[นิยายแปล] Genius Sword Immortal ตอนที่ 306 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Genius Sword Immortal

Ch.306 - ไม่ได้ขี้ขลาด


บทที่ 306 ไม่ได้ขี้ขลาด





 

ฮวงเผยหรงถอนหายใจ มองไปยังเย่เฟิงที่กำลังเดินเข้ามาหาภายในสายตาปรากฏแววตาเศร้าใจ

 

[คั่นหนังสือ : ลืมบอกไว้ตั้งแต่ตอนที่แล้วครับ ฮวงเผยหรงก็คือ หวงเหล่า นะครับ]

 

ชายหนุ่มที่มีพรสวรรค์เช่นนี้ แต่มันกลับกลายเป็นว่าไม่สามารถเป็นศิษย์ของเขาได้ มันช่างเป็นเรื่องที่น่าเศร้า อย่างไรก็ตามเย่เฟิงในปัจจุบันนี้ แม้แต่ตัวฮวงเผยหรงเองยังคงต้องระวังเย่เฟิงและหากคิดจะรับเย่เฟิงเป็นศิษย์แน่นอนว่าเป็นเรื่องเพ้อฝัน

 

นอกจากนี้มันยังบอกได้อีกว่าเย่เฟิงมีอาจารย์เป็นเทพธิดาอยู่แล้ว ได้ยินที่แถบทะเลจีนตะวันออกว่าเธอสามารถเหินบนอากาศได้ด้วย

 

เกี่ยวกับข่าวลือเรื่องนี้ ฮวงเผยหรงไม่ค่อยเชื่อนัก แต่เมื่อเขาเห็นความสามารถเย่เฟิงตอนนี้และอาจารย์ที่น่ากลัวของเขา หากให้เปรียบเทียบตัวเขาฮวงเผยหรง มันก็เหมือนเม็ดทรายกับดวงดารา

 

หลังจากเหตุการณ์ที่แถบทะเลจีนตะวันออก ฮวงเผยหรงจึงรู้ว่าเย่เฟิงคือชายสวมหน้ากาก ช่วงเวลานั้นเขาได้ล้มเลิกความคิดที่จะรับเย่เฟิงเป็นศิษย์ แต่เขาไม่ได้ยอมแพ้ แม้ว่าจะไม่สามารถรับเย่เฟิงเป็นศิษย์ได้ อย่างน้อยก็ต้องมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเขา

 

เรื่องนี้จึงเป็นสาเหตุที่ฮวงเผยหรงปรากฏขึ้นมาที่นี้

 

“สหายน้อยเย่ไม่ได้พบกันนาน ตั้งแต่จากกันคราวที่แล้วสบายดีหรือไม่?”

 

ฮวงเผยหรงยิ้ม ยืนถือถ้วยชาอยู่หน้าทางเข้า ปรากฏท่าทางดูสบายอย่างยิ่ง

 

“สบายดีครับ ฮวงเหล่ามีธุระอะไรที่นี้งั้นเหรอ?”

 

เย่เฟิงยกยิ้มให้อย่างสุภาพ

 

“ดูเหมือนว่าสหายน้อยเย่จะไม่ค่อยมีเวลาเลยนะ”

 

ฮวงเผยหรงมองไปยังเย่เฟิงและเสี่ยวเยวี่ยสาวสวยชุดแดงด้านข้าง ก็แสดงท่าทาง “เข้าใจแล้ว” “ตาเฒ่าคนนี้เข้าประเด็นเลยแล้วกันและไม่อ้อมค้อม เนื่องจากตาเฒ่าคนนี้สืบทอดวิชาจากเทียนจู้มาถึง 20 ปีแล้ว มันถึงเวลาที่จะต้องหาศิษย์ผู้มาสืบทอดวิชาเทียนจู้ต่อแล้ว แต่มันกลับไม่เจอใครที่เหมาะสมเลย แรกเริ่มตาเฒ่าคนนี้ต้องการที่จะรับเจ้าเป็นศิษย์เช่นกัน แต่ตอนนี้มันคล้ายจะเป็นเรื่องน่าเสียดายอย่างยิ่งนัก”

 

จากคำพูดที่ได้บอกออกมาและเขาหันมองไปยังหลี่จื้อโปที่อยู่ด้านข้าง

 

เย่เฟิงมองเห็นก็เข้าใจในทันทีถึงเป้าหมายของอีกฝ่าย

 

อ้า! อีกฝ่ายต้องการมาแย่งคนนี่เอง

 

เย่เฟิงหรี่ตามอง ครุ่นคิดเล็กน้อย แม้ว่าเรื่องนี้มันจะเป็นความคิดที่ไร้เหตุผล แต่ที่หมู่บ้านชิงเฟิงมันมีคนเยอะมากแล้ว แต่ความแข็งแกร่งมันมีเพียงแค่ภายนอก หนานฟางและหลงหวางเอ๋อและหน้าบาก พวกเขาทั้งหมดต่างกลายเป็นคนของโลกยุทธภพแล้ว

 

ถ้าหากพาหลี่จื้อโปกลับไป มันอาจจะส่งผลกระทบมากมายได้ หรือว่าจะให้เขาไปกับฮวงเผยหรงดี? มีเพียงสิ่งเดียวที่เป็นกังวล ยามเมื่อเขาส่งหลี่จื้อโปไปภูเขาเทียนจู้กับฮวงเผยหรง ตั้งแต่เย่เฟิงอาจจะไม่สามารถใช้งานเขาได้อีกเลย

 

“สหายน้อยเย่ไม่ต้องกังวลไป”

 

ฮวงเผยหรงคล้ายเห็นว่าเย่เฟิงเป็นกังวลก็พลันยกยิ้มขึ้น “ตาเฒ่าคนนี้เพียงต้องการที่จะผู้สืบทอดเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องกังวล หลังจากที่เขาร่ำเรียนทุกอย่างแล้ว แน่นอนว่าจะต้องกลับไปอยู่ข้างกายเธอ สหายน้อยเย่ไม่นานก็คงเก่งกาจกว่าตาเฒ่าคนนี้แล้ว เธอยังจะกลัวตาเฒ่าคนนี้หลอกลวงอยู่อีกเหรอ?”

 

จากคำพูดนี้เห็นได้ชัดว่าเป็นเพียงคำประจบสอพลอ แต่เย่เฟิงไม่ได้สนใจนัก

 

อย่างน้อยจากคำพูดนี้ เย่เฟิงก็เข้าใจในเจตนาของอีกฝ่าย ไม่เพียงแค่ตาเฒ่าเจ้าเล่ห์ต้องการหาผู้สือทอดแต่สิ่งสำคัญที่สุดกลับเป็นต้องการที่จะสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อตัวเขาเย่เฟิงคนนี้!

 

“ก็ดี”

 

เย่เฟิงขบคิดเพียงเล็กน้อย คิดว่าอีกไม่นานเขาก็ต้องไปที่ทะเลทรายแล้ว ถ้าหากเขาพบจุดวาร์ปได้ อาจจะสามารถกลับไปยังโลกเทวะได้ ถ้าหลี่จื้อโปยังอยู่กับเขา เมื่อถึงเวลานั้นมันจะเป็นปัญหาเอาได้ มันเป็นทางที่ดีแล้วที่ปล่อยให้เขาไปอยู่กับฮวงเผยหรงก่อน

 

ด้วยวิธีนี้ ภายใต้กองกำลังของครอบครัวเย่เฟิงมันจะมีผู้ฝึกเซียน และมีจอมยุทธที่ฝึกในวิชาอาวุธลับของสำนักเซียนเร้นลับ ฝึกวิถีอสุรา และรวมถึงวิชาเทียนจู้ และยังมีวิชาของตระกูลเย่และตระกูลหลงอีก!

 

มันสามารถกล่าวได้เลยว่ามันเป็นความแข็งแกร่งมากมายอย่างไม่คาดคิดภายในโลกยุทธภพ

 

แม้กระทั่งเย่เฟิงยังสามารถเข้าใจเพียงแค่วิชาบางอย่างเท่านั้น ดังนั้นการเสริมสร้างความสามารถการต่อสู้เข้าไป วิชาของโลกยุทธภพและวิชาของเหล่าตระกูลเก่าแก่ มันมีประโยชน์มากมายนัก

 

เย่เฟิงขบคิดว่าจะต้องกลับไปถามความเห็นเย่เหวินเทียนสักหน่อย แท้จริงแล้วตระกูลเย่ยังคงมีวิชาอยู่อีกสองอย่างซึ่งคือหมัดปีศาจคลั่งและวิชากระบี่หยางลี้ลับ ถ้าหากได้ร่ำเรียนเอาไว้ จากนั้นการเดินทางไปยังทะเลทรายที่จะมาถึงมันคงจะเป็นประโยชน์มาก

 

“หลี่จื้อโป นายติดตามฮวงเหล่าไปและฝึกวิชาให้แข็งแกร่งขึ้น”

 

เย่เฟิงหันไปหาหลี่จื้อโปและพูดกระตุ้นให้อย่างเหลือล้น “แม้ว่าหลงเสี่ยนจะตายไปแล้ว แต่ตระกูลหลงในโลกยุทธภพมันมีอำนาจมากอย่างยิ่ง ถ้านายต้องการที่จะล้างแค้นด้วยตัวเอง ถ้าหากไม่พยายามมันจะไร้ประโยชน์”

 

“ครับ!”

 

หลี่จื้อโปมีท่าทางที่มั่นใจตอบอย่างหนักแน่น

 

เขารู้สึกลำบากใจเล็กน้อยกับการตัดสินใจที่ต้องแยกจากเย่เฟิงมา แต่เมื่อเขาได้ยินเย่เฟิงพูดว่าฝึกวิชาให้แข็งแกร่งขึ้น และยังมีคำพูดเกี่ยวกับตระกูลหลงในโลกยุทธภพอีก มันทำให้เขาระเบิดไปด้วยความโกรธทันที

 

จะต้องกลายเป็นคนที่แข็งแกร่งในยุทธภพให้ได้!

 

ในอดีตเขาไม่เคยรู้จักสิ่งเหล่านี้เลย แต่เมื่อพบเจอเย่เฟิง ชีวิตของหลี่จื้อโป้มันราวกับย่างก้าวเข้าไปสู่โลกใหม่

 

ฮวงเผยหรงพาหลี่จื้อโปจากไป

 

จากนั้นเย่เฟิงก็ดึงมือเรียวนุ่มของเสี่ยวเยวี่ยพาร่างที่เมามายของเธอเดินออกไปจากผับชั้นหนึ่งแห่งนี้ ต้องการที่จะส่งเธอกลับไปยังหมู่บ้านตระกูลเสี่ยว หลังจากที่พวกเขาเดินออกมา เหยาเป่าซานที่อยู่ภายในผับและเหล่าคนอื่นแน่นอนว่าพวกเขาไม่มีความต้องการจะทำอะไรเย่เฟิงอีก

 

เขารู้ว่าหลังจากที่อีกฝ่ายผ่านเหตุการณ์นี้ไปมันจะต้องไม่สร้างปัญหาให้เขาอีกแน่

 

ขณะที่ปืนยิงทำลายเพดานไป มันอาจจะทำให้หน่วย NSA รู้ตัวได้ แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญ ถ้าอีกฝ่ายมีเรื่องอะไรก็แค่เอาปืนลำแสงคืนอีกฝ่ายไปเท่านั้น ซึ่งปืนอันนี้มันไม่ได้มีความสำคัญอะไรกับเย่เฟิงเลย

 

เพียงแค่ศรดาราอันเล็กๆมันก็รุนแรงกว่าปืนลำแสงนี้แล้ว แม้กระทั่งความเร็วยังรวดเร็วกว่า

 

“แท๊กซี่”

 

เย่เฟิงโบกแท๊กซี่ จากนั้นเขาก็เปิดประตูรถต้องการส่งเสี่ยวเธอกลับหมู่บ้านตระกูลเสี่ยว

 

“เดี๋ยวก่อนสิ ฉันยังไม่อยากกลับเลยนะ ดื่มไปแค่นิดเดียวไม่อ้วกหรอก”

 

เสี่ยวเยวี่ยขวางเย่เฟิงและรั้งประตูรถเอาไว้ จากนั้นมือทั้งสองก็พลันโอบไปที่คอเย่เฟิง นัยน์ตาคู่งามที่มึนเมาจ้องมองไปยังเย่เฟิง “ที่นั่นมีโรงแรมฉันต้องการพักสักหน่อย”

 

เย่เฟิงเมื่อได้ยินก็ก้มลงมองสิ่งที่น่าตื่นตาภายใต้สร้อยคอของสาวชุดแดงคนนี้ อดไม่ได้ที่จะใจเต้นแรง

 

สาวน้อยคนนี้กำลังบอกใบ้อะไรกัน?

 

ไม่นะ ท่าไม่ดีแล้ว เขาเป็นผู้ชายที่มีครอบครัวแล้วนะ

 

“ทำไมกัน นายไม่กล้าไปเหรอ?”

 

เสวี่ยเยวี่ยเห็นสีหน้าเย่เฟิงลังเล นัยน์ตาเปล่งประกายพร้อมกับยกยิ้มชั่วร้าย จากนั้นก็พัวพันรัดเย่เฟิงแน่นขึ้น มือคู่นั้นก็ลูบไล้แผ่นหลังของเขาไปมา

 

เมื่อได้ยินน้ำเสียงของอีกฝ่ายเหมือนมีท่าทางยั่วยวน แต่เย่เฟิงยังคงอดกลั้นเอาไว้อยู่

 

คิดว่าเขาเป็นผู้ชายที่ขี้ขลาดหรือไง!

 

ในเมื่ออีกฝ่ายเย้นหยันเช่นนี้ เย่เฟิงก็ไม่กล้าที่จะไม่ไปไม่งั้นเขาจะถูกตราหน้าว่าเป็นไก่อ่อนหรอกหรือ? ไม่จำเป็นต้องกล่าวว่าเสี่ยวเยวี่ยอยากจะพัก มันยังมีความหมายอื่นอะไรอีก?

 

เย่เฟิงส่ายหัวพาร่างเธอที่ซวนเซเดินตรงไปยังด้านข้างผับชั้นหนึ่งซึ่งมันเป็นโรมแรมระดับสูงแห่งหนึ่ง

 

คนบนถนนต่างมองอย่างดูถูกมาที่เย่เฟิง ใช้ประโยชน์จากความเมาเอาเปรียบสาวสวย มันไร้มโนธรรมอย่างมาก! อย่างไรก็ตามพวกเขาจะมารู้ได้ยังไงว่าเสี่ยวเยวี่ยเป็นคนเรียกร้องเอง

 

ตามความหมายของเย่เฟิงคือส่งเธอกลับไปยังหมู่บ้านตระกูลเสี่ยวเพียงแค่นั้นก็จบเรื่องราว เขาก็คงกลับไปนอนกอดสาวน้อยเซ็กซี่นอนหลับสบาย

 

พวกเขาทั้งสองตรงเข้าไปภายในโรงแรม

 

ที่ถนนมันเต็มไปด้วยรถตำรวจมากมายที่มาตอนจบ ล้อมรอบอยู่ที่รอยัลพาเลซ ปืนที่ทำลายเพดานมันทำให้ทุกคนต่างตื่นตระหนก ดังนั้นตำรวจเหยียนจิงจึงรีบมากันอย่างรวดเร็ว

...................................

 

 

แปลโดย คั่นหนังสือ GSI

 




NEKOPOST.NET