[นิยายแปล] Genius Sword Immortal ตอนที่ 330 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Genius Sword Immortal

Ch.330 - ข่าวจากซูเฟยหยิ่ง


บทที่ 330 ข่าวจากซูเฟยหยิ่ง



 

ศิษย์วังไท่จี๋ทั้งหมดต่างไม่คาดคิดว่าเย่เฟิงจะบ้าเช่นนี้ เขาถึงกลับสังหารเฉินฮุยจริงๆ

 

หรือว่าเขาจะสังหารศิษย์วังไท่จี๋ให้หมดสิ้นกัน?

 

พวกเขาไม่ได้คาดคิดเลยว่าเย่เฟิงจะสังหารศิษย์วังไท่จี๋มากมายเช่นนี้ ทั้งสองฝ่ายแน่นอนว่าไม่ตายไม่เลิกลา เฉินฮุยไปทำอะไรไปกัน?

 

วิชาเซียน เพลิงสุดขั้ว!

 

เย่เฟิงปาบอลเพลิงออกไป ด้วยวรยุทธในตอนนี้ของเขา แม้ว่าเจิ้นชี่ของเขาใกล้จะหมดแล้ว แต่เพียงแค่ใช้เพลิงสุดขั้วก็ไม่นับเป็นอะไร บอลเพลิงที่ถูกโยนไปลุกโชนทันที

 

ทุกที่ที่มีซากศพของศิษย์วังไท่จี๋ มันถูกเผาผลาญจนกลายเป็นเถ้าถ่านโดยบอลเพลิงของเย่เฟิงทันที

 

ทุกคนเห็นวิธีที่เย่เฟิงใช้ก็ตกใจจนด้านชา บอลเพลิงมากมายไม่ได้ทำให้หลี่เสวียนประหลาดใจไปกว่านี้แล้ว เย่เฟิงทำให้พวกเขา “ประหลาดใจ” มากจนเกินไปแล้ว พวกเขาแทบจะไม่รู้สึกอะไรอีกแล้ว

 

“เป็นอย่างไรบ้าง ผู้อาวุโสหลี่ คุณชอบไหม?”

 

เย่เฟิงจัดการซากศพทั้งหมดรวมถึงของเฉินฮุย ก่อนที่จะย่างก้าวไปหาหลี่เสวียน บนใบหน้าเปิดเผยรอมยิ้มที่ชั่วร้าย

 

มองไปยังรอยยิ้มบนใบหน้าเย่เฟิง ภายในใจหลี่เสวียนรู้สึกหนาวเย็น ใช้ชีวิตมามากมาย หลี่เสวียนไม่เคยต้องประสบสถานการณ์ที่ประหลาดเช่นนี้ สหายเย่เฟิงคนนี้ช่างแปลกประหลาดนัก

 

ในเวลานี้ทุกคนต่างไม่มีใครกังขากับสิ่งที่เย่เฟิงได้จัดการไป พูดได้ว่าน่ากลัวอย่างอธิบายไม่ได้ ไม่สงสัยหลังจากเหตุการณ์หลงโมหรันจะเปลี่ยนไปมากขนาดนี้ พวกเขามั่นใจว่าเย่เฟิงจะต้องมีความลับบางอย่าง!

 

หรือว่าเย่เฟิงคนนี้ เขาจะได้รับวิทยายุทธจากสำนักโบราณบางอย่างกัน?

 

สำนักในประวัติอะไรกันที่มีวิชากระบี่ที่ราวกับภูติผีเช่นนี้กัน?

 

หลี่เสวียนครุ่นคิดภายในใจ แต่รู้สึกสับสน ก่อนที่เย่เฟิงจะมาถึงเบื้องหน้าเขา กระบี่สีเขียวพาดอยู่บนคอของเขา

 

“ให้เวลาสามวินาที ยอมหรือไม่ยอมให้คนนำกระจกหยางบริสุทธิ์มา คุณคงรู้ว่าจุดจบจะเป็นเช่นไร”

 

เย่เฟิงกล่าวเบาๆ “ฉันไม่ชอบมีปัญหานัก คร้านที่จะไปหาคนของวังดาบสวรรค์เพื่อเอายาถอนพิษ ไม่งั้นมันจะเป็นเช่นเดียวกับสำนักเซียนเร้นลับ”

 

ด้วยคำพูดนี้ หลี่เสวียนหลั่งเหงื่อเย็นเยียบทันที

 

เย่เฟิงคนนี้ มันโอหังเกินไปหรือไม่?

 

เรื่องสำนักเซียนเร้นลับ หลี่เสวียนรู้อยู่แล้ว แต่เขาไม่ได้สนใจนัก นอกจากนี้เจ้าสำนักเซียนเร้นลับมีเพียงวรยุทธ 70 ปี เมื่อเทียบกับวังไท่จี๋ของพวกเขามันต่างกันมาก

 

แต่ตอนนี้ เย่เฟิงสามารถเอาชนะเขาได้ และยังข่มขู่เขา เขารู้ดีว่าความแข็งแกร่งของเย่เฟิงในตอนนี้มีความสามารถพอที่จะจัดการวังไท่จี๋ทั้งวังของพวกเขาได้

 

ไม่จำเป็นต้องพูดถึงวังดาบสวรรค์

 

เย่เฟิงพูดว่าไม่อยากไปเอาจากวังดาบสวรรค์ มันแทบจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย

 

หลี่เสวียนครุ่นคิดอย่างระวัง แต่ความจริงเป็นกังวล เขาสรุปได้ว่ามันไม่คุ้มค่าเลยที่เขาจะต้องตายพร้อมกับหญิงสาวสำนักเซียนเร้นลับคนนั้น!

 

“ตกลง บางทีพวกเราอาจจะร่วมมือกันได้”

 

อารมณ์ของหลี่เสวียนมั่นคง เงยหน้ามองเย่เฟิง กล่าวอย่างช้าๆ

 

ไม่ใช่เพียงเพราะเหตุผลก่อนหน้า เขาครุ่นคิดถึงเรื่องเฉินเจี้ยนสงเช่นกัน ถ้าเฉินเจี้ยนสงแท้จริงแล้วร่วมมือกับพวกชั่วร้าย แม้ว่าจะได้รับตำแหน่งประมุขวังไท่จี๋ สำหรับวังไท่จี๋มันไม่เป็นผลดีเลย

 

หลี่เสวียนมีชื่อเรื่องซื่อสัตย์ แน่นอนว่าไม่ต้องการให้เรื่องเป็นเช่นนั้น

 

ในทางตรงข้าม เย่เฟิงแท้จริงเพียงป้องกันตัวเท่านั้น การโต้ตอบทั้งหมดโต้แย้งไม่ได้ แม้ว่าแรกเริ่มจะทำการรุนแรง แต่มันมีเหตุผลที่ต้องกระทำเช่นนั้น

 

เรื่องหลี่เสวียนคิดร้ายต่อเย่เฟิง เป็นเขาที่ต่อต้านไม่ยอมที่จะเชื่อในก่อนหน้านี้ เรื่องของหลิงเฉิน ท้ายที่สุดมันเป็นอย่างไรกันแน่ หลังจากที่ปรับความเข้าใจกับเย่เฟิงแล้ว เขาควรจะถามเย่เฟิงดูดีหรือไม่?

 

“ผู้ที่รู้เวลาและหน้าที่คือวีรบุรุษ*”

 

[คั่นหนังสือ : *识时务者为俊杰 = ผู้รู้สถานการณ์ คือผู้มีสติปัญญาเป็นเลิศ]

 

เย่เฟิงพยักหน้าและท้ายที่สุดก็ยิ้มขึ้น

 

สามารถทำให้ชายชราหลี่เสวียนยอมแพ้ มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

 

เขาไม่ได้สนใจหลี่เสวียนอีก หันหลังกลับไปยังจื่อเจี้ยนหลานที่อยู่ใกล้ จะติดต่อคนของวังไท่จี๋เช่นไร เย่เฟิงเชื่อว่าเขามีวิธีอยู่ ด้วยเทคโนโลยีสมัยนี้ มันมีมือถือที่สามารถโทรข้ามโลกได้เลย

 

“เธอเป็นยังไงมั้ง?”

 

เย่เฟิงเดินมาถึงพร้อมกับสีหน้าที่เป็นกังวลเล็กน้อย สีหน้าที่สงบดูอ่อนโยนลง

 

อยู่ต่อหน้าศัตรู ไม่สามารถเปิดเผยความอ่อนแอได้ มันจะต้องมีท่าทางสงบอยู่เสมอ ซูเฟยหยิ่งเป็นคนสอนสั่งเขาเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น จะต้องทำให้ศัตรูคิดว่าตัวเรามั่นใจอยู่เสมอ

 

ถ้าหากเผลอแสดงความอ่อนแอให้ศัตรูได้เห็น แสดงความโง่เขลาให้ศัตรูได้เห็น มันจะทำให้พบกับความพ่ายแพ้

 

แต่ตอนนี้เมื่อเย่เฟิงหันหลังกลับมา เมื่อพบเห็นจื่อเจี้ยนหลานที่ติดพิษ ภายในใจก็ยากที่จะปกปิดมันเต็มไปด้วยความกังวล เขาหวาดกลัวว่าจื่อเจี้ยนหลานจะเกิดอะไรขึ้นมากกว่าทุกคน!

 

ดังนั้นเขาจึงสังหารเฉินฮุย เพื่อกำจัดอุปสรรคสิ่งชั่วร้ายให้จื่อเจี้ยนหลาน

 

“ดูเหมือนไม่เป็นอะไรมาก”

 

หลงหวางเอ๋อดูแลจื่อเจี้ยนหลานอยู่ เมื่อได้ยินคำถามก็เงยหน้าขึ้นตอบ ทั้งสองสาวพิงอยู่กับก้อนหินใหญ่ หลงหวางเอ๋อที่อยู่ด้านข้างคอยใช้วิชาแสงศักดิ์สิทธิ์คอยรักษาอย่างเงียบๆ น่าเสียดายวิชาแสงศักดิ์สิทธิ์มันไม่สามารถใช้รักษาอาการติดพิษได้

 

เรื่องนี้มันยิ่งกระตุ้นเย่เฟิงภายในใจ หวังว่าจะทำให้น้าชูชูเป็นผู้ฝึกเซียนที่เชี่ยวชาญในวิชาปรุงยา

 

ถ้าหากมีผู้ฝึกเซียนปรุงยาอยู่ ต่อให้เป็นพิษอัคคี มันก็จะแก้พิษได้อย่างง่ายดาย และไม่จำเป็นต้องถูกใครใช้ควบคุมได้อีกด้วย

 

ภายในสายตาเย่เฟิง หากจะต้องการจัดตั้งกองกำลัง ผู้ฝึกเซียนปรุงยาเป็นสิ่งจำเป็น และน้าชูชูเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด

 

ไม่เพียงแค่มีพรสวรรค์ด้านสมุนไพรเท่านั้น น้าชูชูยังมียังมีบุคลิกที่อ่อนโยน จะต้องกลายเป็นผู้ฝึกเซียนปรุงยาที่ยอดเยี่ยมอย่างแน่นอน

 

ยามเมื่อกลับจากทะเลทรายเมื่อใด เย่เฟิงจะต้องมาขบคิดเรื่องทำให้น้าชูชูเป็นผู้ฝึกเซียน แต่มันยังไม่ใช่เวลานี้

 

“มัดพวกเขา”

 

เย่เฟิงมองอย่างเย็นชาไปยังศิษย์วังไท่จี๋ที่เหลือห้าคนที่อยู่รอบๆ มันมีทั้งศิษย์ชายและหญิง

 

เขาไม่ต้องการสังหารใครเพิ่มอีกแล้ว แต่มันเป็นไปไม่ได้ที่จะปล่อยพวกเขาไป จากนั้นควรจะทำให้พวกเขาเป็นตัวประกันเหมือนเช่นหลี่เสีวยนเป็นการดีกว่า

 

ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!

 

เย่เฟิงส่งมีดบินพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ทั้งห้าคนบาดเจ็บ ทำให้พวกเขาทั้งหมดต่างติดพิษผงทลายใจ

 

จ้าวอี้เปยก็สร้างร่างกายปรากฏตัวขึ้นมาอย่างเงียบๆ รับเอาโซ่ยาวที่เย่เฟิงโยนมาให้ ลอยไปมัดศิษย์วังไท่จี๋ทั้งห้าคนรวมกัน ก่อนจะถูกโยนไปไว้ด้านข้าง

 

หลังจากจัดการเสร็จสิ้น จ้าวอี้เปยก็กลายเป็นเลือนราง กลับเป็นหมอกควันสลายหายไปไม่ให้เห็นอีก

 

ภายในสายตาหลี่เสวียนและศิษย์ไท่จี๋ทั้งห้าคน เห็นจ้าวอี้เปยปรากฏขึ้นมาพริบตาแล้วก็หายไป และเมื่อตอนที่ปรากฏขึ้นมาและหายไป มันปราศจากเสียงอย่างสิ้นเชิง มันคล้ายกับว่าเป็นวิญญาณ ปรากฏตัวและหายไป ร่างกายล่องหนราวกับไม่มีร่างกาย!

 

สิ่งนี้มันทำให้พวกเขาตื่นตกใจ เย่เฟิงคนนี้มันยากที่เข้าใจจริง

 

พวกเขาที่มองไปยังชายที่สวมเสื้อเชิ้ตสีดำ แผ่นหลังของเย่เฟิง มองไปยังเย่เฟิงพร้อมกับปรากฏเครื่องหมายคำถามอยู่บนหัวของเขา

 

หลี่เสวียนหยิบเอามือถือรุ่นเก่าออกมาจากที่คาดเอว เริ่มเขียนข้อความและส่งออกไป เห็นได้ชัดว่าเป็นการส่งข้อความบอกให้นำกระจกหยางบริสุทธิ์มา

 

เย่เฟิงเห็นการกระทำของเขาก็โล่งอก

 

ขณะที่กำลังจะไปดูอาการจื่อเจี้ยนหลานเสียหน่อย เขาก็รู้สึกถึงเหยี่ยวขาวหิมะเหินบินอยู่เหนือฟ้า หยุดวนอยู่บนท้องฟ้าเหนือหัวของเขา

 

มันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้น อาจารย์!

 

เหยี่ยวตัวใหญ่นั่นเป็นวิชาเซียนอัญเชิญส่งข่าวของซูเฟยหยิ่ง มันส่งได้ไกลถึงแสนลี้ เมื่อเหยี่ยวตัวใหญ่ปรากฏขึ้น นั่นหมายความว่าซูเฟยหยิ่งส่งข่าวมา เรื่องนี้ทำให้เย่เฟิงรู้สึกเป็นกังวล อาจารย์ได้ไล่ตามเจ้าสำนักหั่วอวิ๋นเยาไป ไม่รู้เลยว่าสถานการณ์เป็นเช่นไรบ้าง?

 

...................................

 

 

แปลโดย คั่นหนังสือ GSI

 



NEKOPOST.NET