[นิยายแปล] Genius Sword Immortal ตอนที่ 317 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Genius Sword Immortal

Ch.317 - ระบำกระบี่สังหารศัตรู!


บทที่ 317 ระบำกระบี่สังหารศัตรู!




 

เมื่ออยู่ต่อหน้าเจ้าสำนักหั่วอวิ๋นเยาที่สูงเกือบสี่เมตร รูปร่างของเย่เฟิงเหมือนราวกับเด็กน้อยที่มีเพียงกระบี่เจิ้นชี่สีเขียวมรกตแต่มันเป็นเพียงแค่ของเด็กเล่นที่ไม่สามารถทำอันตรายอีกฝ่ายได้

 

วรยุทธเพียง 20 ปี สีของเจิ้นชี่ยังไม่เปลี่ยนแปลงนัก ซึ่งมันจะเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีน้ำเงินและม่วง วรยุทธเพียง 20 ปีมันยังไม่เพียงพอที่จะเปลี่ยนแปลง มันจะเปลี่ยนแปลงก็อีกครั้งเมื่อวรยุทธมี 25 หรือ 30 ปี

 

แน่นอนว่าสีของมันอาจจะเปลี่ยนเพียงเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ความคมของกระบี่เจิ้นชี่มันกำลังดีสำหรับเย่เฟิง ถึงแม้จะต้องเผชิญหน้ากับเจ้าสำนักหั่วอวิ๋นเยาและโจมตีอีกฝ่ายอย่างจัง ความคมกริบของกระบี่เจิ้นชี่จะต้องเฉือนร่างอีกฝ่ายได้แน่นอน

 

“เย่เฟิง”

 

ห่างไปไม่ไกลบนยอดเขาที่หลงหวางเอ๋อทั้งสามสาวมองเย่เฟิงที่จู่ๆปรากฏตัวขึ้นเผชิญหน้ากับเจ้าสำนักหั่วอวิ๋นเยา หัวใจพลันหล่นวูบ พวกเธอจะต้องทำอย่างไรหากเกิดอันตรายอะไรขึ้น?

 

พวกเธอได้ยินเย่เฟิงบอกว่าเจ้าสำนักหั่วอวิ๋นเยาและอาจารย์ของเขามีวรยุทธถึงหนึ่งร้อยปี ซึ่งถือว่าแข็งแกร่งที่สุดในตอนนี้ แม้ว่าจะไม่รู้ว่ามันแข็งแกร่งแค่ไหน แต่แน่นอนว่าไม่สามารถที่จะเมินเฉยได้

 

เหตุใดเย่เฟิงถึงรีบร้อนถึงเพียงนี้ มันจะไม่เป็นอันตรายอะไรหรือ?

 

ด้วยวิชากระบี่ผ่ามิติ ทำให้เย่เฟิงพุ่งออกมาอย่างกล้าหาญต่อหน้าเจ้าสำนักหั่วอวิ๋นเยาด้วยท่าทางหนักแน่นและดุดันดั่งคมกระบี่เงยมองไปยังเจ้าสำนักหั่วอวิ๋นเยา

 

“ไร้สาระ กล้าที่จะมาขวางทางข้าหั่วอวิ๋นเยา!”

 

เจ้าสำนักหั่วอวิ๋นเยาคำรามลั่นทันที เปลวเพลิงที่ร่างลุกโชนขึ้นอย่างไม่หยุดทำให้อุณหภูมิเพิ่มขึ้นสูงยิ่งขึ้นเรื่อยๆทำให้เสื้อเชิ้ตสีดำของเย่เฟิงลุกไหม้ในพริบตา

 

ปุ ซู่~

 

เกิดประกายจากร่างเย่เฟิง เนื่องจากเจ้าสำนักหั่นอวิ๋นเยาระเบิดพลังทำให้เย่เฟิงไม่สามารถที่จะทนทานไหว ขณะหินรอบๆต่างเริ่มละลายลงและเพียงไม่นานมันคงละลายเป็นแมกม่าด้วยอุณหภูมิที่สูงขึ้น

 

“หลบไปซะ!”

 

ซูเฟยหยิ่งเห็นเช่นนั้นก็ใจหล่นวูบ มือหยกคู่ภายใต้แขนเสื้อขาวรีบโบกสะบัด ปรากฏสองเส้นสายผ้าไหมขาวหิมะที่ส่งกลิ่นอายอันเย็นเยียบโค้งไปยังเย่เฟิงเพื่อช่วยเหลือเย่เฟิงสายหนึ่ง อีกสายตรงไปยังเจ้าสำนักหั่วอวิ๋นเยาเพื่อจะดึงดูดความสนใจของเขา

 

เห็นได้จากท่าทางของซูเฟยหยิ่งว่าเย่เฟิงในตอนนี้ก็ยังคงไม่ใช่คู่มือของเจ้าสำนักหั่วอวิ๋นเยา

 

อย่างไรก็ตามเย่เฟิงกัดฟันแน่นไม่ได้สนใจกับการช่วยเหลือของซูเฟยหยิ่ง ก่อนที่จะกระตุ้นเจิ้นชี่จากร่างอีกครั้ง สภาพอากาศรอบๆบิดเบือนทันทีภายในสายตาของเขา

 

กระบี่เริงระบำ!

 

ยามเมื่อเจ้าสำนักหั่วอวิ๋นเยากำลังรับมือกับเส้นสายผ้าไหมขาวหิมะของซูเฟยหยิ่ง เย่เฟิงพลันโจมตีออกกะทันหัน ร่างที่วาดผ่านหลบออกมาพลันสลายหายไปในอากาศทันที ก่อนที่ลำแสงกระบี่จะปรากฏออกมาอันแล้วอันเล่าพุ่งตรงไปยังเจ้าสำนักหั่วอวิ๋นเยาจากทั่วทิศทาง

 

ในตอนนี้เย่เฟิงอยู่ภายในมิติที่ไม่มีการโจมตีใดๆทำอะไรเขาได้ มีเพียงเขาที่โจมตีได้เท่านั้น

 

กระบี่เริงระบำถูกใช้ออกโดยฉับพลัน ทำให้ซูเฟยหยิ่งที่เตรียมพร้อมสกัดกั้นเจ้าสำนักหั่วอวิ๋นเยารู้สึกตกใจ

 

หลังจากซูเฟยหยิ่งออกกระบวนท่าไปแล้วก็เห็นการโจมตีของเย่เฟิงมีโอกาส ก่อนที่มือขาวจะใช้กระบวนท่าออกอย่างรีบเร่ง ดึงเส้นสายขาวหิมะกลับมา จากนั้นเตรียมพร้อมที่จะใช้วิชาเซียนลับ

 

วิชาเซียน พันธนาการเจ็ดดารา!

 

จะต้องมีวรยุทธ 50 ปีถึงจะสามารถใช้ออกวิชาเซียนนี้ของสำนักสุสานดาราได้ ด้วยการใช้ออกอย่างมีประสิทธิภาพของซูเฟยหยิ่ง ลำแสงเจ็ดดาราพลันพุ่งมาจากฟากฟ้าเปล่งประกายสีน้ำเงินราวกับเส้นสายดวงดาราทั้งเจ็ดพันรอบเจ้าสำนักหั่วอวิ๋นเยาอย่างแน่นหนา

 

“แม่สาวน้อย หวังจะจับข้าด้วยวิชานี้น่ะหรือ!”

 

เจ้าสำนักหั่วอวิ๋นเยาไม่ได้รับรู้ถึงกระบวนท่าของเย่เฟิงเลย ไม่รู้เลยว่าเขาสามารถใช้ออกวิชากระบี่ผ่ามิติได้ เพียงคาดคิดว่าเป็นปราณกระบี่ที่เหนือกว่าธรรมดาเล็กน้อย

 

ในความคิดของเขา ซูเฟยหยิ่งเป็นภัยคุกคามมากกว่าเย่เฟิงมากนัก ดังนั้นเขาจึงไม่ได้สนใจกับปราณกระบี่ที่รายล้อมอยู่มากมายนี้ ก่อนที่จะรวบรวมพลังเพื่อที่จะหลุดจากวิชาพันธนาการเจ็ดดารานี้ ด้วยวรยุทธและความแข็งแกร่งของเขาตอนนี้ ซูเฟยหยิ่งไม่สามารถจับขังเขาเอาไว้ได้ แต่หากเขาต้องการจะหลุดออกไปจะต้องใช้เวลาชั่วครู่เท่านั้น

 

แต่เวลาเพียงชั่วครู่นี้มันเพียงพอที่เย่เฟิงจะได้ใช้ออกกระบวนท่ากระบี่เริงระบำ

 

เพียงแค่พริบตาเดียวเท่านั้น

 

ร่างเย่เฟิงที่เปล่งประกายระยิบระยับ ก็ก่อเกิดจากสองเป็นสามและกลายเป็นปราณกระบี่ 13 เล่ม ทำให้อากาศบิดเบือน ก่อนที่จะฟาดฟันไปยังเจ้าสำนักหั่วอวิ๋นเยาอย่างรวดเร็ว

 

ติง! ติง! ติง!

 

เจิ้นชี่ที่คุ้มกันร่างเจ้าสำนักหั่วอวิ๋นเยาซึ่งคือเปลวเพลิงที่หนาแน่นเป็นดั่งโล่เจิ้นชี่ภายนอกร่างเพียงต้านทานได้แค่สามกระบี่แรกเท่านั้น

 

ลำแสงกระบี่อีกสิบอันกระจายตัวดูร้ายกาจอย่างยิ่ง คมกริบราวกับกระบี่ที่คมกล้าที่สุดในโลก ตวัดตัดโล่เพลิงเจิ้นชี่ได้ในกระบี่เดียว

 

“เกิดอะไรขึ้น?”

 

เจ้าสำนักหั่วอวิ๋นเยาตระหนักได้ถึงเปลวเพลิงบนร่างของเขาพลันสับสนวุ่นวาย ก่อนที่จะคำรามดัง “เจ้าพวกขยะ!”

 

เขาที่อยู่ภายในโลกเทวะสามารถผจญไปทั่วสาระทิศ แต่ไม่เคยได้รับการโจมตีที่รุนแรงเช่นนี้ การโจมตีที่สามารถทำลายโล่เจิ้นชี่ได้อย่างไม่คาดคิด แม้ว่าร่างนี้จะเป็นเพียงเทพเจ้ากระทิงอัคคี แต่มันก็ถือว่าได้รับความอับอายอย่างยิ่ง

 

เขารับรู้ได้แล้วว่าเย่เฟิงเป็นอันตรายต่อตัวเขา แต่รับรู้ได้ในตอนนี้มันก็สายไปเสียแล้ว

 

ภายใต้พันธนาการเจ็ดดาราของซูเฟยหยิ่ง ร่างใหญ่ของเจ้าสำนักหั่วอวิ๋นเยาไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ ถ้าหากเขาต้องการจะหลุดจากพันธนาการเจ็ดดาราสีน้ำเงินที่รัดแน่นนี้มันจะต้องใช้เวลา

 

ปราณกระบี่อีกสิบอันท่วมท้นกวาดทำลายโล่เปลวเพลิงเจิ้นชี่เป็นชิ้นๆอย่างรวดเร็ว เมื่อทำลายลงแล้วก็โหมกระหน่ำฟาดฟันไปยังเจ้าสำนักหั่วอวิ๋นเยาที่ร่างยักษ์สูงเกือบสี่เมตรครั้งแล้วครั้งเล่า

 

แขน หัวไหล่ หน้าอก แผ่นหลังและต้นขา ทั่วร่างเจ้าสำนักหั่วอวิ๋นเยาส่วนมากปกคลุมไปด้วยปราณกระบี่ ระเบิดจนเป็นบาดแผลลึกมากมายจนถึงกระดูกภายในชั่วพริบตาเดียว

 

“กระบี่สุดท้าย!”

 

ในขณะนั้นร่างเย่เฟิงพลันปรากฏขึ้นมาจากมิติ กระบี่ฟาดฟันลงมาจากฟากฟ้า รวดเร็วปานสายฟ้า ไปยังลำคอเจ้าสำนักหั่วอวิ๋นเยาเป็นกระบี่สุดท้าย

 

ขณะนี้ร่างของเจ้าสำนักหั่วอวิ๋นเยาบาดเจ็บอย่างรุนแรงค่อยๆล้มลงอย่างช้าๆ แทบจะไม่มีกำลังต่อต้านกระบี่สุดท้ายนี้ของเย่เฟิงได้เลย

 

ชัวะ!

 

ลำแสงกระบี่สีเขียวมรกตวาดผ่านฟันหัวของเทพเจ้ากระทิงอัคคีลอยออกไป!

 

หัวกระทิงอัคคีอันน่ากลัวพร้อมกับเขาอันลึกลับทั้งสี่ลอยไปยังทิศทางที่หลงหวางเอ๋อทั้งสามสาวที่อยู่ห่างไปไม่ไกลทันที เสียงหัวกระทิงขนาดยักษ์กลิ้งไปราวกับระฆังทองแดงทำให้พวกเธอรู้สึกตกใจหวาดกลัว

 

กึกๆ

 

เย่เฟิงร่วงหล่นมาจากกลางอากาศยืนบนก้อนหิน เสื้อเชิ้ตสีดำไหม้ออกเป็นชิ้นๆ ราวกับหนีรอดออกมาจากเพลิงไหม้ที่โหดร้าย

 

เปลวเพลิงที่พันอยู่รอบร่างยักษ์ของเจ้าสำนักหั่วอวิ๋นเยาค่อยๆดับลงอยู่เบื้องหลังเย่เฟิง ราวกับร่างใหญ่ค่อยๆพังทลายลงล้มลงจนทำให้ตัวเกาะสั่นสะเทือน

 

“ระวังตัวด้วย”

 

ยามเมื่อเย่เฟิงและหลงหวางเอ๋อสามสาวผ่อนคลายลง ซูเฟยหยิงพลันตื่นตัวระวัง กวาดมองอย่างเย็นชาไปยังร่างเจ้าสำนักหั่วอวิ๋นเยาเบื้องหลังเย่เฟิง

 

หลังจากที่เทพเจ้ากระทิงอัคคีล้มลงไปบนพื้นเปลวเพลิงมันไม่ได้มอดดับออกไปภายนอก แทนที่กลับลุกโชนยิ่้งขึ้น

 

“นี่เป็นเพียงร่างเจ้าสำนักหั่วอวิ๋นเยาจากวิชาเซียนปลอมแปลง ระวังมันระเบิดขึ้น”

 

เมื่อสิ้นคำเตือนของซูเฟยหยิ่งโดยที่เย่เฟิงยังไม่ทันตอบสนอง มือขาวคู่นั่นก็วาดออกและเส้นสายขาวหิมะพลันพุ่งออกไปอย่างรวดเร็วโค้งไปยังหัวขนาดยักษ์ก่อนที่จะโยนออกไปที่ทะเล

 

หลังจากที่เย่เฟิงได้ยินก็มีปฏิกิริยาในทันที กระทืบเท้าหลบออกมา ก่อนที่เบื้องหลังจะเกิดเสียงระเบิดอย่างดังรุนแรง!

 

...................................

 

 

แปลโดย คั่นหนังสือ GSI

 



NEKOPOST.NET