[นิยายแปล] Genius Sword Immortal ตอนที่ 239 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Genius Sword Immortal

Ch.239 - ทักษะการแสดงละคร


บทที่ 239 ทักษะการแสดงละคร

 

เมื่อได้ยินคำพูดของหลงหวางเอ๋อ เย่เฟิงก็รู้สึกไม่เต็มใจเล็กน้อย “กลับพรุ่งนี้เลยหรอ?”

 

ถึงแม้จะรู้อยู่ว่าเขาอาศัยอยู่ที่นี่ไม่ได้ แต่ก็ไม่คิดว่าซูเฟยหยิ่งจะให้พวกเขากลับไปเร็วขนาดนี้

 

“อืม นายไม่อยากกลับหรอ?”

หลงหวางเอ๋อเอ่ยถาม

 

“อยากกลับสิ ฉันจะได้อยู่ด้วยกันกับเธอไง”

เย่เฟิงยิ้ม

 

“ไม่ต้องมาปากหวานเลย ฉันไม่หลงคารมนายหรอก

หลงหวางเอ๋อบุ้ยปาก เธอกอดคอเย่เฟิงไว้ก่อนจะจุมพิตทีหนึ่ง “ไปกันเถอะ”

 

เมื่อถูกหญิงสาวหยอกล้อ เย่เฟิงก็อยากเอาคืนบ้าง เขาจึงยืนมือไปรวบร่างบางขึ้นมาอุ้มไว้ จากนั้นจึงเดินไปยังถ้ำริมทะเลอีกแห่งหนึ่ง

 

“นี่ เดี๋ยวเถอะ!”

หลงหวางเอ๋อตกใจ เธอจึงระดมทุบกำปั้นใส่ไหล่เย่เฟิงเบาๆ “วางฉันลงนะ”

 

แน่นอนว่าเย่เฟิงไม่ยอมปล่อยหลงหวางเอ๋อลง เขาคิดว่าไม่เห็นจะมีอะไรน่าอายตรงไหน? ยิ่งสัมผัสได้ถึงความอุ่นจากร่างที่ดิ้นขลุกขลักอยู่ในอกนี้ เขายังไม่มีทางปล่อยเธอลงเด็ดขาด!

 

ผ่านไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นเย่เฟิงหยุดเท้าลง หลงหวางเอ๋อจึงหยุดขัดขืนก่อนจะเอ่ยถาม “นายมาทำอะไรที่นี่หรอ?”

 

เย่เฟิงกระจายทักษะสัมผัสวิญญาณออกไป และเลือกหาถ้ำที่มีสภาพแวดล้อมค่อนข้างดี จากนั้นจึงพาหลงหวางเอ๋อไปที่นั่นขณะกล่าวอธิบายเรื่องจ้าวอี้เป่ยและหลิงเฉินไปตามทาง

 

“ผู้ฝึกวิญญาณ?”

หลงหวางเอ๋อที่ถูกอุ้มอย่างไม่เต็มใจ เมื่อได้ยินคำกล่าวของเย่เฟิง เธอก็รู้สึกแปลกใจ ความลึกลับของผู้ฝึกเซียนนี่มีมากมายจริงๆ

 

ในตอนนี้ หลงหวางเอ๋อมีความปรารถนามากกว่าเมื่อก่อน โดยเฉพาะเมื่อได้เห็นซูเฟยหยิ่งใช้ทักษะทะยานข้ามนภา การได้คุยกับซูเฟยหยิ่งทำให้หญิงสาวรู้ว่า ตราบเท่าที่มีวรยุทธ์ถึงระดับ 100 ปี ก็จะสามารถฝึกฝนทักษะทะยานข้ามนภานี้ได้ สิ่งนี้ทำให้เธอรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง ทักษะนี้ไม่เพียงทำให้ผู้ใช้สามารถโบยบินไปบนฟ้าได้ แต่ปีกที่ขาวบริสุทธิ์คู่นั้นยังทำให้เธอรู้สึกราวกับนางฟ้าบนสรวงสวรรค์

 

เมื่อมาถึงจุดหมาย ทั้งคู่ก็พบถ้ำเล็กๆแห่งหนึ่งซึ่งมีลมทะเลพัดผ่านตรงทางเข้า มันคงให้ความรู้สึกหนาวเย็นเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนทั่วไป แต่ความหนาวเย็นนี้ย่อมไม่มีผลกับผู้ฝึกเซียน

 

เมื่อเข้าไปในถ้ำ หลงหวางเอ๋อจึงฉีกเสื้อช่วงบนของเย่เฟิงออก “นายได้รับบาดเจ็บตรงไหนไหม?”

 

“ไม่มีหรอก”

เย่เฟิงส่ายหน้า บาดแผลธรรมดาพวกนั้นล้วนสามารถรักษาด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์อย่างง่ายดาย เว้นแต่พวกอาการบาดเจ็บเฉพาะเช่นอาการบาดเจ็บที่ซูเฟยหยิ่งได้รับจากหัวหยุนเหยา ซึ่งต้องระยะเวลาค่อนข้างนานในการฟื้นฟู

 

“นาย!”

เย่เฟิงแกล้งยืนมือออกไปจับหน้าอกอันอวบอูมของหลงหวางเอ๋อ เขารู้สึกได้ถึงความนุ่มและอุดมสมบูรณ์จนอดไม่ได้ที่จะบีบเค้นมัน

 

“นี่ ฉันเจ็บนะ อาจารย์ก็อยู่ใกล้ๆนี้ นายยังกล้าทำอะไรไร้ยางอายอีก”

ใบหน้าหวานขึ้นสีเล็กน้อย ด้วยที่มีวรยุทธ์มากกว่าเย่เฟิง เธอยังผลักเขาออกได้ไม่ยาก

 

“แค่แตะเฉยๆไม่ได้หรอ? ฉันไม่ยังทันได้ทำอะไรอย่างอื่นเลย”

เย่เฟิงส่งสายตาคาดหวัง

 

“ไม่ต้องมาส่งสายตาแบบนั้นเลย”

หลงหวางเอ๋อส่งสายตาเขียวปั๊ดกลับไป ขณะขยับไปยังตำแหน่งที่มีหญ้านุ่ม เธอนั่งลง จัดวางกระโปรงให้เรียบร้อย เตรียมตัวจะพักผ่อน

 

เย่เฟิงจึงยอมแพ้ไปในที่สุด อันที่จริงเขาก็ไม่อยากทำเรื่องน่าอายในถ้ำนี้หรอก เพราะอาจารย์ก็อยู่ห่างออกไปไม่ไกล

 

งั้นก็นอนดีกว่า

 

ทักษะสัมผัสวิญญาณของซูเฟยหยิ่งนั้นมีระยะไกลถึง 1 กิโลเมตร ซึ่งเย่เฟิงไม่สามารถหลบไปจากการรับรู้ของเธอได้เลย ไม่ว่าเขาจะทำอะไร หญิงสาวล้วนสามารถรับรู้ได้ทั้งหมดหากเธอต้องการ

 

“อากาศหนาวนะ มานอนใกล้ๆฉันดีกว่า”

เย่เฟิงขยับเข้าไปหาหลงหวางเอ๋อ จากนั้นจึงยืนมือไปรวบไหล่บางของหญิงสาวเข้ามาในแขน หลงหวางเอ๋อไม่ได้ขัดขืนอะไร เพียงแต่จัดวางท่าทางให้สะดวกก่อนนอนหนุนไหล่เขา

 

เย่เฟิงและหลงหวางเอ๋อที่เหน็ดเหนื่อยมาตลอดทั้งวัน ในที่สุดทั้งคู่ก็แนบอิงกันและหลับไหลไปอย่างสงบสุข

 

……………..

 

เช้าวันถัดมา

 

“มีคนมา”

 

ทักษะสัมผัสวิญญาณของเย่เฟิงค้นพบใครบางคนที่มาถึงทางเข้าถ้ำ ทำให้ชายหนุ่มตื่นตัวขึ้นทันที เมื่อตรวจสอบอย่างระวังแล้ว เขาพบว่าคนๆนั้นคือหลงโม่หรันซึ่งเป็นร่างวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของซูเฟยหยิ่งยืนอยู่ข้างนอก ราวกับตั้งใจจะมาปลุกพวกเขา

 

ในเวลานี้ เย่เฟิงเพิ่งมีเวลามาสนใจสถานการณ์ในปัจจุบัน ชายหนุ่มรู้สึกรับรู้ได้ถึงร่างบางที่นอนทับร่างเขาอยู่ หลงหวางเอ๋อหรอ?

 

เมื่อคืน ทั้งคู่ต่างนั่งแอบอิงกันขณะหลับไป แต่กลายเป็นว่าตอนนี้ หลงหวางเอ๋อนอนทับร่างเขาอยู่เสียแล้ว

 

น้องชายของเย่เฟิงพลันตื่นตันขึ้นมาทันที เมื่อลืมตาขึ้น ชายหนุ่มก็มองเห็นเนินอกขาวเนียนของหญิงสาวพร้อมกับร่องลึกที่กล่าวสวัสดีเขาในตอนเช้า

 

“คนสวย ตื่นได้แล้ว”

เย่เฟิงกลัวว่าเขาจะทนต่อไปไม่ไหว จึงยืนมือออกไปเขย่าร่างของหลงหวางเอ๋อ

 

“งือ”

หลงหวางเอ๋องัวเงีย “ขอนอนต่ออีกหน่อยไม่ได้หรอ?”

 

“ไม่ได้ อาจารย์มาปลุกแล้ว”

เย่เฟิงกล่าวย้ำอย่างช่วยไม่ได้

 

หลงหวางเอ๋อที่ราวกับพึ่งตื่นจากฝัน ลุกตัวขึ้นนั่งทันที เมื่อตระหนักได้ถึงความยุ่งเหยิงของเผ้าผมและเสื้อผ้า รวมถึงตำแหน่งของเย่เฟิง ใบหน้าของหญิงสาวก็ขึ้นสีทันที

 

‘อะไรเนี่ย เมื่อคืนเรานั่งหลับในแขนเขาไม่ใช่หรอ แล้วทำไมถึงอยู่ในท่าน่าอายแบบนี้ได้?’

เมื่อเห็นรอยยิ้มอ่อนๆของเย่เฟิง หลงหวางเอ๋อก็รีบจัดแจงเสื้อผ้าและเผ้าผมอย่างรวดเร็ว ก่อนจะกล่าวว่า “ไปกันเถอะ”

 

 “อืม ไปสิ”

เย่เฟิงยืนมือออกไปกอดช่วงเอวขอดกิ่วไว้แล้วพาหญิงสาวเดินออกจากถ้ำไปพร้อมกัน

 

“ในที่สุดก็มาซะที”

 ‘หลงโม่หรัน’มองทั้งคู่ด้วยท่าทางสบายๆ

 

เวลานี้ ‘หลงโม่หรัน’ อยู่ในชุดคลุมสีขาวที่แขนเสื้อข้างหนึ่งพัดปลิวไปตามสายลม เขาห้อยกระบี่เหยี่ยวฟ้าไว้ทีเอว ทำให้ดูสง่าผ่าเผย

 

“เหมือนมาก!”

 

นี่ทำให้หลงหวางเอ๋อรู้สึกแปลกใจ วิญญาณศักดิ์สิทธิ์สามารถปลอมเป็นหลงโม่หรันได้แนบเนียนขนาดนี้เลยหรอ? เธอแทบจะไม่เห็นจุดด่างพร้อยบนร่างนี้เลยสักจุดเดียว!

 

เมื่อวานตอนเย็น หลงหวางเอ๋ออธิบายกระบวนท่าทักษะวรยุทธ์ของตระกูลหลงให้ซูเฟยหยิ่งฟัง ในตอนนี้ ร่างวิญญาณศักดิ์สิทธิ์สามารถแสดงทักษะมังกรฟาดห่าง ฝ่ามือทลายฟ้า รวมทั้งเพลงกระบี่พร่ำเพ้อได้คล้ายคลึงอย่างเหลือเชื่อ!

 

ร่างวิญญาณศักดิ์สิทธิ์กับร่างวิญญาณหยินเทียมกลับมีความแตกต่างกันมากถึงขนาดนี้

 

“หวางเอ๋อ เสี่ยวเฟิง พวกเราไปกันเถอะ”

‘หลงโม่หรัน’มองทั้งคู่ จากนั้นจึงกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ตราบใดที่มีหลงโม่หรันคนนี้ ก็จะไม่มีคนของโลกยุทธภพคนใดกล้าล่วงเกินพวกเธอ!”

 

“ไป”

เย่เฟิงเกือบกลั้นหัวเราะไม่ไหว ทักษะการแสดงละครของอาจารย์เขานี่ยอดเยี่ยมจริงๆ

 

ทั้งสามคนพากันมุ่งหน้าไปยังริมชายหาด ความจริงแล้ว เย่เฟิงต้องการจะบอกลาซุเฟยหยิ่งด้วย

 

“ไม่ต้องหรอก อาจารย์ของเธอกำลังรักษาบาดแผลอยู่”

หลงโม่หรันกล่าว

 

เย่เฟิงรู้ว่านี่เป็นความต้องการของซูเฟยหยิ่ง แต่เขาก็ยังอดเสียใจเล็กน้อยไม่ได้

 

ทักษะสัมผัสวิญญาณของเย่เฟิงไม่สามารถกระจายไปถึงถ้ำที่ซูเฟยหยิ่งอยู่ได้ เขาจึงไม่รู้ว่าหญิงสาวได้ปิดผนึกทางเข้าออกทั้งสองทางของถ้ำไว้แล้ว ในเวลานี้ เธอกำลังอดทนกับความเจ็บปวดจากพิษที่ได้รับ ผิวที่เดิมขาวเนียนบริสุทธิ์ ต่างเปลี่ยนเป็นสีแดงไปทุกตารางนิ้ว

 

ด้วยที่สถานการณ์เป็นเช่นนี้ เธอจึงไม่ต้องการจะพบใครทั้งนั้น แต่อย่างน้อย ร่างวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ก็อยู่ใกล้กับเย่เฟิง จึงสามารถใช้เป็นตัวแทนในการสื่อสารได้

 

บนเรือสปีดโบทที่ถูกทอดสมอไว้ริมชายหาด ในที่สุดหลงจื่อและหลงชิงก็ตื่นขึ้นมาด้วยความมึนงง เมื่อลืมตา พวกเขามองเห็น ‘หลงโม่หรัน’ รวมทั้งเย่เฟิงและหลงหวางเอ๋อ กำลังเดินเข้ามาหาพวกเขาพร้อมกัน

 

ภาพที่เห็นนี้ทำให้ทั้งคู่กลายเป็นตกตะลึง!

 

..........................

แปลโดย Solar Spark

(แปลจากเว็บ lnmtl.com และ Raw จีนโดยใช้โปรแกรมแปลภาษาช่วย)

 




NEKOPOST.NET