[นิยายแปล] Genius Sword Immortal ตอนที่ 315 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Genius Sword Immortal

Ch.315 - เจ้าสำนักหั่วอวิ๋นเยา?!


บทที่ 315 เจ้าสำนักหั่วอวิ๋นเยา?!




 

สองเดือนต่อมา เย่เฟิงในตอนนี้โดยทั่วไปแล้วพูดได้ว่าอยู่ในช่วงสำคัญ

 

มหาลัยใกล้ที่จะเปิดแล้ว อากาศรอบๆกลับมาเย็นลงอีกครั้งหลังจากที่เกิดความร้อนเผาไหม้ การฝึกครั้งนี้เย่เฟิงได้ขยายเส้นชีพจรตลอดทั้งวันทั้งคืนจนสามารถรองรับได้ถึงวรยุทธ 20 ปี จากนั้นเขาก็ดูดซับสมบัติสวรรค์ทุกประเภทที่อยู่ภายในแหวนมิติ เขาได้ดูดซับมันจนวรยุทธพุ่งขึ้นไปอย่างรวดเร็วจนมี 20 ปี!

 

ดังนั้นโล่ดาราและวิชาเซียนหลอมอุปกรณ์ เย่เฟิงสามารถฝึกได้อย่างรวดเร็วและไม่นานก็สามารถใช้ได้อย่างดั่งใจ ในขณะเดียวกัน ในที่สุดเขาก็สามารถใช้วิชาเซียนจิตสื่อสารของโลกเทวะได้แล้ว!

 

เมื่อมีวิชาเซียนอันนี้ เขาสามารถพูดโดยที่ไม่ต้องใช้เสียง มีเพียงแค่คนที่มีวรยุทธมากกว่าเขาเท่านั้น ไม่เช่นนั้นก็ไม่มีทางที่จะลอบฟังเสียงที่เขาส่งไปได้

 

บางเวลาวิชาเซียนจิตสื่อสารมันมีความสำคัญอย่างมาก

 

ก่อนที่จะออกเดินทางเย่เฟิงก็ตัดสินใจว่าจะพาซูเหมิงหานและผู้หญิงที่เหลือกลับไปที่แถบทะเลจีนตะวันออกก่อน เพื่อบอกลาซูเฟยหยิ่งและสุดท้ายเพื่อขอคำแนะนำจากเธอ แน่นอนว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือต้องการไปพบซูเฟยหยิ่งอีกครั้ง

 

แยกจากกันมาเป็นเวลานาน เย่เฟิงค่อนข้างคิดถึงอีกฝ่ายอยู่เล็กน้อย

 

เขายังคงพาซูเหมิงหานและหลงหวางเอ๋อไปด้วยในครั้งนี้ ขณะที่จื่อเจี้ยนหลานก็ร่ำร้องจะไปด้วย ใบหน้าอันไร้เดียงสาของเธอทำให้เย่เฟิงยากที่จะปฏิเสธ สุดท้ายก็ตัดสินใจพาสามสาวไปแถบทะเลจีนตะวันออก

 

ในยามที่กำลังฝึกวิชากระบี่ผ่ามิติอยู่ เย่เฟิงรู้สึกมีข้อสงสัยเล็กน้อย หลังจากที่เขาไปถึงแล้วจะต้องขอคำแนะนำจากซูเฟยหยิ่ง เพื่อทำให้มันมีประสิทธิภาพในการต่อสู้มากยิ่งขึ้นไปอีก

 

สำหรับเรื่องครอบครัวที่บ้าน มีเย่เหวินเทียนดูแลอยู่แล้วคงไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

ยามเช้าอันสดใส เย่เฟิงนำสามสาวขึ้นเครื่องบินไปยังแถบทะเลจีนตะวันออก จากนั้นก็เช่ารถและเรือในพื้นที่ เตรียมพร้อมที่จะออกทะเล

 

มีเวลาเพียงสองเดือน หลี่เสวี่ยนแห่งวังไท่จี๋และหน่วย NSA ต่างกำลังจับตามองเย่เฟิง ตลอดเส้นทางเย่เฟิงสามารถสัมผัสได้แต่เขาไม่ได้สนใจ

 

ตราบเท่าที่พบโอกาสจะใช้วิชาเซียนล่องหนหลบหนีจากอีกฝ่ายได้อย่างง่ายดาย สำหรับวรยุทธของหลงหวางเอ๋อและซูเหมิงหานทั้งสองสามารถช่วยเหลือน้องสาวคนเล็กจื้อเจี้ยนหลานซ่อนตัวตนมันคงไม่ใช่เรื่องลำบากอะไร

 

หลังจากที่ออกทะเลมาอย่างราบลื่น จื้อเจี้ยนหลานมานั่งลงที่ข้างเย่เฟิงพลางกล่าวถามอย่างสงสัย “เย่เฟิง อาจารย์สวยมากเลยเหรอ? เธอบินได้จริงๆเหรอ?”

 

“เดี๋ยวรู้เอง”

 

เย่เฟิงยกยิ้ม มองไปยังใบหน้าอันงดงามของน้องสาวคนเล็กกระโปรงม่วงคนนี้ ภายในใจพลันมีความคิดบางอย่าง ไม่รู้เลยว่าถ้าให้ซูเฟยหยิ่งรับเธอเข้าเป็นศิษย์ของสำนักสุสานดารา ซูเฟยหยิ่งจะยอมรับหรือไม่นะ?

 

จากเวลาปกติที่มองดู สามารถบอกได้เลยว่าพรสวรรค์ของจื่อเจี้ยนหลานไม่เลวเลย มีเพียงแค่นิสัยไร้เดียงสาเกินไป ไม่ชื่นชอบที่จะสังหารใคร เธอจะต้องมีร่างกายพิเศษอันใดอันหนึ่ง เย่เฟิงไม่สามารถรู้ได้เลยซึ่งต่างจากหลงหวางเอ๋อที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันแล้ว

 

มองออกไปไกลในทะเล สายตาของเย่เฟิงคล้ายกำลังคิดถึงบางอย่าง

 

ที่คิดถึงไม่ใช่เพียงแค่ซูเฟยหยิ่ง แต่มันยังมีสาวน้อยเสี่ยวเยวี่ยอีกคนด้วย ตั้งแต่ในโรงแรมคืนนั้น เสี่ยวเยวี่ยไม่ได้มาหาเขาอีกเลย อาจจะเป็นเพราะเกรงกลัวที่ข้างเขามีหลงหวางเอ๋อและผู้หญิงคนอื่นต่อว่าเอาได้และอาจจะเกรงกลัวที่จะมาพบเขา

 

ตลอดช่วงเวลาสองเดือนที่ผ่านมา เย่เฟิงเจอเสวี่ยเยวี่ยอยู่หลายครั้ง แต่เสี่ยวเยวี่ยเมื่อเห็นเขากับรีบเร่งหลบออกไปทันที ใบหน้างดงามพลันแดงก่ำดูคล้ายกับกำลังเขินอาย

 

เท่าที่เย่เฟิงรู้มา เสี่ยวเยวี่ยไม่ใช่สาวน้อยที่ขี้อายไม่ใช่หรือ?

 

เกี่ยวกับเรื่องนี้เขาได้ลองถามกับหลินชื่อฉิงดู อีกฝ่ายก็บอกว่าเสี่ยวเยวี่ยเป็นปกติดีไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนไป

 

เย่เฟิงสะบัดหัวเลิกคิดเรื่องนี้อีก เรื่องทั้งหมดนี้ไว้ค่อยกลับจากทะเลทรายให้ค่อยขบคิดอีกที ถ้าหากพบอุปกรณ์วาปที่ทะเลทรายและสามารถกลับไปยังโลกเทวะได้ เขาจะต้องชั่วน้ำหนักดูว่าควรจะพาเสี่ยวเยวี่ยไปด้วยดีหรือไม่

 

ซูเฟยหยิ่งอยู่บนเกาะไกลออกไปประมาณหนึ่งกิโลเมตร เย่เฟิงยืนขึ้นในทันทีพร้อมกับหลงหวางเอ๋อที่อยู่ใกล้ๆ

 

ท่าทางของทั้งสองเคร่งขรึม เนื่องจากทิศทางของเกาะมันจู่ๆก็ระเบิดพลังของความร้อน ทำให้อุณหภูมิทะเลรอบๆเริ่มเพิ่มขึ้น ยิ่งเข้าใกล้เกาะที่ซูเฟยหยิงอยู่เท่าไหร่ อุณหภูมิน้ำทะเลก็ยิ่งสูงมากขึ้นเท่านั้น มันเริ่มที่จะระเหยขึ้นเป็นไอราวกับเป็นน้ำพุร้อน

 

มันเกิดอะไรขึ้นกัน?

 

เย่เฟิงสามารถรู้สึกได้ว่าเรื่องนี้มันไม่ใช่ปรากฏตามธรรมชาติ เนื่องจากคลื่นความร้อนที่ส่งมา มันสัมผัสได้ถึงร่องรอยเลือนรางของเจิ้นชี่ที่รุนแรง มันทำให้ร่างรู้สึกร้อนลวก ถ้าหากเปลี่ยนมาเป็นคนธรรมดาแน่นอนว่าจะต้องเหงื่อชุ่มโชกไปทั้งตัวแล้ว

 

“เกิดอะไรขึ้นกับอาจารย์กันแน่”

 

เย่เฟิงขบคิดแต่ก็ส่ายหัวในทันที ซูเฟยหยิ่งฝึกวิชาของสำนักสุสานดารา มันคือวิชาเซียนที่เกี่ยวข้องกับธาตุน้ำและน้ำแข็งมันไม่เหมือนกับประเภทที่สร้างคลื่นความร้อนเช่นนี้ได้เลย

 

หรือว่ามีใครบางคนมาที่เกาะงั้นหรือ?

 

ไม่น่าจะใช่หน่วย NSA เช่นกัน นอกจากนี้เหตุการณ์ที่ทะเลจีนตะวันออกมันเพิ่งจะผ่านมาสองเดือน จากข่าวที่ได้รับจากหลินชื่อบอกว่าหน่วย NSA ได้ยกเลิกปฏิบัติการที่ทะเลตะวันออกไปแล้ว แต่ส่งคนมาประจำการป้องกันเท่านั้น มันเป็นไปไม่ได้ที่จะกระทำการใหญ่โตขนาดนี้ได้

 

ท่าไม่ดีแล้ว!

 

จู่ๆเย่เฟิงพลันจดจำความเป็นไปได้นี้ คงจะไม่ใช่ว่าหั่วอวิ๋นเยามาที่นี้และพบร่องรอยของซูเฟยหยิ่ง จากนั้นทั้งสองฝ่ายก็ปะทะกันงั้นหรือ?

 

นั่นมันสถานการ์เลวร้ายแล้ว!

 

ซูเฟยหยิ่งในตอนนี้กำลังได้รับบาดเจ็บภายในอยู่ อย่างน้อยมันต้องครึ่งปีถึงจะสามารถฟื้นฟูกลับคืนมาได้ แน่นอนว่าไม่มีทางเหนือกว่าเจ้าสำนักหั่วอวิ๋นเยาได้เลย!

 

ท่าทางของเย่เฟิงพลันเคร่งขรึมในทันที

 

“เกิดอะไรขึ้นกัน?”

 

จื่อเจี้ยนหลานและซูเหมิงหานรู้สึกถึงพลังที่ผิดปกติส่งมาจากทะเลด้านหน้าอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นสีหน้าเคร่งขรึมของเย่เฟิงก็ลุกขึ้น

 

“เป็นไปได้ว่าเกาะเกิดการเปลี่ยนแปลง เธออยู่ที่นี้ก่อน ฉันจะไปดูหน่อย”

 

สีหน้าเย่เฟิงเคร่งขรึมขณะที่บอกออกไป

 

ในสถานการ์นี้ไม่เหมาะสมที่จะให้พวกหลงหวางเอ๋อเข้าใกล้

 

ถ้าหากว่ามันเป็นเจ้าสำนักหั่วอวิ๋นเยาจริง พวกเขาคงถูกรับรู้ถึงการมาแล้ว ด้วยวรยุทธถึงหนึ่งร้อนปี ระยะการสัมผัสของทักษะสัมผัสวิญญาณมีถึงหนึ่งกิโลเมตรหรือมากกว่า ไม่แน่พวกเขาตอนนี้อาจกำลังถูกเจ้าสำนักหั่วอวิ๋นเยากำลังตรวจพบอยู่ก็เป็นได้

 

แม้ว่าเย่เฟิงต้องการที่จะถอยหนี แต่มันเป็นไปไม่ได้เลย มันสามารถทำได้เพียงไปข้างหน้าเท่านั้น

 

อย่างน้อยที่สุดเขาจะไม่ยอมทิ้งซูเฟยหยิ่งโดยไม่ทำอะไรเลย ด้วยวิชากระบี่ผ่ามิติที่เขาเข้าใจในตอนนี้และต้องสู้กับผู้มีวรยุทธร้อยปี มันน่าจะพอมีบทบาทอยู่บ้างไม่ใช่หรือ?

 

ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ต้องไปดูลาดเลาก่อน

 

เรือยอร์ชหยุดอยู่ห่างจากตัวเกาะหนึ่งกิโลเมตร เย่เฟิงก็กระโดดลงไปบนพื้นน้ำทะเล เขารับรู้ได้ทันทีถึงคลื่นความร้อนที่ซัดเข้ามาครั้งแล้วครั้งเล่าและมันผสมปนเปไปด้วยปราณที่เย็นเยียบ ซึ่งนี่เป็นกลิ่นอายของซูเฟยหยิ่งที่เขาคุ้นเคย

 

มันดูเหมือนว่าทั้งสองฝ่านกำลังต่อสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตาย

 

หลงหวางเอ๋อนำอีกสองสาวยืนอยู่บนเรือสปีดโบ๊ท มองดูเย่เฟิงกระโดดลงไปในทะเล เธอดูค่อนข้างเป็นกังวลและขณะเดียวกันก็ดูพลุ่งพล่านเล็กน้อย

 

แม้ว่าตอนนี้เธอจะเป็นผู้ฝึกเซียนแล้ว แต่ไม่เคยพบเห็นผู้ฝึกเซียนคนอื่นอีกนอกจากเย่เฟิงและซูเฟยหยิ่งและยิ่งสงสัยกับเจ้าสำนักหั่วอวิ๋นเยาคนนี้ หรือว่าวันนี้จะได้มีโอกาสพบเห็นการต่อสู้ของผู้ฝึกเซียนกัน?

 

เย่เฟิงเข้าไปใกล้ตัวเกาะอย่างรวดเร็ว สามารถสัมผัสได้ถึงค่ายกลลวงตาเบญจธาตุของซูเฟยหยิ่งที่กำลังถูกทำลายลง

 

ที่ใจกลางตัวเกาะ ปรากฏเปลวเพลิงขนาดใหญ่พุงขึ้นไปบนท้องฟ้า มันเป็นเปลวเพลิงที่หนาแน่นและมีขนาดใหญ่ ซึ่งมันแสดงออกอย่างวางก้าม*เพื่อระบายออกของความกราดเกรี้ยว

 

[คั่นหนังสือ : *耀武扬威 = โอ้อวดกำลัง, แสดงแสนยานุภาพ, วางอำนาจบาตรใหญ่]

 

เจ้าสำนักหั่วอวี๋นเยา?!

 

เย่เฟิงเหยียบเท้าขึ้นบนตัวเกาะแล้ว

...................................

 

 

แปลโดย คั่นหนังสือ GSI

 



NEKOPOST.NET