NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] สูตรโกงโตไวไร้อาชีพ - 成長チートでなんでもできるようになったが、無職だけは辞められないようです

Ch.134 - SS การเชิญชวนพวกโจเฟรให้เข้าร่วม


เสียงจอบกับพลั่วดังไปทั่วหุบเขา

ถนนถูกดินถล่มกั้น

มีคนงานหลายสิบคน ทำงานขุดตักเอาหินดินออก

เดิมที หุบเขานี้เป็นพื้นที่หิน, หินแต่ละก้อนจึงใหญ่มาก ทำให้ยากที่จะเคลื่อนย้ายโดยปราศจากการทลายหินก่อน

"......ไม่เหมือนกับที่ฟังมานี่นา.....ให้ตายสิ, ทองเทิงอะไร ขนาดหินอัญมณียังไม่เจอเลย"

แรกสุด เป็นสุจจิโน ที่วิ่งเข้าไปหาทอง, แต่หนึ่งวัน สองวัน สามวันผ่านไปกับการทำงาน ก็รังเกียจงานซ้ำๆนี่แล้ว

ถึงจะฟังคนข้างๆ ก็ไม่ได้ยินว่ามีใครขุดได้ทองออกมาเลยซักคน

"น่า, จะว่าไปนะ สุจจิโน ได้ทำงานออกเหงื่อแบบนี้ก็ดีออก"

เอาแขนเสื้อเช็ดเหงื่อที่หน้าผากเพื่อไม่ให้ตกลงถึงตา แล้วฟุริโอซึ่งไม่หลงเหลือท่าทางของเด็กเกเร ก็กวาดดินทรายด้วยจอบไป, จะมองยังไงก็ดูเป็นเด็กหนุ่มธรรมดา

ความเปลี่ยนแปลงของเพื่อนสมัยเด็กเช่นนี้ ทำให้สุจจิโนได้แต่ถอนหายใจ

ประธานสมาคมลับล้างสังหาร ได้ยุบองค์กรแล้ว

ที่สุจจิโนให้ทำเช่นนั้น เพราะว่าตัวเองจะได้ฮุบเอาเงินซึ่งได้มาจากการต่อสู้คราวก่อนไว้เอง 

แต่ว่า, ฟุริโอนั้นต่างออกไป

ฟุริโอเกิดหลงชายผู้นึงเข้า, และตัดสินใจที่จะติดตามไป

"เคยเรียนจากอาจารย์เมื่อนานมาแล้วล่ะ, ทุกสิ่งนั้นมีจุดอ่อนอยู่ ถ้าโดนเข้า ไม่ว่าจะอะไรก็พังได้, ดูนะ!

ผู้ชายผมแดงซึ่งพูดขึ้นนี่ล่ะ, คือโจเฟร ที่ฟุริโอนับถือ

เขาจับจอบแล้วปิดตา

เกิดบรรยากาศตึงๆขึ้นระหว่างฟุริโอกับโจเฟร

แล้ว―― 

"นี่ล่ะพลังของชั้น!"

ว่าแล้ว, เขาก็ฟาดจอบลงบนหินใหญ่

ผลลัพธ์, จากพลังแปลกๆ ทำให้จอบที่ฟาดลง เกิดหัก กลายเป็นของไร้ประโยชน์

"สมกับเป็นลูกพี่โจเฟร, ทำลายจอบได้ในทีเดียว, ฟาดได้สุดจะรุนแรง!"

ฟุริโอตื่นเต้นขึ้น, จนไม่ได้ยินรอบข้างดุ 「เห้ย, ไอ้เด็กใหม่ ทำจอบพังอีกแล้วเหรอวะ!」「บอกแล้วนี่หว่า ถ้าพังอีก แค่ขอโทษไม่จบแน่!」

"ก็นะ, ถ้าเป็นชั้น แค่จอบน่ะ ง่ายยิ่งกว่าหักลูกธนูสามดอกมัดกันอีก"

โจเฟรเอาสุภาษิตจากญี่ปุ่นซึ่งดูแพร่ถึงโลกนี้ มาใช้โดยไม่รู้ตวามหมายจริงๆ 

แล้ว―― 

"มาแล้ว! ท่านผู้นั้นมาแล้ว!"

"เปิดทางเซ่! อย่าเกะกะ!"

"เครื่องบูชา! เอาเครื่องบูชามาซิ!"

คนงานเปิดทาง, และสิ่งที่ปรากฏขึ้น คือเอลิซกับมิลกี้ー――ที่ขี่เซนทอร์อยู่

"ท่านเซนทอร์, แถวนี้มีหญ้าอร่อยๆ โปรดแวะเถิด!"

หนึ่งในคนงานว่า, แล้วเซนทอร์ก็หยุดกินหญ้า

ระหว่างนี้ เอลิซก็ลงจากเซนทอร์แล้ววิ่งเข้าหาโจเฟร

"โจเฟรรรรรรรร! เอาข้าวกล่องมาแล้ว! อยากเจอจังเลย"

"โอ, เอลิซซซซ! ชั้นก็อยากเจอเธอเป็นที่สุด! อุตส่าห์ทำเพื่อชั้น ขอบคุณนะ"

เอลิซกับโจเฟรกอดกันร้อนแรง ทั้งที่พึ่งแยกจากกันไปไม่ถึงสามชั่วโมง

แล้วก็มีคนฝ่าบรรยากาศ ว่า「นั่นข้าวกล่องของทุกคน อย่าเอาไปกินคนเดียวนะเว้ย!」

ระหว่างนี้ เซนทอร์ก็กินหญ้าป่าไป, จนที่สุดท้าย... เป็นกองหญ้าซึ่งมีเชือกผูก

คนงานคนนึง เหวี่ยงหญ้าไปตรงที่มีหินใหญ่

แล้วเซนทอร์ก็ไล่ตามไป――แน่นอนว่ามีหินใหญ่อยู่ที่ทาง

เซนทอร์ปะทะกับหินอย่างจัง

หินแตกกระจายออกในทันใด

ท่ามกลางเสียงเชียร์เฮ, เซนทอร์กินหญ้ากองสุดท้ายเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

"สมกับเป็นท่านเซนทอร์"

"ท่านเซนทอร์, โปรดแวะมาอีกนะ"

"จะเตรียมหญ้าป่าไว้ให้อีกนะครับ"

ก้มหัวเคารพเซนทอร์กันแล้ว พวกคนงานก็ขนเศษหินไป

"......สมกับเป็นสหายของลูกพี่โจเฟร,  ขนาด Slow Donkey ก็ยังไม่เลวนะเนี่ย"

"ใช่ม้า? ตอนได้เห็นทีแรก ชั้นก็รู้ว่ามันมีบางอย่างต่างจากม้าปกติ"

โจเฟรพูดอย่างภูมิใจ, โดยสุจจิโนจิกกัดในใจ 「ก็ต้องต่างจากม้าสิ, มันเป็นลานี่หว่า」

แล้ว เมื่อเขาไปอู้หลบหลังพุ่มไม้ข้างๆหุบเขา เพื่อซ่อนจากพวกคนงานขนหิน

ก็ได้ยินเสียงซอกแซกจากในพุ่ม

หากฟังดีๆ เป็นเหมือนเสียงคนเมาเลย

"แย่แล้วเนี้ยวแย่แล้วเนี้ยว"

เสียงน่ารักๆออกมา

วิธีพูดเฉพาะแบบนี้ เป็นพวก cait sith แน่ๆ

ถึงจะหายาก แต่บางครั้งก็เห็นได้ในเฟรุดอยู่, เป็นเผ่าที่รักสงบไม่ชอบการต่อสู้

"แย่เนี้ยว, ราชาไปซะแล้วเนี้ยว"

"ได้ยินมาเนี้ยว! รีบกลับหมู่บ้านเนี้ยว, การต่อสู้เพื่อตัดสินราชาใหม่จะเริ่มแล้วเนี้ยว"

"ก่อนหน้านั้นต้องรวบรวมนักรบให้ได้ 5 คนเนี้ยว! ไปรวมนักผจญภัยจากกิลด์นักผจญภัยเนี้ยว! ใช้รางวัลให้มารวมตัวกันเนี้ยว!"

"เนี้ยว, แก, เล็งจะเป็นราชาเหรอเนี้ยว?"

"เป็นผู้ชายก็ต้องเล็งจุดสูงสุดสิเนี้ยว"

"เท่เลยเนี้ยว! อยากจะพูดแบบนั้นมั่งจังเนี้ยว"

"งั้นก็, แกก็พูดเลยสิเนี้ยว"

"จะดีเหรอเนี้ยว, งั้นก็ว่า.....เป็นผู้ชาย ต้อง――"

"เห้ย!"

สุจจิโนโผล่ออกมาขัดจังหวะ cait sith

"เนี้ยว, มนุษย์ นี่ฟังอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี้ยว?"

"พูดต่อซิ, รวบรวมนักผจญภัยไปทำอะไร? แล้วจะโปรยเงินใช่มั้ย?"
 

 

※※※ ※※※
 

 

คืนนั้น, สุจจิโนก็รวมตัว โจเฟร เอลิซ ฟุริโอ มิลกี้, และเล่าเรื่องราว

จากนี้ไป การต่อสู้เพื่อตัดสินราชาองค์ใหม่ จะเริ่มขึ้น

ถึงจะไม่รู้เนื้อหาของการแข่ง, แต่ก็เป็นเกมที่ 5 นักรบ กับ 1 cait sith รวมตัวกันเพื่อเข้าต่อสู้

แล้วทีม cait sith ที่ชนะ จะได้เป็นราชาองค์ใหม่

"พวกเราร่วมด้วยไหม? มี 5 คนพอดีเลยนะ, ชั้นกับฟุริโอเป็นได้แค่จำนวนเติมให้เต็มหรอก แต่พลังของมิลกี้ทุกคนก็รู้กันดีอยู่แล้ว แถมมีโจเฟรซังกับเอลิซซังอีก, แบบนี้ไม่มีช่องโหว่เลย ต้องให้คำตอบกับ cait sith พรุ่งนี้นะ"

"เดี๋ยวๆ,  สุจจิโน, ตอนนี้พวกเรา กำลังมีงานสำคัญ ในการขุดหินดินเปิดเส้นทางอยู่นะ?"

ที่ว่าขัดก่อนคือฟุริโอ

สำหรับเขาซึ่งปกติไม่ค่อยทำงาน, การทำงานเช่นนี้ ไม่ใช่ความลำบากทรมาน แต่เป็นโอกาสสดชื่นจากการได้ใช้แรงงาน, ซึ่งตรงข้ามกับสุจจิโนเลย

"ก็ดีนี่? ฟังน่าสนใจออก, ให้ผู้กล้าโจเฟรผู้นี้ ได้แสดงฝีมือเอง"

"ว้าย, โจเฟรเท่จัง! นั่นสินะ, ทำข้าวกล่องไปกินด้วยดีกว่า"

"นั่นสินะ, ทำทามาโกะยากิเถอะ ทามาโกะยากิของเอลิซ ยอดสุดๆเลยล่ะ"

"สมกับเป็นลูกพี่โจเฟร! ชั้นก็จะตามลูกพี่ไป, เพื่อดูพลังของวีรบุรุษให้เต็มตา!"

พอโจเฟรเอาด้วย ฟุริโอก็พลิกท่าทีทันใจเลย

"อ่ะ, แต่ว่าแทนที่จะเอาชั้นกับสุจจิโนไปด้วย, ไปชวนลูกพี่โจวคนนั้น กับลูกเพ่ฮารุ ไม่ดีกว่าเหรอ?"

"ไม่ดิ, ไปกัน 5 คนนี่ล่ะ!, มีชั้นอยู่ ก็เหมือนราบลื่นแล้ว"

โจเฟรหัวเราะเข้าใจผิด และอีกฟาก สุจจิโนก็บอกกับมิลกี้ด้วย

มิลกี้นั้น 「อืม, ได้สิ」 ว่างี้ แต่ก็ดูไม่สนใจนัก

ด้วยเหตุนี้ จึงรวบรวมสมาชิกได้แล้ว

"จะว่าไป, ฟุริโอ, เรียกโจวซังกับฮารุซังว่าเป็นลูกพี่ ลูกเพ่ด้วย, หมายความว่าไงกัน?

สุจจิโนถามฟุริโอโดยไม่ได้คิดอะไร

แล้วฟุริโอก็ตอบทำนอง 「เรื่องแหงอยู่แล้ว นี่เมาอะไรอยู่รึไง?」

"เป็นเพื่อนของลูกพี่โจเฟรเชียวนะ, เป็นลูกน้องของลูกพี่โจเฟร ก็ต้องให้ความเคารพพวกนั้นด้วยสิ"

"......เอ่อ, ถ้าแกว่างั้น ก็ไม่เป็นไรหรอก......"

สุจจิโนคิดว่า

(หรือบางที, ฟุริโออาจจะไม่รู้ตัว ว่าโจวซังกับฮารุซัง ก็คืออิจิโนโจวกับฮารุวาทาท ที่ส่งลุงนาร์เบซังซึ่งตัวเองเคารพนับถือ เข้าคุกไป?)

ไม่หรอกน่า, สุจจิโนส่ายหัว

แต่ยังไงก็ตาม เรื่องนี้ เงียบๆไว้จนกว่าการต่อสู้จะจบไปก่อนเถอะ

(ผู้ที่จะได้ครองสมบัติราชา ก็คือชั้นเนี่ยล่ะ!!)




NEKOPOST.NET