[นิยายแปล] Genius Sword Immortal ตอนที่ 313 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Genius Sword Immortal

Ch.313 - โด่งดังสะเทือนเหยียนจิง!


บทที่ 313 โด่งดังสะเทือนเหยียนจิง!




 

เพียงแค่หลินเหรินเทียนขอโทษ มันก็น่าตกใจเพียงพอแล้ว

 

มีใครบ้างในเหยียนจิงที่ไม่รู้ถึงบุคลิกของหลินเหรินเทียน? หรือต่อให้ถูกบีบบังคับก็ไม่มีทางที่เป็นไปได้จะมาขอโทษชายหนุ่ม และยังเป็นชายหนุ่มที่เกลียดแค้น แต่ตอนนี้กลับแค่นเสียง “ฉันขอโทษ” และด้วยสามคำนี้เองที่มันทำให้รู้ว่าเย่เฟิงเก่งกาจและก้าวร้าวแค่ไหน

 

พิษของเย่เฟิงทำได้ขนาดนั้นเลยหรือ?

 

แทบจะทันที ข่าวเรื่องที่หลินเหรินเทียนขอโทษราวกับมีปีกกระพือไปทั่วถึงเหล่าผู้มีอิทธิพลภายในเหยียนจิง เรื่องนี้ทำให้ทุกคนต่างจดจำชื่อ “เย่เฟิง” ในทันที

 

ตามข่าวที่ว่ามันยังมีเรื่องที่ทำให้พวกเขาตกใจอยู่อีก เย่เฟิงแท้จริงแล้วแก้พิษให้หลินเหรินเทียนอย่างหมดจด เขากลับเหลือพิษเอาไว้อยู่ในร่างของหลินเหรินเทียน ตราบเท่าที่เย่เฟิงต้องการไม่ว่าเมื่อใดก็สามารถเอาชีวิตหลินเหรินเทียนได้

 

โหดเหี้ยม!

 

โหดเหี้ยมจริงๆ!

 

เมื่อทุกคนได้ยินข่าวนี้ อดไม่ได้ที่จะยกนิ้วให้เย่เฟิง เรื่องนี้มันเป็นไปไม่ได้เลยที่ใครภายในเหยียนจริงจะกล้าทำ แต่เย่เฟิงก็ทำมัน และยังทำมันได้อย่างง่ายดาย

 

นี่มันเหมือนกับการประกาศ ซึ่งประกาศต่อทุกคนในเหยียนจริงเพื่อบอกให้พวกเขาอย่าได้พยายามล่วงเกินเย่เฟิง มิเช่นนั้นผลลัพธ์จะเป็นแบบนี้

 

นี่เป็นวิธีจัดการของเย่เฟิง ขณะตอนที่เขาถูกข่มขู่จากคนในโลกยุทธภพ เขาก็ตรงไปสำนักเซียนเร้นลับและจัดการอีกฝ่ายในทันที และตอนนี้ภายในเหยียนจริง ก่อนที่เขากำลังจะไปที่ทะเลทรายกลับต้องมาเจออุปสรรคอีกครั้ง  

 

โดยไม่ต้องสงสัย วิธีจัดการเรื่องราวในยุทธภพและวิธีจัดการในเมืองมันไม่เหมือนกัน

 

ในโลกยุทธภพเขาสามารถสังหารใครก็ได้เมื่อมันมาขวางทาง แต่ภายในเมืองนี้ เขาไม่สามารถจะไปสังหารใครสุ่มสี่สุ่มห้าได้ มันจึงต้องดัดแปลงวิธีการ

 

เมื่อคืนนั้น หลินเหรินเทียนไม่รู้ตัวเลยว่าออกมาจากหมู่บ้านชิงเฟิงได้อย่างไร

 

หลินเต๋อเทียนและหลินชื่อฉิงเห็นว่าทั้งสองฝ่ายจัดการเรื่องราวแล้ว หลินเหรินเทียนก็ไม่ได้มีอันตราย จึงตัดสินใจจากไปแต่ก่อนที่จะจากไปก็มองไปทางเย่เฟิงอย่างลึกซึ้ง

 

ภายในสายตาของหลินเต๋อเทียนปรากฏแววตาชื่นชมและซาบซึ้ง เห็นได้ชัดว่าการกระทำครั้งนี้ของเย่เฟิง หลินเต๋อค่อนข้างซาบซึ้งใจ

 

แต่สำหรับสายตาของหลินชื่อฉิงที่มองไปยังเย่เฟิงมีแววตาขอบคุณพลางยิ้มให้ สำหรับบุคคลเช่นหลินเหรินเทียน เธอไม่ค่อยชอบ ตอนนี้เห็นเขายอมรับความพ่ายแพ้ให้กับเย่เฟิง อารมณ์ของเธอจึงดีขึ้น

 

นอกจากนี้ยังมีงานแสดงสินค้าที่หลินเหรินเทียนทำให้เธออับอาย งานแสดงสินค้าแทบจะพังไม่เป็นท่าถ้าไม่ได้เย่เฟิงช่วยเหลือ

 

ชื่อเสียงของเย่เฟิงในวันต่อมาแพร่กระจายไปถนนสายหลักและตรอกซอยน้อย แม้กระทั่งคนธรรมดาภายในเหยียนจิงยังรู้ว่าเป็นบุคคลแรกที่กล้าเล่นงานผู้พิพากษาหัวหน้าศาล

 

ข่าวเหล่านี้มันทำให้มีแรงกดดันจากทุกฝ่ายทำให้หลินเหรินเทียนสูญเสียชื่อเสียงอย่างมากและยกย่องเย่เฟิงอย่างล้นหลาม ผู้คนตระกูลหลินต่างยอมรับความพ่ายแพ้ ผู้ที่มีอิทธิพลมากมายภายในเหยียนจิงต่างมีความสุขที่ได้ยิน หลังจากนั้นก็ตีกระหน่ำซำเติมหมาที่ตกน้ำ ซึ่งมันเป็นปกตินิสัยพวกเขา

 

เรื่องนี้ถือว่าได้ความช่วยเหลือจากเย่เฟิง ไม่ว่าจะเป็นตระกูลโหมวหรือตระกูลเสิ่น พวกเขาต่างมีข้อขัดแย้งกันมากมาย ในเวลานี้แอบรอบหว่านเมล็ดไปยังเย่เฟิง หวังว่าจะสามารถมีโอกาสได้ร่วมมือกับเย่ฟิง

 

แน่นอนว่าเย่เฟิงยังมีฐานะเป็นลูกเขยของตระกูลหลินอยู่ ผู้มีอิทธิพลหลายฝ่ายจึงรั้งรอเอาไว้อยู่ หากไม่เป็นเช่นนั้นก็คงเชิญตัวเขามาแล้ว

 

ในเรื่องนี้ซึ่งกล่าวได้ว่าคนที่มีผลประโยชน์ที่สุดเป็นใครไม่ได้นอกจากเย่เฟิง ซึ่งมันช่วยให้เขาขายมุกราตรีได้และยังทำให้พวกเครื่องประดับของพ่ออู๋บีขายหมดอีกด้วย

 

อู๋บีถึงกับชื่นชมการกระทำครั้งนี้ของเย่เฟิงอย่างมาก!


 

เขาไม่คาดคิดเลยว่าแม้แต่ครอบครัวของอู๋ยังไม่กล้าเอาเรื่องที่หลินซิวเหวินทำของโบราณตกแตกในตอนนั้น แต่กลายเป็นว่าเย่เฟิงกล้าจัดการกับพ่อของหลินซิวเหวินหลังจาก 1-2 เดือนเพียงเท่านั้น

 

เป็นอย่างที่อู๋เอเคยกล่าวไว้ว่าอนาคตเย่เฟิงจะต้องประสบความสำเร็จอย่างมาก แต่อู๋เอไม่คาคดิว่าเย่เฟิงจะมีชื่อเสียงรวดเร็วถึงขนาดนี้ เพียงไม่นานทั่วทั้งเหยียนจิงก็จับตามองเย่เฟิง

 

รวมถึงเสิ่นเทียนเจียวที่ล่วงเกินเย่เฟิงที่งานแสดงสินค้าก่อนหน้านี้ก็ยังถูกตำหนิอย่างมาก เสิ่นเทียนเจียวผู้น่าสงสารเมื่อเจอเย่เฟิงจะต้องเดินหลบออกไป เย่เฟิงตอนนี้จะต้องเก็บตัวฝึกสองเดือนอย่างเงียบๆ มันถือว่าเป็นเรื่องน่าเศร้านัก

 

สามวันผ่านไปงานแสดงสินค้าก็จบลงอย่างราบลื่น

 

งานแสดงสินค้าทำกำไรได้มากกว่าที่คาดหวังเอาไว้ ไม่ใช่ของตระกูลหลินแห่งเหยียนจิง แต่มันสิ่งของโบราณของครอบครัวอู่และเครื่องประดับของเย่เฟิงทั้งหมด

 

พวกเครื่องประดับที่เย่เฟิงเอามา มันมีคุณภาพที่ดี มูลค่าแต่ละชิ้นสูงมากและคุ้มค่าแก่การสะสม รวมถึงเพชรจักรพรรดิและไข่มุกราตรี

 

เพชรจักรพรรดิมีมูลค่าแก่การสะสม ในที่สุดมันก็ขายไปในราคาสามสิบล้าน ด้วยราคานี้มันไม่ได้ถือว่าแพงเกินไป ขณะที่ไข่มุกราตรีมันเป็นสิ่งที่ไม่รู้ต้นกำเนิด ประวัติความเป็นมาไม่เคยปรากฏขึ้นมาก่อน มูลค่าของมันจึงน้อย ดังนั้นราคาที่ปิดประมูลมันจึงต่ำกว่าเพชรจักรพรรดิอย่างมาก แน่นอนว่ามันเพียงแค่เกือบสิบล้านเท่านั้น แต่ก็ถือเป็นจำนวนเงินที่สูงอยู่

 

เพื่อที่จะต้องจ่ายค่านายหน้าให้ตระกูลหลินและยังมีภาษีและอื่นๆ ครอบครัวอู๋ที่ขายของเก่าทั้งสิ้นสามวันมียอดเงินถึง 180 ล้านหยวน ภายใต้การแนะนำของอู๋เอ จึงสนับสนุนให้อู๋บีไปหารือกับเย่เฟิงเพื่อตัดสินใจใช้เงินก้อนนี้ก่อตั้งบริษัท

 

เย่เฟิงก็คิดว่าดีเช่นกัน

 

หน่วยเตาเฟิงที่ได้เปิดเผยต่อผู้คนแล้ว จากนั้นมันจะต้องจัดการอย่างเงียบๆ แม้ว่าการจดทะเบียนภายในเมืองจะราคาสูง แต่บริษัทนี้มันไม่จำเป็นจะต้องมีการปรับปรุงอะไร

 

เย่เฟิงจะต้องก่อตั้งบริษัทหน่วยเตาเฟิงก่อน จากนั้นให้อู๋บีและซูเหมิงหานดูแล ส่วนทางด้านอู๋เอและหลินชื่อฉิงก็คอยช่วยเหลืออยู่เคียงข้าง จากนั้นก็ไปตลาดหาส่วนผสมสมุนไพรที่จำเป็น

 

พวกมันคือสิ่งรับรองความปลอดภัยของเย่เฟิงเมื่อไปยังทะเลทราย ตราบเท่าที่พวกมันเพียงพอจะปรุงเม็ดยา มันก็คงจะไม่ประสบสถาณการณ์ที่ยากลำบากเหมือนตอนแถบทะเลจีนตะวันออก

 

หลังจากนั้นเย่เฟิงก็จะต้องเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อที่จะไปยังทะเลทรายเพื่อค้นหาจุดวาร์ป อาจจะต้องประสบกับอันตราย ดังนั้นเขาควรจะพยายามปัญหาความแข็งแกร่งให้มากขึ้น

 

ในเวลานี้ ผลการสอบเข้ามหาลัยอีกไม่นานก็จะออกมาแล้ว

 

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ซูเหมิงหานเป็นกังวลอย่างมาก แม้ว่าเธอจะกลายเป็นผู้ฝึกเซียนแล้ว แต่ไม่ได้ต้องการทิ้งชีวิตปกติ นอกจากนี้เธอยังค่อยข้างอยากใช้ชีวิจภายในมหาลัย

 

ไม่รู้เลยว่าเย่เฟิงจะทำคะแนนได้มากแค่ไหนกัน?

 

เย่เฟิงไม่ได้สนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่กลับมีสมาธิยุ่งอยู่กับการขยายเส้นชีพจรและศึกษาวิชาอีกสองอย่างของตระกูลเย่กับเย่เหวินเทียน หมัดปีศาจคลั่งและกระบี่หยางลี้ลับ

 

สามารถบอกได้เลยว่าวิชาสองอย่างนี้มันไม่ได้ด้อยไปกว่ากรงเล็บมังกรเลย

 

เย่เหวินเทียนเชี่ยวชาญในวิชาหมัดปีศาจคลั่งมาก มันต่อสู้อย่างไม่เกรงกลัวความตาย ในอดีตเย่เหวินเทียนมีชื่อเสียงโด่งดัง อืม...เย่เหวินเทียนเป็นถึงจอมยุทธอันดับสี่ในตอนนั้น

 

ขณะที่กระบี่หยางลี้ลับ เป็นวิชาที่ละเอียดอ่อนซับซ้อนที่สุดของตระกูลเย่ แม้ว่าตอนที่ตระกูลเย่กำลังรุ่งเรืองมันก็ยังไม่มีใครที่สามารถเชี่ยวชาญในวิชากระบี่นี้

 

อย่างไรก็ตามถ้าหากฝึกวิชากระบี่นี้สำเร็จ มันแข็งแกร่งมากกว่าวิชาหมัดและกรงเล็บอีกสองอย่างมาก! เคยได้ยินมาว่าบรรพบุรุษตระกูลเย่สร้างชื่อเสียงภายในโลกยุทธภพในอดีตด้วยวิชากระบี่หยางลี้ลับนี้

 

ภายใต้การศึกษาอย่างตั้งใจของเย่เฟิง จากนั้นเขาก็ได้ค้นพบความลี้ลับบางอย่าง


 

...................................

 

 

แปลโดย คั่นหนังสือ GSI

 




NEKOPOST.NET