[นิยายแปล] สูตรโกงโตไวไร้อาชีพ - 成長チートでなんでもできるようになったが、無職だけは辞められないようです ตอนที่ 0 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] สูตรโกงโตไวไร้อาชีพ - 成長チートでなんでもできるようになったが、無職だけは辞められないようです

Ch.0 - บทนำ


 

ในห้องอพาร์ตเมนท์แบบครอบครัว

ห้องซึ่งใหญ่เกินกว่าสำหรับสองคน, มีพี่ชายกับน้องสาวอยู่

กระดาษมากมายกองอยู่บนโต๊ะ และกล่องเมลล์ในมือถือ ก็เต็มไปด้วยเมลล์
 
“มิริ ミリ, พี่จ๋ารู้สึกเหมือนเป็นพระเจ้าเลยล่ะ”
 
ชั้นประชดระหว่างที่ดูเมลล์กับไปรษณีย์ที่มาถึงวันนี้, แล้วก็บอกน้องสาวมิริ ที่เพิ่งจะขึ้นม.ต้น

เหตุผลที่ว่ายังงั้น เพราะผู้คนในญี่ปุ่น กำลังภาวนาเพื่อชั้น

จะภาวนากันมากไปถึงไหนว้า, ชั้นเองก็อยากตอบสนองพรของตัวเองเหมือนกันนะ

“อ่ะ, วันนี้ก็ด้วยสินะ, เมลล์ภาวนา”

แน่นอนว่าน้องสาวคนนี้ เป็นคนที่ชั้นชอบที่สุดในครอบครัว

ก็แหม น่ารักเกินกว่าจะจินตนาการซะขนาดเนี้ย, ดูสิ หลังจากกินนมเสร็จ ก็มาหยอกล้อพี่จ๋าด้วยทรงผมทวินเทลอีก

มิริเลียคราบนมที่ริมฝีปาก ก่อนจะเอานมที่เหลือเก็บเข้าตู้เย็น, ส่วนชั้นเอง ไม่มีแรงเหลือจะบอกเธอไม่ให้ดื่มนมตรงๆจากกล่องแล้ว

เพราะเจ้าเมลล์ภาวนา หรือก็คือ...
 
『ขอแสดงความเสียใจด้วยที่ท่านไม่ผ่านการคัดเลือก, เราขอภาวนาให้ท่านคุสึโนกิ อิจิโนสุเกะ 楠一之丞 ประสบความสำเร็จต่อไปในอนาคต』

จดหมายปฏิเสธการจ้างงาน, แน่นอนว่ามีการ"ภาวนา" ให้ตามธรรมเนียม, เป็นอะไรที่เสียดสีกันจริงๆฟ่ะ

“ไม่มีงานก็ไม่เห็นเป็นไร, พี่ออกจะรวย”

“เงินนั่นไม่ใช่ของชั้นนี่ เป็นเงินมรดกกับเงินประกันชีวิตของพ่อแม่, แล้วก็เงินที่พอกพูนของมิริด้วย”

 3ปีก่อน, พ่อแม่เราเสียไปจากอุบัติเหตุทางถนน

คู่กรณีอีกฝ่ายเองก็เสียไปด้วย, ดังนั้นเลยไม่อาจสรุปได้ว่าเป็นความผิดของฝ่ายไหนกันแน่

ถึงจะได้เงินประกันชีวิตจำนวนนึงมา แต่เมื่อเทียบกับชีวิตที่เสียไป ก็ทาบกันไม่ติด, แต่ก็ถือว่าเป็นเงินจำนวนที่มากอยู่ หากใช้ตามปกติ

ในตอนนั้น ชั้นเพิ่งอายุขึ้น 17 ปี, อยู่ ม.6 แแล้วก็ไม่ลังเลเลยที่จะลาออกจากโรงเรียนกลางคัน

ชั้นหารายได้เลี้ยงชีพด้วยการทำงานพิเศษ, ส่วนเงินที่พ่อแม่เหลือไว้ กับเงินประกันชีวิต ก็เก็บไว้เป็นค่าใช้จ่ายกับค่าเล่าเรียนในอนาคตของมิริ

มิรินั้นโกรธน่าดู ตอนที่ชั้นตัดสินใจเอาเอง ลาออกจากโรงเรียน

ก็คิดว่าคงใช้ชีวิตแบบนั้นไปได้… แต่ผ่านมา 3 ปี, ชั้นอายุ 20, มิริก็เริ่มลงทุนในหุ้น ยิ่งกว่านั้น ยังเอาชื่อชั้นไปใช้โดยไม่ปรึกษากันก่อนอื่น

แล้วเพียงแค่ 3 เดือน, คุณน้องก็สะสมทรัพย์สมบัติได้อย่างมหาศาล
 
น้องสาวในระดับมัธยมต้น ซึ่งขยับเงินได้เป็นระดับพันล้าน

เหลือเชื่อจริงๆ, แต่การเอาชื่อคนอื่นไปใช้ มันเป็นอาชญากรรมนะ

แน่นอนว่าถึงจะเป็นบัญชีในชื่อของชั้น, แต่ก็เป็นเงินที่น้องสาวหามา จะให้ชั้นใช้เงินนั่น มันก็ไม่ถูก

โดยที่ไม่ต้องกังวลเรื่องค่ากินอยู่ของน้องสาว, ชั้นจึงเลิกจากงานพิเศษ สู่การตามล่าหางานประจำทำ 

แต่น่าเสียดาย ที่แป้กงาน 100 ครั้งติด, และสถิติที่ว่า ก็กำลังเพิ่มพูนขึ้นได้อีก
 
“จริงสิ, งั้นทำงานเป็นผู้ดูแลคนแก่เป็นไง? ตลาดต้องการคนดูแลเพศชายมากพอดูเลยนะ”

ระหว่างที่ดูประกาศรับสมัครงาน, มิริก็เสนองานสายที่ชั้นนึกไม่ถึงมาก่อน

“แล้วพี่ก็ดูแลคนอื่นดีด้วย, เหมาะจะไปสายงานดูแลคนเลยล่ะ”
 
นึกถึงภาพที่ตัวเองทำงานเป็นผู้ดูแล, แต่ก็นึกไม่ค่อยออก
 
“คงยุ่งยากที่จะได้ใบอนุญาตมานะ...รู้สึก ต้องมีใบอนุญาตระดับ 2 นี่?”

คิดว่ายังงั้น จากการดูโฆษณาที่เกี่ยวข้อง, ก็เป็นสังคมที่ต้องมีคุณวุฒินี่นะ

ถึงพื้นฐานการศึกษา จะเป็นสิ่งจำเป็นด้วยก็เหอะ
 
“เริ่มจากฝึกงานเป็นเด็กใหม่ปี 2016, ค่าใช้จ่ายก็ถือเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตไง, แล้วสายอาชีพนี้ ถึงวันหลังจะแก่ตัวลง ก็ยังมีงานรองรับ, ใบอนุญาตเป็นผู้ดูแล ทำงาน 3 ปี ก็ได้แล้ว, ถ้ามีใบอนุญาต สายงานก็ขยายไปได้อีก”

” …..มีข้อมูลแน่นอย่างคาดไม่ถึงเลยนะ, น้องเอ๋ย”

“พยายามศึกษามาเพื่อพี่เลยนะเออ”

ก็รู้สึกดีที่มีน้องสาวขั้นเทพแบบนี้หรอก, แต่ก็รู้สึกว่าตัวเองช่างน่าสมเพช

เงินเก็บของตัวเองที่สะสมจากการทำงานพิเศษก็จะหมดแล้วด้วย, ถ้าเป็นแบบนั้น ก็คงต้องยืมตังค์จากน้องสาว
 
” … อ่ะ, ถ้าไม่ออกไป เดี๋ยวจะสัมภาษณ์งานวันนี้ไม่ทัน”

ที่หน้ากระจก ชั้นปัดเส้นผมที่หยักตามธรรมชาติ กับเช็คความเรียบร้อยของชุดสูทสัมภาษณ์งาน

ผูกไทน้ำตาลลายแดงให้แน่น
 
“อ่า อ่า, อื้อ, รบกวนด้วยครับ!”

ทดสอบเสียงดัง พร้อมสัมภาษณ์ไป
 
ก็รักษาสติไว้ได้เสมอ จนถึงก่อนสัมภาษณ์หรอก, แต่พอสัมภาษณ์ก็ประหม่า

ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน

จะว่าไป, ก็อ่านหนังสือที่เกี่ยวข้องกับการตอบคำถามสัมภาษณ์งานมาหมดแล้ว แล้วยังอ่านเรื่องอื่นๆที่เกี่ยวกันด้วย
 
ก่อนจะออกจากห้อง ก็ใส่รองเท้าหนังอย่างชาชิน กับเปิดประตูออกไป
 
“พี่, ขากลับซื้อไอติมสุกี้ยากี้มาด้วยนา”

มิริโผล่หัวออกมาจากห้องนั่งเล่น แล้วขอ

“ไอติมพิลึกแบบนั้น หาซื้อที่ไหนไม่ได้แล้วล่ะ”

“ที่แฟมิลี่อีเลเว่นหน้าสถานียังมีขายอยู่”

“จ้า ถ้าไม่มี จะซื้อพุดดิ้งเต้าหู้ต้มสาหร่ายมานะ” 

“สมกับเป็นพี่ เข้าใจมิริได้ดีมาก”

เออสิ, รู้หรอก ว่าเธอเป็นพวกชอบอาหารพิลึกพิลั่น (สุดๆ)

นอกจากพุดดิ้งเต้าหู้ต้มสาหร่ายแล้ว, ยังชอบราดคาราเมลใส่ไข่ตุ๋นด้วย

ให้ตายสิ, อยากจะเห็นมิริ ปะทะกับ surströmming ซักครั้งจริงๆ 

แต่แค่เห็น surströmming (ปลาเฮอริ่งหมัก สั้นๆคือปลาร้าสวีเดน) ก็แทบจะไม่ไหวแล้ว, คงต้องเตรียมใจเอาไว้ก่อน
 
เดี๋ยวดิ, ทำไมชั้นต้องทำยังกับจะออกไปซื้อ surströmming ด้วยฟะ

ไม่ซื้อหรอกเฟ้ย, ชั้นไม่มีเงินพอจะซื้อของมาเล่นสนุกหรอก, จะซื้อจาก Am*zon ราคาก็มากกว่า 5000 เยนเชียวนะ

แต่ถ้ามิริขอร้อง มันก็อีกเรื่องอ่ะนะ

นั่งรถไฟ แล้วก็ลงสถานีใกล้บริษัท เดินเท้าไปสู่ตึก
 
มีเวลาเหลือก่อนการสัมภาษณ๋, ได้ยินว่าควรจะมาถึงก่อนเวลานัด 5 นาที จึงต้องรีบหน่อย

ดูสัญญาณไฟที่แยกจราจร, ชั้นไม่ใช่พวกทำลายสังคมที่ไม่สนสัญญาณไฟจราจรหรอกนะ แล้วตามท้องถนนมันก็อันตรายด้วย

สัญญาณไฟ, สีเขียว ไม่มีปัญหา!

ก็คิดยังงั้นหรอก, แต่มีเสียงแตรดังใส่หู

สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น จึงหันไป

ก็พบกับรถบรรทุกวิ่งพุ่งตรงมาจากด้านข้าง

แบบนี้ตายแหง!

ดูไปที่คนขับ, เห็นทำหน้าตาวิกฤตสุดๆ, ท่าทางเบรกแตกสินะ

อันตราย!

ชั้นก้าวถอยหลังเพื่อหลบรถบรทุกที่แหกถนน, รถมันผ่านฟิ้วเฉียดหน้าไปเลย

รอดมาได้ฉิวเฉียดแบบชั่วเสี้ยววินาที, อันตรายสุดๆเลยแฮะ
 
ฟู่, เกือบจะถูกส่งไปต่างโลกแล้วไง, อ่ะ ล้อเล่น

โดนรถบรรทุกชนแล้วส่งไปต่างโลก เป็นกระแสนิยมที่มาบ่อยในนิยายช่วงนี้อ่ะนะ

ถึงเรื่องแบบนั้นจะไม่มีทางเกิดขึ้นในความเป็นจริงก็เหอะ

รถบรรทุกชนเข้ากับเสาด้านแยกตรงข้าม, จึงหยุดลงและส่งควันพุ่งพวย

บำรงรักษารถไม่ดีรึเปล่านะ?

ไม่สิ, ชั้นไม่มีเวลาแล้วนี่หว่า

เป็นหน้าที่พลเมืองดี ที่จะให้ปากคำต่อตำรวจเรื่องอุบัติเหตุ, แต่ตอนนี้ ตัวเองสำคัญกว่า, มีคนอื่นเห็นเหตุการณ์อยู่ด้วยล่ะนะ ก็ให้พวกนั้นเป็นพยานให้ปากคำไปแทนแล้วกัน

สัญญาณจราจรยังเขียวอยู่

ดีเลย ยังข้ามถนนได้

แต่เรื่องมันเพิ่งจะเริ่มขึ้น
 
“แย่แล้ว! ม้ามันหลุดออกมาจากรถบรรทุก!!”

เอ๋?

ม้าจำนวนมาก หลุดออกจากหลังรถบรรทุก, พ่นลมอย่างดุดัน

แล้วม้าทั้งหลายก็พุ่งมาทางนี้..… ชั้นตกใจไปกับการพุ่งชนของฝูงม้า – จนหมดสติ

แล้วก็ตายไป โดยที่ไม่ต้องเจ็บปวดอย่างยาวนาน

แต่มันก็โคตรเจ็บเลยนะ




NEKOPOST.NET