[นิยายแปล] Genius Sword Immortal ตอนที่ 312 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Genius Sword Immortal

Ch.312 - ขอโทษ


บทที่ 312 ขอโทษ



 

เมื่อเห็นว่าเย่เฟิงไม่ไว้หน้าแม้กระทั่งหลินเต๋อเทียน หลินชื่อฉิงที่อยู่ด้านข้างก็มีท่าทางสงสัย

 

เธอจับไปที่แขนหลินเต๋อเทียน “ป๊า พวกเราโทรหาลุงสามดีหรือไม่?”

 

หลินชื่อฉิงเข้าใจเย่เฟิง แม้ยังเข้าใจมากกว่าเข้าใจตัวเธอเองเสียอีก ในสถานการณ์เช่นนี้ เป็นไปไม่ได้เลยที่เย่เฟิงจะยอมอ่อนข้อให้

 

เธอเงยหน้ามองไปที่เย่เฟิง พบเห็นว่าเย่เฟิงก็มองมาเช่นเดียวกัน และสายตาเธอก็สบกัน ภายในสายตาของเย่เฟิงปรากฏแววตาที่มีความสุขและแววตาที่ขอโทษ เขาไม่ต้องการทำให้หลิงชื่อฉิงรู้สึกอึดอัดมากเช่นนี้ แต่การกระทำของหลินเหรินเทียนทำให้เขาต้องจัดการเช่นนี้

 

มันไม่ใช่เพียงเพราะต้องการทำให้หลินเหรินเทียนอับอายเท่านั้น แต่เย่เฟิงยังต้องการที่จะโค่นอำนาจของอีกฝ่ายภายในเหยียนจิงด้วยเช่นกัน

 

หลินเหรินเทียนก็เป็นบุคคลเช่นเดียวกับเสิ่นเทียนเจียว ทั่วทั้งเหยียนจิงมันช่างมีมากมายนัก ตอนนี้รอบข้างเย่เฟิงมีแต่สาวสวยมากมายและยิ่งมากขึ้น ถ้าไม่กำลังที่จะยับยั้งมันได้ มันคาดเดาได้เลยว่าถ้าพวกเธอออกไปวิ่งเล่นนอกถนนก็คงจะเกิดปัญหาเอาได้

 

มันเป็นทางที่ดีที่จะใช้โอกาสนี้สร้างชื่อเสียงโดยตรง ทำให้อิทธิพลทั้งหมดภายในเหยียนจิงได้รู้ว่าผลลัพธ์จะเป็นยังไงหากล่วงเกินเย่เฟิง!

 

ถึงแม้จะเป็นคนจากตระกูลหลินหรือผู้พิพากษาหัวหน้าศาลอย่างเช่นหลินเหรินเทียนก็ต้องถูกบังคับให้คุกเข่าขอโทษต่อเย่เฟิง ใครก็ตามที่ต้องการล่วงเกินเย่เฟิง มันจะต้องชั่งน้ำหนักของตัวเองดูมันคู่ควรหรือไม่    

 

แรกเริ่มเดิมทีอิทธิพลของเย่เฟิงมันเพิ่มขึ้นสูงอย่างรวดเร็วเป็นเพียงแค่ข่าวลือหนาหูเท่านั้น ตอนนี้เย่เฟิงต้องการทำให้พวกเขาได้รู้ เขาไม่ใช่คนที่ปากเก่งข่มขู่ผู้คนตามที่ข่าวลือว่า แต่มันเป็นความแข็งแกร่งของเขา

 

“ลุงหลิน พี่หลิน เชิญนั่งพักก่อนก็ได้”

 

เย่เฟิงไม่ต้องการทำให้พวกเขารู้สึกอึดอัด นอกจากนี้ยังมีเรื่องของหน่วย NSA อีก พวกเขาทั้งสองคนช่วยเหลือเขาเอาไว้ บุคุณนี้มันไม่มีทางลืมแน่

 

“นั่งลงเถอะ ป๊าจะโทรหาหลินเหรินเทียน”

 

หลินเต๋อเทียนพยักหน้าให้ลูกสาว บอกใบ้ให้เธอไปนั่งกับเย่เฟิงให้สมกับเป็นคู่หมั้น

 

หลินชื่อฉิงพลันมองไปรอบๆแต่ไม่เห็นใครอยู่ภายในบ้านเลย มีเพียงแค่เย่เฟิงและสองสาวที่นั่งอยู่บนโซฟา ซึ่งก็คือหลงหวางเอ๋อและจื้อเจี้ยนหลานสาวทั้งสอง หลืนชื่อฉิงคาดว่าเป็นไปไม่ได้เลยที่จะปฏิเสธสถานการณ์เช่นนี้ และจากนั้นจึงหยิบกระเป๋าลุกขึ้นเดินอย่างสง่างามไปนั่งอยู่ด้านข้างเย่เฟิง

 

หลังจากที่นั่งลง เธอก็หันหน้าไปเหลือบมองหลินเต๋อเทียน เห็นว่าเขากำลังโทรศัพท์อยู่

 

“ไม่นานหลินเหรินเทียนก็คงมา พวกเราได้แต่รอสักครู่”

 

หลินเต๋อเทียนยิ้มอย่างสงบพลางนั่งลง เขาเขาไม่คิดเลยว่ายามที่เขากำลังจะบอกให้หลินเหรินเทียนมาที่นี้ หลินเหรินเทียนก็โพล่งตอบตกลงมาทันที

 

เมื่อเขาคิดเช่นนั้นก็พลันกล่าวถามออกมา “เย่เฟิง ลุงหลินขอเตือนนายสักครั้ง สองเดือนหลังจากนี้นายจะต้องคืนอุปกรณ์ของหน่วย NSA ทั้งหมด”

 

“สบายใจได้ครับ ผมคิดจะคืนมันอยู่แล้ว”

 

เย่เฟิงยกยิ้ม เหตุใดไม่ขอคืนตอนนี้? อีกฝ่ายกลับกล่าวว่าสองเดือนหลังจากนี้จะทวงของคืน

 

เขาตรวจสอบหลินเต๋อเทียนอย่างระวัง เมื่อเห็นทุกอย่างจากท่าทางของอีกฝ่าย มันบอกได้เลยว่าหลินเต๋อเทียนกล่าวออกมาเช่นนี้มันจะต้องมีเหตุผล เขาพูดเตือนเย่เฟิงอย่างกำกวมนัก แต่ว่าตอนนี้เรื่องสำคัญของเย่เฟิงคือหลินเหรินเทียน ส่วนเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับหน่วย NSA ค่อยตรวจสอบที่หลัง

 

แน่นอนว่าเย่เฟิงเตรียมพร้อมสำหรับเรื่องนี้อยู่แล้ว เขาไม่จำเป็นต้องกลัวเกี่ยวกับเรื่องข่มขู่หลินเหรินเทียนเช่นนี้

 

เขาไม่เชื่อว่าหน่วย NSA จะเห็นหลินเหรินเทียนสำคัญมากกว่าอุปกรณ์เทคโนโลยีขั้นสูง

 

ทั้งสองฝ่ายต่างไม่ได้พูดจากัน ก่อนที่หลินเต๋อเทียนจะเหลือบมองดูนาฬิกา เขารู้สึกว่าหลินเหรินเทียนควรจะมาได้แล้ว

 

คิ้วของเขาขมวดมุ่นลงเล็กน้อย ตอนนี้ทั่วทั้งเหยียนจิงต่างสนใจเรื่องราวในครั้งนี้ ไม่รู้เลยว่าหลินเหรินเทียนทำเช่นไรถึงกลายเป็นแบบนี้ มันมีข้อขัดแย้งอะไรกับเย่เฟิงกัน?

 

หลินเหรินเทียนคือน้องชายของเขา หลินเต๋อเทียนรู้ว่าจักตัวเขาดี หากจะให้เขาคุกเข่าขอโทษเย่เฟิงมันคงจะเป็นเรื่องยากลำบาก

 

ในเวลานี้ เขาไม่รู้จะทำเช่นไร หลินเต๋อเทียนเลยจำเป็นต้องกระทำเป็นคนกลางระหว่างหลินเหรินเทียนและเย่เฟิง เวลานี้มันจำเป็นต้องไปทักทายเย่เหวินเทียนแล้ว เพื่อให้มาช่วยแก้ไขข้อขัดแย้งให้จบลงด้วยดี

 

ตอนนี้เหล่าอิทธิพลระดับสูงภายในเหยียนจิงต่างสนใจกับเรื่องราวนี้ รวมถึงหลายตระกูลที่นับถืออยู่ข้างเดียวกับตระกูลหลิน

 

การเผชิญหน้ากันระหว่างหลินเหรินเทียนและเย่เฟิง ใครจะชนะมันเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าหากหลินเหรินเทียนชนะ มันก็ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรเพราะมันเป็นไปตามที่ทุกคนคาดเดาเอาไว้ แต่ถ้าหากเย่เฟิงชนะขึ้นมา มันจะกลายเป็นตัวอย่างให้ในอนาคต ปรากฏเป็นบุคคลธรรมดาที่ไม่สามารถล่วงเกินได้

 

ทั้งสองฝ่ายต่างหันหน้าไปมองด้านข้าง ยามเมื่อหลินเหรินเทียนนั่งรถของกองทัพเข้ามาที่หมู่บ้านชิงเฟิง ด้านนอกมันมีผู้คนมากมายที่มารอสอบถามเกี่ยวกับข่าว

 

เมื่อเห็นหลินเหรินเทียนที่ติดพิษอาการรุนแรงแต่ยังต้องมาด้วยตัวเองเช่นนี้ พวกเขาลอบประเมินกันโดยที่ไม่คิดว่าเย่เฟิงจะเก่งกาจขนาดนี้? เมื่อหลินเหรินเทียนมาด้วยตัวเอง

 

ยามเมื่อหลินเหรินเทียนปรากฏตัวขึ้นมาภายใต้การประคองแขนของหลินซิวเหวิน คนตระกูลหลินรอบๆ ก็เข้ามาโอบล้อมทันที

 

เพียงแค่มองครั้งเดียวก็รู้ว่าด้วยสภาพของหลินเหรินเทียนเป็นแบบนี้มันจึงทำให้พวกเขามาช้า จากท่าทางยามปกติของหลินเหรินเทียนที่ดูสุขุมดั่งชายชาตรี ในเวลานี้เมื่อถอดแว่นตาออก ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยจ้ำสีม่วง รูปลักษณ์ของเขาทั้งหมดต่างไร้ชีวิตชีวา

 

ผงทลายใจสูตรพิเศษได้แพร่กระจายไปทั่วร่างของเขาแล้ว!

 

ใบหน้าของเขายังคงเปลี่ยนสีไปเรื่อยๆ เดี๋ยวสีน้ำเงินเป็นสีม่วง ขณะที่เป็นสีแดงก็เปลี่ยนเป็นขาว ทั้งใบหน้าหมองคล้ำราวกับปกคลุมไปด้วยเมฆหมอกดำ มันคล้ายกับว่าพิษแทรกซึมไปอย่างมากแล้ว

 

ทุกคนไม่คิดว่าหลินเหรินเทียนจะไม่สามารถรักษาพิษได้ นอกจากนี้มันดูเหมือนว่าจะเป็นพิษที่รุนแรงอย่างมาก!

 

มือและเท้าของหลินเหรินเทียนค่อนข้างสั่น ภายใต้การประคองแขนของลูกชายหลินซิวเหวิน ค่อยๆมุ่งหน้าไปที่คฤหาสน์ ภายในนัยน์ตาปรากฏแววตาที่ไม่ยิมยอม เขารู้ถึงเรื่องนีดี เขาเป็นคนตระกูลหลิน ชื่อเสียงภายในเหยียนจิงจะต้องตกต่ำลงอย่างแน่นอน ในทางตรงกันข้ามกลับกลายเป็นเย่เฟิงที่เหยียบขั้นหินและมีชื่อเสียงขึ้น

 

เขาไม่เต็มใจอย่างยิ่ง แต่มันไม่มีหนทางอื่นแล้ว เนื่องจากเหล่าแพทย์ในโรงพยาบาลในเครือต่างรีบเร่งให้เขาไปหาเย่เฟิง หากไม่ทำเช่นนั้นชีวิตก็ยากที่จะเก็บเกี่ยวเอาไว้แล้ว

 

เมื่อเทียบกับชีวิตแล้ว ชื่อเสียงก็ไม่นับเป็นอะไร ด้วยวัยขนาดเขา หลินเหรินเทียนรู้อย่างดีว่า ภูเขากว้างใหญ่ เหตุใดถึงจะต้องกลัวไร้ฟืนเผา*

 

[คั่นหนังสือ : *留得青山在,不愁没柴烧 = หากยังมีชีวิต ก็ยังมีความหวัง

 

“ลุงสามของตระกูลหลินมาพบคนรุ่นเยาว์ด้วยตัวเองเช่นนี้ มันทำให้ฉันยินดีอย่างยิ่ง”

 

เย่เฟิงลุกขึ้นและเดินไปพร้อมกับพ่อลูก หลินเต๋อเทียนและหลินชื่อฉิงพร้อมกัน เมื่อเดินออกมานอกห้องโถง ปรากฏรอยยิ้มเลือนรางและค่อยๆเดินไปหาหลินเหรินเทียน

 

สหายผู้ร้ายกาจคนนี้เตรียมพร้อมที่จะขอโทษหรือว่าเตรียมที่จะก่อวอดอีกครั้งกันแน่?

 

“ฉันขอโทษ”

 

หลินเหรินเทียนเอ่ยปากขณะที่กัดฟันเอาไว้และเสียงแค่นดังออกมาสามคำจากปาก

 

เขาเงยหน้าขึ้น ภายใต้แสงจันทร์ที่ส่องลงบนใบหน้าจนมีสีสัน มีเพียงนัยน์ตาที่คู่นั่นที่ปกปิดประกายเอาไว้ ตราบเท่าที่รักษาชีวิตเอาไว้ได้ จากนั้นค่อยหาโอกาสที่หลังจัดการกับเย่เฟิง

 

แต่น่าเสียดายเย่เฟิงแน่นอนว่าไม่ยอมให้โอกาสเขา

 

พรึบ!

 

เย่เฟิงยกมือขึ้น เข็มหลายเล่มก็ถูกส่งออกไป พุ่งตรงไปยังร่างของหลินเหรินเทียนหลายจุดทันที

 

“พิษผงทลายใจของแกถูกรักษาแล้ว แต่มันยังมีหลงเหลืออยู่เล็กน้อย”

 

เย่เฟิงเอ่ยปากเบาๆ “แกจะไม่ตายเร็วขนาดนั้นหรอก แต่หลังจากนี้ชีวิตก็อยู่ในกำมือฉัน ฉันหวังว่าแกจะไม่มีวุ่นวายกับฉันอีก แกมาสร้างปัญหาให้ฉันถึงสามครั้ง ฉันคร้านที่จะใส่ใจแกซึ่งแกไม่ได้อยู่ในสายตาเลย”

 

เปรี้ยง!

 

มันราวอยู่ท่ามกลางพายุฝน ทั้งสองฝ่ายเพียงพูดกันสั้นๆและในเวลานี้คนในตระกูลทั้งหมดและรวมถึงหลินเต๋อเทียนต่างถูกกดข่มเอาไว้หมด

...................................

 

 

แปลโดย คั่นหนังสือ GSI

 




NEKOPOST.NET