[นิยายแปล] Genius Sword Immortal ตอนที่ 324 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Genius Sword Immortal

Ch.324 - พอใจทั้งสองฝ่าย


บทที่ 324 พอใจทั้งสองฝ่าย



 

ยามเมื่อเย่เฟิงใช้ออกกระบี่ที่ 13 ด้วยกระบวนท่าสุดท้ายของเขานี้ นอกจากดูน่าประทับใจแล้ว มันยังดูน่ากลัวอีกด้วย

 

หลังจากที่ใช้สะสมพลังรวมทั้ง 12 กระบี่ กระบี่ที่ 13 ของเย่เฟิงนี้ ร่างของเขาก็ปรากฏขึ้นมาอย่างน่าตกใจ กระบี่สีเขียวมรกต พุ่งตรงไปยังหลี่เสวียน!

 

ส่วนโล่ปราณสีขาวของหลี่เสวียน ได้ถูกทำลายไปโดยการฟาดฟันของเย่เฟิงแล้ว ในเวลานี้ไม่มีเวลาพอที่จะป้องกันอะไรอีก มองอย่างทำอะไรไม่ถูกไปยังกระบี่สุดท้ายที่เย่เฟิงฟันลงมา

 

กระบี่นี้ รวดเร็วอย่างมาก แม่นยำอย่างยิ่ง และโหดเหี้ยมเหลือล้น!

 

แม้ว่าหลี่เสวียนจะมีวรยุทธถึง 95 ปี แต่ภายใต้กระบี่เริงระบำที่ไม่รู้จักของเย่เฟิงนี้ ปราณกระบี่มันได้ทำลายโล่ปราณของเขาไป ทำให้เขาแทบจะยืนไม่ติด มิมีท่าทีว่าจะหลบออกไปในช่วงเวลาสั้นๆนี้

 

ส่วนกระบี่เย่เฟิงนี้ มันพุ่งออกมาจากความว่างเปล่า ปรากฏขึ้นมาเบื้องหน้าเขา มันแน่นอนว่าไม่มีเวลาที่จะหลบหลีกได้

 

“ผู้อาวุโส!”

 

ลำแสงกระบี่สีเขียวมรกตปรากฏขึ้นและรอบร่างหลี่เสวียนก็เลือนราง ฉากที่แปลกประหลาดนี้ทำให้เฉินฮุยและศิษย์วังไท่จี๋รอบๆต่างตกใจ แท้จริงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?

 

ตอนที่โล่ปราณหลี่เสวียนพลันถูกทำลายลงโดยไม่คาดคิด เฉินฮุยมีท่าทางราวกับเห็นผี

 

ในโลกนี้ มันยังมีคนที่ทำลายโล่ปราณของผู้อาวุโสหลี่เสวียนได้อย่างง่ายดายอยู่อีกหรือ? เกรงว่าแม้กระทั่งเย่เหวินเทียนจะยังทำได้ขนาดนี้หรือไม่? แท้จริงแล้วมันยังมีคนที่แกร่งขนาดนี้อยู่!

 

หลังจากที่หลี่เสวียนใช้หมัดสายลมออกไปเมื่อครู่ ซึ่งทำลายหลิงเฉินที่สวมหน้ากากไปได้อย่างง่ายดาย ตอนนี้มันทำให้เหล่าศิษย์วังไท่จี๋รู้สึกราวกับเจอผีหลอก

 

สาเหตุมาจากกระบวนท่านี้ กระบี่สุดท้ายของเย่เฟิงอันนี้

 

หลี่เสวียนเหมือนมีกระบี่พาดอยู่บนคอ ราวกับอยู่ต่อหน้าเทพเจ้าแห่งความตาย

 

กระบี่เริงระบำนี้ มันไม่รู้เลยว่าน่ากลัวกี่เท่าเมื่อเทียบกับลำนำใต้จันทราของหลงโมหรัน เมื่อรวมกับการลอบโจมตีของหลงหวางเอ๋อที่ทำให้หลี่เสวียนเสียสมาธิ หลี่เสวียนรู้สึกว่าจะต้องตายเป็นแน่แล้ว

 

ความรู้สึกนี้ เขาไม่ได้รู้สึกมานานมากแล้ว ตั้งแต่เมื่อตอนที่เขากลายเป็นผู้อาวุโสของวังไท่จี๋เมื่อ 15 ปีก่อน นอกจากทบทวนฝึกวิชาตลอดหลายปี เขาไม่ได้สู้กับใครเลย

 

ขณะที่ฝึกฝนทบทวนวิชา ภายในโลกยุทธภพมันไม่มีวิชาใด ที่จะทำให้เขาต้องถึงกับแลกชีวิต แน่นอนว่าไม่ทำให้เขารู้สึกถึงภัยคุกคามต่อชีวิตเขา

 

ขนทั้งร่างของหลี่เสวียนลุกตั้งชัน ภายในสายตาจับจ้องเพียงกระบี่สุดท้ายของเย่เฟิง

 

เขียวมรกต

 

ภายในสายตาหลี่เสวียนจับจ้องเพียงแสงกระบี่ที่ตวัดลงมา

 

ต้องตายแล้ว

 

ต้องตายแล้ว

 

ต้องตายแล้ว!

 

ต้องตายแล้วงั้นหรือ?

 

ม่านตาของหลี่เสวียนหดเล็กลง เขาตระหนักได้ถึงช่วงเวลาที่ผ่านมาทั้งหมดในชีวิตของเขา ใช้ชีวิตเป็นศิษย์อยู่ภายใต้วังไท่จี๋มาตั้งแต่ยังเด็ก จากนั้นก็ฝึกฝนวิทยายุทธ เมื่อมีพรสวรรค์และความแข็งแกร่งมากขึ้นและมากยิ่งขึ้น ก่อนที่จะกลายมาเป็นผู้อาวุโสของวังไท่จี๋

 

เพียงภาพสว่างวาบขึ้น เหตุการณ์นี้มันแทบไม่มีใครที่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้น

 

จู่ๆชายหนุ่มสวมหน้ากากครึ่งหน้าที่ถูกทำลายไปโดยหมัดสายลมของหลี่เสวียน ราวกับภูติผีปีศาจปรากฏร่างหลิงเฉินขึ้นมาทันที ด้วยร่างที่มีตัวตนของผู้ฝึกวิญญาณหยุดอยู่เบื้องหน้ากระบี่ของเย่เฟิง

 

พรึบ!

 

ฝ่ามือทั้งสองของหลิงเฉินประกบกัน รับปราณกระบี่สีเขียวมรกตของเย่เฟิงเอาไว้ในมือ

 

อึก!

 

กระบี่อันคมกริบของเย่เฟิง แน่นอนว่าเขาไม่สามารถต้านทานได้ กระบี่นี้ ตวัดฟันแบ่งร่างของเขาออกเป็นสองทันที แปรเปลี่ยนเป็นควันสีดำและสลายหายไป

 

แน่นอนว่า หลิงเฉินเป็นผู้ฝึกวิญญาณ นี่มันไม่เพียงพอที่จะทำให้เขาตายได้ มันเพียงสิ้นเปลืองพลังวิญญาณอย่างมากและสลายหายไป ทำให้เขาหมดพลังและพลังลดน้อยลงไป

 

เพื่อรับกระบี่นี้แทนหลี่เสวียน หลิงเฉินได้ทำการเสียสละอย่างมากมาย

 

ประสบการณ์มากมายของหลี่เสวียน หลิงเฉินไม่เคยทำให้เขาผิดหวัง ในช่วงเวลาวิกฤตก็ยังคงไม่ทำให้ผิดหวัง

 

กระบี่ของเย่เฟิง ยังคงพาดลงมายังคอของเขา รอยเลือดปรากฏขึ้นปราศจากร่องรอย ตราบเท่าที่ฟันลงไปอีกหนึ่งมิลลิเมตร กระบี่เย่เฟิงจะต้องสามารถตัดคอหลี่เสวียนได้ และทำให้เขาตายตกทันที แต่น่าเสียดาย เย่เฟิงไม่ได้ทำเช่นนั้น

 

“พี่เย่!”

 

เสียงของหลิงเฉินดังออกมาจากรอบข้าง “ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ชีวิตนี้เป็นของพี่ แม้ว่าพี่จะให้ผมสังหารหลี่เสวียนอีกครั้ง ผมก็จะไม่แม้แต่กระพริบตา!”

 

เสียงพูดนี้มีเพียงเย่เฟิงที่ได้ยินเท่านั้น ทำให้เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย

 

เย่เฟิงไม่ได้รู้สึกประหลาดใจกับหลิงเฉิน เนื่องจากหลี่เสวียนเคยช่วยเขาเอาไว้จากกองไฟในตอนนั้น ทำให้เขามีชีวิตที่สองได้ ดังนั้นชีวิตที่สองนี้มันเป็นของหลี่เสวียน แต่ตอนนี้ชีวิตที่สองของหลิงเฉินจบลงแล้ว จากสาเหตุที่เฉินฮุยกระตุ้นให้หลี่เสวียนทำร้ายเขา ดังนั้นทุกคนต่างไม่รู้เลยว่าตัวเขาหลิงเฉินในเวลานี้ ตัวเขาได้เริ่มชีวิตใหม่เป็นชีวิตที่สามแล้ว

 

ชีวิตที่สามนี้แน่นอนเป็นของเย่เฟิง แต่ก่อนหน้านั้น เขาจะต้องจัดการเรื่องราวของชีวิตที่สองเสียก่อน

 

เมื่อช่วยเหลือชีวิตหลี่เสวียนแล้ว ทั้งสองต่างไม่ติดหนี้บุญคุณกันอีก ภายในอนาคตข้างหน้าไม่มีอะไรที่ต้องเป็นกังวลอีกต่อไปแล้ว! ด้วยวิธีนี้ ทั้งสองฝ่ายต่างพึงพอใจ ไม่ว่าเย่เฟิงทำอะไรกับหลิงเฉิน หลิงเฉินก็จะไม่เสียใจ เนื่องจากความรู้สึกสำนึกของเขากระตุ้นให้เขาทำเช่นนี้

 

เย่เฟิงไม่กล่าวโทษเขา ถ้าหากเปลี่ยนเป็นเขา เขาก็คงไม่สามารถมองผู้มีพระคุณตายไปต่อหน้าต่อตาได้เช่นกัน

 

แต่ที่เขาขมวดคิ้วนี้ เนื่องจากตอนนี้หลี่เสวียนไม่ได้ถูกสังหาร สถานการณ์ต่อไปมันคงยากที่จะรับมือ

 

ส่วนศิษย์วังไท่จี๋ที่อยู่รอบๆ ต่างไม่สามารถเข้าใจได้เลย มันเกิดอะไรขึ้น เหตุใด "หลิงเฉิน" ตัวปลอม ถึงกระโดดออกมารับกระบี่แทนหลี่เสวียน?

 

เรื่องนี้มันช่างไม่สมเหตุสมผลเลย

 

ยามเมื่อร่างของเย่เฟิงปรากฏตัวขึ้นอยู่เบื้องหน้าหลี่เสวียน ภายในมือกุมไว้ด้วยปราณกระบี่สีเขียวมรกต เสื้อสีดำบนร่างโบกสะพัดไปตามลม กลุ่มคนของวังไท่จี๋ทั้งหมดต่างรู้สึกหนาวเย็นยะเยือกลึกลงไปภายในใจ

 

เย่เฟิงคนนี้มันจะฝืนหลักเกณฑ์สวรรค์เกินไปไหม?

 

เพียงความแข็งแกร่งแค่คนเดียว แทบจะสามารถสังหารหลี่เสวียนได้! นี่มันเป็นวิชากระบี่ภูติผีปีศาจอะไรกัน มันมีประวัติความเป็นมาจากไหนกันแน่ ถ้าหากพวกเขาได้ร่ำเรียนวิชากระบี่นี้ มิใช่ว่ายุทธภพจะตกเป็นของพวกเราหรอกหรือ?

 

ที่สำคัญที่สุด เย่เฟิงคนนี้เพียงอายุแค่ 20 ปีเท่านั้น!

 

นี่มันเป็นพรสวรรค์ที่อัศจรรย์จนขนลุกขนาดไหนกัน?

 

ตระกูลเย่กลับหลงเหลือสัตว์ประหลาดเอาไว้ มันแทบจะเป็นพรสวรรค์ครั้งแรกในประวัติศาสตร์เลย เฉินฮุยของพวกเขาวังไท่จี๋ก็มีพรสวรรค์ที่ผิดปกติเช่นกัน แต่เมื่อเทียบกับเย่เฟิง มันแทบจะไม่ต่างไปจากขยะเลย ราวแสงจันทร์ส่องประกายเจิดจ้า มันสุกสกาวอย่างสิ้นเชิง

 

“ล้อมเขาและสังหารซะ!”

 

ภายในใจเฉินฮุยรู้สึกอิจฉาอย่างมาก ตระหนักได้ว่า ถ้าหากปล่อยเย่เฟิงมีชีวิตรอดไปจากที่นี้ ไม่ใช่ว่ามันจะเป็นกางชิ้นใหญ่ในอนาคตหรอกหรือ?

 

เขายังจดจำเรื่องตอนแรกเริ่มส่วนใหญ่ได้ เหตุการณ์เชื่อมโยงที่เย่เฟิงจัดการหลงโมหรันเมื่อนานมาแล้ว แต่ไม่คาดคิดว่าจะแทบสามารถสังหารหลี่เสวียนในตอนนี้ได้ด้วย เพียงใช้เวลาแค่นี้? การเติบโตของเขา มันเพียงพอที่จะทำให้ทุกคนตื่นตกใจได้เลย!

 

กระทั่งหลงโมหรันซึ่งเป็นประมุขของตระกูลหลง ความแข็งแกร่งของเขาก็เทียบได้กับผู้อาวุโสของตระกูลหลงหลายคนเท่านั้น มันห่างชั้นกันมาก วรยุทธมันมีความห่างชั้นกันอย่างช่วงใหญ่เกินไป และพรสวรรค์มันไม่ควรที่จะบรรลุจนมาถึงขั้นนี้

 

ถ้าพูดถึงความสามารถการต่อสู้ หลงโมหรันสองคนยังไม่สามารถรับมือหลี่เสวียนได้เลย

 

แต่ตอนนี้ เย่เฟิงกลับทำสิ่งที่ทุกคนไม่สามารถจะมีความเป็นไปได้ที่จะทำสำเร็จ

 

เพียงแค่อายุ 20 ปีและออกโรงเอง สามารถเผชิญหน้ากับหลี่เสวียนได้ แม้ว่ามันจะเป็นการลอบโจมตี แต่วิชากระบี่ที่ร่ายรำออกมา มันน่าอัศจรรย์อย่างแท้จริง

 

เฉินฮุยแทบอดกลั้นไม่ไหว

 

จำต้องอดกลั้นอีกครั้ง ไม่ใช่เพียงชื่อเสียงของจอมยุทธรุ่นเยาว์อันดับหนึ่งของเขาที่ต้องรักษา แต่มันเป็นชื่อเสียงของวังไท่จี๋ภายในโลกยุทธภพที่ยิ่งใหญ่มันยากที่จะรักษาเอาไว้เช่นกัน

 

ความแข็งแกร่งของเย่เฟิงน่ากลัวเกินไป!

 

ไม่นานที่ศิษย์วังไท่จี๋ได้ยินคำสั่งของเฉินฮุย สีหน้าพลันปรากฏความดุร้ายทันที ถลาโถมพุ่งเข้าไปหาเย่เฟิง

 

...................................

 

 

แปลโดย คั่นหนังสือ GSI

 



NEKOPOST.NET