[นิยายแปล] Genius Sword Immortal ตอนที่ 272 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Genius Sword Immortal

Ch.272 - หมัดเดียวปิดบัญชี!


บทที่ 272 หมัดเดียวปิดบัญชี!

 

 

ที่ทางเข้าห้างสรรพสินค้า เย่เฟิงยืนสงบนิ่ง พลางขบคิดและจ้องมองไปยังเฉินฮุยกับชายสองคนและหญิงสองคนด้านหลัง

 

พวกเขาทั้งห้าต่างสวมชุดจอมยุทธ์สีขาว ชุดผู้หญิงมันยังดูคล้ายกับเป็นกระโปรง แต่การแต่งกายชายทั้งสามแล้วมันค่อนข้างที่จะสะดุดตาในเมืองเช่นนี้

 

พวกเขาทั้งหมดก็รู้สึกว่าพวกมันดูไม่เป็นธรรมชาติ แต่ที่แต่งกายกันมาแบบนี้ ก็เพราะเฉินฮุยบอกว่าต้องการที่จะทำให้ประทับใจต่อหน้าจื่อเจี้ยนหลาน

 

“คุณคือเย่เฟิง?”

 

เฉินฮุยหรี่ดวงตา เงยหน้ามองเย่เฟิง มองสำรวจสองครั้งอย่างระวัง

 

เขาได้ยินมาว่าวรยุทธของเย่เฟิงแข็งแกร่งอย่างมาก หลงโมหรันก็ยังไม่ใช่คู่มือของเขา ก่อนหน้าที่ข่าวจะแพร่กระจายออกไป เรื่องที่เย่เฟิงบุกไปยังสำนักเซียนเร้นลับและได้สังหารฉีหลินจื่อ คำพูดเหล่านั้นทั้งหมดทำให้ดูเหมือนเย่เฟิงเป็นตัวตนที่เขาไม่อาจที่จะต่อสู้เพียงลำพังได้

 

อย่างไรก็ตาม เขาก็ไม่อยากจะเชื่อ

 

เขาเป็นจอมยุทธ์รุ่นเยาว์คนแรกในโลกยุทธภพ เย่เฟิงอย่างมากก็เพียงแค่อายุ 20 ปี มันจะเป็นไปได้ยังไงที่มีความแข็งแกร่งเช่นนั้น?

 

ไม่ว่าจะเป็นหลงโมหรันหรือฉีหลินจื่อ เด็กคนนี้จะต้องใช้วิธีพิเศษบางอย่างแน่ ยิ่งเมื่อเฉินฮุยได้พบเห็นแล้ว ต่อให้เป็นอัจฉริยะแค่ไหนแต่เพียงแค่อายุ 20 ปี กลับเอาชนะผู้อาวุโสวรยุทธ 70 ปีได้ นี่มันไม่ใช่เรื่องที่สมเหตุสมผลเลย

 

นอกเหนือจากที่ได้ยินมา เย่เฟิงจนกระทั่งตอนนี้แท้จริงแล้วมีวรยุทธมากกว่า 10 ปีเท่านั้น เรื่องนี้มันยังจะดูน่าเชื่อกว่า

 

ในตอนนี้เย่เฟิงก็เห็นด้วยตาตัวเองแล้ว ก็มองความคิดของเฉินฮุยออก เกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ตอนนี้ เสียใจกับเฉินฮุยที่เขาไม่มีทักษะสัมผัสวิญญาณ ไม่เช่นนั้นเขาก็คงรู้ถึงวรยุทธ์ของเย่เฟิงในปัจจุบันนี้ได้

 

“ฉันเอง เย่เฟิง”

 

มุมปากของเย่เฟิงยกยิ้มขึ้น “ขอโทษด้วย จื่อเจี้ยนหลานเป็นเพื่อนของฉัน ถ้าคุณต้องการที่จะพาเธอไป จะต้องถามฉันก่อนว่าอนุญาติไหม?”

 

“เย่เฟิง”

 

จื่อเจี้ยนหลานได้ยินก็รีบเร่งวิ่งไปหาถามอย่างแปลกๆ “คุณเป็นยังไงบ้าง?”

 

ตอนนี้เธอคิดว่าเย่เฟิงและเฉินฮุยระหว่างทั้งสองคนจะต้องเป็นศัตรูกันแน่ เฉินฮุยเป็นที่รู้จักกันในตอนนี้คือจอมยุทธ์รุ่นเยาว์คนแรก กับเย่เฟิงที่มีชื่อเสียงขึ้นมาในช่วงเวลาสั้นๆ แต่ในความคิดของเธอเย่เฟิงแข็งแกร่งกว่าเฉินฮุยมากนัก

 

หรือว่าเย่เฟิงไม่พอใจเฉินฮุยที่เขาขึ้นชื่อว่าคนแรก?

 

“ไม่มีอะไรมาก ฉันเปลี่ยนใจแล้วตอนนี้”

 

เย่เฟิงยิ้มให้ “ฉันจะพาเธอกลับบ้านด้วยกัน จะไปกับฉันด้วยไหม?”

 

จื่อเจี้ยนหลานตกใจ

 

แค่ได้เปลี่ยนชุดความคิดก็เปลี่ยนไปด้วย ทำไมรวดเร็วขนาดนี้?

 

ถ้าเฉินฮุยไม่มา เธอจะต้องยินดีที่จะไปกับเย่เฟิงแน่ แต่ตอนนี้เธอคิดว่าถ้าติดตามเย่เฟิงไปแล้ว จะทำให้เฉินฮุยเสียหน้าอย่างมาก

 

เธอเงยหน้าขึ้น แต่เมื่อเธอเห็นเย่เฟิงมองลงมาที่เธอ ภายในดวงตาที่ท่าทางมีความสุข ทำให้เธอรู้สึกเต็มใจในทันที

 

ในความคิดของเย่เฟิง อย่างแรกก็เพื่อผลประโยชน์ต่อคนของเขา จื่อเจี้ยนหลาน ไม่ได้เป็นเหมือนเช่นหลงหวางเอ๋อและซูเหมิงหาน แต่เหมือนกับหนานฟาง ถ้าหากพาเธอไปด้วยกันแล้ว ก็สามารถที่จะให้เธอสอนวิชาอาวุธลับสำนักเซียนเร้นลับได้ และอย่างที่สองการฝึกฝนด้วยกันมันจะมีความคืบหน้าที่รวดเร็วกว่าแน่นอน

 

แต่เมื่อเห็นจื่อเจี้ยนหลานได้พูดคุยกับเฉินฮุย เย่เฟิงคิดเอาไว้ว่าถ้าปล่อยให้น้องสาวคนนี้ไป มันจะกลายเป็นทางเลือกที่ผิดพลาด

 

คงจะใช้เวลาเพียงไม่กี่วัน เธอก็จะต้องถูกเขี่ยทิ้งเป็นขยะแน่ๆ อันที่จริงสังคมในตอนนี้ ทุกคนทั้งหมดต่างน่ากลัวเกินไป

 

“อืม ฉันจะไปกับพี่ใหญ่เย่”

 

จื่อเจี้ยนหลานขบคิดอยู่ชั่วขณะก่อนที่เธอจะพยักหน้าตอบรับ

 

เมื่อเย่เฟิงได้ยินคำเรียกหาแบบนี้ ก็ฟังดูดีเหมือนกัน เป็นพี่ชายคนโตกับน้องสาวคนเล็ก มันก็จะได้ไม่ต้องทำให้หลงหวางเอ๋อกับซูเหมิงหานรู้สึกหึงหวง

 

“ถ้างั้นก็ไปกันเถอะ”

 

เย่เฟิงจับมือเล็กๆของจื่อเจี้ยนหลานอย่างเป็นธรรมชาติ เงยหน้าไปมองเฉินฮุยที่อยู่ไกลๆ จากนั้นก็ยิ้มบางเบา

 

พูดคุยกับจื่อเจี้ยนหลานอย่างสนิทสนม และยังคงเป็นเย่เฟิงที่สังหารฉีหลินจื่อให้กับเธอ ความสัมพันธ์นี้เฉินฮุยห่างไกลเกินกว่าที่รับมือได้ ถ้าให้เลือกระหว่างพวกเขาทั้งสอง จื่อเจี้ยนหลานจะต้องเลือกเย่เฟิงอย่างไม่ต้องสงสัย

 

เมื่อก่อนหน้านี้ เธออยู่เพียงภายในสำนักเซียนเร้นลับ ไม่มีอิสระภาพ แต่ไม่ว่ายังไงมันก็ยังคงเป็นบ้านของเธอ ในตอนนี้แยกตัวออกมาจากสำนักเซียนเร้นลับแล้ว จู่ๆมันทำให้เธอรู้สึกไม่ค่อยคุ้นเคย ในใจรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย

 

แต่เพียงแค่เย่เฟิงพูดกับเธอว่า “กลับบ้านด้วยกัน” เห็นได้ชัดว่ามันประทับใจเธอมากกว่า “ไปหาอะไรกิน” และ “หาห้องให้” ที่เฉินฮุยบอกกับเธอเสียอีก

 

สำหรับวังไท่จี๋ ภายในสำนักเซียนเร้นลับมักจะดูถูกว่าเป็นพวกที่ชั่วร้ายอยู่เสมอ จื่อเจี้ยนหลานจะต้องคิดถึงเรื่องพวกนี้อย่างแน่นอน และด้วยเหตุนี้ เฉินฮุยจึงคิดเข้าหาเธอด้วยฐานะจอมยุทธรุ่นเยาว์คนแรกที่มันดูดี สิ่งนี้จะต้องทำให้เธอรู้สึกดีด้วยอย่างแน่นอน

 

“หยุดก่อน”

 

เฉินฮุยกลับไม่ได้คาดคิดว่าเย่เฟิงจะกล้าจับมือของจื่อเจี้ยนหลาน ทำให้ท่าทางของเขาเปลี่ยนไปในทันที

 

มือเล็กๆ ที่อ่อนนุ่มคู่นั้น แม้แต่ตัวเขายังไม่เคยได้สัมผัสมัน!

 

เย่เฟิงกลับกลายเป็นคนแรกที่ได้สัมผัสมัน!

 

เพียงหากเขารู้ว่าเย่เฟิงไม่ใช่เพียงแค่จับมือของจื่อเจี้ยนหลาน แต่เคยใกล้ชิดถึงขนาดที่กอดเธอไว้แนบอกมาแล้ว ไม่รู้ว่าตัวเฉินฮุยจะรู้สึกอย่างไรกัน?

 

“คุณจะเอายังไง?”

 

เย่เฟิงก้าวมาข้างหน้า เหลือบมองไปยังเฉินฮุย ชายหนุ่มก็เข้าใจว่ามันจะต้องมีเรื่องไม่ดีแน่ ยิ่งเห็นชายสองคนและหญิงสองคนเบื้องหลังเขาแล้ว ก็ทำให้เย่เฟิงมั่นใจ

 

พวกเขามาหลอกลวงจื่อเจี้ยนหลาน แน่นอนว่าจะต้องไม่ใช่เจตนาดีอย่างแน่นอน!

 

มันจะต้องมีความคิดที่คล้ายกับเย่เฟิงแน่ ที่ต้องการวิชาอาวุธลับของสำนักเซียนเร้นลับ

 

อย่างไรก็ตามทั้งสองฝ่ายแตกต่างกัน เย่เฟิงพาจื่อเจี้ยนหลานไป ก็จะต้องดูแลเธอเหมือนคนในครอบครัวของพวกเขา ตั้งแต่นี้ไม่ว่าใครที่ต้องการทำร้ายเธอ มันจะต้องเจอกับโทสะของเย่เฟิง แต่พวกเฉินฮุย มันจะต้องจัดการเสร็จแล้วเขี่ยทิ้งไม่สนใจใยดีชีวิตของจื่อเจี้ยนหลาน

 

“ฉันให้คุณพาเจี้ยนหลานไปไม่ได้”

 

สีหน้าของเฉินฮุยดูชอบธรรมจ้องมองเย่เฟิงอย่างจริงจัง “มีข่าวลือในยุทธภพว่า คุณเย่เฟิงและคุณหนูตระกูลหลงมีความสัมพันธ์กัน และยังมีสาวงามแห่งเหยียนจิง แถมยังหมั้นหมายกันแล้วด้วย เจี้ยนหลาน เธอไม่ควรที่จะโดนเขาหลอกได้ เจ้าเด็กนี้มันเจ้าชู้!”

 

เขาพูดเช่นนั้นขณะที่ท่าทางของจื่อเจี้ยนหลานดูขมขื่น

 

“พี่ใหญ่เย่ไม่ใช่คนเช่นนั้น”

 

จื่อเจี้ยนหลานเชื่อในความรู้สึกของตัวเอง ผู้ชายที่สามารถสู้เพื่อผู้หญิงของเขาได้ มันจะเลวร้ายได้ยังไง มันไม่มีทางที่จะเลวร้ายไปได้

 

“คุณจะถอยไปหรือไม่?”

 

เย่เฟิงเหลือบมองไปยังเฉินฮุย

 

“ปล่อยเจี้ยนหลานซะ ฉันจะไม่ทำให้คุณขายหน้า”

 

เฉินฮุยเงยหน้ามองอย่างหยิ่งยโส

 

จื่อเจี้ยนหลานเห็นพวกเขาเป็นเช่นนี้ ก็ต้องการที่จะพูดอะไรบางอย่าง แต่เย่เฟิงก็ขัดไว้ไม่ให้ทำอะไร

 

ถ้าแกไม่ถอย ก็จะทำให้แกถอยไปเอง!

 

กับฝ่ายตรงข้ามนี้ไม่จำเป็นต้องใช้พลังอะไรมาก เพียงแค่หมัดเดียวก็เพียงพอแล้ว อยู่ในท่ามกลางผู้คน เย่เฟิงรู้สึกว่าถ้าจะต้องสังหารคนมันไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก ไม่ต้องพูดถึงว่าเขากลัวที่จะเป็นศัตรูกับวังไท่จี๋ เพียงแต่อย่างน้อยมันยังไม่ใช่ตอนนี้

 

หมัดเทพอนัตตา!

 

ชื่อนี้เย่เฟิงเป็นคนตั้งขึ้นมาเอง อันที่จริงแล้วมันเป็นการเคลื่อนย้ายพริบตาแบบฉบับของหมัด ที่ดัดแปลงมาจากกระบี่ผ่ามิติเล็กน้อย

 

ท่ามกลางสายตาผู้คน เย่เฟิงที่ใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวใหม่เอี่ยมหายไปในทันทีทำให้ผู้คนต่างมองหากัน มันเกิดอะไรขึ้นหรือว่าจู่ๆคนก็หายไปได้? พวกเขามองค้นหาไปก็พบว่าเบื้องหน้าพวกคนหนุ่มสาวชุดจอมยุทธ์ขาวทั้งห้า ก็พลันปรากฏร่างของเย่เฟิง

 

เปรี้ยง!

 

ไม่แม้แต่ที่จะตอบสนองทัน เฉินฮุยก็ถูกเย่เฟิงที่เคลื่อนย้ายพริบตาชกหมัดเข้าไปที่ท้อง!

 

วรยุทธมีถึง 38 ปี แต่กับทำอะไรไม่ได้เลย เนื่องจากไม่คาดคิดว่าความเร็วของเย่เฟิงจะรวดเร็วขนาดนี้! อย่างไรก็ตามมันเป็นเรื่องที่ปกติมาก การเคลื่อนย้ายพริบตามันจะไม่เร็วได้ยังไงกัน? นี่มันเป็นกลยุทธ์ที่ขนาดหลงโมหรันก็ยังทำอะไรไม่ได้เช่นกัน

 

เพียงแค่หมัดเดียว เฉินฮุยในชุดจอมยุทธ์สีขาวก็ถูกกระแทกร่างอย่างหนักหน่วงปลิวกระเด็นลอยออกไป!

 

...................................

 

แปลโดย คั่นหนังสือ GSI

 

 



NEKOPOST.NET