[นิยายแปล] Genius Sword Immortal ตอนที่ 293 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Genius Sword Immortal

Ch.293 - หัตถฟื้นชีพ!


บทที่ 293 หัตถฟื้นชีพ!




 

ยามเมื่อเย่เฟิงปรากฏมาจากทางเข้า นอกจากเรื่องประหลาดใจแล้วมันทำให้ผู้คนทั้งสองฝ่ายที่กำลังเผชิญหน้ากันตกตะลึงอย่างกะทันหัน

 

“เย่เฟิง! ชื่อฉิง!”

 

เมื่อเสี่ยวฉีเห็นพวกเขาก็พลันดูสดใสและโบกมือเล็กๆของเธอเรียกมาในทันที

 

หญิงสาวสวมกระโปรงสีแดงกับสัดส่วนที่ชวนให้หลงใหลด้านข้างเธอ เมื่อเห็นพวกเขาเดินเคียงข้างกันมาก็ไม่รู้เพราะอะไรแต่ในใจพลันเต็มไปด้วยความรู้สึกปลอดภัย

 

เย่เฟิงไม่ใช่บุคคลธรรมดา นอกจากนี้หลินชื่อฉิงก็ยังคงมาด้วย ถ้าหากพวกเขารักษาหลินซิวเหวินไม่ได้ แต่ยังคงมีวิธีขับไล่หลินเหรินเทียนอยู่สินะ?

 

เมื่อเสี่ยวเต๋อเฉิงเห็นเย่เฟิงเข้ามาในคฤหาสน์ ภายในสายตาที่หนักแน่นก็เปิดเผยแววตาที่สงสัยอยากรู้

 

เกี่ยวกับเย่เฟิง เขาเคยได้ยินมาก่อนหน้านี้ แต่เขาไม่เคยได้พบเห็นมาก่อน ไม่นานมานี้ภายในแวดวงผู้มีอิทธิพลต่างร่ำลือเกี่ยวกับเรื่องเย่เฟิงทุกที่ ถึงแม้ว่าความคิดเรื่องข่าวลือนั้นมันค่อนข้างเกินจริง เสี่ยวเต๋อเฉิงก็คิดว่าจะต้องเป็นคนที่มีพรสวรรค์หาตัวจับยาก

 

แต่...เมื่อได้ยินเขาพูดว่าจะรักษาหลินซิวเหวิน นี่ไม่ใช่ว่าพูดอย่างไร้สมองเกินไปหน่อยหรือ? ถ้าหากหลินซิวเหวินสามารถรักษาได้ง่ายปานนั้น หลินเหรินเทียนก็คงไม่มาถึงตระกูลเสี่ยวของพวกเขาแล้วบีบบังคับให้เสี่ยวฉีแต่งงานด้วยแล้ว

 

เสี่ยวเต๋อเฉิงมองไปยังด้านข้างเย่เฟิง ร่างผอมเพรียวและรอยยิ้มบนใบหน้าของหลินชื่อฉิง บนใบหน้าของเขาก็ปรากฏความสงสัยขึ้นมาอีก

 

ต้องบอกได้เลยว่าเย่เฟิงพูดอย่างไม่ได้ใช้สมองเลย มันจะต้องเป็นเช่นนั้นแน่ แต่หลินชื่อฉิงที่อยู่ด้านข้างเขาตามเหตุตามผลแล้ว หรือว่าพวกเขาจะทำได้อย่างที่บอกกัน?

 

“ไอ้สารเลว!”

 

หลินเหรินเทียนหันมาทันทีและชี้หน้าเย่เฟิงพลางตะโกนด่าด้วยความโกรธ

 

ลูกชายเขาหลินซิวเหวินกลายเป็นปัญญาอ่อนไม่ใช่เพราะเย่เฟิงเป็นต้นเหตุหรอกเหรอ? ในตอนนี้ทุกคนต่างรู้แล้วว่าเย่เฟิงคือชายสวมหน้ากาก! ไม่ว่าแท้จริงหลินซิวเหวินจะกลายเป็นปัญญาอ่อนได้ยังไง เรื่องนี้และเย่เฟิงยังไงก็คงต้องเกี่ยวข้องกันแน่!

 

ภายใต้ความคิดนี้ หลินเหรินเทียนคิดว่าเย่เฟิงมาที่นี้เพื่อข่มขู่เรื่องการรักษาหลินซิวเหวิน มันเห็นได้ชัดอย่างโจ่งแจ้ง คงอยากจะตบหน้าเขาต่อหน้าผู้คนทำให้เขาอับอาย

 

ใครต้องการให้ลูกชายตัวเองปัญญาอ่อนบ้าง?

 

หลินเหรินเทียนโมโหจนหน้าแดงเล็กน้อย เย่เฟิงคนนี้มันไร้ระเบียบเกินไป เอาแต่พึ่งพาปู่กระทำการอย่างไร้ยางอาย

 

“ระวังคำพูดของคุณไว้ด้วย”

 

เย่เฟิงเหลือบมองไปยังเขาอย่างเย็นชา “จะสู้กันไหมล่ะ?”

 

เพียงแค่สายตานี้ ที่มองมาโดยตรงก็กดดันจนหลินเหรินเทียนถึงกับผงะถอยหลัง

 

สู้?

 

ไม่จำเป็นต้องกล่าวถึงเพียงแค่หลินเหรินเทียนคนเดียว ต่อให้เป็นสิบหลินเหรินเทียนก็ไม่กล้าที่จะสู้กับเย่เฟิง! เนื่องจากตัวเขาหลินเหรินเทียนมีอำนาจของตระกูลหลินแห่งเหยียนจิง เขาจึงได้รู้ข้อมูลลับบางอย่างซึ่งเกี่ยวกับความแข็งแกร่งของเย่เฟิงว่ามันน่ากลัวแค่ไหน

 

ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ใครจะกล้าสู้กับเย่เฟิงกัน นี่มันรนหาที่ตายชัดๆ

 

แน่นอนว่าหลินเหรินเทียนไม่ได้หวาดกลัวเย่เฟิง เนื่องจากสถานะของเขา แม้ว่าเขาจะเป็นหลานชายของเย่เหวินเทียนแล้วยังไง? ถ้าเขากล้าที่จะทำอะไรหลินเหรินเทียน นั่นก็หมายความว่าเขาตบหน้าตาเฒ่าหลินด้วย!

 

ในความคิดหลินเหรินเทียน ตราบเท่าที่เย่เฟิงยังจำเป็นการสนับสนุนของหลินชื่อฉิงอยู่ ถ้าอย่างงั้นเขาจะต้องไม่กล้าที่จะทำอะไรเขาอย่างแน่นอน

 

แท้จริงเขากลับไม่รู้เลยว่า การกระทำของเย่เฟิงไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเย่เหวินเทียน ไม่ว่าเขาต้องการจะทำอะไรก็ทำได้ นอกจากนี้เขาไม่จำเป็นต้องพึ่งพาอะไรหลินชื่อฉิงเพื่อก้าวหน้าเลยสักนิด

 

ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือ อำนาจและอิทธิพลต่อให้มากมายแค่ไหน แต่สำหรับเย่เฟิงมันก็แค่เมฆที่ลอยอยู่บนอากาศ เขาไม่คิดแยแสสนใจสิ่งเหล่านี้

 

“ลุงสาม ในความคิดหนู ลุงระงับอารมณ์สักหน่อยจะดีกว่า”

 

หลินชื่อฉิงที่อยู่ด้านข้างยกยิ้มให้พลางมองไปยังหลินเหรือเทียน

 

เธอเปรียบเทียบหลินเหรินเทียนและเย่เฟิงได้อย่างชัดเจน ด้วยความแข็งแกร่งของเย่เฟิง คนขององค์กรไวเปอร์และเผ่ยเขิงกรุ๊ปยังกลายมาเป็นลูกน้องของเย่เฟิงในเวลาไม่ถึงนาที แล้วเย่เฟิงจะยังหวาดกลัวหลินเหรินเทียนขี้ประติ๋วนี้อยู่อีกเหรอ?

 

หลินเหรินเทียนพาหลินซิวเหวินที่ปัญญาอ่อนมาบังคับให้ตระกูลเสี่ยวแต่งงานด้วย หลินชื่อฉิงค่อนข้างรู้สึกโกรธเคือง ถ้าเรื่องนี้ให้เธอเป็นคนจัดการ แต่มันก็ยังไม่สามารถที่จะทำอะไรหลินเหรินเทียนได้โดยพลการ

 

แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นให้เย่เฟิงจัดการแล้วล่ะก็ เรื่องนี้มันจะต้องไม่แม้แต่จะมีความยากลำบาก

 

“เธอยังเป็นคนตระกูลหลินอยู่อีกเหรอ?”

 

หันไปเผชิญหน้ากับหลินชื่อฉิง ขณะที่หลินเหรินเทียนลุกโชติไปด้วยเพลิงแห่งความโกรธก็ถามอย่างเจ้าสำบัดสำนวน

 

“ใช่สิ อย่างไรก็ตามความคิดหนู คนตระกูลหลินไม่ชื่นชอบเรื่องวิธีการที่สกปรก”

 

หลินชื่อฉิงกล่าวตอบโต้อย่างเบาๆโดยรักษาท่าทางเอาไว้ “ถ้าปู่รู้เรื่องนี้ ลุงคิดว่าปู่จะยังสนับสนุนความคิดของลุงอยู่อีกเหรอ?”

 

“เฮอะ ซิวเหวินกลายเป็นแบบนี้ในตอนนี้ มันจะต้องมีคนรับผิดชอบ ถ้าไม่เช่นนั้นเธอคิดหรือว่าฉันต้องการผู้หญิงจากตระกูลเสี่ยวกัน?”

 

ขณะที่หลินเหรินเทียนกำลังพูดก็เหลือบมองไปยังเย่เฟิงด้านข้าง ซึ่งทุกคนต่างรู้ว่ามันหมายความประมาณว่า ‘ถ้ามีทางรักษาให้หลินซิวเหวินหายดี! และตราบเท่าที่หลินซิวเหวินหายดี เขาก็จะไมบีบบังคับให้เสี่ยวฉีต้องรับผิดชอบ’

 

อย่างไรก็ตามด้วยคำพูดนี้ สำหรับเย่เฟิงมันช่างไร้สาระสิ้นดี

 

เขาไม่ได้สนใจหลินเหรินเทียนหรือคนของตระกูลเสี่ยว อย่างไรก็ตาม วันนี้เขาจะต้องสั่งสอนหลินเหรินเทียน

 

ภายในสายตาของทุกคนต่างเต็มไปด้วยความสงสัยหรือเชื่อมั่นและยังมีสายตาที่เยาะเย้ย เย่เฟิงก็ตรงไปจัดการในทันทีและไม่นานก็มาถึงประตูรถตู้หรูหราจากนั้นก็เปิดประตูเข้าไปภายในรถ

 

จากนั้นก็เรียกให้คนรับใช้ของหลินซิวเหวินออกไป ความจริงแล้วคนรับใช้นี้ดูเด็กและสวยอย่างมาก คิดว่าน่าจะเป็นหญิงสาวอายุประมาณ 20 ปี คล้ายจะเป็นหญิงสาวมหาลัย

 

นี่คือการคัดเลือกของหลินเหรินเทียน โดยเฉพาะคนรับใช้สาวสวยขนาดนี้เพื่อให้มาดูแลลูกชายตัวเองจะต้องมีราคาไม่น้อยแน่นอน!

 

หลังจากที่เย่เฟิงให้คนรับใช้ออกไปหญิงสาวมหาลัยคนนี้ก็รู้สึกโมโหเล็กน้อย เธอไม่รู้เลยว่าจะมีใครบางคนกล้าบุกเข้ามาภายในรถและจะทำอะไรกับหลินซิวเหวินบางหรือไม่ โดยความจริงที่ว่านี่มันเป็นชามข้าวทองคำของเธอเลย ดูแลหนึ่งวันได้ตั้ง 1000!

 

มันเพียงแค่ดูแลคนปัญญาอ่อนนี้ งานที่ดีเช่นนี้ จะไปหาได้จากที่ไหนกัน?

 

แน่นอนว่าเธอก็รู้เช่นกันว่าคนต้อยต่ำอย่างเธอคำพูดมันไม่มีน้ำหนักอะไร หลังจากที่ออกมาข้างนอกก็พบเห็นหลินเหรินเทียนและคนอื่นก็มาที่นี้เช่นกันซึ่งไม่ได้สั่งให้ขวางชายหนุ่มชุดสีดำเอาไว้ อดไม่ได้ที่จะรู้สึกสงสัยเล็กน้อยว่าชายหนุ่มคนนั้นกำลังจะทำอะไร?

 

หลินเหรินเทียนได้นำคนของตระกูลหลินเดินมาแต่ไกลมีท่าทางที่มืดมนอย่างยิ่ง

 

เขาไม่ได้กลัวว่าเย่เฟิงจะทำอะไรหลินซิวเหวิน ในเมื่อตกอยู่ภายใต้ผู้คนมากมาย ถ้าหลินซิวเหวินเกิดอะไรขึ้นมาร้ายแรง เย่เฟิงก็ไม่สามารถหลบหนีความรับผิดชอบได้แล้ว ยามเมื่อเวลานั้นมาถึงเย่เหวินเทียนไม่มีทางที่จะให้เย่เฟิงปัดความรับผิดชอบได้

 

ทางกลับกัน เขาก็คาดหวังอย่างมากให้เย่เฟิงสามารถรักษาหลินซิวเหวินได้

 

ภายในแวดวงอิทธิพลในเหยียนจิงตอนนี้รู้จักเย่เฟิงอยู่ในสองขอบเขต ขอบเขตแรกเพียงรู้จักอย่างตื้นเขินเพียงรู้แค่ว่าความเก่งกาจของเย่เฟิงเกี่ยวข้องกับตระกูลหลิน ขอบเขตที่สองคือที่รู้ลึกซึ่งรู้เรื่องราวที่แถบทะเลจีนตะวันออกของเย่เฟิง

 

หลินเหรินเทียนเป็นขอบเขตหลัง สามารถรู้ถึงเรื่องราวที่แถบทะเลจีนตะวันออก ซึ่งเป็นสถานะในประเทศจีนที่อยู่สูงอย่างมาก นอกจากนี้เรื่องนี้มันยังเป็นความลับระดับประเทศ

 

ถ้าเย่เฟิงมีความสามารถจริงและรักษาหลินซิวเหวินได้ เขาจะได้ผลประโยชน์อะไรกัน?

 

ภายในใจหลินเหรินเทียนขบคิดจากนั้นเงยหน้าขึ้นมองไปยังรถตู้หรูหราที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล

 

เสี่ยวฉีและเสี่ยวเยวี่ย เสี่ยวเต๋อเฉิงและเสี่ยวเต๋อเจิงและผู้คนของตระกูลเสี่ยวต่างจ้องมองไปยังประตูของรถตู้ ด้วยอารมณ์ความสงสัยที่รุนแรง

 

หลินซิวเหวินกลายเป็นปัญญาอ่อนเช่นนี้ เย่เฟิงมีความสามารถที่จะรักษาเขาได้จริงหรือ?

 

มันเป็นเพียงแค่ครึ่งนาที ประตูรถหรูหราก็พลันเปิดออกจากด้านข้าง

 

เงาของคนสองร่างก้าวออกมาจากรถตู้ พวกเขาคือเย่เฟิงและหลินซิวเหวิน เมื่อเห็นหลินซิวเหวินที่เดินตามหลังเย่เฟิงผู้คนทั้งหมดที่เฝ้ารอดูอยู่ต่างชะงักค้างไปชั่วครู่

 

อะไรกัน?

 

มันรักษาได้จริงๆเหรอ?

 

หลินเหรินเทียนมีท่าทางที่มีความสุข!

 

เย่เฟิงคนนี้แท้จริงแล้วกลับเก่งกาจถึงขั้นเป็นหัตถฟื้นชีพ!

 

...................................

 

 

แปลโดย คั่นหนังสือ GSI

 



NEKOPOST.NET