NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] สูตรโกงโตไวไร้อาชีพ - 成長チートでなんでもできるようになったが、無職だけは辞められないようです

Ch.114 - บทนำ 5


งานเอาหินดินที่ถล่มปิดเส้นทางทิศใต้ออก เป็นไปอย่างล่าช้า

ระหว่างทำงาน มอนมักปรากฏออกมา ทำให้คนงานซึ่งสู้มอนไม่ได้ ต้องอพยพหนีกัน

ถึงจะมีการคิดส่งพวกอัศวินไปคุ้มครองเวลาทำงาน แต่เนื่องจากความวุ่นวายในวันก่อน ทำให้เรื่องตกเป็นพับไป

ส่วนนักผจญภัยนั้น, ส่วนมาก ก็ไปคุ้มกันคนค้าขายที่อพยพหนีภัยจากมอน ที่เหลือ ก็รับคำขอเพื่ออยู่คุ้มครองเมือง

สภาพยังวุ่นวายแบบนี้

เนื่องจากการขาดคนที่ต่อสู้ได้ส่วนมากของเมืองไปนั่นล่ะ

เพราะงั้น พวกสุซุกิเลยต้องมาช่วยคุ้มครอง

สองวันหลังจากความวุ่นวาย, เราแวะไปบ้านหัวหน้าเผ่าที่อยู่ใกล้เฟรุด

ประชากรกว่า 90% ของดาคาทนั้น เป็นพวกชนเผ่าเร่ร่อน, ในดาคาท จึงมีหลายเผ่า

บ้านของหัวหน้าเผ่ามีอิทธิพลที่สุด 

ก็นึกว่าจะเป็นบ้านหรูๆหรอก แต่กลับเป็นบ้านแบบประกอบง่ายรื้อออกก็ง่ายแฮะ

ชนิดที่เข้ามาแล้วรู้สึกแคบๆเลยล่ะ

โดยสุซุกิก็ละทิ้งโอกาสสร้างชื่อเสียงจากการรับมือกับความวุ่นวายที่เกิดขึ้นทั้งหมด

บอกว่าคนที่ช่วยปกป้องเมือง คืออเลชโอ ไม่ใช่ตัวเอง

แล้วก็ ถ้าข้อมูลที่ว่าพวกกองทหารอัศวิน แพ้ให้กับฝูงมอน รั่วออกไป, คงจะทำให้กำลังรบของประเทศถูกสงสัย จนสร้างความวุ่นวายไปทั่วแน่ๆ

โจเฟรกับเอลิซ และพวกชั้นก็ตกลงตามนั้นด้วย

ฟุริโอนั้นเอาตามโจเฟรอยู่แล้ว, ส่วนมิลกี้ก็ไม่สนใจเรื่องพวกนี้แต่ต้นแล้ว

สุจจิโนบอกว่าถ้าได้รางวัล ก็ไม่สนชื่อเสียงหรอก, ซื้อด้วยเงินง่ายๆแบบนี้ เลยได้รับทองไปแผ่นนึงเป็นรางวัล

และเมื่อได้ยินเรื่องปัญหาดินถล่มที่ทางใต้, พวกสุซุกิ โจเฟร เอลิซ ฟุริโอก็ยืนขึ้นจะไปช่วย

สุจจิโนเองก็ลำบากใจอยู่, เพราะแถวนั้นมีเหมืองทอง ซึ่งถูกหินดินกวาดไปอ่ะนะ

แปลว่าที่เอ็งยืนขึ้น เพราะคิดว่าจะมีเศษทองปะปนกับหินดินให้คุ้ยร่อนได้สินะ

ส่วนเรื่องบอลปริศนาที่สุจจิโนได้มา และทำให้รูปปั้นเทพธิดากลับไปเป็นเหมือนเดิมนั้น

สุดท้ายแล้ว ลูกค้าที่ฝากไว้ ก็ไม่เจอตัวอีกเลย, เลยไม่ได้รางวัล

เลยมีเสียงโวยวายว่าเป็นงานหลอกลวงด้วย

แต่ว่านะ, ก็เป็นงานที่รับกันเองโดยตรงแบบไม่ผ่านกิลด์ จึงไม่มีใครช่วยเรื่องนี้ได้

และถึงขนทองจะเป็นไอเทมมีค่าขายได้ราคาสูง, แต่แคโรก็บอกสุจจิโนว่าพ่อค้าต่างๆเผ่นออกจากเมืองไปหมดแล้ว เลยขายออกเป็นเงินไม่ได้หรอก

เพราะงั้น ตอนนี้เขาถึงอยากได้เงินอย่างมาก

ส่วนพวกเรา ก็ปฏิเสธคำขอล่ะ

ก็ถ้ามีพวกสุซุกิไป, คงไม่จำเป็นต้องมีคนเพิ่มแล้วนี่

ไม่ใช่เพราะว่าเป็นคนไร้อาชีพ ก็เลยไม่อยากทำงานหรอกนะ

มีสิ่งที่ถ้าคนอื่นอยู่ ก็จะทำไม่ได้อยู่เยอะด้วยสิ

อย่างเช่น สกิล 「ฮิคิโคโมริ」, my world ของชั้นเอง ก็ยังตรวจสอบไม่เสร็จเช่นกัน

หมกตัวสบายๆอยู่ในโรงแรมที่เฟรุดซักพักเถอะ




※※※ ※※※

 

ผ่านไป 5 วันนับแต่ฝูงมอนโจมตีเฟรุด

ห้องโรงแรมในเฟรุด เหมือนกับเป็นบ้านชั้นไปแล้ว

"ส ..... ส.... ส.... ส...."

ได้ยินเสียงปริศนาขึ้นมา

นาฬิกาปลุกพังเรอะ?

"สว...สว ...สวะ ...ดี...."

เห้ย, ด่าได้ด้วย ปลุกแบบซึนเดเระเรอะ?

ตื่นขึ้นมา แล้วชั้นก็เห็นที่ข้างๆ

มีสาวผมดำนั่งอยู่บนเตียง

ถึงผมยาวๆด้านหน้าจะปิดตา แต่ก็เห็นได้ว่าแก้มแดงอายใหญ่แล้ว

"สวะ ...... สวัสดี..."

ชุดที่ใส่อยู่ คือชุดไหม

เพราะมีเงินเยอะแยะ ชั้นเลยซื้อชุดให้ทุกคนน่ะ

แล้วเป็นเสื้อที่เปิดอกหน่อย, เลยเห็นปลอกคอทาสออกมามากกว่าปกติด้วย

"……สวัสดีตอนเช้าค่ะ"

"...... อื้ม, สวัสดี มารินะ.......ให้ฮารุหรือแคโรมาเปลี่ยนดีกว่าไหม?"

ชั้นถาม แล้วมารินะก็ส่ายหัวใหญ่

เมื่อวาน, ชั้นคุยกับฮารุแคโร ว่าใครจะมานอนห้องเดียวกับชั้น

 เมื่อวานนอนห้องเดียวกับแคโรไปแล้ว, ถ้าเอาตามลำดับ ต่อไปก็คงตาฮารุ

แต่ว่า, เมื่อวาน มีการฝึกดาบกับฮารุ

ถึงการเลเวลเพิ่ม จะทำให้สเตตัสเพิ่ม, แต่ท่วงท่าวิชาดาบ มันขึ้นกับประสบการณ์และเทคนิคด้วย

เพราะงั้น เลยเห็นด้วยกับฮารุที่ว่าถ้าไม่ลองสู้เป็นพักๆ จะฝีมือฝืดลง

แล้ว พอซ้อมเสร็จกลับมา

"วันนี้ท่านอิจิโนเหนื่อยแล้ว, ก็พักผ่อนนอนห้องเดียวกับแคโรเถอะค่ะ, ถ้านายท่านนอนกับฮารุซัง จะเหนื่อยกันมากขึ้นไปอีก"

พูดแบบนี้ ก็คือรู้ดีว่ากลางคืนชั้นทำอะไรกับฮารุอ่ะนะ

ซึ่งมันก็เป็นความจริง เลยปฏิเสธไม่ได้

ขณะที่คิดยังงั้น, มารีนะก็

"ไม่, คืนนี้มาหลับสนิทชั่วนิรันดรกับเราดีกว่า"

ว่างั้นแน่, แต่ชั้นไม่อยาก r.i.p. นะเฟ้ย

"แน่นอนว่าจะถอดหน้ากาก, เราอยากให้มารินะมีภูมิต้านทานผู้ชายซะบ้าง, แต่เจ้าอย่าฉวยโอกาสเชียวนะ"

มารีนะเสนอมางี้

เป็นครั้งแรก ที่พูดแบบนี้ออกมา, ซึ่งสุดท้าย ทั้งฮารุและแคโรก็ต้องยอม

แต่ว่า, มารินะที่ถอดหน้ากากออก ออกจะตึงตัวจริงๆ

คือ ได้ยินเสียงแปลกๆกลางดึกจนตื่นขึ้นมา, ชั้นเลยเงี่ยหูฟังดีๆ

"แกะตัวที่ 7921, แกะตัวที่ 7292, แกะตัวที่ 7293"

โห, เสียงนับแกะเหรอเนี่ย

นี่ถ้านับวินาทีละตัว, ก็นับมากว่าสองชั่วโมงแล้วนะ

ถึงจะนับแกะเพื่อให้ง่วงก็เหอะ, แต่นับด้วยความตึงเครียดแบบนี้ คงนอนไม่หลับหรอก, ชั้นคิดเงียบๆ

สุดท้ายชั้นหลับไปก่อน, เลยไม่รู้ว่ามารินะนับแกะหลับได้ผลจริงไหม

แต่ว่า ดูจากหน้าเธอตอนนี้, ท่าทางความตึงเครียดจะแสดงออกมาเหนือกว่าความง่วงนะ

"...... เอาหน้ากากไหม?"

"กะ ...... กินอาหารเช้าก่อน......ขอทนแบบนี้"

"งั้นเหรอ……"

"……อื้อ"

แล้วความเงียบก็ครอบงำห้อง

ได้ยินเสียงคนจากข้างนอกเลย, สภาพตอนนี้ ตรงข้ามกับห้องเงียบ (Silent Room) เลยแฮะ

ขณะที่คิดเพ้อเจ้ออยู่, มารินะก็เปิดปากออก

"เอ่อ ... อยากจะเปลี่ยนชุด......"

"ท, โทษที!"

ชั้นรับแล้ว ก็หันหลัง

"จะออกไปนะ"

"ค, แค่ .......หันหลังก็พอ......"

"ข....เข้าใจแล้ว"

บรรยากาศตึงๆแบบนี้มันอะไรกัน

ได้ยินเสียงชุดเสียดสี

ตอนนี้ ถอดอะไรอยู่นะ?

ไม่สิ, ชั้นต้องทำไงดีต่างหาก

ทำไงดี.....จริงสิ, ตาเหยี่ยว.....ถ้าใช้สกิลนั่น ก็จะมองได้โดยไม่ต้องเหลียวหลังให้มารินะรู้ตัว......เห้ย จะบ้าเรอะ คิดอะไรอยู่วะ ตัวชั้น

แอบดูมันแย่ที่สุดเลยนะ

แต่ไหนแต่ไร ชั้นมีฮารุกับแคโรที่ชอบชั้นอยู่แล้วนะ

หากทำเรื่องแบบนั้น ก็เสียความเชื่อใจไปสิ

แต่ ยังไงดีหว่า

ปกติ เอาแต่พูดจาแบบจูนิเบียว, แต่พอถอดหน้ากาก ก็กลัวผู้ชายซะงั้น ถึงตอนนี้จะพยายามเปิดใจ เข้าใกล้ชั้นขึ้นก็เหอะ

แต่ทำไมสถานการณ์ถึงกลายเป็นงี้ไปได้นะ

อืม, บ้าจริงๆ ตัวชั้น

นี่คิดจะเล็งจบแบบฮาเร็มตั้งแต่เมื่อไหร่ฟะ

แต่ไหนแต่ไร ประเด็นคือจะแอบดูรึเปล่าเท่านั้นนี่นา

เอ๋? ตอนแรกออกแนวเกรงใจ แต่ทำไมชักเอียงไปทางแอบดูแล้วหว่า?

"อิจิโนซัง, เปลี่ยนชุดเสร็จแล้ว....ทำไมเหรอคะ?"

มารินะถามชั้นที่เอาหัวโขกกำแพงอยู่

ชั้นมองเธอ แล้วยิ้มแห้งๆ

"เปล่า......ไงดี.....อื้ม, ชุดแบบนี้เข้ากับมารินะที่สุดเลย"

"ข....ขอบคุณค่ะ"

เธอหน้าแดงหน่อยๆ แล้วก็อายได้ทุกโอกาสจริงๆ




NEKOPOST.NET