[นิยายแปล] Genius Sword Immortal ตอนที่ 99 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Genius Sword Immortal

Ch.99 - ทักษะกรงเล็บมังกร ระดับ 2


บทที่ 99 ทักษะกรงเล็บมังกร ระดับ 2

 

เมื่อเย่เฟิงมองเห็นความเร็วของฝ่ายตรงข้าม เขาก็รู้สึกแปลกใจ

 

“ความเร็วระดับนี้…...100 เมตรต่อ 4-5 วินาทีเลยรึ?”

โชคดีที่ความเร็วระดับนี้ยังเทียบกับความเร็วสูงสุดเย่เฟิงไม่ได้  ชายหนุ่มจึงเปิดใช้งานทักษะ ย่างก้าวไร้เงา ซึ่งนั้นทำให้เขารู้สึกสบายใจขึ้น “งั้นฉันจะเล่นกับแกหน่อยแล้วกัน…...”

 

เย่เฟิงกระโดดหลบหลีกและรักษาระยะห่างจากฝ่ายศัตรู พร้อมกันกับที่เขาเริ่มโครจรพลังเจินชี่อย่างรวดเร็วผ่านเส้นลมปราณของเขา และพร้อมที่จะใช้ทักษะกรงเล็บมังกรเสมอในเวลาที่ต้องการ

 

ก่อนหน้านี้เย่เฟิงได้อ่านหนังสือวรยุทธ์อย่างละเอียดแล้ว เขาจึงรู้ว่าสาระสำคัญของทักษะกรงเล็บมังกร จะต้องบรรลุระดับที่สองแล้วเท่านั้น จึงจะสามารถปล่อยเจินชี่จากร่างกาย ในรูปแบบของกรงเล็บมังกรได้ การทำความเข้าใจระดับที่สองของทักษะกรงเล็บมังกรเป็นเรื่องยากมาก แต่สำหรับเย่เฟิงนั้นมันเป็นเพียงแค่อะไรล่ะ แค่ทักษะสามัญเท่านั้นเอง

 

การที่ฝืนควบคุมการไหลเวียนเจินชี่นั้นอาจจะทำให้เส้นลมปราณถึงขั้นวิกฤติได้ แต่กับเย่เฟิงแล้ว อาจบอกได้ว่าชายหนุ่มอยู่ในระดับผู้เชี่ยวชาญเลยทีเดียว

 

ภายใต้ฝีเท้าอันแผ่วเบา เย่เฟิงวาดมือทั้งสองข้างของเขาก่อนจะทุบเข้าหากันแล้วแยกออกกลางอากาศ พลันเกิดเจินชี่พวยพุ่งออกมาจากร่าง ชั่ววินาทีต่อมา มือเขาก็เกิดเป็นรูปแบบเมฆากรงเล็บมังกร !

(Lastvoice : ทั้งหมดนั้นล้วนเป็นการเคลื่อนไหวที่แตกต่างกันของวิชากรงเล็บมังกร เช่น กรงเล็บมังกร รูปแบบเมฆา รูปแบบหยาดวารี รูปแบบจันทรา และอื่นๆ)

 

เพียงพริบตา เย่เฟิงก็คว้าเข้าไปที่หมวกสีน้ำตาลบนหัวของชายแปลกหน้า และโยนมันออกไป

 

ทันใดนั้น หัวโล้นที่มันเยิ้มปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา เย่เฟิงมองเห็นตาเรืองแสงของมันที่เบ้าตาดูลึก รูปร่างโดยรวมของมันไม่ต่างอะไรกับคนติดยา

 

“นี่มันอะไรกัน?”

รูปร่างประหลาดของมันทำให้เย่เฟิงรู้สึกหนาวไปถึงกระดูกสันหลัง เจ้านี่มันอะไรกัน? ซอมบี้? ปีศาจ? หรือคนติดยา?

 

การที่เย่เฟิงได้ใช้ทักษะกรงเล็บมังกรระดับสอง หากเย่เวิ่นเทียนได้รู้เข้า เขาคงตกใจจนอ้าปากค้าง เพราะการที่สามารถเรียนรู้ทักษะได้เร็วขนาดนี้ บ่งบอกถึงการเป็นอัจฉริยะอย่างแท้จริง

 

ความจริงแล้ว ไม่เพียงเย่เฟิงจะมีพรสวรรค์ที่สูงส่ง แต่เพราะมันมีความแตกต่างอย่างมากระหว่างเจินชี่กับพลังชี่ภายในด้วย สำหรับพลังชี่ภายในแล้ว การปลดปล่อยพลังชี่ออกมาจากร่างกายนั้นเป็นเรื่องที่ทำได้ยากมาก แต่สำหรับเจินชี่นั้น มันไม่ต่างอะไรกับการปอกกล้วยเข้าปาก

 

หลังจากได้เห็นรูปลักษณ์ที่แปลกประหลาดของชายคนนั้น เย่เฟิงไม่ลังเลที่จะเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วโดยทิ้งภาพติดตาเอาไว้เบื้องหลัง และขณะเดียวกัน เขาวาดมือไปมาอย่างต่อเนื่องเพื่อแสดงกระบวนท่ากรงเล็บมังกรออกมา

 

การที่เย่เฟิงทิ้งภาพติดตาเอาไว้ ทำให้ชายประหลาดคนนั้นสามารถคว้าได้เพียงภาพติดตาของเขา ซึงชายหนุ่มก็รอโอกาสนี้อยู่แล้ว เย่เฟิงใช้กรงเล็บมังกรจับเสื้อโค้ทของมันแล้วโยนออกไป

 

ช่างน่าตกใจ ร่างกายของมันล้วนปกคลุมไปด้วยขนยาวสีน้ำตาล!

 

“เฮ้ย! นี่มันกอริล่าหรือไง?”

 

ภาพที่เห็นทำให้เย่เฟิงขวัญเสียไปครู่หนึ่ง ไซ่เชาคนนั้นเป็นหมอปีศาจจากตระกูลจ่วนหรือไง มันถึงสามารถดัดแปลงพันธุกรรมได้?

 

ทันใดนั้น ความคิดบางอย่างก็แล่นเข้ามาในหัวเยเ่ฟิง ‘ใช่แล้ว หน้าบากเคยบอกไว้ว่าคนที่เป็นเหยื่อของยาตัวใหม่ หลังจากผ่านไปหนึ่งปี พวกเขาก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย บางที่เหตุการณ์นั้นมันอาจเกี่ยวข้องกับการมีอยู่ของพวกมือดีพวกนี้ก็ได้’

 

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าความแข็งแกร่งทางกายภาพของเจ้าตัวประหลาดนี่อยู่ในเกณฑ์ที่น่ากลัว ซึ่งเห็นได้ชัดเจนเมื่อเย่เฟิงได้เคลื่อนที่อย่างรวดเร็วโดยทิ้งภาพติดตาเอาไว้ มันได้ปล่อยหมัดที่หนักถึง 500 kg ใส่ภาพติดตาของเย่เฟิง

 

แต่หน้าเสียดายที่ IQ ของเจ้าตัวนี้ต่ำมากเพราะมันไม่สามารถแยกแยะอะไรได้เลย และมันเพียงแค่ต่อสู้โดยใช้สัญชาตญาณเท่านั้น

 

“ในเมื่อมันเป็นแบบนี้ เราก็ไม่จำเป็นต้องกลัวอะไรอีก”

 

เมื่อเย่เฟิงตัดสินใจว่าเขาไม่จำเป็นต้องหนี และทันใดนั้น กระบี่เจินชี่สีแสดก็ปรากฏขึ้นมาในมือของชายหนุ่ม

 

เคร้ง!

 

เสียงเหล็กกระทบกันดังขึ้นเมื่อกระบี่ของเย่เฟิงปัดป้องการโจมตีของเจ้าตัวประหลาดนั่น

 

“แข็งจริงๆ”

เย่เฟิงคิดว่าบางทีหากเจ้านี่ต้องเจอกับอาวุธปืน มันคงไม่จำเป็นต้องเกรงกลัวอะไรแม้แต่น้อย เพราะความคมของกระบี่เจินชี่ของเขานั้นไม่ได้ด้อยไปกว่ากระสุนปืนเลย

 

เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง! แก็ก! ฉัวะ!

 

อย่างไรก็ตาม เย่เฟิงไม่ยอมแพ้ เขารีบเคลื่อนที่เข้าใกล้ตัวประหลาด แล้วโจมตีใส่ลำคอของมันอย่างต่อเนื่อง หลังจากฟาดเข้าไป 5 กระบี่ ชายหนุ่มก็สามารถฟันหัวตัวประหลาดให้ขาดกระเด็ดออกไปได้ โดยเหลือไว้แต่ร่างไร้หัวของมัน

 

ชายหนุ่มรู้ว่าเดิมที เจ้าตัวประหลาดนี่มีผิวที่บางมากซึ่งถูกปกคลุมด้วยขนยาวสีน้ำตาล แต่สิ่งที่ซ้อนอยู่ใต้ผิวหนังของมันคือชั้นเหล็กหนาที่ปกคลุมไปทั่วทั้งตัว

 

เมื่อหัวของมันถูกตัดออกไป ร่างของตัวประหลาดก็ร่วงลงไปบนพื้นและนิ่งไว้ไหวตื่ง ร่างของมันไม่มีเลือดไหลออกมาแม้แต่น้อย ซึ่งดูแล้วไม่ต่างอะไรกับศพที่แห้งเหี่ยว หรืออาจเรียกว่ามันเป็นมัมมี่เลยก็ได้

 

“น่าประหลาดจริงๆ…….”

ทันใดนั้น เย่เฟิงก็ได้ยินเสียงฝีเท้ากำลังวิ่งเข้ามาใกล้ ชายหนุ่มจึงรีบสลายดาบเจินชี่แล้วหลบหนีออกจากที่นี่ทันที

 

สำหรับเจ้าตัวประหลาดนั่น เย่เฟิงคงไม่ต้องกลัวอะไรหากมันมาแค่ตัวเดียว แต่ถ้ามันจู่โจมเข้ามาทีละหลายตัวล่ะก็ การจัดการพวกมันคงเป็นเรื่องยากมากทีเดียว และเขายังไม่รู้ว่ารอบตัวไซ่เชาจะมีเจ้าพวกนี้คอยคุ้มครองอยู่หรือไม่?

 

ถึงอย่างนั้น เย่เฟิงไม่ได้คิดอะไรมากและรีบออกจากที่นี่อย่างรวดเร็ว

 

เหตุการณ์นี่จะต้องเป็นที่สนใจของกลุ่มตำรวจอย่างแน่นอน แต่เย่เฟิงขี้เกียจจะมีปัญหาอีกครั้ง เวลานี้ โหมวจิ้นเฉียงคงจะตื่นขึ้นมาแล้ว แต่น่าแปลกใจที่มันไม่มาหาเขาอีก และเย่เฟิงก็ไม่รู้เช่นกันว่าทำไมมันถึงปล่อยเขาไป

 

ชายหนุ่มคร้านจะคิดมากในเรื่องนี้ จึงมุ่งหน้ากลับไปยังหมู่บ้านชิงเฟิงทันที

 

………….

 

เมื่อเย่เฟิงเกือบมาถึงบ้านของเขา และขณะที่ชายหนุ่มกำลังจากถอดหน้ากากนั่นเอง ทันใดนั้น เขาก็รู้สึกถึงกลิ่นอายบางอย่าง เย่เฟิงเห็นแสงไฟในบ้านของเขาดับไปนานแล้ว และภายใต้แสงจันทร์นั้นเอง เขามองเห็นคนผู้หนึ่งในชุดเสื้อคลุมจีนสีม่วงยืนไขว่มืออยู่ด้านหลัง และมองไปยังทางเข้าของบ้านราวกับเขากำลังรอคอยใครบางคน

 

“ใครกัน?”

 

เย่เฟิงระมัดระวังตัวขึ้นและค่อยๆก้าวไปอีกด้านหนึ่งอย่างเงียบเชียบ ไม่นาน ชายหนุ่มก็มองเห็นใบหน้าของชายในชุดคลุมสีม่วง ชายคนนั้นดูแล้วอายุประมาณ 30 ปี ซึ่งกลิ่นอายรอบๆตัวเขานั้นนิ่งสงบอย่างยิ่งและดูเหมือนว่าเขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อต่อสู้

 

“ใบหน้านั้น……..ชายคนนั้นมาจากตระกูลหลงงั้นหรือ? ใบหน้าของเขาดูคล้ายกับหลงโม่หรันมาก…..”

เย่เฟิงถึงกับมึนงงเมื่อเห็นคนจากตระกูลหลงตั้งใจมาหาเขา หรือเพราะรู้ว่าเย่เฟิงกลับมาจากการเดินทางแล้ว เขาจึงมารอพบชายสวมหน้ากากที่นี่งั้นหรือ?

 

เรื่องนี้มีความเป็นไปได้สูงมาก ถึงอย่างนั้น ทำไมชายคนนี้ถึงมายืนหน้าบ้านโดยไม่ทำอะไรเลย? หากเขาเข้าไปในบ้านแล้วพบว่าเย่เฟิงไม่อยู่ข้างใน ก็เป็นไปได้มากว่าเขาจะสงสัยในตัวตนของชายสวมหน้ากาก

 

“ดูท่าเราจะต้องรีบเพิ่มระดับวรยุทธ์เป็นระดับ 10 ปีให้เร็วที่สุด จะได้ใช้‘ทักษะร่างเงา’ได้เสียที

เย่เฟิงคิดว่าหากเขามีวรยุทธ์ระดับ 10 ปีเมื่อไหร่ เขาจะสามารถสร้างร่างเงาได้ง่ายๆในหลายๆที่ในเวลาเดียวกัน ถึงแม้ว่าในด้านการต่อสู้ ร่างเงาของเขาจะไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง แต่หากรู้จักใช้ให้ดี ก็สามารถใช้มันสร้างความสับสนให้แก่ผู้คนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

เวลานี้ เย่เฟิงเข้าใจแล้วว่าทำไมโหมวจิ้นเฉียงถึงไม่มาหาเขา เพราะคนของตระกูลหลงมารอพบเขาแล้วนั่นเอง…...

 

เย่เฟิงคอยสังเกตชายคนนั้นอย่างระวังอยู่ช่วงหนึ่ง และพบว่าชายคนนั้นยืนอยู่หน้าบ้านเฉยๆโดยไม่ขยับแม้แต่ก้าวเดียวราวกับรูปปั้น สายตาของเขาจับจ้องไปยังบ้านของเย่เฟิงตลอดเวลาซึ่งใครก็ไม่อาจรู้ได้ว่าในใจของเขากำลังคิดอะไรอยู่

 

“แย่จริงๆ เฮ้อ ถ้าคนผู้นั้นยังยืนอยู่แบบนี้จนถึงเช้า เราก็เข้าบ้านไม่ได้น่ะสิ”

ชายอายุ 30 ปีจากตระกูลหลงที่ดูแล้วมีระดับวรยุทธ์สูงกว่าหลงหวางเอ๋ออย่าไม่ต้องสงสัย ยังคงยืนนิ่งอยู่แบบนั้น ขณะที่อีกด้านหนึ่ง เย่เฟิงที่อยากกลับเข้าบ้านใจจะขาดยังคงหลบซ่อนตัวอยู่บนต้นไม้ ชายหนุ่มคิดว่าเขาคงไม่อาจเข้าไปในบ้านโดยไม่ให้ฝั่งตรงข้ามรู้ตัวได้

 

“นั่นใคร?”

ทันใดนั้น ชายในชุดคลุมสีม่วงก็เปล่งเสียงออกมาและหันหน้ามองมายังทิศที่เย่เฟิงหลบซ่อนตัวอยู่

 

“บ้าจริง แค่ลมหายใจปั่นป่วนครั้งเดียว ชายคนนั้นก็จับได้แล้ว!”

คำพูดของชายคนนั้นทำให้ชายหนุ่มรู้สึกตกใจและไม่กล้าจะหลบซ่อนตัวต่อไปอีก

 

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

 

เย่เฟิงที่่สวมหน้ากากไว้อยู่หัวเราะ แล้วกล่าวออกมาว่า “น่าแปลกใจจริงๆที่คนตระกูลหลงมาที่นี่ คุณอยากจะเข้าไปในเขตตระกูลเย่งั้นรึ?”

 

ชายหนุ่มเดาว่าเพราะนี่คือบ้านของเย่เวิ่นเทียน ดังนั้น คนตระกูลจึงไม่กล้าเข้าไปข้างในโดยพลการ

 

“ข้าคือหลงจื่อจากตระกูลหลง ท่านคือโม่จิ่วเกอใช่หรือไม่?”

ชายในชุดม่วงถึงกับอึ้งไปเล็กน้อยเมื่อเห็นเย่เฟิงที่สวมหน้ากากอยู่ เพราะเขาไม่คิดว่าจะสามารถเจอโม่จิ่วเกอได้ง่ายดายแบบนี้

 

“ใช่ คุณอยากแนะนำตัวกับผมงั้นรึ?”

เย่เฟิงถามเสียงต่ำ

 

“ฮ่า ฮ่า พี่ชายโม่ คนฉลาดไม่พูดอะไรที่เข้าใจยาก”

หลงจื่อยิ้มตอบอย่างแสดงความจริงใจออกมา “ท่านผู้เยี่ยมยุทธ์ สำหรับสิ่งที่ท่านทำกับหลงหวางเอ๋อของเราไป ข้าคงไม่จำเป็นต้องพูดอะไรให้มากความจริงไหม? ขอพูดตามตรง ข้าแค่มีเรื่องบางอย่างอยากคุยกับท่าน………….”

 

เมื่อได้ยินดังนั้น เย่เฟิงจ้องมองการกระทำของชายคนนั้นทันที ร่างของชายชุดม่วงพลันกระโดดเข้ามาหาเย่เฟิง

 

“จะทดสอบงั้นรึ?”

เย่เฟิงมองอย่างสนใจ

 

ตระกูลหลงนั้นมากด้วยผู้มีความเชี่ยวชาญด้านกระบี่ มีข่าวลือว่าเพลงกระบี่เพ้อฝันคือเพลงกระบี่ที่ยอดเยี่ยมที่สุดของตระกูลหลง ถึงอย่างนั้น หลงจื่อไม่ได้ชักกระบี่ออกมา ชายชุดม่วงเพียงแค่ใช้ทักษะมังกรฟาดหางซึ่งแสดงให้เห็นว่าเขาไม่ต้องการเอาชีวิตเย่เฟิง

 

รูปแบบป้องกัน!

 

เมื่อเห็นดังนั้น เย่เฟิงพลันยกมือขึ้นมาและปลดปล่อยเจินชี่จากร่างเพื่อเตรียมใช้รูปแบบเมฆาของทักษะกรงเล็บมังกร

 

หลงจื่อไม่คาดคิดเลยว่าเย่เฟิงจะสามารถปลดปล่อยพลังชี่ภายในออกมาจากร่างได้ และเมื่อเย่เฟิงสามารถจับข้อเท้าของเขาเพื่อรับการโจมตีไว้ได้ สีหน้าของหลงจื่อพลันเปลี่ยนไปทันที!

 

……………………

แปลโดยทีมงาน GSI




NEKOPOST.NET