[นิยายแปล] สูตรโกงโตไวไร้อาชีพ - 成長チートでなんでもできるようになったが、無職だけは辞められないようです ตอนที่ 69 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] สูตรโกงโตไวไร้อาชีพ - 成長チートでなんでもできるようになったが、無職だけは辞められないようです

Ch.69 - เกิดขึ้นสองครั้ง ก็ต้องมีครั้งที่สาม


สิ่งแรกที่เห็นเมื่อเข้าดาคาท คือรูปปั้นแบบวาลคีเรีย

เคยเห็นมาก่อน ที่โบสถ์ในเบราสรา

ถ้าจำไม่ผิด ชื่อท่านเซทแลนซ์

เป็นรูปปั้นหิน จึงบอกสีไม่ถูก แต่จากการแต่งตัวโดยชุดเกราะกับผ้าคุลม รวมทั้งมีดาบยาวในมือ, เหมือนกับนักรบหญิงเลย

ฮารุบอกว่าเป็นเทพธิดาแห่งการต่อสู้และชัยชนะ

(เมื่อก่อนก็เคยคิดนะ แต่ชื่อเซทแลนซ์ ก็น่าจะถือหอกมากกว่า)

เป็นความคิดแป้กๆของชั้น

แล้วก็, มีกล่องบริจาคสะดวกสบายอยู่ที่หน้ารูปปั้นอีกแล้วครับท่าน

“ในอาณาจักรอลันเดล ศาสนาของชาติ เชื่อมั่นใน 6 เสาหลักเทพธิดา, แต่ที่ดาคาท เป็นคำสอนที่มีท่านเซทแลนซ์เป็นหลักค่ะ เพราะเป็นเทพธิดาแห่งการต่อสู้และชัยชนะ ที่ประชากรส่วนมากซึ่งเป็นชนเผ่าเร่ร่อนตั้งแต่นานมาแล้ว ต้องต่อสู้กับมอนตามทางเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน เมื่อเทียบกับประชาชนประเทศอื่น”

แคโรแสดงความรู้มีประโยชน์ออกมาอีกเช่นเคย

ส่วนโคราทนั้น เป็นประเทศเกษตรกรรม เลยสร้างรูปปั้นเทพธิดาท่านโคโชมาเล ตามเมืองต่างๆ

ถึงชั้นจะสำนึกบุญคุณเทพธิดาโคโชมาเล แต่ก็ดีใจที่เลือกมาทางนี้แฮะ, ก็แหม เห็นรูปปั้นหุ่นบวมๆไปทุกที่ มันก็ไม่เป็นอาหารตา

ยังไงก็ตาม, เราข้ามเขตแดนและเข้าเมืองมาได้อย่างปลอดภัย 

แต่น่าเสียดายที่สามัญชนเลเวลไม่ขึ้น, ชักขึ้นยากแฮะ

ถ้าจำไม่ผิด ฮารุเป็นผู้ศรัทธาในท่านเซทแลนซ์อย่างมาก, ดังนั้น เราสามคน เลยหยอดเงินภาวนาซักหน่อย

ส่วนมารินะนั้น, หมกตัวอยู่ในรถม้าคนเดียวด้วยเหตุผลบางอย่าง

“แต่ก็นึกไม่ถึงเลยนะ, แค่ข้ามแดน วิวก็เปลี่ยนมาเป็นทุ่งราบกว้างเลย”

ตอนนี้ เรายังอยู่เขตเมือง แต่รั้วล้อมเมืองมันต่ำ จึงเห็นนอกเมืองชัด

“ขอขอขอขอขอขอขอ, ขอโทษ, ขอหน้ากากคืนทีได้ไหม?”

มารินะน้ำตาไหลขอร้อง, ดูท่าจะเป็นคนญี่ปุ่นเหมือนชั้น แต่เรายังคุยกันไม่รู้เรื่องเลย

วันนี้ เลยยึดหน้ากากไว้

ก็เพราะว่า ยัยนี่มันทำตัวอันตราย ตอนตรวจคนเข้าประเทศนี่หว่า

『เราคือจอมเวทมารีนะ! นักรบศักดิ์สิทธิ์ที่มาสู่โลกนี้เพื่อร่วมกับผู้กล้าพิชิตจอมมาร, จงจดจำนามเราไว้ให้ดีเถิด, เหตุผลเข้าประเทศงั้นรึ? เราคุ้มกันรถม้านี้ด้วยเวทระดับสุดยอด เพื่อมุ่งหน้าสู่เมืองหลวงพร้อมกับอาวุธอันตราย ไปปฏิบัติภารกิจสำคัญ — 』

ว่ามาถึงตรงนี้ ชั้นก็เลยฉกหน้ากากมาซะ, บอกยามว่าเราเป็นคนเร่ขายที่รับคำขอไปส่งมีดทำครัวที่โรงแรมในเฟรุด ถึงได้รับอนุญาตให้ผ่านแดน

“เดี๋ยวถึงแล้ว เธอก็คงพูดบ้าๆในกิลด์นักผจญภัยอีก, อยู่เงียบๆไปจนกว่าจะเสร็จธุระแล้วกัน, แล้วก็ อย่าไปพูดพล่ามว่าจะพิชิตจอมมารสิ”

แต่ไหนแต่ไร, จอมมารในโลกนี้ ก็ถูกผู้กล้าจัดการไปแล้ว, จะไปพิชิตสิ่งที่ถูกจัดการไปแล้วได้ไงกัน

อีกอย่าง, ฮารุรู้สึกเป็นหนี้บุณคุณจอมมาร, จะให้พูดจาว่าร้ายจอมมารต่อหน้าฮารุ มันก็ไม่ดี

แล้วก็, เดี๋ยวพวกเราที่อยู่ข้างๆ จะโดนหาว่าเป็นคนบ้าไปด้วย

ดังนั้น เลยปล่อยให้มารินะเงียบไปแบบนี้ล่ะ

แต่ก็จะพยายามไม่แกล้งจนเกินไป

เพราะเล่นร้องไห้อยู่ตลอดเวลาเลย

ฝากรถม้าไว้กับคอก แล้วเราก็ไปกิลด์นักผจญภัย

เราผ่านกิลด์นักผจญภัยก่อนจะไปถึงคอกม้า ดังนั้นเลยรู้ทางอยู่

เป็นครั้งที่สามแล้ว ที่มากิลด์นักผจญภัย

ผ่านประตู, ข้างในก็เป็นเหมือนบาร์จริงๆด้วย, มีโต๊ะเก้าอี้วางกันพร้อม

“มีธุระกับกิลด์นักผจญภัยเหรอ? หรือแค่มากินอาหาร?”

พี่สาวหูตั้งผมเขียวถาม

ท่าทางจะเป็นเอลฟ์

คงจะเป็นสถานที่ซึ่งเปิดเป็นทั้งร้านอาหาร และกิลด์นักผจญภัย

“เรามาลงทะเบียนปาร์ตี้, แล้วก็ … อยากจะได้อะไรดื่มหน่อย”

เรากินอาหารกลางวันตามแผงแล้ว จึงไม่หิว

“งั้นก็, เชิญทางนี้ค่ะ”

เราสามคนนั่งลง, แต่มารินะยังไม่นั่ง

“มารินะ, ไม่นั่งเหรอ?”

“เอ … เอ่อ … จะดีเหรอคะ?”

“ก็ต้องดีสิ … อ่ะ, อ่อ, เพราะปกติ ทาสจะไม่นั่งเก้าอี้สินะ?”

นึกขึ้นได้ ตอนแรกฮารุก็ตกใจเหมือนกันที่ชั้นให้นั่งเก้าอี้

“ปกติทาสจะอยู่กับพื้นค่ะ, เหมือนแบบนั้น”

แคโรมองไปทางโต๊ะด้านหลัง, มีผู้ชายนักเวทนั่งโดยมีทาสนักดาบยืนอยู่ข้างหลัง

“นั่งเก้าอี้ที่สูงเท่ากัน หมายถึงทานอาหารโดยมีสถานะเท่ากัน, แต่แคโรได้ยินจากฮารุซัง ว่าท่านอิจิโนอยากให้กินอาหารโดยนั่งเก้าอี้เหมือนกันมากกว่า ก็เลยทำตามค่ะ”

“ยังงี้เอง, มารินะคงเข้าใจล่ะ เพราะเราเป็นคนญี่ปุ่นเหมือนกัน, แล้วชั้นก็ไม่เข้าใจจารีตพวกนี้นักหรอก เอาเป็นว่านั่งเถอะ”

” … ขอบ… คุณ”

มารินะนั่งลงหน้าก้มๆ

งั้นก็

ที่ฟออรันส์, ชั้นวิวาทกับนักผจญภัยเรื่องฮารุ

ที่เบราสรา, ชั้นมีเรื่องกับนักผจญภัยที่อยากขโมย brown bear

ครั้งที่สามถือเป็นโชคสินะ

แต่คงจะไม่มีแล้วล่ะ

ขณะที่คิดเช่นนี้

“เห้ยเห้ย, พี่ชาย, มีทาสสาวตั้ง 3 เลยนี่หว่า”

“แบ่งเรามาซักคนดิ”

“มีเซลิสโล สาวแต่งตัวแปลก แล้วก็โลลิสินะ, ไม่ต้องห่วง เราไม่เลือกปฏิบัติหรอกน่า, จะเป็นใคร แมกนั่มของเราก็จัดเต็มอยู่แล้ว”

ชายสามคนยิ้มหื่นๆ มายุ่งกับเรา

ถ้าเกิดขึ้นสองครั้ง ก็ต้องมีครั้งที่สามสินะ

ดูท่าคนที่กิลด์นักผจญภัยของต่างโลก จะเถื่อนจริงๆฟ่ะ

 

 

 

~Side Story   คำขอต่อพวกไม่ได้เรื่อง~

 

 

เด็กหน้าตกกระ ผมสีแดงสั้นๆ, ฟุริโอ 

เด็กแว่นเตี้ย ผมดำ, สุจจิโน

ต่อหน้าทั้ง 2, เป็นอุบัติการณ์ครั้งใหญ่ที่สุดตั้งแต่ก่อตั้งสมาคมลับล้างสังหาร

เมื่อวาน, มีคำขอที่คาดไม่ถึง มายังสมาคมลับล้างสังหาร

รองประธานสุจจิโน รับคำร้องขอเอาไว้โดยพลการ

ปกติ ฟุริโอที่เป็นผู้นำ คงจะโกรธที่ตกลงไปโดยไม่ปรึกษากันก่อน, แต่สุดท้ายสุจจิโนก็จะรับความโกรธ แล้วร้องขอจนจบเรื่องได้ด้วยดี

แต่ว่า วันนี้มันต่างออกไป

เพราะต่อหน้าทั้งคู่ คือ 2 เหรียญทอง

เหรียญทอง …  ถ้าใช้ชีวิตอย่างตระหนี่, ก็เป็นจำนวนมากพอจะอยู่รอดทั้งปี

เห็น 2 เหรียญทองถูกวางลง, ฟุริโอที่เป็นคนขี้ขลาด ก็รีบซุกซ่อนเหรียญทอง แล้วมองรอบๆ

อยู่ที่มุมของบาร์, ซึ่งเป็นร้านที่พ่อฟุริโอดูแล จึงเป็นสถานที่ทำงานของเขาด้วย

ซึ่งตอนนี้ เป็นเวลาพักอยู่, จึงนั่งอยู่หน้าฟุริโอ

” … ของปลอมรึเปล่า?”

“ของจริงล่ะ, ย่งกว่านั้น ยังเป็นเงินล่วงหน้า ถ้าทำเสร็จ จะได้อีก 18 เหรียญทอง! ลูกค้ายังแนะนำตัวเองว่าเป็นท่านเคาท์อีกด้วยนะ, เป็นงานครั้งใหญ่สุดของสมาคมลับล้างสังหาร ตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นมาเลย”

“ยอดมาก! 20 เหรียญทอง, เอาสิ รีบรวบรวมสมาชิก —”

“เดี๋ยวสิ ฟุริโอ, ถ้าเราเรียกทุกคน ก็ต้องแบ่งเหรียญทองให้เท่าๆกัน, ถ้า 10 คน ก็ได้คนละ 2 เหรียญ, แต่ถ้าเราทำกันเองแค่ 2 คน ก็ได้คนละ 10 เหรียญเลยนะ!”

10 เหรียญทอง กับ 2 เหรียญทอง, เป็นความต่างที่เทียบไม่ติด

ใครที่นับตัวเลขเป็น ก็รู้ว่ามูลค่าต่างกันเยอะ

ถึงกระนั้น, ฟุริโอก็ยังชะงักอยู่

ความรับผิดชอบในฐานะผู้นำ กับความรู้สึกผิดที่ทรยศเพื่อนพ้อง......ไม่มีของแบบนั้นหรอก

“2 คน แปลว่าเป็นงานที่แค่ 2 คนก็ทำได้เหรอ?”

ปัญหาอยู่ที่เนื้องานต่างหาก

หากเป็นงานที่ต้องใช้จำนวนคน, ก็ไม่มีทางเลือกนอกจากบอกสมาชิก

เขาคำนวนในหัวชั่วๆ ว่าจะโกหก คือรางวัลมีแค่ 2 เหรียญทอง ซึ่งจะแบ่งกันคนละ 20 เหรียญเงิน กับเศษอีก 20 เหรียญเงิน จะเอามาจัดปาร์ตี้ใหญ่, แล้วเขากับสุจจิโนก็ฮุบส่วนที่เหลือ อีกคนละ 9 เหรียญทองเอาไว้เอง

“เป็นคำของ่ายมากๆ, แค่เอาลูกกลมๆสีดำนี่ไปไว้หน้ารูปปั้นเทพธิดาที่เขาวงกตทางตะวันตก”

“เขาวงกตที่มือใหม่ไปสินะ, เป็นที่ๆเราไปบ่อย เลยไม่แปลกที่จะมาขอเรา”

สำหรับสมาคมลับล้างสังหารของฟุริโอ, เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้สมาชิก อาทิตย์ละครั้ง จะมีการแบ่งเป็น 5 คน 2 กลุ่ม เพื่อไปเดินเขาวงกตทางตะวันตก ล่ามอนหาเงินเล็กน้อย

มันเป็นเขาวงกตที่ประเทศดูแล, จึงไม่เปิด เว้นแต่จะเป็นเวลาที่ให้ทหารเข้าไปฝึก 3 ครั้งต่อเดือน

แต่ว่า ด้วยการเช็คตารางวันเปิดกับลูกของร้านซักรีด กุรุจจิ グルッチ ที่รับซักผ้าจากค่ายทหาร, ฟุริโอที่เป็นลูกช่างทำกุญแจ ก็แอบเปิดเข้าไปได้

ซึ่งเหตุผลที่สุจจิโนไม่ได้มุบมิบงานไว้คนเดียว แต่มาคุยกับฟุริโอ ก็ไม่ใช่ว่ามีความจงรักภักดีหรอก, แต่ต้องการความสามารถปลดกุญแจของฟุริโอต่างหาก

“แต่ว่านะ, เป็นคนดีจังแฮะ”

“แล้วลูกค้าที่ขอมา นี่ชื่ออะไรเหรอ?”

“ถ้าจำไม่ผิด, วานฟ์? ไม่สิ, วาร์ฟรึเปล่านะ?”




NEKOPOST.NET