[นิยายแปล] Genius Sword Immortal ตอนที่ 91 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Genius Sword Immortal

Ch.91 - นายคือเขา


บทที่ 91 นายคือเขา

 

เมื่อเห็นหลงหวางเอ๋อที่ยืนอยู่นอกหมู่บ้าน ซูเหมิงหานหันมามองเย่เฟิงแล้วถามเบาๆว่า “เธอมาหานายหรอ?”

 

เย่เฟิงเดาตอบ “น่าจะนะ ขอฉันไปคุยกับเธอดูก่อน”

ความจริง หลงหวางเอ๋อควรจะมาที่นี่เพื่อถามหาเบาะแสของชายสวมหน้ากาก แต่เขาคงไม่จำเป็นต้องอธิบายเรื่องนี้กับซูเหมิงหาน

 

“ถ้างั้น ฉันเข้าบ้านก่อนนะ”

 

ช่างน่าประหลาดใจ การปรากฏตัวของหลงหวางเอ๋อไม่ได้ทำให้ซูเหมิงหานรู้สึกโกรธเลยแม้แต่น้อย เด็กสาวเพียงแค่ยิ้ม จากนั้นจึงก้างแขนออกไปรวบลำคอของเย่เฟิง พร้อมกับประทับริมฝีปากอันอ่อนนุ่มของเธอบนแก้มเขาต่อหน้าหลงหวางเอ๋อ สีหน้าของเด็กสาวพลันแดงระเรื่อ ก่อนที่เธอจะรีบหันหลังกลับเข้าบ้านไป

 

การกระทำอย่างทันทีทันใดของซูเหมิงหานทำให้เย่เฟิงแปลกใจ และรู้สึกช่วยไม่ได้ ชัดเจนว่าการกระทำของเด็กสาวเป็นการประกาศให้หลงหวางเอ๋อรู้ว่า ผู้ชายคนนี้เป็นของเธอ

 

หลังจากนั้น เย่เฟิงหันหลังกลับมามองหลงหวางเอ๋อที่ยังคงยืนอยู่ใต้ต้นไม้นอกบ้านอย่างโดดเดี่ยว รูปร่างของหญิงสาวดูงามสง่ายามอยู่ใต้แสงจันทร์ กระโปรงยาวสีขาวดั่งหิมะทำให้รูปร่างของเธอดูงดงามและปราณีต จนทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะคิดถึงความสัมพันธ์ของเขาและเธอยามอยู่ในสุสานโบราณ

 

เย่ส่ายรีบหัวแล้วรีบเดินเข้าไปหาหญิงสาว

 

 “ขอโทษนะ ฉันบอกเธอไปแล้วไม่ใช่หรอว่าฉันเป็นใคร แล้วทำไมเธอถึงมาที่นี่อีก?”

เย่เฟิงตะโกนถาม เวลานี้ เขาต้องไม่เปิดเผยตัวเองว่าเป็นชายสวมหน้ากาก ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม

 

“อย่างแรก ฉันอยากจะมาขอโทษนาย……”

เมื่อหลงหวางเอ๋อเห็นเย่เฟิงวิ่งเข้ามาหาเธอ หญิงสาวก็รู้สึกกระวนกระวายที่ต้องมาเจอเขา “ฉันขอโทษ”

 

ดูเหมือนหลงหวางเอ๋อจะแสดงท่าทีเขินอายออกมา ซึ่งมีคนในโลกนี้ไม่มากนักที่มีโอกาสได้เห็นด้านนี้ของเธอรวมทั้งเย่เฟิง มันช่างดูน่าดึงดูด และทำให้รู้ว่าหญิงสาวคนนี้ไม่ได้แข็งแกร่งเสมอไป แล้วทำไมเธอคนนี้ถึงแสดงท่าทางน่าสงสารแบบนี้ออกมากันนะ?

 

เย่เฟิงรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นหลงหวางเอ๋อพูดว่า‘ขอโทษ’หลายครั้ง ดังนั้นเขาจึงถามออกไป “นี่เธอป่วยหรือเปล่าเนี่ย เธอมาที่นี่เพียงแค่อยากมาพูดขอโทษฉันงั้นหรอ?”

 

“ไม่ ไม่มีอะไรหรอก……”

 

ด้วยท่าทีลำบากใจเล็กน้อย หญิงสาวพูดต่อ “ความจริง ฉันมาที่นี่เพื่อจะถามนายเกี่ยวกับเรื่องเพื่อนของนาย…..โม่จิ่วเกอ ตอนนี้เขาอยู่ที่ไหนหรอ?”

 

ทันทีที่เย่เฟิงได้ยินดังนั้น ชายหนุ่มก็พลันคิดในใจว่าเป็นไปตามที่เขาคิดไว้เลยจริงๆ ดังนั้น ชายหนุ่มจึงค่อยโล่งใจ แล้วตอบกลับไป “ฉันไม่รู้จริงๆ……”

 

“จริงหรอ? ทำไมเป็นงั้นล่ะ”

เมื่อหญิงสาวพูดออกมา ดวงตาคู่สวยของเธอก็พลันจ้องไปที่มือข้างขวาของชายหนุ่ม “อ้า! แหวนที่นายสวมเหมือนกับของเขาเลย”

 

“อ่อ มันแค่เหมือนกันเท่านั้นเอง”

เย่เฟิงพูดด้วยรอยยิ้ม ความจริงเรื่องนี้ เขาได้หาข้อแก้ตัวเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว “พวกเรามีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน เขาบอกให้ฉันสวมแหวนวงนี้เอาไว้ เพราะมันจะช่วยให้ฉันปลอดภัย……”

 

ถึงแม้หลงหวางเอ๋อจะได้ยินคำตอบชัดเจนแต่กลับไม่พูดอะไรออกมา ดวงตาของหญิงสาวยังคงจ้องมองเย่เฟิงเขม็งราวกับเธอผู้พิพากษา

 

“นี่ เธอมองอะไรกันเนี่ย?”

เมื่อเห็นสายตาที่แหลมคมของหญิงสาวจ้องเขม็งมาที่เขา หัวใจของเย่เฟิงก็พลันเต้นรัวและรู้สึกราวกับถูกจับได้ ชายหนุ่มพลันโบกมือแล้วพูดว่า “ถ้าเธอหมดเรื่องแล้ว ฉันขอตัวล่ะ”

 

“นาย.....จะจากไปแบบนี้จริงๆหรอ?”

หลงหวางเอ๋อถอนหายใจ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงอันแผ่วเบา “ฉันอุตส่าห์หนีออกมาอย่างยากลำบาก เพียงเพราะฉันอยากมาเจอนายอีกครั้งหนึ่ง……”

 

“เจอฉัน? ไม่ใช่ว่าเธอกำลังตามหาโม่จิ่วเกอ–”

เย่เฟิงพูดขณะสั่นหัว แต่ทันใดนั้น เขาก็ถูกหลงหวางเอ๋อพูดตัดบท

 

“นายคือเขา! นายคือชายสวมหน้ากากคนนั้น ทำไมนายถึงไม่ยอมรับล่ะ?”

ขณะพูดแบบนั้น หญิงสาวรีบจับแขนของเย่เฟิงพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่ม “นายอาจจะหลอกคนอื่นได้ แต่หลอกฉันไม่ได้ ฉันไม่เคยลืมกลิ่นของนาย”

 

“เฮ้ย! เธอเป็นหมารึไง?”

เย่เฟิงมึนงงพลางตื่นตระหนก เขาพยายามสลัดมือเธอออกจากแขน แต่ก็ไม่อาจทำได้ ดังนั้นเขาจึงต้องใช้ทักษะ‘แฝงตัวลอบสังหาร’เพื่อปกปิดวรยุทธ์ของเขาไว้

 

“เรื่องนั้นช่างมันเถอะ นายกลับไปกับฉัน กลับไปตระกูลมังกร”

หญิงสาวพูดและดึงแขนชายหนุ่มไว้อย่างไม่ยอมปล่อยเพื่อจะพาเขากลับไปกับเธอ

 

เย่เฟิงคิดในใจว่าสถานการณ์ตอนนี้ไม่เอื้ออำนวยสำหรับเขา ดูเหมือนว่าหญิงสาวคนนนี้จะไม่ยอมฟังอะไรแล้ว ดังนั้น ในสถานการณ์วิกฤตนี้ เขาควรจะยอมรับดีหรือไม่? แต่ถ้าเขายังยืนยันไม่ยอมรับแล้วไม่สนใจเธออีก นั่นไม่ได้เป็นการยอมรับกลายๆว่าเขาคือโม่จิ่วเกองั้นหรอ?

 

เย่เฟิงลังเลไปชั่วขณะ จึงถูกหญิงสาวดึงตัวไปไกลเกือบ 10 เมตร

 

ขณะที่อีกด้านหนึ่งบนระเบียงชั้นสองของบ้าน ซูเหมิงหานมองดูพวกเขาทั้งคู่อย่างเงียบๆ เมื่อเห็นหลงหวางเอ๋อพยายามดึงแขนเย่เฟิง และชายหนุ่มก็ยอมให้หญิงสาวลากเขาไป ซูเหมิงหานก็พลันรู้สึกกระวนกระวายใจเล็กน้อย

 

เธอยังคงจำเหตุการณ์ครั้งล่าสุดได้ที่ทางเข้าโรงพยาบาล ซึ่งเย่เฟิงถูกหญิงสาวคนนั้นเตะใส่ จากนั้นเธอก็พูดออกมาว่า “คนธรรมดา” กับเขา หญิงสาวคนนั้นก็เป็นผู้ฝึกยุทธ์เหมือนกันงั้นหรอ?

 

ทันใดนั้น ซูเหมิงหานพลันมีความรู้สึกอยากวิ่งไล่ตามพวกเขาไป แต่เด็กสาวก็คิดอะไรบางอย่าง และตัดสินใจว่าเธอไม่ควรทำแบบนั้น

 

“ยังไงเย่เฟิงก็ดูเหมือนไม่อยากเกี่ยวข้องกับเธอคนนั้น เราต้องไม่ทำอะไรตามใจและไร้เหตุผลเด็ดขาด…….”

หากเย่เฟิงรู้ว่าเด็กสาวมีมุมมองอย่างไรต่อเขาในตอนนี้ แน่นอนว่าเขาจะยกย่องจิตใจที่ดีงามของเธอ

 

ในขณะที่เย่เฟิงถูกดึงออกไปจากหน้าประตูรั่วบ้านของเขา ไปแถวบริเวณหน้าบ้านเย่เฟิงคงไม่มีทางเลือกอื่นจริง ๆ

เวลานี้ ชายหนุ่มถูกลากไปจนถึงประตูรั้วเพื่อนบ้านอย่างไม่มีทางเลือก

 

“ขอบอกเลยนะคนสวย ว่าฉันไม่ใช่โม่จิ่วเกอ แล้วถ้าเธอยังดึงอยู่อย่างนี้ ฉันจะถือว่าเธอคิดจะลักพาตัวฉัน”

ถึงแม้ว่าเขาจะปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ก็ยังไม่อาจเปลี่ยนใจหญิงสาวได้

 

“ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว นายแค่กลับไปกับฉัน พ่อของฉันอยากเจอนาย”

หลงหวางเอ๋อพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

 

“เอาล่ะ งั้นบอกฉันมา บ้านเธออยู่ไหน? พ่อเธอทำอะไร? แล้วความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับเธอคืออะไร?”

เย่เฟิงพยายามแกล้งทำเป็นว่าเขาไม่รู้จักหญิงสาวเลยแม้แต่น้อย ดังนั้น เขาจึงถามออกมาหลายคำถาม

 

“นายไม่รู้เรื่องนี้ได้ไง?”

ขณะที่หญิงสาวพูด เธอหันกลับมาจ้องมองเขาพร้อมกับหยดน้ำตาที่ไหลยาวออกมาจากดวงตาคู่สวยจนถึงแก้ม “ทำไมนายถึงเมินฉัน? แล้วยังพยายามบ่ายเบี่ยงฉันอีก?

 

“ฉัน……”

 

เมื่อชายหนุ่มเห็นใบหน้าของเธอที่มีน้ำตานองอาบสองแก้ม เขาพลันตัวแข็งทื่อพร้อมกับหัวใจที่หยุดเต้นไปชั่วขณะ

 

ในเวลาที่ทั้งสองคนพูดคุยกันอยู่นั้นเอง อีกด้านหนึ่ง ผู้คนในบริเวณนั้นรวมทั้งยามของเพื่อนบ้านจ้องมองพวกเขาทั้งคู่ด้วยสายตาที่ประหลาดใจ โดยเฉพาะยามหนุ่มคนนั้นที่เพิ่งย้ายมาอยู่ที่นี่ในเดือนนี้ แต่เขายังคงจดจำเย่เฟิงได้ดี

 

ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีเรื่องซุบซิบนินทาของบ้านใกล้เรือนเคียงเกี่ยวกับเรื่องของ ซูเฉิงกรุ๊ป ความสัมพันธ์ระหว่างซูเหมิงหานกับซูซินฉาง ดาวโรงเรียนที่ย้ายมาอาศัยที่บ้านชายหนุ่มบ้านข้างๆ และเรื่องอีกมากมายที่กระจายออกไปเหมือนไฟลามทุ่ง

 

แต่ตอนนี้ จุดสำคัญที่สุดอยู่ที่ชายหนุ่มคนนี้มีสาวสวยคนอื่นอีกนอกจากซูเหมิงหาน และยิ่งไปกว่านั้น เธอยังพยายามลากเขาไปด้วยกัน แล้วทำไมชายหนุ่มถึงทำให้เธอร้องไห้แบบนี้? เขาจับปลาสองมืออย่างงั้นหรอ? เรื่องที่เย่เฟิงควบสาวสวยสองคนพร้อมกันทำให้ใครต่อใครหลายคนรู้สึกอิจฉา

 

ขณะกำลังดูทีวี ยามหนุ่มคนนั้นยังคงจ้องมองชายหญิงสองคนที่อยู่ข้างนอก เขาคิดว่าหญิงสาวคนนั้นช่างงดงามไม่มีใครเกิน สวยยิ่งกว่าดาราทีวีเสียอีก ยิ่งไปกว่านั้น รูปร่างของเธอยังดูดีเอามากๆ เจ้าหมอนี่ไปจีบสาวสวยแบบนี้มาได้ยังไงกันนะ?

 

อย่างไรก็ตาม เย่เฟิงไม่มีเวลามาสนใจความคิดของคนอื่นๆ

 

เวลานี้ ชายหนุ่มยุ่งอยู่กับการใช้ความคิดว่าหญิงสาวมั่นใจได้อย่างไรว่าเขาคือ“โม่จิ่วเกอ”? อาศัยแค่กลิ่นของเขางั้นหรอ? แปลกเกินไปแล้ว ร่างกายของเขาไม่ได้มีกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์นี่ จริงไหม?

 

“อย่าปฏิเสธอีกเลยนะ”

 

เมื่อเห็นปฏิกิริยาของเย่เฟิง หลงหวางเอ๋อก็มั่นใจในความคิดของเธอ หญิงสาวจึงพลันโถมร่างเข้าหาชายหนุ่มพร้อมกับกางแขนทั้งคู่ของเธอมากอดเขาไว้แน่น แล้วจึงซบใบหน้าอันงดงามลงที่อกของเขา “ตอนนี้ ฉันแอบลงมาจากภูเขา แค่เพราะอยากได้เจอนายอีกครั้ง ถ้านายไม่ชอบฉัน เกลียดฉันโกรธฉัน หรืออยากเมินฉัน ก็ขอให้บอกมาตรงๆ….ได้ไหม? ฉันจะไม่มารบกวนนายอีกเลย….”

 

ไม่ชอบ, เกลียด, โกรธ, คำพูดเหล่านี้ หญิงสาวพูดออกมาจากสิ่งที่เธอรู้

 

เพราะพ่อของเธอเป็นคนลงมือสังหารพ่อของเขา!

 

ในตอนที่เย่เฟิงและหลงหวางเอ๋อยังเด็ก ช่องว่างระหว่างเขาและเธอก็ถูกลิขิตเอาไว้แล้ว แต่หญิงสาวก็คิดว่าการที่เธอและเขามีความสัมพันธ์อันลึกซึ้งด้วยกันอย่างไม่ตั้งใจที่สุสานโบราณ จะทำให้เย่เฟิงยอมรับตัวเธอ และพร้อมเผชิญกับเรื่องยุ่งยากต่างๆ

 

ถ้าหากเขาไม่ต้องการเธอขึ้นมาจริงๆ หญิงสาวก็คงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจาก..…..

 

“ยัยเด็กโง่เอ่ย”

เย่เฟิงถอนหายใจ

 

เขาสามารถรับรู้ถึงความโศกเศร้าและความเจ็บปวดของหลงหวางเอ๋อได้ไม่ยาก หากเขาไม่เข้าใจเรื่องนี้ หรือเข้าใจแต่ยังคงปฏิเสธไม่ยอมรับเธอ ก็เป็นไปได้ว่าสุดท้ายหญิงสาวอันตัดสินใจฆ่าตัวตาย เธอเลือกที่จะหนีออกจากบ้านมาแล้ว ยิ่งกว่านั้น เย่เฟิงยังเข้าใจความคิดพ่อของหญิงสาวชัดเจนว่าเขาจะทำอย่างไรกับเธอเมื่อเธอกลับไป

 

“แต่ถ้าเรายอมรับเรื่องนี้ เธอก็จะรู้ว่าเราฝึกวรยุทธ์น่ะสิ?”

ขณะที่ชายหนุ่มยุ่งอยู่กับการพิจารณาว่า เขาสามารถมั่นใจในตัวหญิงสาวคนนี้ได้ไหม และก่อนที่เขาจะทันได้ทำอะไร ทันใดนั้นก็เกิดลมกรรโชกพัดผ่านพวกเขาไปอย่างรุนแรง!

 

“แกกำลังทำอะไรหะ?  เจ้าเด็กเวร”

ทันใดนั้น น้ำเสียงแหบแห้งที่ผสมไปด้วยความไม่พอใจก็กระจายเข้าสู่หูของพวกเขาทั้งสอง จากนั้น ร่างของหลงหวางเอ๋อก็พลันหายจากอ้อมแขนของเขาไปต่อหน้าต่อตา!

 

ด้วยความตื่นตระหนก เย่เฟิงเงยหน้าขึ้นมองและเห็นปู่ของเขา เย่เวิ่นเทียนที่ปรากฏตัวขึ้นราวกับพายุทอนนาโดจับตัวหลงหวางเอ๋อไปไว้อีกด้านหนึ่ง

 

แย่แล้ว ชายแก่คนนี้มาที่นี่ได้ไงกัน?

 

.............................

แปลโดยทีมงาน GSI




NEKOPOST.NET