[นิยายแปล] การสร้างเมืองของท่านจอมมาร ตอนที่ 17 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] การสร้างเมืองของท่านจอมมาร

Ch.17 - ตอนที่16 [อสูรแห่งคำมั่นสัญญา]


วันรุ่งขึ้น ผมก็ไปที่ห้องของมัลโก้
เพื่อที่จะไปยัง[งานราตรี]ที่เหล่าจอมมารมารวมตัวกัน

"มัลโก้ แล้วจะเข้าร่วม[งานราตรี]ได้ยังไงล่ะ?"

จนถึงตอนนี้ก็ถามไปไม่รู้เท่าไหร่แล้ว ตอนนี้ก็ยังถามอยู่
เอาแต่บอกว่าเมื่อถึงเวลานั้นก็จะรู้เอาเอง มัลโก้ไม่เคยที่จะตอบเลย

"ไม่ต้องทำอะไร แค่รอต่อไปก็พอ จะถึงเวลานั้นแล้วล่ะ"

มัลโก้หัวเราะเบาๆ
รอบๆมัลโก้ก็มีอสูรสามตนอยู่
ถึงจะไม่ดูสเตตัสก็รู้สึกได้ถึงพลังอันน่ากลัวที่ซ่อนอยู่
จิ้งจอกสวรรค์ที่รู้สึกบรรยากาศแบบนั้นก็เตรียมตัวที่จะต่อสู้ ขนหางก็ตั้งชูชัน

"สามตนนั้นคือ[อสูรแห่งคำมั่นสัญญา]ของมัลโก้เหรอ"
"ใช่แล้ว ตามนั้นล่ะ จุดสูงสุดของอสูรทั้ง1500ตนที่จอมมารแห่ง[สัตว์ป่า]มัลโคเซียสปกครองอยู่ ก็คือเด็กพวกนี้ยังไงล่ะ"

บางที เจ้าพวกนี้น่าจะเป็นอสูรระดับAทั้งหมด แต่ถึงอย่างนั้นในหมู่อสูรระดับAก็ถือว่ามีพลังมหาศาลมาก

"มัลโก้ บอกไว้ว่าปกติแล้วจะสร้างอสูรแบบจำกัดเลเวลสินะ"
"รู้เหรอ? เด็กพวกนี้น่ะ ทุกคนเป็นระดับA แถมเกิดมาแบบพัฒนาเลเวลได้ด้วย เป็นอสูรที่พัฒนาจนสุดขอบเลเวลแล้วล่ะ ต่อให้เป็นระดับSก็จัดการได้"

ขอบเขตของเลเวลที่เพิ่มขึ้น ที่เลเวลเดียวกันอสูรที่เกิดมาแบบพัฒนาเลเวลได้เมื่อเทียบกับอสูรที่เกิดแบบจำกัดเลเวลนั้นก็มีสเตตัสที่สุดยอดกว่า นอกจากนั้นเมื่อเลเวลถึงจุดสูงสุดแล้วก็มีพลังพอที่จะจัดการอสูรที่ระดับสูงกว่าอยู่หนึ่งได้
ในอนาคตแล้ว จิ้งจอกสวรรค์ก็คงจะชนะได้ แต่ว่าตอนนี้ก็คงจะเกินมือของเธอ ต่อให้ใช้ของที่เอลเดอร์ ดวาร์ฟสร้างขึ้นมา ปืนลูกซองฉบับปรับปรุงก็ตาม

ปืนลูกซองแบบปรับปรุง เรมิงตัน(ฉบับปรับปรุง) ED01S
ความยาว1160mm น้ำหนัก3.1kg ขนาดลำกล้อง4เกจ จำนวนกระสุนสี่นัด

เทียบกับเรมิงตันแบบเก่าแล้วนั้นยาวขึ้นนิดหน่อย แล้วก็มีขนาดใหญ่ขึ้นด้วย
แต่ว่า เพราะเปลี่ยนวัตถุดิบเป็นมิธริลก็เลยมีน้ำหนักเบาขึ้น และด้วยลำกล้องที่ใหญ่ขึ้นทำให้ใส่กระสุนได้แค่สี่นัดจากเดิมหกนัด แต่เพราะว่าโหลดกระสุนจากซองได้ โดยรวมแล้วก็คือว่าดีขึ้น

แล้วก็ หมายเลขEDเองก็มาจากเอลเดอร์ ดวาร์ฟ ผลงานอันดับหนึ่ง และSก็ดูเหมือนว่ามาจากคำว่า Shortgun
แล้วถ้าแอสซัลท์ ไรเฟิลฉบับเอลเดอร์ ดวาร์ฟเสร็จสมบูรณ์เมื่อไหร่ ก็คงจะเป็นED01A

"สมกับเป็นผู้ติดตามของจอมมารผู้เยี่ยมยอด"
"แค่ตกใจให้ก็เพียงพอแล้ว เอาเถอะ ถ้าเทียบกับเธอแล้ว ก็คงประมาณสิบเท่าของตอนที่เธอเห็นอสูรของฉันอีกนะ ทุกคน ทักทายสิ..."เท่าที่พอควรน่ะนะ""

อสูรทั้งสามของมัลโก้ตนหนึ่งก็เริ่มพูดออกมา
เป็นอสูรที่หัวนั้นเป็นสิงโตที่มีแผงคอสีเหลือง ปีกขนาดยักษ์ของเหยี่ยว แล้วก็มีหางเป็นงูสีขาวขนาดใหญ่

"เราคือ ไลโอกริฟฟอน มีนามที่ท่านจอมมารผู้ยิ่งใหญ่มัลโคเซียสตั้งให้ว่าโกลกุน่า ลูกจิ้งจอกเอ๋ย ถึงเจ้าจะมีพลังที่ซ่อนเร้นอยู่อีกก็เถอะ แต่เด็กอย่างเจ้าก็พึ่งพาอะไรมิได้หรอก"

พอได้ยินเขาพูดแบบนั้น จิ้งจอกสวรรค์ก็เดินไปก้าวหนึ่งอย่างโกรธๆ พร้อมกับหยิบลูกซองฉบับปรับปรุงขึ้นมา

"ที่ว่าจิ้งจอกสวรรค์พึ่งพาไม่ได้เนี่ยจะลองหน่อยไหมล่ะ?"
"ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ ยิ่งเดือดง่ายอย่างนี้ล่ะยิ่งแสดงว่ายังอ่อนด้อยนัก บอกแล้วใช่ไหมล่ะว่าพึ่งพาไม่ได้น่ะ... ลองดูสิ มองดูให้ดี"

พอไลโอกริฟฟอนพูดออกมา จิ้งจอกสวรรค์ก็มองรอบๆดู ก็พบว่าที่บริเวณคอมีด้ายบางๆที่มองไม่เห็นอยู่
ถ้าเกิดจิ้งจอกสวรรค์พุ่งเข้าไปล่ะก็หัวคงหลุดออกมา
จิ้งจอกสวรรค์ตกใจจนตัวเกร็ง ในชั่วขณะนั้นร่างกายก็ถูกใยแมงมุมรัดไว้ เหลือไว้เพียงส่วนที่เหนือจมูกเท่านั้น

"อือ อือ อือออน"

จิ้งจอกสวรรค์ที่ยืนไม่ได้ ได้แต่ครางออกมา แล้วเธอที่มองจิ้งจอกสวรรค์ที่กำลังเดือดแบบนั้นราวกับหนอนแมลง อสูรรูปร่างหญิงสาวที่อยู่ข้างๆไลโอกริฟฟอนก็หัวเราะออกมา
ส่วนที่โผล่ออกมาจากเสื้อของเธอ แขนขาแบบแมงมุมทั้งสี่ข้าง เมื่อรวมกับแขนขาแบบมนุษย์แล้วก็เป็นแปดข้าง อสูรแมงมุมที่เป็นคนใช้ใยรัดจิ้งจอกสวรรค์นั่นเอง
พลังเวทของจิ้งจอกสวรรค์เพิ่มขึ้น เพื่อที่จะใช้เวทไฟที่ถนัดในการเผาใยที่มัดตัวเองไว้อยู่
แต่ไม่ว่าจะทำถึงไหนก็ไม่สามารถใช้เวทได้
หญิงสาวที่มีแขนขาแบบแมงมุมก็พูดกับจิ้งจอกสวรรค์

"เปล่าประโยชน์นะคะ ใยของเราน่ะมีดูดซึมเวทมนตร์ได้ แล้วก็นะ จอมมารแห่ง[การสร้าง] ท่านโพลเคล พึ่งได้พบกันครั้งแรกสินะคะ เผ่าของเราก็คืออรักเน่ นามที่นายของเรามอบให้ก็คืออาโมริเต้"

ในตอนที่อสูรแมงมุมประกาศชื่อ อาโมริเต้
เสียงปืนก็ดังขึ้น เอลเดอร์ ดวาร์ฟยิงแอสซัลท์ ไรเฟิล
แต่ว่ากระสุนก็ติดใยแมงมุม
ใยแมงมุมนั้นมีพลังขนาดไหนกันนะถึงกันกระสุนได้ด้วย

"การโจมตีโดยไม่ลังเลนั่น ไม่แย่เลยนะคะ"
"จะทำบ้าอะไรกันน่ะ [ดวงตา]ของฉันน่ะสามารถมองใยพวกนี้ออกทะลุหมดล่ะ ถึงจะหยุดกระสุนนัดเดียวได้แต่ถ้ารัวกระสุนไปก็คงจะหยุดไม่ได้ ฉันสามารถยิงรัวต่อได้นะ ถ้าไม่อยากกลายเป็นซากก็ปล่อยจิ้งจอกสวรรค์ซะ ถ้าคิดจะไร้มารยาทมาล่ะก็ทางนี้ก็ไม่ลังเลเหมือนกันนะ"

เอลเดอร์ ดวาร์ฟเล็งปืนไปที่อาโมริเต้ด้วยดวงตาที่ไร้ความลังเล เธอมีสกิล[ดวงตาแห่งความจริง]อยู่ ทำให้สามารถมองสิ่งต่างๆได้อย่างทะลุปรุโปร่ง

"เป็นการโจมตีที่รุนแรงน่าดู อย่างนี้นี่เอง ใยของเรารับการโจมตีนั้นรัวๆไม่ได้สินะคะ แต่ว่า คุณหนูดวาร์ฟ ลืมเรื่องสำคัญไปหรือเปล่า? ...พวกเรามีอยู่สามคนนะ"

ก่อนที่จะพูดจบก็มีจิตสังหารรุนแรงโผล่มาจากด้านหลัง
มีอสูรโผล่มาจากเงาของผมแล้วก็เอากรงเล็บมาจ่อที่คอ
ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่อสูรตนที่สามหายไปจากข้างหน้า แล้วเข้าไปซ่อนในเงาตั้งแต่ตอนไหนกัน

"เผ่าของข้าพเจ้าคือทาร์ทารอส นามที่นายท่านตั้งให้ก็คือคุระยามิขอรับ ดวาร์ฟตรงนั้นถ้าเกิดว่าขยับแม่แต่ก้าวเดียว ข้าพเจ้าคงต้องขอเชือดคอนี้นะขอรับ"

อสูรตนที่สามที่โผล่ออกมา มนุษย์หมาป่าที่มีขนสีดำบนร่างกาย ถึงจะสูงเพียงประมาณหนึ่งเมตรปลายๆ แต่ก็เป็นร่างกายแบบนักรบที่ฝึกอย่างหนัก
จิ้งจอกสวรรค์ก็ขยับไม่ได้ เอลเดอร์ ดวาร์ฟเองที่เห็นผมเป็นตัวประกันก็ได้แต่กัดฟันอย่างเจ็บปวดแล้วพูดออกมา

"เข้าใจแล้ว จะไม่ทำอะไรแล้วล่ะ แต่ว่าจำไว้ให้ดี ถ้าคนๆนั้นเป็นอะไรล่ะก็ฉันจะฉีกนายเป็นชิ้นๆเลย"

ถ้าเกิดว่ามัลโก้เอาจริงล่ะก็ผมคงทำอะไรไม่ได้เลย
แล้วไลโอกริฟฟอนก็พูดกับจิ้งจอกสวรรค์ด้วยความภาคภูมิ

"ลูกจิ้งจอกเอ๋ย ก็เลยบอกแล้วไงว่าเด็กน่ะพึ่งพาอะไรไม่ได้หรอก เจ้าน่ะเป็นผู้ติดตามของจอมมารไม่ใช่หรือ? ถ้าเจ้าสูญเสียความเยือกเย็นอย่างนี้แล้วปล่อยไปตามอารมณ์สุดท้ายแล้วก็จะติดกับดักแล้วไม่อาจจะทำอะไรได้อีก"

จิ้งจอกสวรรค์กัดฟันแน่นแล้วจ้องมองไปยังอสูรของมัลโก้

"คุณหนูดวาร์ฟเองก็สอบตกนะคะ ถ้าเชื่อมั่นว่ายิงรัวแล้วจะฝ่าการป้องกันของเราได้ก็ควรจะทำก่อนที่จะโดนจู่โจมนะคะ ไม่อย่างนั้นก็แค่มอบเวลาให้ศัตรู การที่ปล่อยให้ท่านจอมมารสุดสำคัญโดนเข้ามาโจมตีเนี่ย ...การไม่ต้องคิดอะไรก็ถือว่าดีหรือเปล่าคะ?"

เอลเดอร์ ดวาร์ฟเองก็กำมือแน่น
อสูรของมัลโก้แข็งแกร่งจนน่าประหลาดใจ เขี้ยวลากดินสุดๆ
แต่ว่าคงต้องพอแค่นี้แล้วล่ะ

"แล้ว มัลโก้ จะเล่นปาหี่นี่ไปถึงเมื่อไหร่ล่ะ ถ้าเกิดว่านี่คือเอาจริงล่ะก็ ทางนี้ก็คงไม่มีทางเลือกที่จะใช้ไพ่ตายแล้วนะ?"

มัลโก้ยิ้มออกมาทั้งๆที่ผมยังโดนกรงเล็บจ่อคออยู่
อย่างน้อยผมก็รู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่

"น่าตกใจจริงๆที่สถานการณ์แบบนี้ยังพูดแบบนั้นได้อีก ก็จริงอย่างที่โพลเคลพูด พอได้แล้วล่ะ"

อสูรของมัลโก้ กลับไปที่ข้างๆเธอ
ใยที่รัดจิ้งจอกสวรรค์อยู่ก็ถูกแก้ออก

"คุณพ่อ!"

จิ้งจอกสวรรค์กลับมายืนข้างๆผม แล้วก็จ้องมัลโก้อย่างระแวง

"ไม่เป็นไรหรอก จิ้งจอกสวรรค์ มัลโก้น่ะ..."

ก่อนที่ผมจะพูดจบ มัลโก้ก็พูดต่อออกมา

"จะพูดให้ฟังเอง การกระทำครั้งนี้ก็เพื่อที่จะให้พวกนายรู้ตัวว่ายังอ่อนต่อโลกนัก ถ้าเกิดว่าฉันเอาจริงล่ะก็พวกนายทุกคนก็คงตายไปแล้ว ถ้าเกิดประมาทขึ้นมาแล้ว จะบอกว่าขี้ขลาดไม่ได้แล้วนะ? สำหรับจอมมารด้วยกันแล้วเรื่องแค่นี้ถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ว่านะ ถ้าไพ่ตายที่โพเคลพูดไว้มีจริงล่ะก็บางทีอาจจะลำบากก็ได้แฮะ"
"จะเป็นยังไงกันนะ"

ผมมีไพ่ตายอยู่
ไพ่ใบสุดท้ายที่สร้างขึ้นมาร่วมกันเอลเดอร์ ดวาร์ฟ ที่สร้างขึ้นมาเผื่อไว้เวลาที่ต้องเป็นศัตรูกับมัลโก้
ถ้าทำแบบนั้นล่ะก็สถานการณ์เมื่อกี้ก็พลิกได้แน่

"ก่อนที่จะพบจอมมารอื่น อยากจะให้รู้ความน่ากลัวของจอมมารอื่นไว้ โดยเฉพาะพวกจอมมารเก่าๆแล้ว ถึงสิ่งที่ฉันทำตอนนี้จะไม่มีอะไร แต่อยากจะให้จำเรื่องนี้ให้ดีๆ ไม่งั้นนายจะเป็นฝ่ายที่โดนเขมือบเอาได้"
"ตอนนี้ก็เจ็บจนจำฝังในร่างกายเลยล่ะ"

จิ้งจอกสวรรค์กับเอลเดอร์ ดวาร์ฟเองก็ยังมีประสบการณ์ไม่เพียงพอที่จะใช้พลังของตัวเองอย่างเต็มที่
การต่อสู้ที่มาจากข้างหน้าเอง การที่โดนบุกล้อมแบบตอนนี้เองก็ดี
ผมเองที่ไม่รู้สึกถึงอสูรที่บุกมาจากเงาเองก็น่าอับอาย เรื่องที่ต้องปรับปรุงมีอีกมากมายเลย

"บทเรียนจบลงแล้วล่ะ อ๊ะ ถึงเวลาแล้วสิ ในที่สุดก็มาถึงแล้ว [งานราตรี]ยังไงล่ะ"

ช่วงเวลาเดียวกับคำพูดนั้น
ก็มีเสียงดังขึ้นมาในหัว

[บุตรแห่งดวงดาราเอ๋ย ถึงเวลาแล้ว จงมารวมตัวกัน จงเปล่งประกาย และจงแสดงตัวตนของตัวเองออกมา]

เป็นเสียงที่น่าคิดถึง
บุตรแห่งดวงดารา เป็นเสียงที่ทำให้รู้สึกดีแปลกๆ
สติออกห่างออกไป
จิ้งจอกสวรรค์กำมือผมแน่น พอกำกลับไปจิ้งจอกสวรรค์ก็ยิ้มออกมา
แล้วสติก็หายไป

ผมลืมตาขึ้นมา
ฟ้าสีคราม แล้วก็ไม่ฟ้าสีครามแบบที่คุ้นเคย เป็นสีฟ้าแบบน้ำทะเล

ดวงดาวส่องประกาย เป็นสีต่างๆที่ยากจะพรรณนา
พอมองไปรอบๆ ก็เป็นสวนที่งดงาม แต่ก็ รู้สึกถึงความไร้ชีวิตจากที่ไหนสักแห่ง
ของแบบนี้ไม่มีทางอยู่ในโลกธรรมดาแน่ ที่นี่คือโลกที่ใครสักคนสร้างขึ้นมา

พอมองไปข้างหน้าแล้วก็รู้สึกประหลาดใจ
สิ่งนั้นคือพระราชวังสีขาวบริสุทธิ์ที่งดงาม ยิ่งใหญ่ แล้วศักดิ์สิทธิ์
แล้วมัลโก้ที่ไม่รู้ว่ามาอยู่ข้างๆตั้งแต่เมื่อไหร่ก็พูดขึ้นมา

"ที่นั่นก็คือสถานที่ที่ผู้สร้างของพวกเราเหล่าจอมมารอาศัยอยู่ ตำหนักจอมมารยังไงล่ะ"

ตอนนี้ สถานที่นั้นที่มี[งานราตรี]ที่จอมมารทุกตนมารวมตัวกันก็ได้เปิดขึ้น

 




NEKOPOST.NET