NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] สูตรโกงโตไวไร้อาชีพ - 成長チートでなんでもできるようになったが、無職だけは辞められないようです

Ch.57 - ค่ำคืนในหมู่บ้านโกมาคิ


สำหรับชั้นซึ่งไม่ได้เมารถ, อาชีพเสริม (แปรธาตุ) ที่ทำอยู่ในรถม้า จึงเป็นการฆ่าเวลาที่ดี

แร่เหล็กถูกเปลี่ยนเป็นบอลเหล็กเรื่อยๆ แล้วก็เพิ่มเลเวลนักแปรธาตุฝึกหัด

ตอนนี้ เลเวล 14 แล้ว

เมื่อนักแปรธาตุฝึกหัดเลเวล 10, ก็ได้เรียนรู้สกิล「ประเมินโลหะ」 มา 金属鑑定

สกิล 「ประเมินโลหะ」 ดูจะใช้กับอาวุธชุดเกราะ รวมทั้งเครื่องสวมใส่ที่ทำขึ้นได้ด้วย, เพราะงั้น

【เหล็กกล้า: โลหะเจือปนระหว่างเหล็กกับคาร์บอน ผลิตโดยนักแปรธาตุระดับกลาง】

มันแสดงขึ้นมายังงี้เมื่อมองดาบเหล็กกล้า, แล้วก็ สูตรทำของเพิ่มขึ้นมาอีก 5 ด้วย

ชั้นขอดูดาบเขี้ยวมังกรไฟ แต่ปรากฏว่าประเมินไม่ออก เพราะไม่ได้ทำจากโลหะ, ส่วนดาบเหล็ก ดูแล้วก็ทำจากเหล็กนั่นล่ะ

สำหรับดาบก๊อบลินนั้น, ดูจะทำจากโลหะพิเศษที่เรียกว่าเหล็กก๊อบลิน

“เป็นโลหะเวทค่ะ, เหมือนว่าถ้าโลหะอาบเลือดของมอนมากๆเข้า จะกลายพันธ์ุ, แต่โลหะพวกนี้ไม่ค่อยปรากฏ แล้วโลหะเวทส่วนมาก ก็มาจากดรอปของมอนในเขาวงกต, แล้ว ถ้าเพิ่มเลเวลนักแปรธาตุ จะรวมโลหะเวทกันเพื่อสร้างโลหะเวทชนิดใหม่ได้ เป็นโลหะปนเวทค่ะ”

“โอ้, แคโรความรู้ดีจริงๆ … งั้น, เหล็กก๊อบลินนี่ มีค่ามากเหรอ?”

“ไม่เลย, ไม้เท้าเหล็กก๊อบลินที่ดรอปจากฮอบก๊อบลิน ก็ทำจากเหล็กก๊อบลิน เลยไม่มีค่านัก, ว่ากันว่าอ่อนกว่าเหล็กธรรมดาอยู่หน่อย เหล็กบริสุทธิ์เลยมีค่ามากกว่า”

” … อ้อ, งี้เอง”

น่าเสียดายเนอะ

MP ชั้นลดลงไปกว่าครึ่งแล้ว เลยขอพักหน่อย

ฝึกหวดดาบในรถม้าก็ไม่ได้ แล้วจะฝึกเวทก็ต้องใช้ MP อีก

“ถ้ามียาที่เพิ่ม MP ได้ง่ายๆก็ดีสิ”

“มานาโพชั่นถูกซื้อไปหมด ก็เลยมีมูลค่าสุดๆค่ะ”

ชนชั้นสูงกับคนรวย เหมาซื้อมานาโพชั่นไปหมด

เนื่องจากมีมานาโพชั่น ก็จะใช้เวทเพื่อเพิ่มเลเวลตัวเองได้

ดังนั้น นักเวทมือหนึ่ง หมอ แล้วก็นักแปรธาตุส่วนมาก เลยเป็นลูกคนรวย

“ซื้อหมดสินะ… กว้านไปหมดเนี่ยไม่ดีเลยแฮะ”

ชั้นบ่น, แล้วฮารุ ที่นั่งที่คนขับ ก็หันมาร่วมคุย

“นั่นสิคะ กิลด์นักผจญภัยที่ไม่รับซื้อวัตถุดิบจากคนอื่นนอกจากนักผจญภัย ก็เพราะพ่อค้ากวาดของไปกักตุนหมดเนี่ยล่ะ”

สมัยก่อน, ตอนที่ยังไม่มีกิลด์นักผจญภัย, พ่อค้าจะจ้างนักผจญภัยและคนเก็บเกี่ยว ไปเก็บสมุนไพรกับวัตถุดิบต่างๆจากมอน

ทว่า, นักผจญภัย ซึ่งไม่รู้ราคาตลาด ก็จะถูกเอาเปรียบและขายของที่ได้ออกมาถูกๆ

กิลด์นักผจญภัยจึงตั้งขึ้นเพื่อปกป้องนักผจญภัยเหล่านี้

เมื่อทำเช่นนั้น, พวกพ่อค้าก็เลยไม่ชอบใจ และกว้านซื้อของจำเป็นอย่างโพชั่นซึ่งเป็นที่ต้องการของนักผจญภัยไปหมดเลย

พ่อค้าจะปล่อยของในราคาสูงกว่าปกติหลายเท่า

แต่ก็ไม่มีนักผจญภัยซื้อโพชั่นเลย คือ เป็นการประท้วงคว่ำบาตร

ตอนนั้นเอง, มีมอนระบาดจำนวนมาก ทำให้นักผจญภัยมากมายตายไปในการสู้กับพวกมอน

ถ้ามีโพชั่น ก็คงช่วยชีวิตเอาไว้ได้หลายคนแท้ๆ

ตั้งแต่นั้นมา, กิลด์นักผจญภัยก็กีดกันคนค้าขายกับนักสมุนไพรที่ผลิตโพชั่น, จนสุดท้าย กลายเป็นว่าจะไม่รับซื้อวัตถุดิบจากคนอื่นนอกจากนักผจญภัย

“ถึงนั่นจะเป็นเรื่องกว่า 300 ปีแล้วก็เถอะ, ตอนนี้กิลด์นักผจญภัยกับกิลด์นักสมุนไพรเป็นมิตรต่อกันแล้ว, กิลด์นักผจญภัยเองก็ยอมผ่อนปรนจนมีช่องว่างให้นายท่านตั้งฉันไปเป็นตัวแทนขายวัตถุดิบต่างๆด้วย”

จนถึงตอนนี้, ชั้นเอาแต่เพิ่มเลเวลอาชีพสายต่อสู้, แต่ว่า ถ้าคิดถึงการใช้ชีวิตโดยไม่ต้องสู้รบ เพิ่มเลเวลอาชีพสายผลิตของไว้จะสะดวกกว่า

อย่างน้อยที่สุด, ก็ไม่มีการเสี่ยงอันตรายถึงชีวิต

อ่ะ, แต่ฮารุดูจะชอบชีวิตที่มีการต่อสู้มากกว่านะ

รถม้ายังไปต่อ แต่ทางค่อยๆชันขึ้น

ดูท่าจะเป็นทางภูเขาแล้ว

ตอนอยู่ญี่ปุ่น, ภูเขามันให้ความรู้สึกแบบมีต้นไม้โตเต็มไปหมด แต่ภูเขาที่นี่ มีแต่หญ้า ดอกไม้ แล้วก็ต้นไม้เตี้ยๆโดยไม่มีต้นไม้สูงๆเลย

ภูเขาฟูจิเอง ก็คงเป็นแบบนั้น

นึกถึงอดีต, ครอบครัวเราเคยคุยกันว่าจะปีนเขาไปจนถึงสถานีที่ 5 ของภูเขาฟูจิดีไหม, แต่มิริต่อต้านออกมาอย่างแรง จนสุดท้าย โปรแกรมเที่ยวปีนเขาฟูจิเลยถูกยกเลิก และเปลี่ยนไปเป็นกินปลาไหลที่ฮามามัตสึแทน

คิดๆดูนะ, ก็เห็นด้วยกับมิริหรอก ที่ว่าภูเขาฟูจิมีไว้ชม ไม่ได้มีไว้ปีน 

แต่นั่นก็เป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายเลย ที่ได้เห็นมิริหัวดื้อขนาดนั้น

“มีหมู่บ้านอยู่ข้างหน้า วันนี้พักที่นั่นแล้วพรุ่งนี้ค่อยลงเขาวงกตเถอะค่ะ”

“อ่ะ, นี่คือภูเขาโกมาคิเหรอ? ฮารุ, เห็นหมู่บ้านมั่งไหม?”

“ไม่, ยังไม่เห็นค่ะ, แต่เราเข้าใกล้กลิ่นชีวิตแล้ว อีกไม่นานคงเห็น”

“กลิ่นชีวิต?”

มันต่างจากกลิ่นมนุษย์เหรอ?

“กลิ่นเผาฟืน, กลิ่นขนมปังปิ้ง, กลิ่นของการใช้ชีวิตจากผู้คนค่ะ”

ยังงั้นเหรอ

จมูกฮารุยอดจริงๆแฮะ

อย่างที่เธอว่า, ไม่นาน เราก็เห็นหมู่บ้าน

ต่างกับฟออรันส์หรือเบราสรา, มันเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่เรียกว่าหมู่บ้านโกมาคิ และมีประชากรราวๆ 20

ดูเหมือนจะเอาชื่อภูเขามาตั้งทั้งยังงี้เลย

ชายแดนของดาคาท อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ ส่วนชายแดนโคราท ก็ตะวันตกเฉียงใต้, เนื่องจากใช้เวลาราว 2 วัน จึงจะไปถึงประเทศใดประเทศหนึ่ง พวกคนเดินทางหรือคนค้าเร่ จึงจะพักที่นี่ก่อน

แปลว่า, พรุ่งนี้เราจะไปเขาวงกต กลับมาพักผ่อน แล้ววันมะรืนออกเดินทาง ไปตั้งแคมป์ระหว่างทาง

ที่ทางเข้าหมู่บ้าน, รถม้าเรียงกันอยู่, ดูท่าจะเป็นขบวนคาราวานไปฟออรันส์

เนื่องจากมีสินค้าโหลดอยู่ แสดงว่าคงจะไม่หยุดพักที่คอกม้า

มีคอกม้า ดังนั้นเราเลยฝากม้าซะ

ยังไม่ได้คิดชื่อม้าเลยแฮะ

สำหรับตอนนี้, ฮารุก็บอกม้าว่าอย่าดื้อ แล้วเรา 3 คนก็ฝากรถม้าไว้

ค่ารับฝากรถม้าจนถึงพรุ่งนี้เช้า คือ 10 เซนส์, ส่วนค่าฝากม้า จะคิดตามสายพันธุ์ของม้า

โดยม้าขาว....ที่เราพึ่งรู้ว่ามันคือ arc horse アークホース … มีค่าฝากที่ 50 เซนส์ (รวมค่าอาหารแล้ว)

ราคาสุทธิ 60 เซนส์, ชั้นส่งเหรียญทองแดง 10 เหรียญ 6 กองให้ และรับใบฝากของมา

“เป็นม้าที่ดีนะ, ต่างกับ slow donkey จอมตะกละเมื่อเช้าเลย”

ลุงผมน้ำตาลที่มองม้าขาวเรา ว่าออกมา

“Slow donkey?” スロウドンキー

“ใช่, เมื่อเช้ามีคู่ชายหญิงพิลึกมาฝากไว้ที่นี่, ทั้งที่ตัวเล็กแท้ๆ แต่เป็น slow donkey ที่กินเก่งสุดๆ, ออกกันไปตอนกลางวันแล้ว แต่มันกินหญ้าในคอกซะตั้งครึ่งนึง, เล่นเอาขาดทุนแย่เลย”

โจเฟรเอลิซแหงๆ

เดินทางกันต่อโดยไม่พักโรงแรมเลยเหรอ

อึดจริงนะ

แต่, ถึงจะเป็นการเดินทางที่ขมขื่นเช่นไร ทั้งสองก็คงยิ้มได้แน่ๆ

“จะว่าไป, สองคนนั้นไปที่ไหนเหรอ?”

“ไม่รู้สิ, แต่ได้ยินว่าไปทางใต้”

“งั้นเหรอ”

มีลางสังหรณ์ว่าจะได้เจอกันอีก แต่ดูท่าจะอีกไม่นานแฮะ

เอาเถอะ, เราจะพักวันนึงที่นี่ เพราะงั้นคงไม่ได้ตามไปในทันที

“แล้ว, ที่นี่มีอะไรเป็นพิเศษรึเปล่า?”

“อื้อ, สตูว์ทำจากนมแพะ กับแป้งสาลี, ถ้าไปโรงแรม ถึงจะชอบหรือไม่ ก็คงได้กิน”

“งั้นเหรอ, ขอบใจ”

สตูว์นมแพะ

อื้ม, ระหว่างเดินทาง ก็ต้องกินอาหารท้องถิ่นล่ะนะ

ถึงจะเป็นหมู่บ้าน, แต่ก็เป็นหมู่บ้านเล็กๆ

มีโรงแรมที่เดียว

มีม้าซึ่งเหมือนจะเป็นคนอื่นฝากไว้ ดังนั้นเลยน่าจะมีลูกค้าอื่นด้วย

“ยินดีต้อนรับ, 3 คนนะ? เราเตรียมคอกให้ทาสได้นะ, จะเอาแบบไหน?”

ป้าต้อนรับด้วยรอยยิ้ม

ปลอกคอทาสฮารุถูกผ้าพันคอซ่อนไว้ แต่ปลอกคอแคโรนั้นเห็นได้ชัดๆ

ชั้นบอกได้เลยว่าป้าแกไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไร, คำถามแบบนี้ อาจเป็นเรื่องสามัญของโลกนี้

“ไม่หรอก, ช่วยเตรียมห้องปกตินะ, เราทั้งหมดขออาหารเหมือนกันด้วย"

“เข้าใจแล้ว เอาห้องแบบไหนล่ะ? ห้องคู่? หรือว่าให้ตั้งเตียงในห้องใหญ่? น่าเสียดาย ที่ห้องเดี่ยวเต็มหมดแล้ว”

ห้องคู่นั้น ราคา 30 เซนส์, ส่วนห้องใหญ่ คิดคนละ 5 เซนส์

แต่ห้องใหญ่ ตอนนี้มีคนอื่นอีก 7 ที่ใช้อยู่ เลยน่าจะคับแคบ

ค่าอาหารนั้นแยกต่างหาก, อาหารเย็น 7 เซนส์ อาหารเช้า 3 เซนส์

“ขอห้องคู่ 2 ห้องไม่ได้เหรอ?”

“โทษที เหลือห้องคู่ว่างแค่ 1, มีคนค้าขายกลุ่มใหญ่เข้ามาน่ะ”

คาราวานที่หยุดตรงทางเข้าหมู่บ้านสินะ

มีจ้างยามคุ้มกันด้วย แต่คงจะไปนอนกันในรถม้าหมดไม่ไหว

ก็นะ, เดินทางนานๆก็คงอยากนอนเตียงกันมั่ง

ช่วยไม่ได้, เราเลยเอาห้องคู่ แล้วไปที่ห้อง

ถึงคนอื่นจะใช้ item bag ไม่ได้, แต่ถ้าถูกขโมยไป มันก็เป็นปัญหา เพราะงั้นชั้นเลยพกติดไว้กับตัว …

เอาล่ะ, ทีนี้ ยังไงต่อ

“งั้นก็, แคโรจะนอนพื้นเองค่ะ ฮารุซังกับท่านอิจิโนใช้เตียงเถอะ, ฮารุซังเองก็เหนื่อยจากการขับรถม้าทั้งวันแล้วด้วย”

“ไม่นะ, แคโรตัวเล็ก เพราะงั้นนอนเตียงด้วยกันกับนายท่านเถอะค่ะ, นายท่านจะสบายกว่าด้วย”

“งั้น, รวมข้อเสนอของทั้งคู่เข้าด้วยกัน ชั้นนอนพื้นเอง แล้วสองสาวนอนเตียง…”

“”ไม่ได้ค่ะ””

อืม, ว่าแล้วเชียว

ถึงงั้นก็เหอะ, จะให้ผู้ชายนอนเตียง ไล่ผู้หญิงไปนอนพื้นได้ไงกัน?

“อะ, เอาน่า, ค่อยๆคิดระหว่างกินอาหารเย็นแล้วกัน อาจจะมีความคิดดีๆออกมาก็ได้”

ชั้นว่าแล้วเราสามคนก็ไปห้องอาหาร

สตูว์หม้อใหญ่เตรียมไว้แล้ว, มีผักเพียงนิดหน่อย และไม่มีเนื้อเลย

คงจะทำเป็นหม้อใหญ่ๆ แล้วส่วนที่เหลือก็กินกันเองกับพวกชาวบ้าน

แต่ว่า, ป้าบอกว่าวันนี้มีแขกกลุ่มใหญ่ ดังนั้นคงจะเหลือไม่มาก

สตูว์มีรสชาติเข้มมาก และอร่อยกว่าเมื่อเทียบกับสตูว์ที่ทำจากนมวัว, แต่ขนมปังนั้นแข็งโคตร จนกินไม่ได้เลยถ้าไม่จุ่มลงสตูว์ก่อน

อืมม์, ถ้ามีเนื้อจะดีกว่านี้น้า

ชั้นคิด แล้วเราก็กินเสร็จ กลับห้อง

แต่เห้ย! ปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไขเลยนี่หว่า

ใครจะนอนบนเตียง?

ทั้งสองคนจะให้ชั้นนอนเตียง และไปนอนพื้นเอง, ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่แย่ที่สุด

ให้สองสาวนอนพื้น ส่วนผู้ชายนอนเตียง, หัวใจลูกผู้ชายจะพังเอาได้

ถึงงั้นก็เหอะ, ไม่รู้จะหาทางเสนอให้ตัวเองนอนพื้นได้ยังไง

จริงๆแล้ว, ชั้นเป็นโรคกลัวเตียง.........ฟังขึ้นก็บ้าแล้ว.......ก็ระหว่างเดินทางกับฮารุ ชั้นนอนเตียงตลอดเลยนี่หว่า

เพื่อจะให้ทั้งสองคนได้นอนเตียง… และในฐานะเจ้านาย ชั้นก็ไม่อยากจะบังคับด้วยคำสั่งให้ไม่สบายใจด้วย

นั่นสินะ, แต่ไหนแต่ไร, เราไม่ควรจะมีฐานะแตกต่างกันเป็นนายกับทาสนี่นา

“ทั้งสองคน, อยากเลิกเป็นทาสชั้นไหม?”

ชั้นเสนอทั้งคู่ ที่พูดนั่นพูดนี่อยู่

แล้ว… ทั้งคู่ก็หน้าซีดทันที

แคโรถึงขั้นบ่อน้ำตาแตก

” … นายท่าน, ฉัน, ฉันอยากติดตามนายท่านตลอดไป ได้โปรด อนุญาตให้อยู่เคียงข้างด้วยเถอะค่ะ”

“แคโรด้วย! แคโรอยากจะอยู่กับท่านอิจิโนต่อไปแบบนี้ค่ะ ไม่อยากจะแยกจากท่านอิจิโน”

เอ, เอ๋!?

ชิบเป๋ง, พูดผิดไป

“ด, เดี๋ยวก่อน ที่ถามยังงี้ หมายถึงเอาปลอกคอทาสออก แล้วแทนที่จะเป็นทาส ก็เป็นเพื่อนพ้องที่เท่าเทียมกันจะดีไหม, ไม่ได้หมายถึงจะทิ้งไปน่ะ”

ชั้นรีบแก้ความเข้าใจผิด

ให้ตายสิ … สรุปความสั้นเกินไปแล้ว

เพราะคำพูดของป้าดูแลโรงแรม เลยเป็นเหตุผลให้ถามว่าอยากเลิกทาสไหม

จนถึงตอนนี้, ชั้นยังไม่ชินกับจารีตในลักษณะการดูถูกทาสของโลกนี้เลย

พูดตรงๆ, ถึงขนาดที่ไม่พอใจ เมื่อได้ยินคำพูดจากป้าเลย, เพราะงั้น ถึงคิดว่า ถ้าปลดปล่อยพวกเธอจากการเป็นทาส จะง่ายขึ้น

ถึงสองสาวได้ยินแล้วจะสบายใจขึ้น แต่สุดท้าย ก็ปฏิเสธสิ่งที่ชั้นเสนอ

“ฉันภาคภูมิใจที่ได้เป็นทาสนายท่าน ปลอกคอนี้ คือดาบแห่งความจงรักภักดีจากฉัน โปรดคงไว้เช่นนี้เถอะค่ะ”

“แคโรด้วย แคโรได้ความรับสุขมากมายจากท่านอิจิโน เอาปลอกคอออกโดยไม่ทดแทนพระคุณไม่ได้หรอกค่ะ”

เป็นเด็กดีกันจริงๆ

โลกนี้มันผิดเพี้ยนไปแล้ว ที่ทำเด็กดีๆแบบนี้กลายเป็นทาส

อยากจะปลดปล่อยพวกเธอจากการเป็นทาสจริงๆ!

ถึงจะคิดเช่นนี้, แต่ถูกปฏิเสธข้อเสนอปลดปล่อยจากทาส แล้วจะทำอะไรต่อได้ล่ะ

ที่สำคัญ, ปัญหาหลักยังไม่คลี่คลายเลยนะ

ใครจะนอนบนเตียง, ใครจะนอนที่พื้น?

จะให้ทั้งสองคนซึ่งเชื่อมั่นในตัวชั้นซะขนาดนี้ ไปนอนที่พื้นได้ไงกันเล่า

 “งั้นเราสามคนก็นอนด้วยกัน..… คงไม่ได้สินะ”

พอชั้นว่างี้ …

“นั่นสินะคะ … เตียงมันดูกว้างกว่าเตียงปกติด้วย”

“แคโรเองก็ตัวเล็กด้วย … เลยใช้ที่นอนแค่นิดเดียวค่ะ”

… เอ๋? เอาจริงอ่ะ?

จะนอนด้วยกัน 3 คนจริงเหรอ?

“”ถ้านายท่าน (ท่านอิจิโน) ไม่รังเกียจล่ะก็…””

” … นอนด้วยกันโลด”

เอาตามนี้ล่ะวะ

กลางคืน … มีฮารุข้างซ้าย, แคโรนอนขวา, เตียงแห่งความฝัน ที่มีสองสาวประกบแซนวิซ

แต่แน่นอน … ว่าชั้น หลับไม่ลง

แคโรกอดแขนชั้นเป็นหมอนข้าง, ฮารุก็หายใจเสียงเซ็กซี่ กับปล่อยกลิ่นสาวออกมา ทำให้คึกคักเป็นยิ่งนัก

แต่ว่านะ, มีแคโรอยู่ใกล้ๆ, จะปั่มป๊ามป้าบป้าบกับฮารุก็ไม่ได้ เลยได้แต่นอนตัวแข็งเป็นงู

พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้นซักกะที




NEKOPOST.NET