[นิยายแปล] สูตรโกงโตไวไร้อาชีพ - 成長チートでなんでもできるようになったが、無職だけは辞められないようです ตอนที่ 36 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] สูตรโกงโตไวไร้อาชีพ - 成長チートでなんでもできるようになったが、無職だけは辞められないようです

Ch.36 - แยกส่วนหมี


ในเมืองนี้, บ่อนพนันกับร้านค้าจะตั้งอยู่ตรงกลาง, ฟากตะวันตกจะเป็นเขตอยู่อาศัย แล้วถ้าเลยไปอีก ก็จะเป็นทุ่งกับฟาร์ม

ด้านตะวันออก เป็นโรงปฏิบัติการต่างๆอย่างโรงตีเหล็ก, กิลด์นักผจญภัยเองก็อยู่ทางนี้ ส่วนเขาวงกตจะเลยไปอีก

ความยากของเขาวงกตในเมืองนี้ ออกจะเป็นระดับกลาง-ต่ำ, ดูเหมือนด้วยพลังเราในตอนนี้ จะเคลียร์ได้ง่ายๆ

ไปทางตะวันออก, อาชีพของผู้คนจะโน้มเอียงไปทางสายต่อสู้เพื่อหาเลี้ยงชีพ เช่น นักดาบฝึกหัดหรือนักธนู แล้วผู้คนที่มีอาชีพอย่างช่างตีเหล็กหรือนักแปรธาตุฝึกหัดก็มีจำนวนเพิ่มขึ้น

「ประเมินอาชีพ」 มันสะดวกเมื่อมาถึงเมืองใหม่ เนื่องจากทำให้รู้เลยว่าตอนนี้อยู่โซนไหนของเมือง

” … โอะ?”

มองคนแต่งตัวดูมั่งคั่งที่เดินผ่านไปจนชั้นต้องเหลียวหลัง

เพราะเป็นอาชีพที่คาดไม่ถึง

“มีอะไรเหรอคะ?”

“เปล่าหรอก, คือผู้ชายเมื่อกี้, มีอาชีพเป็นคนเสเพล … ชั้นเลยคิดว่ามีคนทำอาชีพเป็นคนเสเพลเพื่อความสนุกอยู่ด้วย”

ถึงจะแปลกที่คนอย่างชั้นซึ่งไร้อาชีพการงานจะพูดยังงี้ก็เหอะ

ดูความร่ำรวยของคนเสเพลนั่นสิ, ชักสงสัยแล้วว่าอาชีพคนเสเพลมันทำเงินได้ดีรึไงกัน

“คงจะไปบ่อนพนันล่ะค่ะ”

“บ่อนพนัน?”

“ค่าโชคของคนเสเพลจะสูงกว่าอาชีพอื่น, ปกติต้องใช้เงินในการเปลี่ยนอาชีพที่โบสถ์ คนที่เล่นพนันธรรมดาเลยไม่เปลี่ยนอาชีพ แต่สำหรับคนรวยแบบนั้น เปลี่ยนอาชีพเพื่อท้าทายบ่อนได้, แต่ไหนแต่ไร ก็มีแต่คนรวย ถึงจะเป็นคนเสเพลได้”

อ้อ, ก็เป็นอาชีพที่เลเวลอัพมาจากสามัญชน ซึ่งต้องจ่ายภาษีเยอะๆในขณะที่ยังเป็นสามัญชนอยู่นี่นะ

ดังนั้น เลยมีแต่พวกเศรษฐี ที่จะจ่ายภาษีเยอะๆได้

สามัญชนนั้นไม่ถนัดการต่อสู้ด้วย, หรือจะจ้างคนอื่นให้สู้เพื่อดูดเลเวล ก็ต้องใช้เงินอยู่ดี

“แต่ก็เป็นความเชื่อปรำปรานะคะ ว่าโชคสูงจะทำกำไรในบ่อนได้”

“ก็คงยังงั้นล่ะ, ฟังดูอาจจะไม่ดี แต่บ่อนมันตั้งให้เจ้ามือชนะเป็นส่วนมากอยู่แล้ว”

ในญี่ปุ่น, อาจจะชนะได้บ้างถ้าโชคดีในเกมที่ควบคุมโดยระบบคอมพิวเตอร์ อย่างสล็อตแมชชีนหรือปาจิงโกะ

แต่สำหรับเกมอย่างไพ่ รูเล็ต หรือเกมที่ใช้ลูกเต๋านั้น, ขึ้นอยู่กับฝีมือของเจ้ามือ

ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้น ก็ไม่ใช่แข่งกันโดยโชค

“อ่ะ, ขอกินน้ำผลไม้หน่อยนะ, ป้า ขอสองแก้ว”

ชั้นเจอร้านขายเครื่องดื่มหอมๆ เลยจ่าย 14 เซนส์เพื่อซื้อมาสองแก้ว

ป้าตักน้ำออกจากถังใส่แก้วลายครามส่งมาให้, ที่ราคาแพง เพราะแก้วนี่เอง

ดูเหมือนหากเอาแก้วมาเอง จะราคา 2 เซนส์, แสดงว่าแก้วราคา 5 เซนส์งั้นสิ

“อ่ะ, ของฮารุ”

“ขอบคุณมากค่ะ, นายท่าน”

เราสองคนดื่มระหว่างเดิน, มันรสเหมือนกับน้ำมะนาว ผสมน้ำผึ้งลงไปแทนที่จะเป็นน้ำตาล ทำให้ดื่มง่าย

หลังจากเสร็จ ก็เอาแก้วใส่ลง item bag

จากนั้น ก็ถึงกิลด์นักผจญภัย

เป็นตึกที่มีสัญลกษณ์ดาบกับโล่แขวนอยู่ และประตูปิดที่ต่างกับฟออรันส์

เมื่อเปิดประตู … สิ่งแรกที่เข้าจมูก คือกลิ่นแอลกอฮอล์

พูดได้อย่างเดียว, เหมือนกับร้านเหล้าเลยฟ่ะ

ไม่สิ, กิลด์มันก็คือที่รับงานผสมกับบาร์อยู่แล้ว, มองดูผู้หญิงถือแอลกอฮอล์อยู่ที่ทางเดิน ก็ต้องถอนหายใจ

เป็นที่ๆไม่ชินเลยแฮะ

ยังกลางวันอยู่แท้ๆ แต่ดื่มแอลกอฮอล์กันซะแล้ว

ถึงออกมาจากปากของชั้นแล้วจะดูเหมือนเล่นมุก, แต่ก็ขอพูดหน่อยเหอะนะ

… พวกเอ็งไปหางานการทำซะเซ่

เอาเหอะ, บางคนที่อยู่นี่ อาจจะเสร็จจากงานมาแล้วก็ได้

มีเคาน์เตอร์อยู่ เราเลยไปตรงนั้น

มีคนอยู่หลังเคาน์เตอร์ กำลังดูเอกสารอยู่, แต่พอเราเข้าไปหา ก็ยิ้มอย่างที่ห่างจากยิ้มรับแขกไปไกลโข จ้องมา แล้วพูด

“ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน แต่ต้องการอะไรล่ะ?”

“เราล่า brown bear มาได้ระหว่างทาง อยากจะแยกส่วนร่างมัน ขอยืมที่ได้ไหม?”

“ร่างอยู่ข้างนอกสินะ … มีที่ว่างด้านหลัง ใช้ได้ตามสบาย … แล้วล่ามากี่ตัวล่ะ?”

“10”

“งั้นเหรอ … มีสกิลแยกส่วนไหม?”

“มี”

“มีประสบการณ์แยกส่วน brown bear ไหม?”

“เคยแยกมาแล้วหนึ่งตัวระหว่างทาง แต่ก็เป็นครั้งแรก”

ถามทำไมหว่า?

ขณะที่คิดยังงี้,

“รอแป๊ป”

เขาว่างั้น แล้วเอามีดออกจากลิ้นชักที่หลังกิลด์

“นี่คือมีดตัดหมี 熊切包丁 จะให้ยืมใช้ … ถ้าสนใจ, ซื้อได้ที่ร้านอาวุธข้างๆ ลุงเค้าจะได้ดีใจ” 

” … ขอบใจที่ช่วย”

มีประสบการณ์ไม่ดีกับกิลด์นักผจญภัยอยู่เยอะ แต่คนดีๆก็มีเหมือนกันแฮะ

ระหว่างที่คิด ก็ออกจากกิลด์นักผจญภัยโดยประตูหลัง สู่ภายนอก

ทั้งที่ในกิลด์ ก็มีคนดีอยู่แท้ๆน้า

ชั้นเอา brown bear ออกจาก item bag แล้วเริ่มแยกส่วน

ฮารุก็แยกส่วนหมาป่าไป

แน่นอน ชั้นตั้งอาชีพชั้นกับฮารุเป็นนักล่า

ระหว่างคุยทั่วๆไปพลางแยกส่วน, ก็ได้รู้ว่าการล่าหมาป่าไม่ได้เป็นข้อห้ามของเผ่าหมาป่าขาวแต่อย่างใด และดูเหมือนว่าเผ่าหมาป่าขาวก็ไม่ได้มีความใกล้ชิดกับหมาป่าด้วย, นึกว่าที่ให้ฮารุฆ่าหมาป่าจะเป็นการแย่ซะแล้ว แต่ดูท่าจะไม่เป็นไรแฮะ

แยกส่วนหมีใช้เวลาตัวละ 20 นาที, เลยใช้เวลา 3 ชั่วโมง กว่าจะแยกส่วนเสร็จหมด 9 ตัว

ฮารุสามารถแยกส่วนหมาป่าโดยใช้เวลาครึ่งเดียว แต่ก็กินเวลาเช่นกัน

ถึงยังงั้นก็เหอะ, สกิล 「แยกส่วน」 ยอดจังแฮะ, ถ้าแยกส่วนตามปกติ คงใช้เวลามากกว่านี้หลายเท่า

…………………………………

แยกส่วน II 【นักล่า Lv15】

ทำให้แยกส่วนได้ดั่งมองที่หลังมือ

วิธีการแยก, กำลังกล้ามเนื้อ, ความรวดเร็ว, และความแม่นเพิ่มขึ้นมาก
…………………………………

เพราะสกิล, ทำให้งานไปไว รอบคอบ และสวยงาม

ระหว่างนี้, เลเวลนักล่าก็ขึ้นไปอีก 3

ตอนนี้ Lv29 แล้ว, ถ้า Lv30 จะได้สกิลอะไรน้า

เอาเถอะ, แยกส่วนหมี 9 ตัว ทำให้ชั้นโตเท่ากับแยกส่วนหมีไป 3600 ตัว ดังนั้นเลเวลก็ขึ้นซักเท่านี้ล่ะ

พูดตรงๆนะ, แยกส่วนหมี 1 ตัว เหนื่อยกว่ากำจัดหมี 1 ตัวอีก

“เอาล่ะ, แยกส่วนกันเสร็จแล้ว เอาของไปขายเถอะ?”

ขณะที่ว่ายังงั้น

ชาย 5 คนก็เข้ามาหา

“จริงด้วย, มันแยกส่วนกันเสร็จแล้วล่ะ ลูกพี่”

“นั่นสิ, โชคดีเลย, เห้ย ไอ้พวกเด็กน้อย, จะไม่พูดอะไรแย่ๆหรอก ส่งหมีมาดีไหม?”

“ส่งมาน่า~ ส่งมาดีๆ คงจะไม่อยากเจ็บตัวใช่มั้ย?”

“เราจะให้เนื้อหมีเป็นการขอบคุณ”

“คนเรามันก็ต้องมีใจเป็นอาสาสมัครแบ่งปันกันมั่ง”

พวกแก แย่งของคนอื่นกันกลางวันแสกๆเลยเหรอ?

ดูท่ามันจะได้ยินเรื่องที่เราคุยกันในกิลด์

“ทำแบบนี้ไม่กลายเป็นโจรเหรอ?”

“หาา, คนจะเป็นโจรเมื่อขโมยของคนอื่นหรือทำร้ายคนอื่นหนักๆ, ที่เราทำ ยังไม่ถือเป็นการขโมยล่ะนะ”

อวดอ้างในสิ่งที่ไม่ควรอวดใหญ่เลยนะแก

… มันพูดบ้าอะไรเนี่ย? เจ้าพวกนี้ … บ้าเปล่า?

 

 

 

 

 

~~ ในเวลาเดียวกัน พวกบ้าของจริงก็? ~~

ที่เส้นทางระหว่างฟออรันส์กับเบราสรา จะเป็นทางภูเขา แต่มันก็เป็นเส้นทางตรงดิ่งไปเลย

แน่นอน, ว่ามีเส้นทางป่า สำหรับพวกคนตัดไม้ กับทางเดินสัตว์ที่ผ่านป่าด้วย, แต่ก็ไม่ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นถนนหลักหรอก

ไม่มีใครหลงทาง, แล้วก็ไม่ควรจะหลงด้วย, ถ้าจะมีคนหลงทาง นั่นก็คือ…

“แหม, เบราสราเนี่ยไกลจังเนอะ เอลิซ”

“เบราสราไกลล่ะ, โจเฟร”

ที่อยู่ในป่าซึ่งห่างจากเส้นทางเดินสัตว์, ยิ่งจะหาถนนหลักยิ่งไม่ต้องพูดถึง, ก็คือโจเฟรกับเอลิซ

หรือก็คือ หลงทาง

ทั้งสองคนซึ่งอยู่ในฟออรันส์มาอย่างยาวนาน เป็นมือใหม่ในการเดินทาง

เพราะงั้นเลยพึ่งพาผู้อื่น

ผู้ซึ่งดูเหมือนจะเชี่ยวชาญในการเดินทาง

“เอาเถอะ, เซนทอร์ ケンタウロス ดูเหมือนอยากจะพูดว่าคงเป็นแถวๆนี้ เพราะงั้นไม่ผิดแน่”

“เค้าว่าเซนทอร์มาถึงเบราสราหลายครั้งแล้วนี่เนอะ”

เซนทอร์ … คือลาที่ทั้งสองคนซื้อมา, และมันเองก็คงคาดไม่ถึงว่าจะถูกพึ่งพาขนาดนี้

มันแค่เดินไปตามทางซึ่งมีของที่อยากจะกิน, เส้นทางห่างไกลความเจริญ มีหญ้ารกขึ้นจนไม่มีใครก้าวเข้ามา

มันคือนักบุกเบิกเส้นทางผู้ยิ่งใหญ่ … ไม่สิ, มันก็แค่มองหาทุ่งปศุสัตว์ขณะเดิน

หนทางยังอีกไกลนัก กว่าที่ทั้งคู่จะถึงเบราสรา




NEKOPOST.NET