[นิยายแปล] กำเนิดเทพเจ้าสงคราม - PMG ตอนที่ 2 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] กำเนิดเทพเจ้าสงคราม - PMG

Ch.2 - ก้าวหน้าไม่หยุด


 


“ เสี่ยวฟง ” เสียงของชายวัยกลางคนดังออกมาจากลานกว้าง คนผู้นี้มีร่างกายที่แข็งแกร่งมองดูแล้วเขาช่างคล้ายกับหลินเฟิง
 


“ ท่านพ่อ ” เขาเป็นผู้นำของตระกูลหลินและเป็นพ่อบังเกิดเกล้าของหลินเฟิง เนื่องจากวิญญาณที่หลอมรวมเข้าด้วยกัน หลินเฟิงจึงมีความคิดและความรู้สึกดั่งเช่นหลินเฟิงคนก่อน ดังนั้นเขาจึงมีความรู้สึกที่จะเรียกขานคนผู้นี้ว่าพ่อ



“ เสี่ยวฟง...เจ้าดีขึ้นแล้ว!! ” ใบหน้าของหลินไห่สั่นสะท้าน หลินเฟิงถูกส่งกลับมายังตระกูลในสภาพปางตายชีวิตแขวนบนเส้นดายทั้งยังหมดสติไม่รู้สึกตัว หลินไห่หมดสิ้นความหวังจนจัดเตรียมงานศพของเขาไว้แล้ว แต่ตอนนี้สิเพียงครู่เดียว เขารู้สึกประหลาดใจเมื่อเห็นบุตรชายที่รักยังคงมีชีวิตอยู่ จะไม่ให้เขาดีใจได้อย่างไร

 


“ ขอรับท่านพ่อ ข้าฟื้นคืนมาอย่างสมบูรณ์แล้ว ” หลินเฟิงยิ้มออกมาเมื่อเขาเห็นหลินไห่ยิ้มอย่างมีความสุข มันให้ความรู้สึกที่อบอุ่นเป็นอย่างมาก เมื่อครั้งที่ท่านปู่ของเขาตายในชีวิตก่อน เขามีใบหน้าที่เย็นชาเป็นธรรมชาติของคนที่อยู่ด้วยตัวคนเดียวและไม่เคยได้พบเจอความอบอุ่นของชีวิตมาก่อน
 


“ เยี่ยม..เยี่ยม… ”  หลินไห่กล่าวอย่างหนักแน่นแล้วตบไหล่หลินเฟิงเบาๆ ทันใดนั้นประกายแสงก็วูบขึ้นในแววตา เขาเห็นเสาหินที่กลายเป็นผุยผง เหล่าพี่น้องคอยจับตามองและรอคอยวันที่เขาล้มลงเพื่อแย่งชิ่งตำแหน่งผู้นำตระกูล ไอ้เวรพวกนั้นต้องผิดหวังอย่างแน่นอนที่เห็นหลินเฟิงฟื้นคืนกลับมาได้เร็วถึงเพียงนี้



ครู่หนึ่งหลินไห่ได้ปลดปล่อยพลังที่หนาวเหน็บออกมา เป็นเหตุให้หลินเฟิงรู้สึกราวกับว่าร่างกายโดนแช่แข็ง



“ ท่านพ่อเป็นนักสู้ในขอบเขตวิญญาณที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริง กลิ่นอายที่ส่งออกมาสามารถแช่แข็งผู้ที่อ่อนแอ่กว่าเขาได้อย่างง่ายดาย ” หลินเฟิงคิดในใจ เส้นทางของนักสู้นั้น ขั้นแรกเรียกว่า ขั้นขอบเขตพลังปราณ เพียงเข้าถึงแก่นแท้พิภพสวรรค์แล้วชักนำเข้าสู่ร่างอย่างช้าๆ และสามารถฝึกฝนจิตด้วยพลังปราณ จากนั้นเมื่อสามารถก้าวถึงขอบเขตวิญญาณ ในขอบเขตวิญญาณผู้ที่ฝึกจะต้องเข้าใจในกฎธรรมชาติ เมื่อเข้าใจมันได้หมายถึงคนผู้นั้นจะแข็งแกร่งกว่าความสามารถที่จะฆ่าผู้ที่อยู่ในระดับเดียวกันได้ และหลินไก่ผู้นี้เป็นหนึ่งในอยู่เชี่ยวชาญของขั้นขอบเขตวิญญาณ

 

“ เสี่ยวฟง...ใครกันที่ทำเจ้าให้เป็นเช่นนี้? ” หน้าของหลินไห่เศร้าหมอง เมื่อหลินเฟิงกลับมา เขายังอยู่ในสภาพครึ่งเป็นครึ่งตาย พิสูจน์ให้เห็นว่าฝ่ายตรงข้ามต้องการชีวิตของหลินเฟิงอย่างแท้จริง และมันเป็นความจริงที่ฝ่ายตรงข้ามต้องการชีวิตหลินเฟิง

 

[TN: หมายถึง ‘ หลินเฟิง ’ นายน้อยหลินคนก่อนที่ตายไปแล้ว]
 


“ ท่านพ่อโปรดวางใจ ข้าจะจัดการพวกมันด้วยตัวข้าเอง ” หลินเฟิงไม่อาจบอกได้ว่าคนที่ทำแบบนี้กับเขาเป็นหลินเฮงลูกชายของอาสาม ภายในตระกูล อาสามและลุงใหญ่ร่วมมือกันและต้องการครอบครองต่ำแหน่งผู้นำตระกูล  ความจริงแล้วพลังและอำนาจของพวกเขา ไม่มากนักเมื่อเทียบกับหลินไห่ ความจริงแล้วเพราะความสามารถและพรสวรรค์ที่ดีของหลินเหิง และยังเป็นหนึ่งในศิษย์ที่โดดเด่นคนหนึ่งของนิกายสมุทรเมฆา นี้เป็นสาเหตุที่หลินเหิงกล้าทำร้ายหลินเฟิงโดยไม่สนใจกฎระเบียบนิกาย



ความเกลียดชังนี้ต้องตอบแทนคืนอย่างสาสม บนเส้นทางของการฝึกศิลปะการต่อสู้ไม่สามารถที่เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้เพราะมันจะกลายเป็นตัวขัดขวางการฝึกฝนให้ประสบความสำเร็จ

 


หลินไห่ค่อนข้างแปลกใจที่บุตรชายของเขา มีเจตนารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป แววตาตั้งมั่นและเด็ดเดี่ยว ไม่แสดงให้เห็นว่าเป็นบุคคลที่อ่อนแอและท้อแท้จากสิ่งที่เกิดขึ้น


 

มันเหมือนว่าเป็นสิ่งที่เขาแกล้งทำเกิดมา หลินไห่พึงพอใจและพยักหน้า “ พรุ้งนี้ไปเข้าร่วมประชุมของตระกูลด้วยกันกับข้า ข้าอยากรู้นักว่าพวกมันจะเตะข้าออกจากตำแหน่งอย่างไร ”

…………………………………………………….

 

ช่วงเวลากลางคืน ในป่าไผ่ม่วงในตระกูลหลิน

 

หลินเฟิงกำลังนั่งสมาธิอยู่บนพื้น มีกลุ่มเงาสีดำทมิฬซ่อนอยู่เบื้องหลัง เงาสีดำที่ผสานกลมกลืนกับความมืดคือเงาของ จิตเงาทมิฬ


 

ขณะฝึก หลินเฟิงได้ค้นพบว่าเมื่อใช้จิตเงาทมิฬ ความเร็วในการฝึกเร็วขึ้นกว่าเดิมถึงห้าเท่า ดังนั้นเขาจึงเมินเฉยต่ออาการเหนื่อยล้าเพิ่มความเร็วฝึกฝนโดยใช้จิตเงาทมิฬ นับตั้งแต่พระเจ้าได้ให้โอกาสที่สอง เขาต้องมีความเป็นอยู่ที่ดีในดินแดนนี้ มีเพียงความแข็งแกร่งที่จะทำให้ผู้คนยอมรับและเคารพนับถือ ทั้งยังทำในสิ่งที่ต้องการได้

 

ท่ามกลางความมืดมีเพียงแสงสว่างปรากฎออกมาจากแก้นแท้พิภพสวรรค์ที่รวมตัวกัน

โดยมันกำลังปกคลุมร่างของหลินเฟิง
 

 

ความสามารถในการรับรู้พิภพสวรรค์เร็วขึ้นอย่างมาก เข้าปกคลุมทั่วร่างของหลิงฟง


 

ตอนนี้ หลิงฟงหายใจเข้าออกต่อเนื่องอย่างสงบนิ่ง แก่นแท้พิภพสวรรค์ไหลบ่าเข้าสู่ร่างและหลอมรวมเข้ากับเลือดเนื้อเสริมสร้างกระดูกและพลังกาย


 

หลังจากผ่านไปนาน แก่นแท้พิภพสวรรค์สีขาวขุ่น ประกายแสงที่ปกคลุมทั่วร่างหลินเฟิง ถูกดูดกลืนเข้าสู่ร่าง


 

เขาลืมตาขึ้นมา เกิดประกายแสงอยู่ทั่วทั้งดวงตา หลินเฟิงยืนขึ้นมารอยยิ้มที่ซ่อนอยู่ปรากฎขึ้น ในค่ำคืนที่ผ่านเขาทะลวงผ่านสู่อีกขั้นพลัง ขณะนี้เขาอยู่ในระดับหกขอบเขตพลังปราณแล้ว

 

อย่างไรก็ตาม หลิงฟงยังคงไม่พอใจ จากความทรงจำ เขารู้ว่าระดับเก้าขอบเขตพลังปราณเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการฝึกยุทธ์ ผู้เชี่ยวชาญศิลปะการต่อสู้ที่แท้จริงสามารถบินบนท้องฟ้าและเดินทางไกลไปยังดินแดนพระเจ้า  ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องใดและมีความสุขมันจะเป็นไปได้หรือไม่?ในชีวิตก่อน เขาก็อยากเห็นพระเจ้าตัวเป็นๆเหมือนกัน


 



 

เมื่อคิดได้อย่างนั้น หลินเฟิงเริ่มแกว่งหมัดเกิดเสียงหวิดหวิว คลื่นพลังระเบิดออกมา ต้นไผ่รอบๆระเบิดกระจัดกระจาย


 

พลังปราณแบ่งแยกออกเป็นเก้าระดับ  ในหนึ่งระดับสามารถเพิ่มความแข็งแกร่งได้หนึ่งพันจิน ถ้าสามารถใช้ทักษะ ‘ เก้าคลื่นทะลวงขุนเขา ’ จะสามารถใช้ออกได้เพียงหกคลื่น เขาจะสามารถส่งออกพลังได้ถึงหกพันห้าร้อยจิน อย่างไรก็ตาม ความแข็งแกร่งของหลินเฟิงยังคงไม่พอ ถ้าสามารถฝึกจนส่งพลังออกได้เจ็ดคลื่น คลื่นพลังบ้าคลั่งที่ปล่อยออกมา ทำให้เขาสามารถส่งออกพลังได้ถึงเจ็ดพันจินเทียบเท่าได้กับพลังของนักสู้ระดับเจ็ดขอบเขตพลังปราณ

 

ภายใต้พลังบ้าคลั่งกว่าหกพันจิน ไผ่ม่วงที่เปราะบางแตกกระจายสุดลูกหูลูกตา พื้นที่ทั้งหมดกลายเป็นมหาสมุทร มีเพียงเสียงหมัดและเงาที่ยังคงอยู่


 

มีจุดหนึ่งที่ต้นไผ่ไม่ระเบิดออกแต่ดีดกลับมา เมื่อเห็นดังนั้นหมัดจึงถูกชกออกไปอย่างช้าๆ


 

“ ทักษะเก้าคลื่นทะลวงขุนเขา ถูกสร้างขึ้นมาจากพื้นฐานของคลื่นทะเล ทุกคลื่นจะให้ความแข็งแกร่งกว่าคลื่นก่อนหน้าเสมอเป็นเหมือนการครอบงำ อย่างไรก็ตามไม่สำคัญว่ามันจะมีอำนาจเหนือสิ่งใดมันก็ให้ความอ่อนโยนด้วย เพียงเมื่อความแข็งกร้าวและอ่อนนุ่มหลอมรวมเข้าเข้าด้วยกันมันจะกลายเป็นสิ่งที่คาดไม่ถึง ”


 

เมื่อรู้อย่างนั้น หลิงฟงชกหมัดออกไปอย่างต่อเนื่อง แต่กลับกลายเป็น บางครั้งก็แข็งกร้าวบางครั้งก็อ่อนนุ่มไปเสียได้

 

“ ย๊ากกก ”

หลินเฟิงตะโกนขณะชกออกไป


 

“ ตูมม..ตูมม..ตูมม... ”

 

เสียงระเบิดดังออกมา คลื่นที่หก...คลื่นที่เจ็ด…….คลื่นที่แปด…….


 

ไผ่ม่วงทั้งหมดที่สัมผัสพลังปราณแหลกสลายเป็นผุยผง

 

“ คลื่นที่แปด...แข็งแกร่งมาก… ”  หลินเฟิงถอนกำปั้นกลับมาพร้อมปรับลมหายใจ มองดูพื้นที่ว่างเปล่าที่อยู่ตรงหน้า เพิ่มทักษะ ' เก้าคลื่นทะลวงขุนเขา '  เข้าไป  เขาสามารถทะลวงได้ถึงสองขั้นเมื่อส่งออกไปแปดคลื่น เป็นที่รู้กันว่าทักษะต่อสู้เป็นสิ่งที่ยากและฝึกฝนก็ยากเช่นกันที่จะทะลวงขั้นต่อไป ผู้ที่อยู่ในระดับห้าขอบเขตพลังปราณ มันง่ายที่จะเข้าใจและส่งออกได้ห้าคลื่น แต่ผู้ที่อยู่ในระดับแปดขอบเขตพลังปราณอาจจะไม่สามารถเข้าใจในคลื่นที่แปดได้ แต่หลินเฟิงสามารถทำมันได้

 

“ ตอนนี้ข้าควรจะมีความแข็งแกร่งเจ็ดพันห้าร้อยจิน ตราบใดที่รวมความแข็งแกร่งและความอ่อนนุ่มเข้าด้วยกันได้ เมื่อนั้นทักษะ เก้าคลื่นทะลวงขุนเขา ก็ยังสมบูรณ์ ” ความรู้สึกยินดีเกาะกุมเข้ามาในหัวใจของหลินเฟิง ทักษะต่อสู้เป็นสิ่งที่ฝึกยากขึ้นเมื่อใกล้ถึงขั้นสุดท้าย แต่พลังจากทักษะนั้นจะแข็งแกร่งขึ้นหลายเท่า ขณะนี้เขาได้ครอบครองพลังเจ็ดพันห้าร้อยจิน แม้เมื่อเผชิญหน้ากับนักสู้ระดับเจ็ดขอบเขตพลังปราณ เขาก็ยังสามารถต่อสู้ได้

หลินเฟิงในอดีตโดนดูถูกจากคนอื่น เขาไม่สามารถสู้กับนักสู้ระดับเจ็ดขอบเขตพลังปราณธรรมดาได้ แต่หลินเฟิงคนนี้แม้จะมาถึงโลกนี้เพียงวันเดียว ก็สามารถครอบครองพลังราวกับนักสู้ระดับเจ็ดขอบเขตพลังปราณ

 




NEKOPOST.NET