สะสมDP แล้วก็รวบรวมกำลังรบแท้ๆ
ในตอนนี้ถึงจะสร้างสร้างดันเจี้ยนขึ้นมา ก็เป็นได้แค่เพียงเหยื่อของพวกมนุษย์หรือจอมมารตนอื่นเท่านั้น

[เป็นเด็กดีจริงๆเลยนะ มัลโคเซียส แต่ว่า หาได้ต้องห่วงไป จนกว่าจะตั้งตัวได้หลังจากหนึ่งปีแล้ว การบุกโจมตีดันเจี้ยนของจอมมารใหม่ ถือเป็นข้อห้าม]

นั่นถือว่าช่วยได้มาก
ถ้าจอมมารเก่าๆคงไม่ไหว แต่ถ้ามีแค่จอมมารใหม่ล่ะก็ป้องกันได้แน่
ปัญหาก็เหลือแค่ตัวตนของพวกผู้กล้า ดูเหมือนเรื่องนั้นถ้าไม่ไปทำร้ายพวกมนุษย์ก่อนก็จะไม่มาทำอะไรให้

[แล้วก็ จนกว่าจะถึงเวลาตั้งตัวได้ ถึงจะเสียดันเจี้ยนไป แต่พอครบเวลาตั้งตัวหนึ่งปีแรกแล้วก็จะมอบคริสตัลใหม่ให้]

เหล่าจอมมารใหม่ต่างก็รู้สึกตื่นเต้น
เพราะนั่นคือตัวช่วยที่สุดยอดมาก

แต่ว่า ถ้าถูกทำลายคริสตัลยังไงก็ไม่ใช่ว่าจะไม่เป็นไร
หรือก็คือ ถ้าแค่เสียเวลาในการสร้างดันเจี้ยนเปล่าก็คงแค่นั้น แต่DPที่เก็บมาก็หายไปด้วย
แถมกลายเป็นสร้างระดับความแตกต่างกับจอมมารอื่นอีก

แล้วก็อย่างที่มัลโก้บอก ถ้าถูกทำลายคริสตัลก็จะเสียพลังของจอมมารทั้งหมด
ในระหว่างที่รอคริสตัลใหม่ ทั้งการ[ปลดปล่อย]เหรียญหรือสร้างอสูร หรือแลกDPก็ไม่สามารถทำได้ทั้งนั้น
แล้วก็อีกเรื่องหนึ่ง... บางทีอสูรทีให้กำเนิดมาทั้งหมดก็จะหายไป เรื่องนั้นถึงจะได้คริสตัลใหม่มาก็อาจจะไม่ได้คืนมาก็เป็นได้

[แต่ว่าถ้าให้มากเกินไปก็คงจะไม่รู้สึกเครียดอะไร เหล่าจอมมารใหม่เอ๋ย จะสู้กับจอมมารใหม่ด้วยกันก็ได้ จงกลืนกิน แล้วชิงพลังกัน บุกทำลายดันเจี้ยนของจอมมารอื่น ชิงพลังมา จนกว่าจะถึงเวลาตั้งตัวจงมีสงครามสักหนึ่งครั้ง นี่คือข้อบังคับ]

เป็นแบบนี้ล่ะ
ดูเหมือนว่าพระเจ้าจะต้องการให้พวกผมมาสู้กัน
ยิ่งกว่านั้นนอกจากเรื่องที่ถึงเวลาตั้งตัวแล้วจะได้คริสตัลใหม่มา เรื่องที่จะได้พลังของจอมมารที่ทำลายคริสตัลมีแต่จะทำให้เกิดความวุ่นวาย
อีกฝ่ายก็คงคิดเหมือนกัน มีแต่จะกลายเป็นการฆ่าฟันกันอันแสนน่าสะพรึงกลัว

[จอมมารใหม่เอ๋ย จะหยิบยืมความรู้ความสามารถของจอมมารเก่า แล้วสร้างดันเจี้ยนของตัวเองก็ได้ จบแค่นี้ล่ะ... ไม่สิ มาเล่นกันอีกสักอย่างเถอะ]

เหล่าจอมมารใหม่ก็ส่งเสียงตกใจออกมา
อยู่ๆในมือก็ร้อนขึ้น ที่อยู่ในมือก็คือเหรียญแห่ง[การสร้าง] โดยไม่สนใจข้อจำกัดเรื่องสร้างได้เดือนละครั้ง อยู่ๆก็ปรากฏออกมา

[เหรียญนี่คือบริการพิเศษ เป็นของขวัญเปล่าๆเลย แล้วก็ สำหรับกลุ่มแรก มาก่อ[สงคราม]แบบง่ายๆที่นี่กันเถอะ สร้างดันเจี้ยนแบบเรียบๆ แล้วก็ทำลาย[คริสตัลปลอม]ของกันและกัน! ของแลกเปลี่ยนก็คือเหรียญที่ได้ไปตอนนี้! ถ้าชนะก็ได้เหรียญไป ถ้าแพ้ก็จะเสียเหรียญของตัวเองไป!]

จอมมารใหม่ต่างก็เสียขวัญ
การที่ถ้าชนะแล้วจะได้เหรียญฝ่ายตรงข้ามมาถือว่าดีมาก
แต่ว่า ถึงจะบอกว่าเป็นการเล่น แต่พอคิดว่าต้องแสดงสิ่งที่เก็บไว้ให้ทุกคนในที่นี้เห็น แถมถ้าแพ้ก็ต้องยกเหรียญออริจินัลให้อีกฝ่ายอย่างขัดขืนไม่ได้
ถ้าปล่อยไว้โดยไม่ทำอะไรก็ได้เหรียญมาหนึ่งเหรียญฟรีๆ
ไม่มีความจำเป็นใดๆที่จะต้องหาอันตรายเข้าตัวไม่ใช่หรือไง?

ผมเข้าใจความคิดนั้นดี
แต่ว่า ผมลังเลไม่ได้ ถ้าไม่สู้ที่นี่ก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว
ปัญหาก็คือจะสู้กับจอมมารตนไหน ต้องรวบรวมข้อมูลว่าจอมมารใหม่ตนไหนใครมีเหรียญแบบไหนอยู่จากในปาร์ตี้นี้ให้ได้
ไม่มีเวลาให้มาคิดมาก มีแค่คนที่ลงมือก่อนเท่านั้นที่จะได้โอกาสนี้ไป

อยู่ๆจากในกลุ่มพวกเรา ก็มีคนๆหนึ่งที่เริ่มขยับมาตั้งแต่เมื่อกี้
จอมมารแห่ง[สายลม] สโตรัส

เธอจ้องมาที่ผม แล้วก็เปิดปากออกมา
อย่างนี้นี่เองจะแก้แค้นเรื่องที่ผมทำให้อายสินะ
รู้สึกอยากแกล้งขึ้นมาแล้วสิ

"[การสร้าง]..."
"จอมมารแห่ง[สายลม] สโตรัส ผมขอประกาศสงครามกับเธอ"
[ถ้าอย่างนั้น การแสดงนี้ก็จะเป็นสงครามระหว่างจอมมารแห่ง[การสร้าง]โพลเคลกับจอมมารแห่ง[สายลม] สโตรัส]

ผมประกาศสงครามก่อนที่เธอจะพูด
ทั้งที่จะทำเท่ แต่กลับโดนหักหน้าก่อนทำให้สโตรัสตัวสั่น
แล้วผมก็ยิ้มใส่เป็นการเติมน้ำมันใส่ความโกรธของสโตรัส
เดือดง่ายจริงๆ เป็นคนที่ยั่วง่ายๆจริงๆนะ ถ้าชนะศึกนี้ล่ะก็ ก็จะได้เหรียญออริจินัลระดับAของ[สายลม]มาครอบครอง เท่านี้ก็จะสามารถสร้าง[อสูรแห่งคำมั่นสัญญา]อีกตนได้แล้ว
เอาล่ะ สงครามของจอมมารครั้งแรก จะสู้ยังไงดีนะ

 




NEKOPOST.NET