[นิยายแปล] Genius Sword Immortal ตอนที่ 305 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Genius Sword Immortal

Ch.305 - หลี่จื้อโป


บทที่ 305 หลี่จื้อโป




 

ยามเมื่อตอนเย่เฟิงถือปืนลำแสงอยู่ภายในมือและยิงไปยังเพดาน หลังจากที่มันระเบิดขึ้น ด้วยเหตุการณ์นี้ไม่มีใครกล้าที่จะขวางทางเขา

 

แต่ขณะนี้ เด็กใหม่คนนี้กับขวางทางอย่างดื้นรั้นที่หน้าทางเข้าไม่ยอมให้เย่เฟิงจากไป ทำให้ลูกน้องรอบๆต่างหวาดกลัว เจ้าหนุ่มคนนี้มันไปเอาความกล้ามาจากไหน?

 

ฉากนี้ทำให้ทุกคนตกใจ ขบคิดว่าเด็กหนุ่มคนนี้จะต้องตายแน่ เขากล้าที่จะมาขวางทางเย่เฟิง เขาไม่เห็นว่าลูกพี่ยังกลัวแทบเยี่ยวราดจนต้องนอนแกล้งตายอยู่ที่พื้นเลยเหรอ?

 

“พาฉันไปด้วย ฉันต้องการติดตามคุณ”

 

ชายหนุ่มร่างกำยำที่ขวางทางเย่เฟิงจ้อมมองเขาอย่างดื้อด้าน มันราวกับเขาใช้พยายามมาอย่างมากถึงกล้าที่จะเอ่ยคำเหล่านี้ออกมา

 

คำเหล่านี้มันทำให้ผู้คนรอบๆต่างตกใจ

 

เหล่าคนของหน่วย NSA มันเป็นไปได้ด้วยเหรอที่จะพาคนของแก๊งอันธพาล “ติดตาม” ไปด้วย?

 

ขณะที่ทุกคนคิดว่าชายหนุ่มคนนี้ต้องการถ่วงเวลา แต่เย่เฟิงพลันยกยิ้มโค้งขึ้น “ได้ แต่การ ‘ติดตาม’ ฉัน มันไม่ใช่เรื่องง่ายหรอกนะ มันอาจจะตายได้ทุกเมื่อ นายยังต้องการติดมาฉันงั้นหรือ?”

 

“อันตรายอะไรฉันก็ไม่กลัวทั้งนั้น”

 

ภายในสายตาของชายหนุ่มร่างกำยำนี้มันเปิดเผยถึงแววตาของความมุ่งมั่น สำหรับเขา ตราบเท่าเขาสามารถแก้แค้นให้แฟนของเขาได้ เรื่องอื่นมันก็ไม่สำคัญอะไรเลย

 

แม้ว่าตลอดเส้นทางทั้งหมด มันจะเต็มไปด้วยขวากหนาม เขาก็จะไม่ถอยเด็ดขาด!

 

“ตัดสินใจให้ดี นายแน่ใจแล้วงั้นเหรอ?”

 

เย่เฟิงเอ่ยปากถาม

 

“ฉันตัดสินใจดีแล้ว”

 

ชายหนุ่มร่างกำยำเงยหน้าขึ้นและจ้องเขม็งไปยังนัยน์ตาของเย่เฟิง

ทั้งสองต่างผสานสายตากัน เย่เฟิงรู้สึกได้ว่าการตัดสินใจของเขามันชัดเจนอย่างยิ่ง มันเป็นอย่างที่อีกฝ่ายได้บอกว่าตัดสินใจดีแล้ว

 

“หนีแค้นของนาย ฉันได้จัดการเรียบร้อยแล้ว”

 

เย่เฟิงพยักหน้าเดินยังชายหนุ่มร่างกำยำพลางหัวเราะเบาๆ “เจ้าหน้าขาวนั่นมันตายอยู่ที่ภูเขาฉางไป่แล้ว”

 

เขาฉกกระเป๋าของชายหนุ่มร่างกำยำเอามาดูบัตรประชาชนได้อย่างง่ายได้ เหลือบมองดูคราหนึ่งค้นพบว่าชายหนุ่มคนนี้มีชื่อว่า “หลี่จื้อโป” เป็นคนเมืองหลินเจียงอาศัยอยู่ที่ภูเขาฉางไป่

 

คำพูดที่เย่เฟิงบอกออกมา มันทำให้ชายหนุ่มหลี่จื้อโปตกตะลึง เจ้าหน้าขาวคือใครกัน หรือมันคือคนที่ข่มขู่จนทำลิลลี่ต้องตาย?

 

หลี่จื้อโปตกตะลึงอย่างสิ้นเชิง!

 

เขาใช้เวลาอยู่นมนานเพื่อที่ต้องการสืบเรื่องราวของเจ้าหน้าขาวที่ข่มขู่ให้แฟนเขากระโดดตึกตายในเวลานั้น แต่มันราวกับทุ่มหินลงมหาสมุทร มันปราศจากร่องรอย เขามีฐานะไม่สูงพอที่จะติดต่อค้นหาคนระดับนั้นได้

 

เขาเฝ้าตามหน้าเจ้าหน้าขาวนั้นเพื่อล้างแค้นให้แฟนของเขาเสมอมาซึ่งเป็นดั่งเป้าหมายในชีวิต ถึงกลับต้องจากบ้านที่เขตฉางไป่มาเข้าร่วมแก๊งใหม่นี้ เพื่อพึ่งพากำลังของเหยาเป่าซานมันถือได้ว่าเป็นหนทางที่ดี

 

อย่างไรก็ตามตอนนี้ จู่ๆเย่เฟิงก็บอกเขาว่าเจ้าหน้าขาวคนนั้นตายไปแล้ว!

 

ไม่ใช่เพียงเพราะได้ชำระแค้นของหลี่จื้อโปไปแล้วเท่านั้นที่ทำหลี่จื้อโปรู้สึกนับถือเย่เฟิง แรกเริ่ม เย่เฟิงรู้ว่าเขามีความแค้นกับเจ้าหน้าขาวงั้นหรือ? และสุดท้าย อิทธิพลของเจ้าหน้าขาวมันเหนือเกินกว่าแก๊งใหม่ตอนนี้เสียอีก แต่เย่เฟิงกลับกล่าวว่าได้สังหารอีกฝ่ายไปแล้ว

 

แท้จริงแล้วเย่เฟิงมีอิทธิพลแค่ไหนกันแน่?

 

หลี่จื้อโปพลันเกิดความคิดขึ้น เขาคิดว่าเย่เฟิงจะต้องมีอิทธิพลที่น่ากลัวเป็นแน่ สามารถที่จะสังหารเจ้าหน้าขาวนั่นได้ แต่ในความจริงเย่เฟิงเพียงใช้กำลังความสามารถของตัวเขาเองเท่านั้น

 

แน่นอนว่ามันเป็นเรื่องยากที่จะจินตนาการของคนโลกนี้ ยามเมื่อก้าวเข้าสู่โลกยุทธภพแล้ว และฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง มันจะต้องตระหนักเข้าใจได้ถึงความสามารถที่แข็งแกร่งและอ่อนแรงของความแข็งแกร่งแต่ละคน

 

“เป็นความจริงเหรอ?”

 

หลี่จื้อโปพลันโพล่งถามออกมา

 

“จริงอย่างแน่นอน ไปกันเถอะ”

 

เย่เฟิงใส่บัตรประชาชนของอีกฝ่ายกลับคืนในกระเป๋าและตบไหล่เขาเบาพลางยกยิ้มให้

 

จากความกล้าหาญของหลี่จื้อโปที่กล้าขวางทางเขา เขาตัดสินใจว่าจะต้องรับอีกฝ่ายเข้ามาเป็นพวกของตน บุคคลประเภทนี้มันเป็นพวกดื้อด้าน และนอกจากนี้แทบไม่มีอะไรนอกจากความกล้าและดื้อด้าน

 

ความดื้อด้าน ความกล้าหาญ ทั้งสองมันเป็นคุณสมบัติที่สำคัญของผู้ชาย ต่อให้ไม่มีเย่เฟิง เป้าหมายของหลี่จื้อโปในชีวิตนี้ก็ไม่ถือว่าเลวร้ายแน่

 

นอกจานี้ เขาสามารถบรรลุเรื่องที่คนอื่นไม่อาจกระทำได้ นี่คือความสำเร็จ    

 

คนรอบๆเมื่อเห็นเย่เฟิงอนุญาตให้หลี่จื้อโปไปด้วยได้ พวกเขาทั้งหมดอดไม่ได้ที่จะมีแววตางุนงง ชายหนุ่มคนนั้นมันประสบความสำเร็จจริงๆ? ไม่มีใครรู้เลยว่าหลี่จื้อโปที่เพิ่งจะเผชิญหน้ากับเย่เฟิง กลับกลายเป็นว่าชีวิตของเขาเป็นเรื่องน่ายินดี

 

เหล่าลูกน้องแก๊งใหม่นี้เปิดเผยท่าทางที่ไม่เข้าใจ หลี่จื้อโปเสี่ยงอันตรายเกินไป การที่ต้องติดตามอีกฝ่าย มันไม่รู้เลยว่าเมื่อไหร่จะถูกเขี่ยทิ้ง

 

แต่ความจริง การกระทำครั้งนี้ของหลี่จื้อโป มันเป็นสิ่งที่เหล่าคนทั้งหมดในตอนนี้ไม่สามารถมีได้อีกตลอดชีวิต

 

“ครับ!”

 

เมื่อหลี่จื้อโปได้ยินคำของเย่เฟิง ท่าทางของเขาก็มีความสุขในทันที

 

เกี่ยวกับเรื่องที่เย่เฟิงได้ช่วยเขาแก้แค้น เขาเป็นเพียงแค่คนต่ำต้อย คนธรรมดาเท่านั้นและไร้ซึ่งกำลัง เหตุการณ์นี้มันทำให้เขาเต็มไปด้วยความหวังจากก้นลึกในหัวใจ ตราบเท่าที่เขามีพลังมากขึ้นเขาก็จะปกป้องคนรอบข้างเขาได้

 

ถ้าตอนนั้นเขามีพลังเพียงพอ ลิลลี่ แฟนของเขาก็คงไม่ถูกข่มขู่จนต้องกระโดดฆ่าตัวตาย

 

หลี่จื้อโปสาวเท้ายาวยกมือขึ้นปาดรอยเลือดบนใบหน้าของเขา สีหน้าของเขาเปล่งประกายความมุ่งมั่นอย่างที่คนธรรมดาแทบไม่สามารถมองเห็นได้

 

แม้ว่าจะไม่รู้ฐานะของเย่เฟิงอย่างแน่ชัด แต่สัญชาตญารมันได้บอกหลี่จื้อโปว่าการติดตามเย่เฟิงมันเป็นสิ่งที่ถูกต้อง

 

พวกเขาทั้งสามต่างเดินจากไป ไม่มีใครกล้าที่จะหยุดรั้งพวกเขา กระแสลมบนเพดานในห้องส่วนตัวหรูหราแห่งนี้ที่ระเบิดรูโหว่ มันได้บอกพวกเขาอย่างชัดเจนว่าเย่เฟิงน่ากลัวขนาดไหน

 

แม้กระทั่งปืนลำแสงยังทำให้เหตุการณ์เป็นเช่นนี้ ถ้าหากพวกเขารู้ว่าความสามารถเย่เฟิงไม่ได้มีเพียงแค่นั้น พวกเขาคงจะต้องคุกเข่าร่ำร้องเรียกเขาเป็นเซียนอมตะแน่

 

ไม่จำเป็นต้องพูดถึงผู้ฝึกเซียน เพียงแค่จอมยุทธ์ สำหรับคนธรรมดาแล้วมันก็เป็นเรื่องที่ยากจะเชื่อ

 

เดินเหินบนอากาศ?

 

เหินบนน้ำ?

 

มันเป็นเพียงเรื่องราวที่อยู่ในนิยายของคนธรรมดาเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว ผู้คนในโลกยุทธภพสามารถกระทำเช่นนั้นได้ ตราบเท่าที่เขาสามารถฝึกฝนวรยุทธจนสูงเพียงพอ วิ่งเร็วกว่ารถก็ไม่ใช่ความฝันอีกต่อไป

 

เรื่องเหล่านี้ พวกเขาทั้งหมดจะไม่มีโอกาสได้รับรู้ตลอดชีวิต

 

เย่เฟิงพาเสี่ยวเยวี่ยและหลี่จื้อโปทั้งสองลงมายังด้านล่างทางเข้าผับชั้นหนึ่ง จากนั้นเขาก็พบเห็นชายชราคนหนึ่งที่สวมใส่ชุดจงซานจวงสีขี้เถ้า ยืนหลับตาอยู่เงียบที่ทางเข้า ภายในมือถือถ้วยชาเอาไว้

 

เมื่อเห็นตาเฒ่าคนนั้น เย่เฟิงค่อนข้างสงสัย ฮวงเผยหรงเหรอ?

 

ตาเฒ่าคนนี้ไม่ได้เจอนานเหลือเกิน

 

จดจำได้ว่าคราแรกที่พบอีกฝ่ายคือที่งานประมูลของตระกูลหลง ตอนนั้นฮวงเผยหรงมีวรยุทธสามสิบปี มันเป็นตัวตนที่เย่เฟิงไม่อาจต้านทานได้ แต่ตอนนี้ วรยุทธสามสิบปีของตาเฒ่าไม่นับเป็นอะไรสำหรับเย่เฟิงแล้ว

 

ดังนั้นเย่เฟิงจึงไม่ได้ตกใจนัก ซึ่งนำพวกของเขาทั้งสองเดินผ่านฮวงเผยหรงไปทันที

 

แม้จะไม่รู้ว่าเป้าหมายของตาเฒ่านี้ว่าเหตุใดเขาจึงมายืนอยู่ในเวลานี้ก็ตาม?

 

เย่เฟิงขบคิดภายในใจ แต่เมื่อเข้าใกล้อีกฝ่ายเพียงแค่สิบเมตรเท่านั้น ตาเฒ่าพลันเปิดตาขึ้นทันที มองไปยังเย่เฟิงภายในสายตาปรากฏแววตาที่ชมเชยและเสียใจ

...................................

 

 

แปลโดย คั่นหนังสือ GSI

 



NEKOPOST.NET